สู่วิถีอมตะ - บทที่ 513 การกีดกันของตระกูลมั่ว
เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าหมองของจี้เฟย ดวงตาของเจียงผิงอันก็ทอ
ประกาย
“ถ่ายทอดคำสั่ง หยุดซื้ออาวุธวิเศษและทรัพยากรจากโลก
ภายนอก!”
“เรียบเรียงรายชื่อวัตถุดิบที่พวกเจ้าต้องการ ส่งทรัพยากรมาให้
ข้า ข้ามีช่องทางซื้ออาวุธวิเศษและโอสถดี ๆ อยู่”
จี้เฟยเงยหน้าขึ้นถามอย่างสงสัย “เจ้านิกายมีช่องทางใดหรือ?”
“ขุมกำลังหลอมยาสูงสุดคือสำนักหลอมโอสถ ขุมกำลังตีอาวุธ
อันดับหนึ่งคือสำนักต้วนเซียน เจ้านิกายรู้จักบุคคลระดับสูงของสอง
ขุมกำลังนี้หรือ?”
“เราเคยสื่อสารกับผู้นำระดับสูงของสองสำนักนี้มาก่อน ไม่มีทาง
แซงแถวได้ล่วงหน้า หรือซื้อโอสถกับอาวุธวิเศษราคาถูกได้เลย”
เจียงผิงอันส่ายหัว “ไม่ใช่สองสำนักนี้หรอก”
“แล้วเป็นขุมกำลังอะไรกัน?”
จี้เฟยคิดหาช่องทางที่ดีกว่าสองช่องทางนี้มิได้เลย
เจียงผิงอันไม่อธิบาย “เจ้าถ่ายทอดคำสั่งไปก็พอ”
แทนที่จะเอาทรัพยากรไปให้ผู้อื่น สู้ให้เขาไปซื้อทรัพยากรดี ๆ
ราคาถูกที่ภพบุกเบิกดีกว่า
จี้เฟยลังเลเล็กน้อย เมื่อหยุดการซื้อทรัพยากรแล้วเกิดสงคราม
นิกายเทวมารจะเผชิญวิกฤติแน่
“เจ้านิกาย เจ้ามีช่องทางอยู่จริง ๆ หรือ? บอกเรามากกว่านี้ได้
หรือไม่?”
เจียงผิงอันเองก็รู้ว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ ต่อให้เขาเป็นเจ้านิกาย ก็ไม่
มีทางทำได้โดยไม่พูดอะไรเลย
เขาเผยข่าวออกมาเล็กน้อย “โอสถยืดอายุขัยของข้าก็ซื้อมา
จากช่องทางนั้นแหละ”
ได้ยินเช่นนี้ ร่างอ้อนแอ้นของจี้เฟยก็สะท้าน
ขุมกำลังใดกัน ทรงพลังจนหลอมโอสถยืดอายุขัยระดับสูงเพียงนี้
ออกมาได้?
ก่อนหน้านี้นางคิดว่า โอสถยืดอายุขัยเช่นนี้เป็นสิ่งที่หลงเหลือ
จากโบราณกาลเสียอีก
“ข้าจะไปเรียบเรียงรายชื่อ แล้วนำมาให้เจ้าอีกที”
หลังสองฝ่ายซื้อขายโอสถยืดอายุขัยกันเสร็จ จี้เฟยก็ออกไป
ถ่ายทอดคำสั่งของเจียงผิงอัน
หลังจี้เฟยจากไปได้ไม่นาน คนจากตระกูลอู๋ก็มา
พวกเขาก็มาถามถึงข่าวคราวของโอสถยืดอายุขัยเช่นกัน
หลังจากสองฝ่ายยื้อกันไปมาครู่หนึ่ง เจียงผิงอันก็ปริปาก
“ข้าเหลือโอสถยืดอายุขัยเพียงสองเม็ด ในนิกายเทวมาร
ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับพวกเจ้าตระกูลอู๋ดีที่สุด ดังนั้นข้าจะขาย
ให้สองเม็ดเลย แต่ข้าขอสมบัติลับสองชิ้น”
“อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้ใด หาไม่ คนจะหาว่าเจ้านิกายผู้นี้
ลำเอียง”
ตระกูลอู๋สะเทือนใจยิ่ง “อย่าห่วงเลยเจ้านิกาย เราจะไม่บอกใคร
แน่นอน!”
