สู่วิถีอมตะ - บทที่ 509 เยียวยา
หลัวซู่โบกมืออีกครั้ง กลิ่นหอมโชยมาตรงหน้าเจียงผิงอันพร้อม
กับวัตถุอีกสองชิ้น
หนึ่งกล่อง หนึ่งกิ่งไม้สีดำสนิท
“เพื่อความสบายใจของเจ้า ข้าจะให้ของกับเจ้าล่วงหน้า”
หลัวซู่เอ่ยปาก “ในกล่องนี้คือโอสถยืดอายุขัย ยืดอายุขัยได้สาม
พันปี”
“กิ่งไม้นี้คือสมบัติลับ ใช้มันเป็นไพ่ตาย นำออกมาจู่โจม
กะทันหันยามคับขันได้”
เฉียนฮวั่นโหรวที่ด้านข้างกะพริบตา
มอบไพ่ตายให้เจียงผิงอัน?
สิ่งนี้อาจคุณสมบัติไม่ถึงก็ได้
เจ้านี่มียอดสมบัติชิ้นหนึ่งกับตัว
“ขอบคุณประมุขศาลา”
เจียงผิงอันกล่าวขอบคุณ
หลัวซู่ประหลาดใจมากที่เห็นเจียงผิงอันเยือกเย็นยิ่ง
สำหรับผู้ฝึกตนขอบเขตนี้ สมบัติลับสักชิ้นนับเป็นของขวัญชิ้น
ใหญ่แล้ว คนทั่วไปจะตื่นเต้นอย่างแน่นอน แต่อีกฝ่ายกลับยังสุขุม
เด็กนี่เล่นละครเก่งจริง ๆ
เจียงผิงอันมิได้เล่นละคร แต่ตัวเขามีสมบัติอยู่มากมายจนชาชิน
เสียแล้ว
แต่เขาก็ดีใจจริงแท้ ใครจะไม่ชอบหากจะได้ทรัพยากรเพิ่ม
สิ่งที่ทำให้เจียงผิงอันยินดีที่สุดคือโอสถยืดอายุขัยนี่เอง
ผลของโอสถยืดอายุขัยหนึ่งเม็ดต่อผู้ฝึกตนมีจำกัด กินมาก
เกินไปก็ไร้ประโยชน์ และในภพแร้นแค้นก็มีโอสถยืดอายุขัยเพียง
น้อยนิด
ผู้ฝึกตนมากมายซึ่งมาถึงจุดจบแห่งอายุขัยกินโอสถยืดอายุขัย
กันไปแล้ว ไร้หนทางยืดอายุพวกตนต่อไปได้
แต่ยามนี้เมื่อมีโอสถยืดอายุขัยชนิดใหม่ปรากฏขึ้น ยืดอายุขัย
ได้สามพันปี
สำหรับผู้ฝึกตนซึ่งต้องการมันในภพแร้นแค้น มูลค่าของมันสูง
ยิ่งกว่าสมบัติลับอีก
หากภายหลังกลับไป ลอกเลียนโอสถนี้กลับไปขายที่ภพ
แร้นแค้น จะสามารถขายได้ราคามหาศาลแน่นอน
“นอกจากสองสิ่งนี้ สี่ปีให้หลัง เจ้าไปศาลาสาขาหลักได้เลย”
นี่คือเงื่อนไขที่สามที่หลัวซู่รับปากไว้
นางจิบชาพลางเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากได้วิชา
จำแลงเซียน ศิษย์ศาลาเติงเซียนทุกคนล้วนอยากได้มัน”
“แต่อย่าหวังมากเกินไปจะดีกว่านะ พูดตรง ๆ คือในระดับของเจ้า
ขณะนี้ ยังไร้คุณสมบัติได้มันมา”
วิชาจำแลงเซียนลือนามสุดขั้วทั่วภพบุกเบิก มีผู้จะได้มันเพียง
สามตำแหน่งในทุกร้อยปี การแข่งขันกดดันสูงลิ่ว
หลัวซู่ไม่คิดว่าเจียงผิงอันจะมีโอกาสได้มันไป
“ศิษย์เข้าใจแล้ว”
เจียงผิงอันตอบเสียงเรียบ
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็อยากได้วิชาจำแลงเซียน
หากเขาได้วิชาจำแลงเซียนมา ความแข็งแกร่งของเขาจะโถม
ทะยาน
“เอาล่ะ ข้าไม่กวนต่อแล้ว รีบนำโอสถกลับไปฟื้นฟูร่างกายก่อน
เถอะ ขอเวลาข้าตั้งฝ่ายธำรงสันติขึ้นในหนึ่งเดือน แล้วเจ้าจะถูก
แต่งตั้งเป็นทูตธำรงสันติทันที”
หลัวซู่ให้เจียงผิงอันเป็นทูตธำรงสันติ ทว่าแท้จริงจุดประสงค์ของ
นางเล็กจ้อย หลัก ๆ ก็คือให้ผลประโยชน์อีกฝ่ายเพื่อดึงมาเข้าฝ่าย
ตน
สำหรับผู้ฝึกตนระดับต ่า ของขวัญเหล่านี้เป็นบุญคุณสูงล ้า แต่
สำหรับหลัวซู่ มันก็แค่น ้าหยดหนึ่งในถัง
“โอ้ จะว่าไป ที่อยู่ปัจจุบันของเจ้าย ่าแย่เกินไป ไม่สมฐานะของ
เจ้า ต่อจากนี้เจ้าก็อยู่กับเสี่ยวโหรวเถอะ พวกเจ้าเป็นคู่บำเพ็ญกัน จะ
อาศัยแยกกันได้อย่างไร?”
