สู่วิถีอมตะ - บทที่ 515 ฝ่ายรักษาระเบียบจู่โจมข้า
คนจากฝ่ายรักษาระเบียบจงใจล้อเลียนเจียงผิงอัน ก็เพื่อยั่วโมโห
ให้เขาลงมือ
เจียงผิงอันลงมือนอกสนามประลองยามใด ก็จะเท่ากับละเมิดกฎ
ศาลาเติงเซียน พวกเขาก็จะสามารถลงมือจับตัวได้
“อะไร? มิกล้าลงมือหรือ ดีแต่ปากหรือไร?”
ชางจวงยิ้มเย้ย
เจียงผิงอันชำเลืองเจ้าพวกคนที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอย่าง
เย็นชา
“ข้าจะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าเอง”
ด้ายไหมหลากสีเส้นหนึ่งพลันปรากฏ ทะลวงร่างทุกบุคคลยกเว้น
ชางจวง
เสียงหัวเราะของพวกเขาหยุดลงกะทันหันพร้อมด้วยชีวิตที่ลับ
หาย
ดวงตาของชางจวงเบิกกว้าง สีหน้าตกตะลึง เจ้านี่กล้าลงมือจริง
ๆ!
หลังจากความตกใจผ่านพ้น ชางจวงก็สุดตื่นเต้น เจ้าโง่เจียงผิง
อันกล้าลงมือจริง นี่มิใช่รนหาที่ตายหรือ?
เช่นนี้ เขาก็ลงมือได้แล้ว
ขณะที่ชางจวงกำลังจะอ้าปาก เจียงผิงอันพลันผละถอยไปชน
โถงเบื้องหลังเขา กระอักเลือดพลางแผดเสียงสุดลำคอ
“ทำไมพวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบจึงลงมือกับข้า!”
เสียงนั้นได้รับการเสริมฤทธิ์จากปราณ ขจรขจายหลายสิบลี้
ไม่นานนัก ผู้ฝึกตนใกล้เคียงที่ได้ยินล้วนเหินมาสำรวจ
เหตุการณ์ที่นี่
สีหน้าของชางจวงนิ่งค้าง เขาไม่ได้ทำอะไรเลย!
ชางจวงเดาจุดประสงค์ของเจียงผิงอันได้ทันที “เหลวไหล เจ้าลง
มือก่อนชัด ๆ ข้ามีศิลาบันทึกเงาอยู่!”
ชางจวงคิดหยิบศิลาบันทึกเงาที่เอวออกมา แต่ก็พบว่าศิลา
บันทึกเงาถูกทำลายไปยามใดมิอาจทราบ!
หลักฐานหนึ่งเดียวมลายสิ้น
เจียงผิงอันทรุดลงกุมอกกับพื้น โลหิตหลั่งจากมุมปาก สีหน้า
เคืองแค้นเดือดดาล
“พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบทำตัวเหิมเกริมนัก มาฆ่าคนกันถึงที่!
การกระทำน่ารังเกียจ คนหนีผีไม่คบ!”
เหล่าศิษย์ที่มาตรวจสถานการณ์ดูตะลึง
“ฝ่ายรักษาระเบียบกร่างอำนาจเพียงนี้เลยหรือ?”
“น่ากลัวยิ่งนัก หากภายหน้าฝ่ายรักษาระเบียบครองอำนาจ ก็ไม่
รู้ศาลาเติงเซียนจะเกิดอะไรขึ้นเลย”
“แต่ทำไมจึงมีคนตายจากฝั่งฝ่ายรักษาระเบียบเยอะนัก?”
“เหลวไหล เพราะเจียงผิงอันตอบโต้น่ะสิ ถูกโจมตี ใครบ้างไม่ขัด
ขืน?”
ชางจวงมิคาดว่าเจียงผิงอันจะไร้ยางอายยิ่งกว่าตน และอธิบาย
ต่อปวงชน
“ทุกท่าน อย่าฟังเขากุเรื่อง เขาลงมือก่อนชัด ๆ แล้วทำร้าย
ตัวเองมาใส่ความข้า!”
“ฮ่า ๆ~ โคตรตลกเลย!”
เจียงผิงอันระเบิดหัวเราะด้วยโทสะ พูดราวตนถูกปรักปรำสุดขีด
“พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบเป็นเช่นไร ศิษย์ศาลาเติงเซียนมิรู้ทั่วกัน
แล้วหรือ?”
ศิษย์มากมายที่เร่งรุดมากระซิบกระซาบ สายตาสุดแสนไม่
เชื่อถือชางจวง
ฝ่ายรักษาระเบียบทำเรื่องชั่วช้ามากมาย ไม่ว่าใครก็อดสงสัย
ฝ่ายรักษาระเบียบมิได้
“เกิดอะไรขึ้น?”
