สู่วิถีอมตะ - บทที่ 524 ทารกเทพบังเกิดสู่หล้า
เจียงผิงอันนำโล่สีน ้าเงินเข้มอันหนึ่งออกมา
โล่นี้มีขนาดเท่าครึ่งตัวคน ขอบคมดุจอัญมณีเม็ดยักษ์
อักขระเร้นลับมากมายโคจรรายล้อม แผ่รัศมีสีน ้าเงินเข้มจาง ๆ
“โล่นี้มีชื่อว่า ‘โล่เลี่ยงบาดแผล’ สามารถดูดซับการโจมตีของ
ศัตรูมาสะท้อนโต้ตอบ ยิ่งการโจมตีของศัตรูรุนแรง ความเสียหายต่อ
ศัตรูก็ยิ่งมาก กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติก็อาจถูกมันตอบโต้
บาดเจ็บได้”
เมื่อได้ยินคำอธิบายแนะนำโล่นี้ สายตาผู้อาวุโสทั้งหลายก็ถูก
ตรึงติดกับมันอย่างมิอาจละจาก ประหนึ่งเห็นหญิงงามล ้าเลิศอยู่
ตรงหน้า
“เหอะ ๆ โอ่เก่งเสียจริงหนอ”
หนึ่งเสียงดังเย้ยออกมา
ผู้อาวุโสใหญ่มั่วชงซึ่งนิ่งงันกับที่มาเนิ่นนานพลันผุดลุก
“นี่มันแค่สมบัติลับมิใช่หรือ มันจะไปทำร้ายยอดฝีมือขอบเขต
พ้นพิบัติได้อย่างไร เจ้าคิดว่ามันเป็นยอดสมบัติหรือไร?”
มั่วชงสุดเคืองแค้นเจียงผิงอัน ยามนี้เมื่อพบโอกาส เขาก็อยาก
เถียงสุดใจ
ในความรู้ความเข้าใจของมั่วชง ระดับของสมบัติลับมีจำกัด
กระทั่งสมบัติที่ใช้โจมตียังยากทำร้ายยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติได้
แค่โล่อันเดียว จะมีพลังเช่นนั้นได้อย่างไร?
แท้จริงแล้ว ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็สงสัยเรื่องนี้เช่นกัน ทว่ามีเพียง
มั่วชงที่กล่าวออกมา
“ลองดูก็รู้เอง”
เจียงผิงอันพาคนทั้งคณะไปยังมิติเทพมาร ไปหาสัตว์ประหลาด
เฒ่าขอบเขตพ้นพิบัติสองคนเพื่อทำการทดลอง
หัวใจของเหล่าผู้อาวุโสเต้นระทึก ทั้งเคลือบแคลงและคาดหวัง
หากโล่นี้แข็งแกร่งเช่นที่ว่าจริง ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็จะซื้อมัน
ให้ได้
“เริ่มละนะ”
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติซึ่งถูกไหว้วานมาลงมือใช้วรยุทธ์ธาตุ
ไฟโจมตียอดฝีมือผู้ถือโล่
ยามโจมตีครั้งแรก ยอดฝีมือผู้นี้กลัวทำสมบัติลับเสียหาย จึงมิ
กล้าเร่งใช้มหาเต๋าธาตุไฟรุนแรงนัก
จนกระทั่งเมื่อเขาเห็นว่าการโจมตีของเขาถูกกลืนหาย รับไว้ได้
ง่าย ๆ เขาจึงเริ่มลงมือจริงจัง
เปลวเพลิงผลาญสวรรค์ล้างแดนดินกระหน ่าใส่ ปวงชนล้วน
สัมผัสอำนาจในเปลวเพลิงนี้ชัดเจน สุญตาแผดผลาญหลอมละลาย
ทว่า เปลวเพลิงที่โจมตีเข้ามานี้ก็ถูกโล่สีน ้าเงินเข้มดูดซับแล้ว
สะท้อนโต้
แม้พลังการโจมตีตอบโต้จะอ่อนลงหลายส่วน มันก็เป็นการโจมตี
สวนกลับจริง ๆ!
