สู่วิถีอมตะ - บทที่ 520 เราถูกจับได้แล้ว
ที่หน้าโถงรักษาระเบียบ ซากศพกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด ไร้
ซึ่งสำเนียงใด ๆ
ทุกสายตาจดจ้องที่เจียงผิงอัน
พวกเขาเคยเห็นอัจฉริยะล ้าเลิศมามากมาย ผู้ฝึกตนอวดเก่งถือ
ตัวก็มากนัก
แต่พวกเขาสาบาน ว่าไม่เคยเห็นผู้ใดหยิ่งผยองเกินเจียงผิงอัน
เลย
สังหารคนต่อหน้าผู้คนมากมายโดยไร้ความตะขิดตะขวง
กระทั่งผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบยังมิกล้าเหิมเกริมอุกอาจ
เพียงนี้
ในด้านความหยิ่งผยอง เจียงผิงอันเอาอันดับหนึ่งไปเลย
เฉิงฮั่นผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะคืนสติก่อนใคร และหันไป
ตะโกนบอกปวงชน
“ฝ่ายรักษาระเบียบอหังการไม่สนกฎเกณฑ์ ผู้อาวุโสร่วมมือกับ
เคหาสน์เทพจันทรามารังแกศิษย์ศาลาเติงเซียน!”
“ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่าน เราจะต้องทนอีกนานเพียงไร!”
“โอกาสถอนฝ่ายรักษาระเบียบอยู่ตรงหน้าแล้ว!”
เหล่าผู้ฝึกตนมุงร่างสะท้าน
ทั่วทั้งศาลาเติงเซียน ผู้ฝึกตนไร้ผู้หนุนหลังแทบทุกนามล้วนถูก
ฝ่ายรักษาระเบียบหมายหัวรังแกถ้วนหน้า
พวกเขามิกล้าขัดขืน เพราะหากขัดขืนยามใด พวกเขาก็อาจดับ
สูญหายไปอย่างไร้เหตุผล ยามพวกเขาถูกขูดรีดทรัพยากร ก็ทำได้
เพียงกล ้ากลืนฝืนทน
ยามนี้ โอกาสตัดกำลังฝ่ายรักษาระเบียบปรากฏอยู่ตรงหน้านี้เอง
“ถอดถอนฝ่ายรักษาระเบียบ!”
ศิษย์บางคนตะโกนเสริม
สีหน้าของศิษย์บางคนแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง พวกเขามิกล้าขัด
ขืน จึงหนีหายไปอย่างรวดเร็วด้วยกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วย
ผู้ฝึกตนหลายคนแม้กลัวก็ไม่หนีหาย พวกเขาประสานเสียง
ตะโกนลั่น
“ฝ่ายรักษาระเบียบอหังการไม่สนกฎเกณฑ์ ผู้อาวุโสร่วมมือกับ
เคหาสน์เทพจันทรา! ถอดถอนฝ่ายรักษาระเบียบ!”
“ถอดถอนฝ่ายรักษาระเบียบ!”
เสียงคำรามเปี่ยมความแค้นเคืองสะท้อนทั่วฟ้า
ยามคนน้อย พวกเขาก็มิกล้าพูดมาก แต่เมื่อปวงชนอยู่พร้อม
หน้า พวกเขาก็ตะโกนความคิดในใจออกมา
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนรวบรวมความกล้า เร่งรุดมาจากทั่ว
สารทิศ ยืนกลางเวหา ตะโกนใส่ฝ่ายรักษาระเบียบ
“ฝ่ายรักษาระเบียบอหังการไม่สนกฎเกณฑ์ ผู้อาวุโสร่วมมือกับ
เคหาสน์เทพจันทรามารังแกศิษย์ศาลาเติงเซียน! ถอดถอนฝ่ายรักษา
ระเบียบ!”