หนึ่งเสียงแว่วมา แล้วหลัวซู่ ประมุขศาลาเติงเซียนก็ปรากฏกาย
นางสวมชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน ดุจใบไม้งอกใหม่ยามวสันต์ เบา
บางพริ้งพราย
เมื่อพบประมุขศาลา ศิษย์ศาลาเติงเซียนทุกผู้ก็เหินลงจากเวหา
คุกเข่ากุมกำปั้นคารวะ
“ใต้เท้าประมุขศาลา!”
ชางจวงทราบแล้วว่าเรื่องนี้ทวีคูณใหญ่โต รีบใช้ยันต์สื่อสาร
ติดต่อผู้อาวุโสฮั่วทันที
เจียงผิงอันสุดแสนไม่พอใจ “ประมุขศาลา ข้าสงสัยว่าคนจาก
ฝ่ายรักษาระเบียบจะเป็นไส้ศึกทั้งหมดขอรับ พวกเขาถึงกับฆ่าคน
อย่างอุกอาจ!”
“เหลวไหล! เจ้าใส่ความเราชัด ๆ ไม่ว่าเราจะโง่เพียงไร เราก็ไม่
ลงมืออย่างโจ่งแจ้งหรอก!”
ชางจวงร่างสะท้านด้วยโทสะ ในที่สุดก็เข้าใจว่ายามพวกเขา
รังแกคนก่อนหน้านี้ ฝ่ายถูกรังแกรู้สึกเช่นไร
เจียงผิงอันโจมตีต่อไป “เรื่องพวกนี้ พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบ
ทำมาน้อยที่ไหน?”
“พวกเจ้ามีคนเยอะแยะ ตั้งใจฆ่าข้าก่อนแล้วค่อยสารภาพร่วมกัน
แต่ข้าแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้าคิด มิได้ตายด้วยน ้ามือพวกเจ้า แผนจึง
ล่มไม่เป็นท่า…”
ขณะเจียงผิงอันพูดเช่นนี้ เขาพลันกระอักเลือดอีกคำ ดูบาดเจ็บ
สาหัส
หลัวซู่ชำเลืองเจียงผิงอัน ลอบกล่าวในใจว่าเด็กนี่เล่นละครเก่ง
จริง ๆ
แน่นอน นางรู้ว่าเจียงผิงอันกำลังเล่นละคร เพราะนางจับตามอง
ที่นี่อยู่สักพักแล้ว
หลัวซู่พอใจกับการกระทำของเจียงผิงอันยิ่ง แต่ใบหน้าของนาง
เย็นเยียบดุจน ้าแข็งเกาะ เอ่ยขึ้นเสียงเย็น
“ฝ่ายรักษาระเบียบเมินเฉยต่อกฎของศาลาเติงเซียน ลงมือกับ
ศิษย์ศาลาเติงเซียนสุ่มสี่สุ่มห้า จับเข้าคุกมืด!”
ชางจวงคุกเข่าตะโกน “ประมุขศาลา! ข้าถูกใส่ความขอรับ!”
เจียงผิงอันกล่าวจากข้างตัว “ยามเจ้าเข้าคุกมืดไป ก็จะพบว่าคน
ข้างในก็ร้องเหมือนเจ้าแหละ”
ชางจวง “…”
หลัวซู่ปริปากอีกครั้ง เสียงของนางแพร่ไปทั่วสำนัก
“เพื่อให้แน่ใจว่าศิษย์ศาลาเติงเซียนจะได้ฝึกฝนตามปกติ และ
เพื่อรักษาบรรยากาศของศาลาเติงเซียน จากวันนี้ไป ฝ่ายธำรงสันติ
จะถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ”
“เจียงผิงอันได้รับแต่งตั้งเป็นทูตธำรงสันติคนแรก รับหน้าที่ดูแล
การรักษาระเบียบของฝ่ายรักษาระเบียบ มีอำนาจเทียบเท่าผู้อาวุโส
คนหนึ่ง”
“หากพบเจ้าหน้าที่รักษาระเบียบกระทำการไม่ยุติธรรม สามารถ
ติดต่อรายงานฝ่ายธำรงสันติได้เลย”
เมื่อศิษย์ศาลาเติงเซียนทั้งหลายได้ยินเช่นนี้ พวกเขาล้วนตก
ตะลึงถ้วนหน้า
“อำนาจของเจียงผิงอันเทียบเท่าผู้อาวุโสท่านหนึ่ง? เขามีดี
อะไร!”
“ตั้งอะไรมาก็ไร้ประโยชน์ ก่อนหน้านี้ก็มีฝ่ายอะไรแบบนี้แหละ
แต่สุดท้ายก็มิถูกฝ่ายรักษาระเบียบทำลายไปอยู่ดีหรือ?”
“ฝ่ายรักษาระเบียบมีอำนาจมากเกินไป จัดการได้ยากยิ่ง”
คนมากมายมิได้มองฝ่ายธำรงสันติดีนัก
กระทั่งผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ยังมิกล้าล่วงเกินฝ่ายรักษาระเบียบ เจียง
ผิงอันลำพังซึ่งยังไม่บรรลุขอบเขตบูรณาการด้วยซ ้าจะนับเป็นอะไร?