โล่เลี่ยงบาดแผลไม่มีความเสียหายแม้เพียงจุดเดียว
เมื่อเห็นเช่นนี้ หัวใจเหล่าผู้ฝึกตนล้วนตะลึงอึ้ง ความเคลือบ
แคลงถูกล้างหายจนสิ้น
“เจ้านิกาย ข้าขอซื้อโล่นี้ ให้ราคาห้าแสนกฎเกณฑ์!”
“แค่ห้าแสน? เจ้าคิดว่านี่เป็นแค่สมบัติลับชั้นขยะทั่วไปหรือ?
แปดแสน!”
“ทุกท่านเห็นแก่หน้าข้าเถิด ตาเฒ่าผู้นี้กำลังขาดเพียงโล่ดี ๆ ให้
เก้าแสนเลย”
“เจ้าเฒ่านี่มีหน้าที่ไหนให้เห็น เก้าแสนห้าหมื่น!”
สัตว์ประหลาดเฒ่ากลุ่มหนึ่งยื้อแย่งประมูลราคาอย่างดุเดือด
ความสุภาพเช่นเคยมีมลายสิ้น เถียงกันไปมาหน้าดำหน้าแดง
แม้สมบัติลับโล่นี้จะมิใช่ยอดสมบัติ มันก็ใกล้เคียงระดับนั้นยิ่ง
อักขระเต๋าบนนั้นแข็งแกร่งกว่าสมบัติลับทั่วไปมาก
มั่วชงนิ่งตะลึงกับที่ มิอาจเต็มใจยอมรับภาพทั้งหมดที่เห็นได้
เจียงผิงอันมิได้โกหก แต่ไฉนสมบัติลับชิ้นนี้จึงแข็งแกร่งนัก?
เจียงผิงอันไปได้สมบัติชั้นดีมาจากไหนเยอะแยะ? ไปภพเซียนมา
หรือไร?
มั่วชงเองก็อยากซื้อโล่ แต่ทันทีที่อ้าปาก เจียงผิงอันก็กล่าวขึ้น
ทันที
“ผู้อาวุโสใหญ่ มิต้องเสนอราคา ของเน่า ๆ แบบนี้มิควรค่าให้ผู้
อาวุโสใหญ่ซื้อหรอก”
ใบหน้าเฒ่าชราของมั่วชงกระตุกแข็ง “ใครจะอยากซื้ออาวุธ
วิเศษของเจ้า! เราสกุลมั่วมีเยอะแยะ!”
เขากระฟัดกระเฟียดจากไป ทั้งโมโหและเจ็บใจ
หากรู้เช่นนี้แต่แรก ก็ควรกำจัดเจียงผิงอันให้สิ้นซากอย่างไร้
คำนึงวิธีการเสีย
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ชำเลืองไล่หลังมั่วชงอย่างเห็นใจ ปลาหมอตาย
เพราะปากแท้ ๆ ใครบ้างมีสมบัติลับเพียงพอใช้?
ภายหน้า อย่าได้พูดอะไรล่วงเกินเจ้านิกาย เดี๋ยวจะกลายเป็น
อย่างมั่วชง ของดี ๆ อะไรก็จะไม่ถึงมือ
เจ้านิกายมิได้โกหก เจ้านิกายมีช่องทางซื้อสินค้าจริง ๆ
นอกจากอาวุธวิเศษแล้ว ได้ยินว่ายังมีโอสถมากมายด้วย
หากสร้างสัมพันธ์อันดีกับเจ้านิกายไว้ ภายหน้าก็จะได้
ผลประโยชน์มากกว่านี้!