“เสี่ยวโหรว พาผิงอันไปพักเถอะ”
“เจ้าค่ะอาจารย์”
เฉียนฮวั่นโหรวลุกขึ้นคารวะ เจียงผิงอันก็ทำตามนาง
ยามทั้งสองจนจาก โลหิตหยดหนึ่งก็ไหลออกจากมุมปากของ
หลัวซู่ เปื้อนชาในมือนางจนแดงฉาน…
สีหน้าของหลัวซู่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เวลาจะไม่มีแล้ว ต้อง
รีบสะสางให้ไว…”
บาดแผลของหลัวซู่มิได้ดีขึ้นเลย
ที่นางบอกฮั่วไห่โจวว่าบาดแผลเยียวยาดีขึ้นแล้วนั้นเป็นเพียงคำ
ข่มขวัญ
ขณะเดียวกัน ในตำหนักอาศัยของผู้อาวุโสฝ่ายรักษาระเบียบ
ฮั่วไห่โจวผู้มีใบหน้าบึ้งตึงมายังห้องลับ ณ ส่วนลึกสุดของ
ตำหนัก
“ท่านพ่อ…”
“ไม่ต้องพูด ข้ารู้แล้ว”
เสียงแผ่วเบาแว่วออกมาจากในห้อง
ฮั่วไห่โจวกล่าวอย่างกังวล “ท่านพ่อ นางผู้หญิงหลัวซู่นั่นบอกว่า
นางฟื้นตัวแล้ว คิดจัดการกับนางอีกจะยากแล้วนะขอรับ”
“นางโกหก นางบาดเจ็บด้วยอำนาจเซียนระดับสูง จะรักษาง่าย ๆ
ได้อย่างไร”
ได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดสีหน้าของฮั่วไห่โจวก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“นางไม่ฟื้นตัวก็ดีแล้ว อาการบาดเจ็บนางกำเริบยามใด ข้าจะถีบ
ซ ้าให้เอง”
เสียงแผ่วเบาแว่วออกมาจากในห้องลับอีกครั้ง “คนชื่อเจียงผิงอัน
นั่น กำจัดเสียให้เร็วที่สุด ข้าสงสัยว่าเขาอาจรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง
เรากับเคหาสน์เทพจันทรา”
“ท่านพ่อ ท่านคิดมากเกินไปแล้ว ที่เขาบอกว่าเราเป็นไส้ศึกก็แค่
เพื่อใส่ความข้าเท่านั้นขอรับ”
“ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า เรามาไกลถึงเพียงนี้แล้ว จะผิดพลาด
ไม่ได้”
ฮั่วไห่โจวพยักหน้า “จัดการกับคนเช่นนี้ มิยากหรอกขอรับ”
เจียงผิงอันทำให้เขาอับอายต่อสาธารณชน เขาย่อมไม่ปล่อย
เจียงผิงอันไป
อีกฝั่งหนึ่ง เจียงผิงอันตามเฉียนฮวั่นโหรวมายังตำหนักแห่งหนึ่ง
อันที่จริง เขาไม่ได้อยากอยู่ใกล้ยอดฝีมือมากเกินไป แต่ประมุข
ศาลากล่าวด้วยตนเอง เขาจึงมิอาจปฏิเสธ
ยิ่งกว่านั้น หากเขาไม่อาศัยอยู่กับเฉียนฮวั่นโหรว ก็ง่ายต่อการ
กระตุ้นความสงสัย
เพราะถึงอย่างไร ฐานะของทั้งสองก็ถูกประกาศชัดต่อสาธารณะ
ว่าเป็นคู่บำเพ็ญกัน
ในบริเวณตำหนักที่เฉียนฮวั่นโหรวอาศัยนั้นกว้างขวางยิ่ง มี
เฉียนฮวั่นโหรวอาศัยเพียงคนเดียว เจียงผิงอันหาห้องอยู่ได้สบาย
มาก
“เสี่ยวเซียง เจ้าจะกลับไปหรือไม่? ข้ารักษาบาดแผลหายยามใด
ข้าจะกลับไปอีก”
‘กลับไป’ ที่เจียงผิงอันว่านั้นหมายถึงกลับภพแร้นแค้น
เขาจะไปลอกเลียนโอสถยืดอายุขัยกลับไปขาย กอบโกย
ทรัพยากร และดูว่าสถานการณ์ฝั่งภพแร้นแค้นเป็นเช่นไรบ้าง