ด้วยเหตุนี้ เจียงผิงอันจึงขายโอสถยืดอายุขัยได้สมบัติลับมาอีกสี่
ชิ้น
มิเพียงเท่านั้น ยังซื้อใจเผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางและตระกูลอู๋ได้
ด้วย
ส่วนตระกูลมั่ว หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของนิกายเทวมาร เนื่อง
ด้วยมีความขุ่นเคืองกับเขา คนเหล่านั้นจึงจะไม่มาซื้อโอสถจากเขา
แน่
หลังแจกจ่ายโอสถไปแล้ว เจียงผิงอันก็ใช้ยันต์สื่อสารติดต่อหา
เมิ่งจิง หลี่เยว่เยว่และเซี่ยชิงชั่วครู่หนึ่ง
เมิ่งจิงกำลังฝึกฝนในแดนบรรพชนของตระกูลเหลย ยามนี้
ก้าวหน้ามหาศาล
ข่าวที่เซี่ยชิงมีร่างเทวะสุดขั้วหยินกระจายออกไป เทวนิกาย
จันทราเชื้อเชิญนางเข้าร่วมแล้วหลายหน
หลี่เยว่เยว่และอวิ๋นหวงยังคงรับใช้กองทัพที่ทะเลบูรพา จะถอนตัว
ออกมาได้ในอีกไม่กี่ปี
“พี่ผิงอัน มีเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งต้องสนใจนะ”
ขณะเสวนากับน้องหู่นิว หลี่เยว่เยว่ จู่ ๆ น ้าเสียงของนางก็
เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“เรื่องอะไรหรือ?”
เจียงผิงอันถามอย่างงุนงง
หลี่เยว่เยว่กล่าวว่า “กาลก่อน ยามพี่ผิงอันถูกเคลื่อนย้ายเข้าไป
ในเขตหวงห้ามเหวลึก ปัวซือจากสำนักบัญชาศพบอกว่าเขาเห็นพี่
ผิงอันถูกรุมโจมตีที่หทัยแผ่นดิน เผชิญวิกฤติร้อยปีให้หลังในคันฉ่อง
กาลวัฏ”
“นี่ผ่านมาหกสิบกว่าปีแล้ว อีกสามสิบกว่าปีมันจะเกิดขึ้น”
“พี่ผิงอัน อย่าไปหทัยแผ่นดินนะ!”
อนาคตนั้นมิใช่เปลี่ยนกันมิได้ คันฉ่องกาลวัฏแสดงให้เห็นเพียง
ความเป็นไปได้ มิใช่เรื่องแน่นอน
ขอเพียงเจียงผิงอันไม่ไปหทัยแผ่นดิน เขาก็จะมิเผชิญเหตุเช่นนี้
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ไปหรอก”
เจียงผิงอันกล่าว
เขากำลังง่วนกับการฝึกฝนกอบโกยทรัพยากร จะมีเวลาไปเยือน
หทัยแผ่นดินได้อย่างไร
เจียงผิงอันพร้อมรับทรัพยากรของนิกายเทวมาร ซื้ออาวุธและ
โอสถระดับสูงกลับมาขายต่อเพื่อรับกำไรส่วนต่างแล้ว
ความคิดของเขาดี แต่ปัญหานั้นเกิดตอนจะเริ่ม
จี้เฟยใช้การถ่ายทอดปราณส่งสารมา “มีผู้อาวุโสที่ไม่พอใจกับ
คำสั่งของเจ้านิกาย และพวกเขามาประชุมกันในโถงประชุมแล้ว”
“ทราบแล้ว”
เจียงผิงอันมุ่งหน้าไปที่โถงประชุม
เมื่อมาถึง ผู้อาวุโสกลุ่มหนึ่งก็มารออยู่แล้ว
ยามผู้อาวุโสใหญ่มั่วชงเห็นเจียงผิงอันปรากฏกาย ก็พลันเอ่ย
ปาก
“เรื่องการซื้อทรัพยากรสำคัญมาก เกี่ยวข้องกับการพัฒนา
นิกายเทวมารและชีวิตของศิษย์มากมาย เรามิอาจเปลี่ยนผันตามใจ
เพราะการตัดสินใจของบุคคลเพียงหนึ่งได้!”
เจียงผิงอันชำเลืองอีกฝ่าย
บุตรของตาเฒ่าผู้นี้ประชันแย่งตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์กับเขามา
ก่อน ขัดแข้งขัดขาเขาทุกย่างก้าว
ภายหลัง บุตรของตาเฒ่าผู้นี้ใช้ภาพวาดของมหาจักรพรรดิมา
ลอบสังหารเขา ซึ่งจบโดยความล้มเหลว
ขณะนั้น ตาเฒ่าผู้นี้สังหารบุตรตนด้วยมือตัวเอง สุดท้ายเรื่องจึง
จบลงได้
ยามนี้กลับมาโวยวายอีกแล้ว
เจียงผิงอันเดินไปนั่งที่บัลลังก์ประธาน เอ่ยเบา ๆ ว่า “เรื่องนี้โดย
คร่าว ๆ พวกเจ้าก็น่าจะรู้ ว่าเจ้านิกายผู้นี้มีช่องทางซื้ออาวุธวิเศษและ
โอสถคุณภาพดีในราคาไม่สูง”
“ให้ทรัพยากรกับข้า ข้าก็นำไปซื้อทรัพยากร นี่เป็นเรื่องง่าย ๆ มี
ปัญหาอะไร?”
“แน่นอนว่ามีปัญหา”
มั่วชงเอ่ยปากอีกครั้ง “เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้านิกายมี
ช่องทางซื้อทรัพยากรจริง ๆ? มิได้ฉวยโอกาสยักยอกทรัพยากรของ
สำนัก?”