คนทั้งหลายล้วนรู้ว่า ผู้อาวุโสของฝ่ายรักษาระเบียบมิใช่ไส้ศึก
หรอก
แต่สัจธรรมหาสำคัญไม่ มีเพียง ‘ผลลัพธ์’ อันเป็นประโยชน์แก่
คนส่วนใหญ่ต่างหากที่สำคัญ
การหายไปของฝ่ายรักษาระเบียบคือผลลัพธ์ที่ทุกผู้คาดหวัง
เสียงตะโกนของศิษย์เกินคณานับสะท้อนในศาลาเติงเซียน แผ่
ไปถึงโถงหลักลึกเข้าไปในที่ทำการฝ่ายรักษาระเบียบด้วยเช่นกัน
ใบหน้าเฒ่าชราของฮั่วไห่โจวบูดบึ้ง เขากล่าวกับชายหนุ่มรูป
งามข้างตัวว่า
“ท่านพ่อ เจียงผิงอันผู้นี้อาจรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับ
เคหาสน์เทพจันทราจริง ๆ หรือหลัวซู่ผู้หญิงนั่นจะพบเงื่อนงำอะไร
ขอรับ?”
เจียงผิงอันผู้นี้ คำสองคำก็บอกว่าเขาเป็นไส้ศึก
ครั้งแรกเขามิได้ใส่ใจ แต่ครั้งนี้เอาอีกแล้ว
ในยามนี้ฮั่วไห่โจวสงสัยแล้วว่าประมุขศาลาอาจพบพิรุธ และจง
ใจให้เจียงผิงอันมาลองเชิงพวกเขา
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้
ฮั่วหร่วนครุ่นคิดเนิ่นนาน “บางทีอาจรู้แล้วก็ได้ แต่อีกฝ่ายยังไม่มี
หลักฐานชัดเจน เลยมาลองเชิงเรา”
“ต้องเปลี่ยนแผน”
เดิมที ฮั่วหร่วนอยากขับหลัวซู่ออก ชิงตำแหน่งมาเองแล้ว
ควบคุมศาลาเติงเซียน แต่ยามนี้ หลัวซู่สงสัยพวกเขา และส่งเจียงผิง
อันมาลองเชิงแล้ว
แผนเดิมไม่ได้ผลแน่นอน
ฮั่วหร่วนเอ่ยปาก เสียงของเขาแผ่ออกไปทั่วทั้งศาลาเติงเซียน
“ยุบฝ่ายรักษาระเบียบ มีผลเดี๋ยวนี้”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบมากมายก็แปรเปลี่ยน
อย่างมหันต์
ในอดีต พวกเขาใช้สถานะฝ่ายรักษาระเบียบของพวกตนกดขี่
ศิษย์ทั่วไปทุกวันคืน หากจะให้พวกเขากลับสู่สถานะดั้งเดิม ชีวิตของ
พวกเขารันทดแน่ ๆ
นี่มันเพราะอะไรกัน?
ประมุขศาลาก็เคยโจมตีฝ่ายรักษาระเบียบมาก่อน พวกเขาก็
รอดอันตรายมาแล้วหลายหน แต่เหตุใดครั้งนี้จึงยุบฝ่ายไปกะทันหัน?
อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนของฝ่ายรักษาระเบียบเลย กระทั่งหลัวซู่และผู้
อาวุโสคนอื่น ๆ ที่ให้ความสนใจกับที่นี่อยู่ต่างก็สุดงุนงงสับสน
เหตุใดจู่ ๆ ฝ่ายรักษาระเบียบก็ยุบตัวเอง?
หลัวซู่พร้อมทำศึกยืดเยื้อกับฝ่ายรักษาระเบียบ แต่การเตรียมตัว
ก่อนหน้านี้ของนางล้วนเสียเปล่า
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ปวงชนทั่วทั้งศาลาเติงเซียนล้วนตะลึงนิ่ง
หลังความเงียบอันยาวนาน เสียงโห่ร้องก็กระหึ่มลั่นสำนัก
“ฮ่า ๆ ประเสริฐ! ฝ่ายรักษาระเบียบยุบแล้ว!”