ก่อนจะออกจากภพแร้นแค้น ทุกมุมเมืองล้วนคุกรุ่นด้วยสงคราม
ศึกใหญ่จะเกิดขึ้นยามใดก็ได้
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัว “ข้ารู้ความลับของเจ้า หากกลับไปแล้ว
ทำความลับหลุด เจ้าก็จะถูกไล่ล่าทั่วโลกาได้”
“ให้ตายเจ้าก็ไม่ยอมทิ้งข้า จะทำร้ายข้าได้อย่างไร? เจ้าคือหนึ่ง
ในคนที่ข้าเชื่อใจที่สุดนะ”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ยามผีสางกาลเวลาโจมตี เฉียนฮวั่นโหรวก็ไม่ยอมทิ้งเขา ขอ
ตายด้วยกันดีกว่า
นี่คือสหายร่วมเป็นร่วมตาย
เฉียนฮวั่นโหรวพลันยกมือขึ้นดีดหว่างคิ้วเจียงผิงอันเบา ๆ
“ข้ายังไม่กลับหรอก เจ้ารีบฟื้นตัวเถอะ”
กล่าวจบ นางก็หันกายจาก เมื่อเดินคล้อยหลัง ริมฝีปากแดงของ
นางก็ยกยิ้มเล็กน้อย ไม่รู้ในใจคิดอะไรอยู่
เจียงผิงอันเลิกพูดเพ้อเจ้อ ร่างของเขาเกินทนแล้วนิดหน่อย ต้อง
รีบรักษาโดยไว
เขากางอาคมอำพรางปราณ
นำโอสถเก้าวงจรจักรวาลออกมา
โอสถเก้าวงจรจักรวาลมีวงแสงลึกลับเก้าวงอยู่บนเม็ดยา ห้อม
ล้อมด้วยอำนาจกฎเกณฑ์ลึกล ้า กลิ่นหอมโชยออกสัมผัสนาสิก
เคลื่อนลึกทะลวงสู่ปอด บรรเทาความเจ็บปวดในกาย
เจียงผิงอันมิได้กินมันเสียทันที แต่ใส่ลงลอกเลียนในอ่าง
สัมฤทธิผล
ทว่า เขาใช้ผลึกวิญญาณแทบทั้งหมดที่มี ก็ยังลอกเลียนมิได้สัก
เม็ด
โอสถเก้าวงจรจักรวาลเป็นโอสถอันเลิศล ้าสูงสุดในการรักษา
บาดแผลจากกฎเต๋า
ราคาซื้อขายต่อเม็ดสูงถึงสามแสนแต้มผลงาน
หากคิดลอกเลียนมัน ย่อมต้องทุ่มทุนมหาศาลแน่แท้
เจียงผิงอันกัดฟัน แล้วสังเวยสมบัติลับกิ่งไม้ที่หลัวซู่ให้เขามา
ทันที
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่ต้องการกิ่งไม้นี้อยู่แล้ว เทียบกับกิ่งมาร
สะเทือนสรวง ความต่างชั้นหาธรรมดาไม่
ท้ายที่สุด ด้วยทรัพยากรและสมบัติลับของเขา ก็ลอกเลียนโอสถ
เก้าวงจรจักรวาลและโอสถยืดอายุขัยได้อย่างละสามเม็ด
แล้วเจียงผิงอันจึงกินโอสถเก้าวงจรจักรวาลเยียวยาบาดแผลของ
ตน
ทันทีที่โอสถตกถึงท้อง เจียงผิงอันก็สัมผัสได้ถึงอำนาจยิ่งใหญ่
แผ่ออกมาจากส่วนท้อง เคลื่อนไปตามแขนขาและแนวกระดูก ทั้ง
กายเหมือนได้นอนแช่น ้าอุ่น สุขสบายยิ่งนัก
ฤทธิ์ของโอสถนี้แบ่งออกเป็นเก้าส่วน ยามอำนาจแต่ละสายแผ่
ออกมา บาดแผลในกายเจียงผิงอันก็ถูกรักษาไปส่วนหนึ่ง
ยามเส้นลมปราณถูกปลดอีกครั้ง อำนาจทรงพลังสายหนึ่งพลัน
หลั่งไหลทั่วทั้งกาย ร่างของเจียงผิงอันโอบล้อมด้วยเพลิงทมิฬ
ในทันที
โลหิตเซียนหยดนั้นถูกกระตุ้น
อำนาจอันมืดมิด เย็นเยียบ สูงส่ง บริสุทธิ์และย้อนแย้งสายแล้ว
สายเล่าบรรจบตัว ฤทธาเซียนพลุ่งพล่าน ทำให้เจียงผิงอันดูลึกลับสุด
ขั้ว