เจียงผิงอันขายอาวุธวิเศษบางชิ้น เก็บเกี่ยวทรัพยากรได้
มากมาย ขณะที่ผู้อาวุโสจากนิกายเทวมารทั้งหลายก็ได้อาวุธวิเศษ
ระดับสูง ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ขณะนี้ เจียงผิงอันมีทรัพยากรไม่ขาดมือโดยแท้จริง
ในที่สุดก็สามารถฝึกฝนอย่างสบายใจ แสวงหาเส้นทางเซียนได้
แล้ว
“เจ้านิกาย รบกวนท่านซื้อโอสถระดับสูงมาหน่อยเถิด สิ่งนี้ขาด
แคลนที่สุดเลย”
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งเอ่ยอย่างนอบน้อม
“กาลก่อน เจ้านิกายผู้นี้ขอให้พวกเจ้าส่งทรัพยากรมาก็เพื่อจะ
ได้ซื้อโอสถ แต่พวกเจ้าไม่ฟังข้า หากเจ้านิกายผู้นี้มิได้กลับมาเร็ว
กระทั่งอาวุธวิเศษเหล่านี้ พวกเจ้าก็อาจซื้อกันไม่ได้ด้วยซ ้า”
เจียงผิงอันชำเลืองมองคนทั้งหลาย
ผู้อาวุโสเหล่านั้นล้วนละอายและเสียใจ
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าเจ้านิกายจะซื้อของเหล่านี้มาได้จริง ๆ
“ซื้อโอสถมิได้หรือ?”
“อีกครึ่งปีค่อยว่ากัน” เจียงผิงอันกล่าว
ทุกผู้ผ่อนหายใจโล่งอก รอแค่ครึ่งปีเอง ขณะนี้โอสถจากสำนัก
หลอมโอสถต้องรอหลายต่อหลายปี และโอสถระดับสูงต้องรออย่าง
น้อยร้อยปี
หลังขายของเสร็จ เจียงผิงอันก็กำลังจะกลับ ทว่าจู่ ๆ จี้เฟยก็คว้า
แขนเจียงผิงอันไว้
นางเสียความติดเล่นในกาลก่อนไป ใบหน้าจิ้งจอกของนางเจือ
ความรู้สึกงามสง่ามั่นคง
“จะทำอะไร? อยากจะสั่งซื้อโอสถหรือ?” เจียงผิงอันถาม
“เปล่า ข้าอยากถามว่า… เจ้านิกายชอบบุตรสาวหรือไม่?” จี้
เฟยถามอย่างลังเล เส้นผมสองสามปอยบดบังสายตาอันค่อนข้าง
เลื่อนลอยผิดปกติเอาไว้
“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง”
เจียงผิงอันคร้านจะพูดมากกับสตรีผู้บีบบังคับเขาผู้นี้ และจรจาก
ไปทันที
จี้เฟยโมโหจนอยากกระทืบเท้า ในเมื่อเขาเกลียดนางนัก ชายผู้
นี้ก็อย่าได้รู้เลยตลอดชาติว่าเขามีบุตรสาว!
เจียงผิงอันเคลื่อนย้ายกลับมายังภพบุกเบิก เดินเข้าโถงภารกิจ
และสุ่มเลือกร้านโอสถมาหนึ่งร้าน
“เถ้าแก่ ซื้อโอสถหน่อย”
โครม!
เถ้าแก่ผู้นอนบนเก้าอี้โยกตกเก้าอี้ล้มกองด้วยสีหน้ารวดร้าวสิ้น
หวัง
เขานึกว่าหนีออกจากร้านเดิม จะอยู่ให้ห่างจากเจียงผิงอัน ใช้
ชีวิตอย่างมั่นคงได้แล้วเชียว
ใครจะคิดว่าเจียงผิงอันจะโผล่มาเจอกันอีก!
เจียงผิงอันต้องจงใจแน่ ๆ! อีกฝ่ายอยากจะมาล้างแค้นเขา!
ถูกต้อง เถ้าแก่ของร้านนี้ก็คืออดีตเถ้าแก่ร้านอาวุธวิเศษนั่นเอง
เพื่อหนีหน้าเจียงผิงอัน เขาจึงขอแลกร้านกับสหาย แต่ใครจะคิด
ว่าตนจะได้มาพบอีกฝ่ายอีกครั้ง
เจียงผิงอันเองก็ดูพิกล
เจ้านี่มาโผล่ตรงนี้ได้อย่างไร?