“มีสารเลวบางตัวในฝ่ายรักษาระเบียบปล้นผลึกวิญญาณข้าไป
มากมาย กระทั่งฆ่าสหายข้า ครั้งนี้ข้าจะฆ่าพวกมัน!”
“ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกดขี่อีกต่อไปแล้ว!”
“ต้องขอบคุณเจียงผิงอัน หากเขาไม่ยอมเสี่ยงมาสู้กับฝ่ายรักษา
ระเบียบ รอตลอดไปก็อาจไม่มีวันนี้”
ทุกสายตาหันมองเจียงผิงอันซึ่งยืนอยู่หน้าสุดกันอีกครั้ง
ขณะนี้ เขาตระหนักแล้วว่าแผ่นหลังนี้สูงใหญ่ยิ่งนัก
แม้หลายคนจะเดาได้ว่าเจียงผิงอันมาก่อเรื่องที่นี่เพราะมีประมุข
ศาลาหนุนหลังก็ตาม
แต่มิใช่ว่าทุกผู้จะกล้าพอเผชิญหน้าศัตรูทรงพลังด้วยตนเอง
เพราะหากไม่ระวัง ก็อาจตายได้
เฉิงฮั่นกุมกำปั้นคารวะเจียงผิงอัน “สหายเจียง นับถือ”
หากมิใช่เพราะต้องล้างแค้นให้ภรรยา เขาคงมิกล้ามาปรากฏตัว
ที่นี่เลย แต่เจียงผิงอันกลับกล้าบุกฆ่าคนในฝ่ายรักษาระเบียบ
เจียงผิงอันกะพริบตาอย่างงุนงง
เขามิคาดว่าฝ่ายรักษาระเบียบจะยุบตัวกะทันหันเช่นนี้ เขาคิดว่า
ฝ่ายรักษาระเบียบจะขัดขืนแน่ ๆ
กระทั่งเตรียมรับผลลัพธ์ร้ายแรงที่สุด เผชิญการโจมตีของยอด
ฝีมือไว้แล้ว
แต่ทุกสิ่งมิได้เกิดขึ้นจริง
ประหลาดแท้
“เรื่องต่อจากนี้ พวกเจ้าจัดการกันเองนะ”
เจียงผิงอันหันกายจากไป
เรื่องของฝ่ายรักษาระเบียบสะสางแล้ว เขาก็ควรทำเรื่องของ
ตัวเองต่อไป
เผ่ามนุษย์ที่ภพแร้นแค้นอีกฝั่งหนึ่งกำลังเผชิญวิกฤติ ขาดแคลน
อาวุธและโอสถ เขาจึงอยากนำทรัพยากรบางส่วนกลับไปขายกิน
ส่วนต่าง
ยามเผ่าปีศาจบุกโจมตีแล้วพบว่าอาวุธของเผ่ามนุษย์เปลี่ยนไป
อย่างมหาศาล ก็ไม่รู้จะทำหน้ากันอย่างไร
เจียงผิงอันเพิ่งก้าวเท้าได้สองหน ภาพเบื้องหน้าก็พลันพร่ามัว
หายตัวไปจากที่โดยพลัน
เมื่อเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็มาอยู่ในเรือนพักของประมุขศาลา
หลัวซู่แล้ว
หลัวซู่กำลังดื่มชา มีเฉียนฮวั่นโหรวนั่งอยู่ข้างนาง ทั้งสอง
ประหนึ่งเป็นสหาย ให้บรรยากาศเช่นสตรีสูงศักดิ์
หลัวซู่ไม่รู้อายุของเฉียนฮวั่นโหรว แต่นางรู้สึกว่าสามารถพูดคุย
ฉันมิตรได้ จึงค่อย ๆ เสวนาจนกลายเป็นสหายสนิทกัน
“ใต้เท้าประมุขศาลา”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะอย่างสุภาพ