“ข้าขอให้เจ้านิกายอธิบายหน่อยว่าไปซื้อทรัพยากรจากที่ใด ตา
เฒ่าผู้นี้เพิ่งติดต่อสำนักหลอมโอสถและสำนักต้วนเซียนมาเมื่อครู่
พวกเขามิได้ตกลงอะไรกับเจ้านิกายไว้ ไม่แม้แต่จะเคยได้ยิน”
“สองสำนักนี้เป็นสำนักหลอมโอสถและตีอาวุธอันดับหนึ่งในโลก
หล้าผู้ฝึกตน จะไปหาโอสถและอาวุธวิเศษดีกว่านี้ได้ที่ใด?”
ข้อสงสัยของมั่วชงมีเหตุผล กระทั่งผู้อาวุโสที่ไร้ความขัดแย้งกับ
เจียงผิงอันเองก็สงสัย
“เจ้านิกาย ในเมื่อเจ้ามีช่องทาง ก็บอกมาเถอะว่าช่องทางที่ว่าคือ
อะไร ทุกผู้จะได้สบายใจกัน”
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งข้างกันนั้นเสริมขึ้น
“ข้าอธิบายมิได้ อีกฝ่ายขอให้ข้าเก็บเป็นความลับ”
เจียงผิงอันมิอาจพูดเรื่องใดเกี่ยวกับภพบุกเบิกได้ อย่างน้อยก็
ยามนี้
“ในเมื่อเจ้าบอกไม่ได้ ไฉนต้องให้ทุกคนเชื่อเจ้า? แค่เพราะเจ้า
เป็นเจ้านิกายหรือ?”
น ้าเสียงของมั่วชงเฉยชา “นี่คือการซื้อขายทรัพยากรมูลค่านับ
ล้าน ๆ กฎเกณฑ์ จะแค่ส่งให้เจ้าได้อย่างไร”
“ในฐานะผู้อาวุโสใหญ่ของนิกายเทวมาร ตาเฒ่าผู้นี้ต้อง
รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ตราบใดที่เจ้าไม่บอกว่าซื้อขายอยู่กับใคร ไร้
ช่องทางชัดเจน ก็อย่าหวังเอาทรัพยากรไปได้เลย!”
จี้เฟยถ่ายทอดปราณบอกเจียงผิงอัน “ตระกูลมั่วรับผิดชอบการ
ซื้อขายภายนอกเสมอมา ทรัพยากรบางอย่างถูกยักยอกไปกลางทาง
หากสำนักหยุดการซื้อขายกับภายนอก ตระกูลมั่วก็จะขาดรายได้”
“ดังนั้น ตระกูลมั่วจะหยุดคำสั่งของเจ้าสุดกำลัง เว้นแต่เจ้าจะมีคำ
แถลงที่เชื่อได้”
ทุกผู้ล้วนทราบเจตนาของมั่วชง แต่เหตุผลของเขาที่นำมาค้าน
เจียงผิงอันก็สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับกฎระเบียบ
ด้วยการขัดขวางของมั่วชง เจียงผิงอันจึงไม่มีทางได้ทรัพยากร
มหาศาลไป
อย่าเห็นว่าเจียงผิงอันเป็นเจ้านิกาย แท้จริงเขาหามีอำนาจมาก
นัก เว้นแต่เขาจะเผยผลประโยชน์ที่ทำให้หัวใจปวงชนคนอื่น ๆ
หวั่นไหวได้
“เจ้าจะไม่ยอมให้ข้าเอาทรัพยากรนี่ไปจริง ๆ ใช่หรือไม่?” เจียง
ผิงอันจ้องตรงมาที่มั่วชง
มั่วชงดูขึงขัง “ทรัพยากรนี้เกี่ยวพันกับการพัฒนานิกายเทวมาร
หากถูกผู้มีประสงค์แอบแฝงได้ไป สำนักก็จะเสียหายร้ายแรง”
มั่วชงตั้งมั่นว่าจะกัดไม่ปล่อย อย่าว่าถึงเจียงผิงอันบอกว่าซื้อ
ทรัพยากรที่ไหนไม่ได้เลย ต่อให้เขาบอกได้ เขาก็ยังจะหาทางหยุดไว้
อยู่ดี
หากพวกเขาตระกูลมั่วเสียสิทธิ์ซื้อขายทรัพยากรจากภายนอก
แล้วพวกเขาจะแอบยักยอกเงินกลางทางได้อย่างไร?
เจียงผิงอันกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ทุกคนโปรดเชื่อข้า จะเอา
ทรัพยากรให้ข้าก่อนครึ่งหนึ่งให้ข้าไปซื้อสินค้ามาก่อนก็ได้ พอทุกผู้
เห็นคุณภาพสินค้าก็รู้เอง ข้าอยากทำให้นิกายเทวมารพัฒนาดีขึ้น
กว่านี้จริง ๆ”
“เจ้ายืนยันแล้วอย่างไร? อย่าบอกว่าครึ่งหนึ่งเลย กระทั่งหิน
วิญญาณสักก้อนก็ไม่ได้!”
มั่วชงตั้งมั่นว่าจะต้องมิให้เจียงผิงอันแตะต้องผลประโยชน์ส่วนนี้
เด็ดขาด