สู่วิถีอมตะ - บทที่ 521 เถ้าแก่ผู้ชอกช ้า
“อำนาจศักดิ์สิทธิ์?”
เจียงผิงอันผงะไป
อำนาจศักดิ์สิทธิ์เป็นคำที่ใช้เรียกวิชาลับสูงสุด มีอำนาจยิ่งใหญ่
โดยปกติแล้ว มีเพียงต้องบรรลุขอบเขตบูรณาการก่อนจึง
สามารถพอใช้งานอำนาจศักดิ์สิทธิ์
อำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ลือนามหน่อยในภพแร้นแค้นก็ยกตัวอย่างเช่น
สามเศียรหกกร ธรรมลักษณ์ฟ้าดิน วิชาเทียมเทพสงคราม…
วิชาเทียมเทพสงครามก็เป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์แขนงหนึ่ง แต่มัน
เป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์ประเภทเติบโตได้ ต้องใช้กายาศักดิ์สิทธิ์จึง
แผลงฤทธิ์ได้อย่างแท้จริง
อำนาจศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่นั้นฝึกฝนกันในขอบเขตบูรณาการ
ขึ้นไป
ไม่ว่าจะเป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์แขนงใดก็ล้วนเป็นวรยุทธ์หายาก
หากให้ประมาณค่า ก็มิได้ด้อยไปกว่ายอดสมบัติเลย
กล่าวคือ มูลค่าของมันสูงสุดขั้ว
เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยปาก “นี่คืออำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเราราชวงศ์
ต้าเฉียน ‘หมัดดาราพร่างพราย’ บรรจุกฎเกณฑ์ลี้ลับ ความอัศจรรย์
ในฟ้าดินมากมาย”
“ในเมื่อเราฝึก ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ มีปราณวิญญาณมากมาย
เรายามนี้ก็ใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว หากเราเรียนมัน ก็จะทวีพลัง
ต่อสู้ของเราได้”
“อีกสี่ปียามเจ้าเข้าร่วมศาลาหลัก จะมีการแข่งขันอันดุเดือด
หากเจ้ารู้มากกว่า ก็มีโอกาสมากกว่าที่จะได้วิชาจำแลงเซียน”
เจียงผิงอันมองม้วนหยกในมือ ก่อนจะเงยหน้ามองเฉียนฮวั่น
โหรว
“เสี่ยวเซียง นี่น่าจะเป็นความลับของพวกเจ้าราชวงศ์ต้าเฉียน
มิใช่หรือ?”
อำนาจศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงเช่นนี้เป็นรากฐานของราชวงศ์ มิควร
ถ่ายทอดให้คนนอกผู้ใดทั้งสิ้น
เฉียนฮวั่นโหรวยิ้มเฉยชา “ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าไม่พูด ใครจะรู้ ยาม
พวกเขาจับได้ เจ้าก็แค่พูดว่าเก็บได้ที่ข้างถนนก็พอแล้ว”
เจียงผิงอัน “…”
คำอธิบายพรรค์นี้ คนปกติที่ไหนจะเชื่อ?
ขณะที่เจียงผิงอันไม่รู้จะพูดอะไร เฉียนฮวั่นโหรวก็ยกนิ้วขึ้นดีด
ศีรษะของเขาเบา ๆ
“ไปฝึกฝนเถอะ ศาลาหลักเป็นศูนย์รวมอัจฉริยะสูงสุดของจริงใน
ภพบุกเบิก พรสวรรค์ของเจ้าอาจไม่เพียงพอ หากไม่ตั้งใจบากบั่น ก็
หมดโอกาสได้วิชาจำแลงเซียนนะ”
เฉียนฮวั่นโหรวว่าแล้ว ก็หันกายกลับเข้าห้องไปยิ้ม ๆ
ขณะมองไล่หลังอีกฝ่าย เจียงผิงอันก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอก
ไม่ถูก ราวสายลมอ่อนโชยไล้บนแก้ม สบายตัวสบายใจยิ่งนัก
เขาเก็บ ‘หมัดดาราพร่างพราย’ แล้วมุ่งหน้าไปซื้ออาวุธวิเศษที่
โถงภารกิจ
บางทีอาจเพราะติดนิสัยเคยชิน เจียงผิงอันจึงแวะกลับมายังร้าน
ที่เขาซื้อด้ายไหมวิญญาณอีกครั้ง
เถ้าแก่ยังคงนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้านเช่นเคย
เขาถือป้ายแสดงตนในมือ พูดคุยกับปวงชนในพื้นที่สื่อสาร
“เจียงผิงอันผู้นั้นสุดยอดไปเลย กระทั่งฝ่ายรักษาระเบียบยังกล้า
บุกถล่ม ข้าว่านี่แหละบุคคลที่บ้าระห ่าที่สุดในศาลาเติงเซียน ภาย
หน้าพบคนผู้นี้ เราต้องสุภาพสักหน่อย เจ้านี่ขี้โมโห ไปยั่วโทสะเข้า
ยามใด เขาก็อาจฆ่าเราได้…”
“เถ้าแก่ ซื้อของหน่อย”
เจียงผิงอันปริปากขัดการสนทนาของอีกฝ่าย
เถ้าแก่ลืมตาขึ้นมาเห็นคนหน้าคุ้น ใบหน้าเฒ่าชราก็ดำคล ้า
ทันใด
ครั้งก่อน เจ้าเด็กนี่ทำเป็นไม่รู้จักด้ายไหมวิญญาณ ได้กำไร
มหาศาล
หลายวันมานี้ ทุกครั้งที่เขาหวนคิดถึงมัน ก็รู้สึกราวถูกมีดกรีด
แทง
“เจ้าลูกกระต่าย ยังมีหน้าโผล่มาอีกหรือ? รู้หรือไม่ว่าเพราะเจ้า
ทุกวันนี้ข้าต้องอยู่อย่างช ้าชอกเพียงไร? ไสหัวไป ไม่ขายโว้ย!”
