สู่วิถีอมตะ - บทที่ 519 ละเลงเลือดย้อมฝ่ายรักษาระเบียบ
ศิษย์ศาลาเติงเซียนแห่แหนมามุงหน้าประตูโถงรักษาระเบียบมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะมองเจียงผิงอันเข่นฆ่าอหังการ พวกเขาก็คิดไปว่าเหมือน
ตนฝันอยู่
เขากล้าดีเช่นไรมาก่อเรื่องกับฝ่ายรักษาระเบียบ เสียสติไปแล้ว
หรือ?
เบื้องหลังฝ่ายรักษาระเบียบมีเซียนอยู่ผู้หนึ่งนะ!
หัวกะทิจากฝ่ายรักษาระเบียบกลุ่มนี้มิอาจหยุดเจียงผิงอันได้เลย
ชุดเกราะแหลกกระจาย ศาสตราแตกสลาย ล้มลงจมกองเลือด
“เจียงผิงอันใช้วิชาอะไรอยู่? ทำไมจึงให้ภาพฉายของผู้อื่นมา
ช่วยสู้ได้?”
ครั้งก่อนในศึกศาลาเซียน เจียงผิงอันสร้างภาพฉายของจินตี๋
และครั้งนี้ เขาสร้างภาพฉายของชางจวง
นอกจากนั้น ภาพฉายนี้ยังมีพลังต่อสู้ของชางจวง ใช้ได้กระทั่ง
วิชาของชางจวง!
“วิชานี้น่ากลัวไปแล้ว”
“นี่มิได้หมายความหรือว่าเจียงผิงอันมีพลังต่อสู้ของร่างเทวะสุด
ขั้วหยางชางจวง?”
“มิใช่เช่นนั้นหรอก นี่น่าจะเป็นวิชาลับพลังวิญญาณบางอย่างที่
ใช้พลังวิญญาณของเจียงผิงอัน เขาในยามนี้จึงมิได้ควบคุมด้ายไหม
วิญญาณหรือใช้วิชามายาอะไร”
มีคนบางผู้เห็นข้อจำกัดของ ‘เวียนกำเนิด’
ยิ่งควบคุมภาพฉายแข็งแกร่ง การสิ้นเปลืองพลังวิญญาณของ
เจียงผิงอันยิ่งเพิ่มสูง
เจียงผิงอันควบคุมภาพฉายของร่างเทวะสุดขั้วหยางอย่างเต็มที่
จึงมิอาจแบ่งพลังวิญญาณมาใช้กับการโจมตีอื่น ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น ในชั่วกาลอันสั้น เจียงผิงอันก็บรรลุพลังของชาง
จวง
สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกตนมากมายริษยา
“หัวหน้าชางจวงรู้ยามใดว่าเจียงผิงอันใช้ภาพฉายของเขา คง
หงุดหงิดใจสุด ๆ แน่ และยามนั้น เจียงผิงอันจะถูกหมายหัวแน่นอน”
“ใช่เลย ผู้ใดถูกลอกพลัง ผู้นั้นย่อมไม่ปรีดา”
“ด้วยความแข็งแกร่งของชางจวง หมัดเดียวเจียงผิงอันก็แหลก
แล้ว”
คนเหล่านี้รู้เพียงว่าเจียงผิงอันให้ภาพฉายผู้อื่นมาช่วยสู้ได้ แต่
หารู้ไม่ว่าภาพฉายจะมีเพียงผู้ที่ถูกเขาฆ่าเท่านั้น…
ที่ทางเข้าโถงรักษาระเบียบ เจียงผิงอันควบคุมภาพฉายของร่าง
เทวะสุดขั้วหยางประมือผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบ โลหิตย้อมพื้น
แดงฉาน
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนซึ่งมามุงดูทั้งตกใจและกระปรี้กระเปร่า
สิ่งที่พวกเขาฝันกลางวันถึง กลับมีใครคนหนึ่งทำได้
“แปลกจริง ทำไมพวกยอดฝีมือของฝ่ายรักษาระเบียบยังไม่
ออกมาฆ่าเจียงผิงอันอีก?”