หลัวซู่จิบชาพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก ฝ่ายรักษาระเบียบไม่เหลือแล้ว แต่ศาลา
เติงเซียนจะขาดฝ่ายดูแลกฎระเบียบมิได้ ดังนั้นจึงมอบหมายหน้าที่
ให้เจ้าตั้งฝ่ายธำรงสันติ มีสิทธิ์สั่งการเท่าผู้อาวุโส”
กล่าวได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญสุดขั้วที่ผู้ฝึกตนซึ่งทำความเข้าใจ
กฎเกณฑ์เพียงขั้นสามจะมีสิทธิ์สั่งการเช่นผู้อาวุโส
ทั่วทั้งศาลาเติงเซียน หาบุคคลอื่นไม่มีแล้ว
“ขออภัยขอรับ ประมุขศาลา เรื่องนี้ข้าไม่ทราบมากนัก ให้ผู้อื่น
รับผิดชอบเรื่องเหล่านี้แทนเถิด”
เจียงผิงอันปฏิเสธทันที
เขาไม่ชอบรับมือเรื่องหยุมหยิม จุดหมายของเขาคือบากบั่นหา
เงิน ฝึกฝนให้บรรลุเซียน และหาทางคืนชีพ
หลัวซู่ประหลาดใจ มิใช่ทุกคนที่ปฏิเสธความเย้ายวนของอำนาจ
ได้
นางพยักหน้า “ก็ได้ งั้นข้าจะไปหาคนมา”
“ช่วงนี้จะมีการแข่งขันอัจฉริยะกับเคหาสน์เทพจันทรา พลังต่อสู้
ของเจ้าไม่เลว ไร้เทียมทานในขอบเขตหลอมสุญตา ช่วยเหลือใน
การต่อสู้ได้”
“มีสมบัติลับเป็นรางวัลหรือไม่?” เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้นถาม
“เจ้าคิดว่าสมบัติลับเป็นขนมกินเล่นหรือ?” หลัวซู่ยิ้มอย่างนึกฉุน
แม้ทรัพยากรในภพบุกเบิกจะมากมี ศาสตร์ตีศาสตราล ้าหน้า แต่
สมบัติลับก็ยังเป็นอาวุธวิเศษระดับสูง จะเอามาเป็นรางวัลให้ศิษย์ง่าย
ๆ ได้อย่างไร
“ขออภัยขอรับ ประมุขศาลา ข้าเพิ่งฟื้นบาดแผล ยังต่อสู้มิได้
ขอรับ” เจียงผิงอันปฏิเสธอย่างสุภาพ
หลัวซู่ “…”
เจ้าฆ่าคนที่หน้าโถงรักษาระเบียบตั้งเยอะแยะ แล้วมาบอกว่าสู้
ไม่ได้?
“ช่างเถอะ กลับไปได้ รักษาตัวด้วย เจ้าเฒ่าฮั่วหร่วนนั่นไม่รู้คิด
บ้าอะไรอยู่ ถึงกับยุบฝ่ายรักษาระเบียบทันที”
หลัวซู่ขมวดคิ้ว พึมพำกับตนเองพลางจิบชา
นางสงสัยว่าอาจมีแผนการอะไรอยู่เบื้องหลัง
“ประมุขศาลา ศิษย์ขอตัว”
เจียงผิงอันคารวะอีกครั้งแล้วหันกายจาก
ทันทีที่เขาเดินออกมา เฉียนฮวั่นโหรวก็ไล่ตามมาส่งม้วนหยก
ม้วนหนึ่งแก่เจียงผิงอัน
“อะไรน่ะ?”
เจียงผิงอันสงสัย
เฉียนฮวั่นโหรวยิ้มบาง เผยอริมฝีปากแดงขึ้นกล่าว
“อำนาจศักดิ์สิทธิ์”