เขาจะทำอะไรได้?
คนจากฝ่ายรักษาระเบียบยิ่งมิคิดมากมาย
เจียงผิงอันแค่คนเดียว จะมาสู้ผู้ฝึกตนนับแสนของฝ่ายรักษา
ระเบียบได้อย่างไร?
หลัวซู่ยกมือ โยนป้ายสีทองป้ายหนึ่งให้เจียงผิงอัน พลาง
ถ่ายทอดปราณกล่าว
“นี่คือป้ายของข้า ด้วยป้ายนี้ เจ้าจะทำการได้โดยไร้อุปสรรคใน
ศาลาเติงเซียน หากเกิดอะไรขึ้น ข้าจะปรากฏตัวทันที งานของเจ้ามี
เพียงหนึ่ง ซึ่งก็คือก่อปัญหา”
“รับทราบขอรับ”
เจียงผิงอันรู้ว่าการก่อตั้งฝ่ายธำรงสันติ แท้จริงมิได้ทำเพื่อ
ควบคุมฝ่ายรักษาระเบียบหรอก
จุดประสงค์คือให้เขาสร้างปัญหา แล้วหลัวซู่จะฉวยโอกาสนี้ลง
มือกวาดล้างฝ่ายรักษาระเบียบเสีย
เจียงผิงอันหันไปกล่าวกับชางจวง “พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบ
เมินเฉยต่อกฎเกณฑ์ ลงมือโจมตีข้า ข้าสงสัยว่าจะมีผู้ชักใยอยู่
เบื้องหลัง ยามนี้ข้าจะส่งเจ้าไปเข้ารับการสืบสวนที่คุกมืด”
ชางจวงมิกล้าขัดขืน ประมุขศาลาอยู่ที่นี่ หากเขาดิ้นรน ก็อาจ
ถูกฆ่าทันที
เจียงผิงอันพาชางจวงไปสู่คุกมืด
ในคุกมืดมีพลังมืดหนาแน่น ชวนอึดอัดไม่สบายใจยิ่ง
ชางจวงเกลียดพลังนี้มาก ร่างเทวะสุดขั้วหยางของเขาเป็น
อำนาจหยางสูงสุด แต่สภาพแวดล้อมที่นี่สุดขั้วไปทางหยิน สองขั้ว
ขัดแย้งกัน
เจียงผิงอันพาชางจวงมาที่คุกมืดชั้นสี่ ซึ่งมีไว้ขังยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการ
แต่เมื่อเจียงผิงอันมาถึงชั้นสี่ ก็พบว่าชั้นสี่ไม่มีผู้ใดเลย
ทันใดนั้นเอง ทางเข้าชั้นสี่พลันปิดตัวสนิท
ชางจวงหันมายิ้มชั่วร้าย มองเจียงผิงอันอย่างเย้าหยอก
“เจ้าคงไม่รู้กระมัง แต่คุกมืดทั้งคุกนี้อยู่ในควบคุมของเราฝ่าย
รักษาระเบียบ”
“อีกไม่นาน ข่าวลือก็จะปรากฏ ว่าในวันแรกที่ทูตธำรงสันติเจียง
ผิงอันทำหน้าที่ ก็เข้ามาในคุกมือชั้นสี่แล้วถูกวิญญาณร้ายกลืนกิน
ไป”
นับแต่ระหว่างเดินทางมา คนของฝ่ายรักษาระเบียบก็จัดแจง
อพยพคนให้เขาลงมือแล้ว
เจียงผิงอันมองไปรอบ ๆ แล้วถามเบา ๆ “แค่เจ้าหรือ?”
“ข้าลำพังก็เพียงพอฆ่าเจ้าแล้ว!”
ชางจวงพลันเงื้อหมัดฟาดใส่เจียงผิงอัน เปลวเพลิงลุกโชนทั่วร่าง
วารีทมิฬรอบกายเดือดปุด
ชางจวงติดห้าอันดับแรกในหมู่ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตบูรณา
การทั่วทั้งศาลาเติงเซียน
มีเพียงโหยวเชียนชิว หร่านหงเฉินและเซินถูอี้เท่านั้นที่จะคุกคาม
เขาได้
ก่อนหน้านี้ในมิติศาลาเซียน ชางจวงถูกเจียงผิงอันกำจัดโดยใช้
พลังวิญญาณ ทำให้เขาขัดข้องหมองใจยิ่ง
ยามนี้ ในห้วงจิตสำนึกของเขามีผนึกป้องกันอิทธิพลพลัง
วิญญาณ พลังวิญญาณของเจียงผิงอันทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว
ในฐานะร่างเทวะสุดขั้วหยาง การฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญ
ตาคนเดียวง่ายเหลือแสน!