ศิษย์ศาลาเติงเซียนมากมายงุนงง เรื่องอึกทึกขนาดนี้ ก็ควรมี
ยอดฝีมือออกมาได้แล้วสิ
แต่เจียงผิงอันฆ่าคนไปมากมาย ยอดฝีมือของฝ่ายรักษาระเบียบ
ก็มิได้ออกมา
หากยอดฝีมือขอบเขตมหายานไม่ออกมาก็ยังพอว่า แต่ไฉน
ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ในขอบเขตบูรณาการจึงไม่ออกมา?
“ยังไม่เข้าใจอีกหรือ?”
ผู้ฝึกตนชราคนหนึ่งลูบเครา เอ่ยขึ้นเสียงเนิบนาบ “เหตุที่เจียงผิง
อันกล้าลงมือที่นี่ ก็น่าจะเป็นเพราะจำนงของประมุขศาลา”
“เจียงผิงอันต้องได้หลักฐานการละเมิดกฎของฝ่ายรักษาระเบียบ
มาแล้ว เขาจึงพาคนมาพร้อมหลักฐาน หากยอดฝีมือของฝ่ายรักษา
ระเบียบกล้าลงมือ ประมุขศาลาก็จะมีเหตุผลในการลงมือกับพวก
เขา”
“นี่คือสาเหตุที่ยอดฝีมือจากฝ่ายรักษาระเบียบมิกล้าออกจากโถง
รักษาระเบียบ ไม่มีใครอยากเป็นวิหคเป้าเกาทัณฑ์หรอก”
ได้ยินเช่นนี้ ศิษย์มากมายก็พอประจักษ์แจ้งบางสิ่ง
“มิน่าเล่า เจียงผิงอันจึงกล้าผงาดผยอง ที่แท้ก็เพราะมีประมุข
ศาลาหนุนหลัง” ผู้ฝึกตนหนุ่มคนหนึ่งพลันกระจ่างแจ้ง
ผู้ฝึกตนชราเหลือกตาใส่ผู้ฝึกตนหนุ่ม “หากเป็นเจ้า ต่อให้มีผู้
หนุนหลัง เจ้าจะกล้าหรือไม่? สามารถพอหรือเปล่า?”
ผู้ฝึกตนหนุ่มดูไม่เชื่อ “ข้าไร้ผู้หนุนหลัง แต่หากมี ข้ากล้า
แน่นอน”
ผู้ฝึกตนชราสีท่าทีดูแคลน หาพูดอะไรไม่
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ก็จะมีพวกสำคัญตัวสูงอยู่เสมอ
โอกาสไม่เคยเป็นสิ่งที่บุคคลเบื้องบนหยิบยื่นให้ใคร แต่เจียงผิง
อันได้มันมาเพราะความแข็งแกร่งของตน
ตู้ม!
ร่างเทวะสุดขั้วหยางออกหมัดสุดแรง ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบ
มากมายผลาญเผาเป็นธุลี
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ขวัญผวาจนถอยกรูดไม่หยุดนิ่ง
เจียงผิงอันเหยียบย ่าบนกองเลือด ทุกย่างก้าวของเขาทำให้เหล่า
ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบก้าวถอยหนึ่งหน มองหน้ากันไปมา ไร้
ผู้ใดกล้าเดินออกไป
เจียงผิงอันตะโกนเสียงดัง “ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เริ่นจวิน
หัวหน้ากลุ่มของพวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบเมินเฉยต่อกฎสำนัก
วางแผนฆ่าทูตธำรงสันติอย่างโจ่งแจ้ง ความผิดร้ายแรงสุดขั้ว ผู้ใด
กล้าขัดขวางจะถูกถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ประหารทันที!”