เจียงผิงอันชำเลืองเขา ไม่พูดมากแล้วหันกายเดินไปยังร้านอื่น
“ฮึ”
เถ้าแก่แค่นเสียงเย็น หากเขายังซื้อขายกับเด็กนี่อีกต่อไป เรียก
เขาเป็นสุนัขได้เลย
จริงสิ เจ้าเด็กนี่ชื่ออะไรนะ? ต้องบอกเจ้าของร้านอื่น ๆ มิให้ทำ
การค้ากับเด็กนี่ด้วย
เถ้าแก่สืบบันทึกการซื้อขายของวันก่อนผ่านป้ายแสดงตน และ
พบชื่อป้ายแสดงตนของอีกฝ่าย
ยามเห็นชื่อของอีกฝ่าย สีหน้าของเถ้าแก่ก็ชะงักค้าง ร่างพลัน
กลิ้งตกจากเก้าอี้โยก เม็ดเหงื่อผุดอาบโชกตัว ใบหน้าขวัญหนีดีฝ่อ
เขามิได้ไปชมศึกศาลาเซียน และมิได้ไปมุงหน้าโถงรักษา
ระเบียบ เคยได้ยินก็เพียงชื่อของเจียงผิงอัน แต่ไม่เคยเห็นหน้าคนผู้นี้
สักครั้ง
ปรากฏว่าคนผู้นี้ ก็คือเจ้าคนคลั่งที่ถล่มฝ่ายรักษาระเบียบไป
ก่อนหน้า!
เถ้าแก่คลับคล้ายเห็นปู่ทวดที่เสียไปแล้วของตนโบกมือให้เลือน
ราง…
“นายท่าน!”
เถ้าแก่รีบปรี่ไปกอดต้นขาเจียงผิงอันทันใด
“นายท่าน เมื่อครู่ข้าจำคนผิด มิใช่ท่าน ร้านของผู้น้อยจะลด
ราคาให้ท่านนะ!”
ขณะนี้ เถ้าแก่หวาดผวายิ่งนัก กลัวว่าวันนี้วันพรุ่งจะถูกบั่นหัว
เพราะก้าวเท้าซ้ายออกจากร้าน
เมื่อได้ยินว่ามีส่วนลด ดวงตาของเจียงผิงอันก็เรืองประกาย
เล็กน้อย
“ส่วนลดเท่าไหร่?”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันถามเช่นนี้ เถ้าแก่ก็รีบร้อนพูดขึ้น “ให้ท่าน
ตัดสินเลย!”
เจียงผิงอันตอน “จัดเตรียมอาวุธวิเศษทั้งร้านเจ้ามาเลย”
เถ้าแก่ “…”
แน่ใจนะว่านี่ซื้อ? มิใช่ปล้นกัน?
เถ้าแก่ดูหน้าเบี้ยว ๆ “ใต้เท้า ท่านจะซื้ออาวุธวิเศษไปทำไม
มากมายกันขอรับ?”
“แต้มผลงานมีเหลือเยอะไปหน่อยน่ะ” เจียงผิงอันตอบอย่างขอไป
ที
เถ้าแก่ “…”
ไอ้พวกเศรษฐีใหม่ไปตายซะ!