“นอกจากนั้น เพื่อให้ได้สิทธิ์ไปยังศาลาสาขาหลัก หวังหู่เจ๋อจาก
ฝ่ายรักษาระเบียบทำร้ายคู่บำเพ็ญของเฉิงฮั่น จงใจใส่ความเฉิงฮั่นให้
ถูกขังในคุก ยามนี้มีหลักฐานแล้ว”
“ผู้สมรู้ร่วมคิดและผู้กระทำผิดทั้งหมดออกมาเสีย หาไม่ ต้องรับ
ผลภายหลังเอง!”
เสียงแข็งกร้าวของเจียงผิงอันสะท้อนบนท้องนภาเหนือโถงรักษา
ระเบียบ จิตสังหารคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทิศ
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนซึ่งเดิมมามุงดูอยู่ด้านหลังเฉย ๆ รู้สึกว่า
หัวใจพวกตนเต้นถี่รัว พวกเขาวาดฝันในใจถึงเรื่องต่อกรกับฝ่าย
รักษาระเบียบมาแล้วเกินนับหน
แต่นั่นก็เป็นเพียงฝันกลางวันในใจ มิกล้ากระทบกระทั่งกับฝ่าย
รักษาระเบียบอย่างแท้จริง
แม้พวกเขาก็มีอคติกับเจียงผิงอัน แต่ยามนี้ พวกเขาก็ยังรู้สึกว่า
เจียงผิงอันทำได้ดี
“เจ้ามีหลักฐานอะไรมาบอกว่าข้าวางแผนทำร้ายเจ้า?”
ผู้ฝึกคนผิวซีด ดวงตาสามเหลี่ยมผู้หนึ่งก้าวออกมา
ผู้ฝึกตนทั่วไปของฝ่ายรักษาระเบียบผ่อนหายใจโล่งอก ในที่สุด
เริ่นจวินก็ออกมา หากเขายังไม่ออกมาอีก พวกเขาจะหนีกันเองแล้ว
นะ
ดวงตาเย็นชาของเริ่นจวินจ้องมาที่เจียงผิงอัน
“จะธำรงกฎต้องมีหลักฐาน ยามนี้ปวงชนมองอยู่ หากเจ้าไม่มี
หลักฐานมาแสดง พูดแค่ว่าข้าวางแผนทำร้ายเจ้า นั่นก็เท่ากับใส่
ความกัน!”
เฉิงฮั่นปริปากพูด “ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบในคุกมืดยอมสารภาพ
แล้วว่าเป็นเจ้าที่วางแผนฆ่าเจียงผิงอัน”
“ฮ่า ๆ คนสองคนพูดก็เป็นหลักฐานได้หรือ? ข้าก็แค่หาคนสอง
สามคนมาเป็นพยาน บอกว่าพวกเจ้าฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไม่แยกแยะก็
ได้สิ”
เริ่นจวินกอดอก ใบหน้าเปี่ยมความเหยียดหยาม “เจียงผิงอัน ใน
เมื่อเจ้าไม่มีหลักฐาน ก็จะเป็นคราวของเราฝ่ายรักษาระเบียบลงมือ
บ้างล่ะ”
“เจ้าล่วงล ้าเข้ามาในถิ่นของเราฝ่ายรักษาระเบียบ ฆ่าศิษย์ร่วม
สำนัก ความผิดของเจ้าร้ายแรงอย่างยิ่ง ต ่าช้าสามานย์…”
เปรี้ยง!
เริ่นจวินยังพูดไม่ทันจบ ร่างซีกขวาของเขาก็ระเบิดเละ โลหิต
ย้อมประตูจนแดงฉาน
ผู้ลงมือก็คือเจียงผิงอัน
เขาสวมถุงมือสมบัติลับสีดำคู่หนึ่ง นี่เป็นสิ่งที่หลานชายของเสี่ยว
เซียง จักรพรรดิเฉียนว่านซานแห่งราชวงศ์ต้าเฉียนให้เขาไว้
เดิมที ถุงมือคู่นี้เสียหายอยู่ แต่เจียงผิงอันซ่อมมันด้วยอ่าง
สัมฤทธิผล
ถุงมือคู่นี้มีอำนาจท่องมิติ มีประโยชน์ยามลอบโจมตีอย่างยิ่ง
เมื่อบรรลุขอบเขตบูรณาการ การตายยากเย็นอย่างยิ่ง แม้เริ่น
จวินจะร่างระเบิดไปครึ่งตัว เขาก็ยังไม่ตาย
แต่ถึงจะไม่ตาย ร่างกายของเขาก็เสียหายแล้ว
เพราะถึงอย่างไร นี่ก็คือการโจมตีจากสมบัติลับ เปรอะเปื้อนด้วย
ร่องรอยกฎมหาเต๋า
เริ่นจวินมองร่างซึ่งระเบิดแหลกของตน ทั้งตกใจและเดือดดาล
แผดเสียงออกมาดังลั่น
“เจียงผิงอัน! เจ้าลงมือกับข้าโดยไร้หลักฐาน หามีกฎเกณฑ์ใน
สายตาไม่! ลุแก่อำนาจไม่แยกแยะ!”
ปวงชนล้วนตกใจถ้วนหน้า
ก่อนหน้านี้ ลงมือยังมีเหตุผล แต่ยามนี้ไม่ต้องใช้เหตุผลแล้ว
หรือ?
เจียงผิงอันเอื้อมมือออกไปอีกครั้ง ข้ามมิติไปคว้าคอเริ่นจวินแล้ว
ลากมาตรงหน้าตน
“เจ้าจะทำอะไร!”
เสียงของเริ่นจวินสั่นเครือ
ในที่สุดเขาก็รู้ว่าทำไมชางจวงจึงฆ่าเจียงผิงอันไม่ได้ ที่แท้เจียง
ผิงอันก็มีสมบัติลับชิ้นหนึ่งคุ้มกาย
ประมุขศาลาให้ของดี ๆ กับเจียงผิงอันกี่ชิ้นกัน?
“เจ้าว่าอะไรนะ? บอกว่าฮั่วไห่โจว ผู้อาวุโสของฝ่ายรักษาระเบียบ
บอกให้เจ้าลงมือกับข้ารึ!”
เจียงผิงอันพลันอุทาน
เริ่นจวินผงะ “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร ข้าไม่ได้พูด…”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันเหวี่ยงร่างเริ่นจวินลงรุนแรงจนพื้นร้าว เศษศิลากระจัด
กระจายทั่วทิศ
เจียงผิงอันเหยียบปากเริ่นจวิน ตะโกนเสียงดัง “อะไรนะ! เจ้ายัง
บอกอีกว่าฮั่วไห่โจวเป็นไส้ศึกจากเคหาสน์เทพจันทรา! เขาร่วมมือ
กับเคหาสน์เทพจันทรามาทำลายความสามัคคีของเราศาลาเติงเซียน
จึงให้ฝ่ายรักษาระเบียบกระทำการตามใจชอบ?”
ดวงตาของเริ่นจวินเบิกกว้าง แต่ยามจะอธิบาย เจียงผิงอันก็ออก
หมัดดับสติของเขาไปในคราวเดียว
แน่นิ่งไม่เหลือลม
เจียงผิงอันลุกขึ้น เช็ดเลือดออกจากถุงมือ ก่อนจะกล่าวกับปวง
ชนรอบกาย
“ทุกท่านได้ยินแล้ว เมื่อครู่เริ่นจวินสารภาพว่าฮั่วไห่โจว ผู้อาวุโส
ของฝ่ายรักษาระเบียบเป็นสายลับสมคบคิดกับเคหาสน์เทพจันทรา
กระทำการโหดเหี้ยมกดขี่ข้าและศิษย์สำนักทุกท่าน”
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบ “???”
ผู้ชมทั้งหลาย “…”
หูพวกเขาหนวกหรือ?
ไฉนจึงไม่ได้ยินอะไรเลย?