เขาได้ยินว่าเจียงผิงอันชนะเลิศในศึกศาลาเซียน ได้แต้มผลงาน
ห้าแสนกว่าแต้ม สร้างสถิติใหม่
และยังมีคนในพื้นที่เสวนาพูดกันด้วยว่า เจียงผิงอันเดิมพันข้าง
ตัวเองในศึกศาลาเซียน ได้แต้มผลงานไปอีกแสน
นอกจากนั้น เจียงผิงอันยังได้กอดขางาม ๆ ของประมุขศาลา
ต้องมีแต้มผลงานให้ใช้ไม่ขาดมือแน่ ๆ
ริษยาแท้ มีทรัพยากรมากมายถึงเพียงนี้ เขาเป็นเถ้าแก่มาแสน
นาน ทรัพยากรที่มีก็หมดไปตามจารีตโลกหล้าผู้ฝึกเซียน
จนเมื่อเจียงผิงอันเก็บอาวุธวิเศษทั้งหมดไป เถ้าแก่ก็ยังเชื่อไม่ลง
ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นความจริง
หากเป็นปกติ ยามขายอาวุธวิเศษได้มากมายเพียงนี้ เขาก็จะได้
กำไรมากมาย แต่มาขายให้เจียงผิงอัน ราคาขายทั้งปวงล้วนลด
กระหน ่าจนไม่มีแต้มผลงานตกถึงมือเขาสักแต้ม
หลังเจียงผิงอันจรจาก เถ้าแก่ก็กอดเก้าอี้โยกร ่าไห้
รันทดจริงแท้ รู้เช่นนี้แต่แรกคงไม่ไปหาเรื่องด้วย
เรื่องเดียวที่น่ายินดีคือมีบันทึกการชำระเงินซื้อสินค้าไว้ ไม่นับว่า
ล่มจมเสียทีเดียว
เจียงผิงอันได้อาวุธวิเศษมาด้วยราคาแต้มผลงานสี่แสนกว่าแต้ม
แม้จะเป็นอาวุธวิเศษที่ใช้แต้มผลงานแลกมา ในภพแร้นแค้น
พวกมันก็ยังเป็นอาวุธวิเศษชั้นเลิศที่สุดในสายตาผู้ฝึกตนขอบเขต
วิญญาณแรกกำเนิด
ส่วนจะขายได้เท่าไหร่นั้น เจียงผิงอันไม่ทราบกระจ่าง เขาไม่ค่อย
ได้ซื้ออาวุธวิเศษ
เหตุที่เขารู้ว่าอาวุธวิเศษเหล่านี้จะเป็นอาวุธชั้นเลิศสุดในสายตา
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด ก็เพราะเขาฆ่าผู้ฝึกตนมา
มากมาย และเห็นอาวุธที่คนเหล่านั้นใช้
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดน้อยนักจะมีอาวุธวิเศษล ้า
เลิศเช่นนี้
หลังจากซื้ออาวุธวิเศษ ยังมีแต้มผลงานเหลือในหลักแสน เจียง
ผิงอันก็จะเปลี่ยนพวกมันเป็นผลึกวิญญาณ
เหตุที่ทำไมเขาจึงแลกเป็นผลึกวิญญาณ ก็เพราะผลึกวิญญาณ
ไม่มีตัวประกันราคา
หากซื้ออาวุธวิเศษหนึ่งชิ้นแล้วใช้อ่างสัมฤทธิผลเปลี่ยนเป็นผลึก
วิญญาณ ก็มิอาจได้ผลึกวิญญาณมูลค่าเท่ากันออกมาได้ ไม่คุ้มค่า
เลย
ระหว่างนั้น เขาขายโอสถยืดอายุขัยไปเม็ดหนึ่ง ได้ราคาแสน
ผลึกวิญญาณ
แล้วเขาก็ใช้ผลึกวิญญาณเหล่านี้ลอกเลียนอาวุธวิเศษที่ได้มา
หลังทำธุระทั้งหลายเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็กลับร้านที่ตนเพิ่งซื้อ
อาวุธวิเศษไปเมื่อครู่
“เถ้าแก่ ขายอาวุธวิเศษหน่อย”
เถ้าแก่ “???”
ว่าแล้วเชียว! เจียงผิงอันผู้นี้จะไม่ปล่อยเขาไป!
นี่มิใช่กวนประสาทกันอยู่หรือ! เพิ่งซื้อของไป ก็กลับมาขายอีก
แล้ว!
เถ้าแก่เข้าใจผิดไปไกลลิบ แท้จริงเจียงผิงอันกังวลว่าจะนำไป
ขายที่อื่นแล้วได้ราคาต ่าต่างหาก
เขาแค่กลับมาเพื่อขายมันในราคาเดิม จะได้นำแต้มผลงานก่อน
หน้านี้กลับมา
แม้ในใจจะขุ่นเคือง แต่เถ้าแก่ก็รับซื้ออาวุธวิเศษคืนมา
เมื่อมองแผ่นหลังของเจียงผิงอันลับไป เถ้าแก่ก็ดูกังวล
“มิได้ เจียงผิงอันผู้นี้เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่ง ขายอาวุธวิเศษที่นี่ต่อไป
มิได้แล้ว มิเช่นนั้นไม่สงบแน่ ต้องไปขอแลกร้านกับเฒ่าจาง ให้ข้าไป
ขายโอสถแทน”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็รีบติดต่อสหาย ออกจากสถานที่อันตรายนี้
หลีกให้ห่างจากเจียงผิงอันอย่างเร่งร้อน