เจียงผิงอันพอจะเดาอะไรได้ รอยยิ้มเจิดจรัสก็ปรากฏบนใบหน้า
โชคดีเสียนี่กระไร ซื้อของราคาทุนได้อีกแล้ว
ไม่กี่เดือนต่อมา หนึ่งอัสนีเลื่อนลั่น ณ นิกายเทวมารในภพ
แร้นแค้น ส่งเสียงเลื่อนลั่นสั่นสะท้านเกือบทั่วทั้งแดนอุดร
สรรพชีวิตในแดนอุดรพลันร่างสะท้านขวัญผวา
“นี่มันเสียงอะไร! มีผู้ใดจะพ้นพิบัติบรรลุเซียนหรือ?”
“มิใช่! นี่มิใช่ทัณฑ์อัสนี!”
“นั่นอะไร ไฉนจึงมีนิมิตใหญ่โตเพียงนี้?”
ในนิกายเทวมาร ศิษย์ทั้งหลายมองฟ้ากันตาค้าง
เมฆมงคลเจ็ดสีปกคลุมทั่วฟ้า กฎมหาเต๋าปรากฏลักษณ์เยี่ยง
ความโกลาหลเบิกตัว ศิษย์ผู้ใกล้ทะลวงขอบเขตได้มากมายถูก
ผลกระทบจากกฎเกณฑ์ บรรลุสู่ขอบเขตถัดไปกันทันที
“ข้าทะลวงขอบเขตแล้ว! หรือนี่จะเป็นนิมิตฟ้าดินที่เกิดเพราะ
ข้า? ข้าเป็นผู้ถูกเลือกในตำนานหรือ?”
“อย่ามาโอ่ มีผู้ทะลวงขอบเขตได้มากมาย นี่คือการกำเนิดของ
ทารกเทพ เจ้าแค่ได้ประโยชน์จากมัน หนึ่งตัวตนเลิศล ้าถือกำเนิดขึ้น
ในนิกายเทวมารของข้าแล้ว!”
“เป็นบุตรของผู้ใด? มิเคยได้ยินว่ามีใต้เท้าท่านใดตั้งครรภ์อยู่เลย
นี่นา”
“สวรรค์อำนวยพรแก่เรานิกายเทวมาร! นิกายเทวมารของข้าจะ
เรืองอำนาจแน่นอน!”
เหล่าศิษย์นิกายเทวมารตื่นเต้นสุดขั้ว คนมากมายฉวยโอกาสนี้
นั่งลงพินิจกฎเกณฑ์ พัฒนาการฝึกฝนของพวกตน
ใครหลายคนงุนงงสงสัย ใครกันที่คลอดบุตร? ใครกันเป็นต้นตอ
นิมิตนี้?
เหตุการณ์นี้มิเพียงฮือฮาทั่วนิกายเทวมาร ยังสะท้านสะเทือนถึง
เผ่ามารอีกฟากหนึ่งด้วย
มารระดับสูงมากมายประชุมกันทันที
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ตนหนึ่งพูดเสียงเข้ม “ฝั่งนิกายเทวมารมี
ทารกเทพซึ่งน่ากลัวยิ่งผู้หนึ่งเกิดมา นิมิตเช่นนี้น่ากลัวกว่ายามบุตร
มารของเราเกิดมากมายนัก”
“ทีนี้ทำเช่นไร? หากปล่อยอีกฝ่ายโตขึ้น ก็จะกลายเป็นเจียงผิง
อันอีกคนได้นะ”
“จะทำอะไรได้อีกล่ะ ไม่ว่าราคาเท่าไร ทารกเทพนี่ก็ต้องถูกกำจัด
เสีย!”
“การทำเช่นนี้จะทำให้นิกายเทวมารมีโทสะ ถูกหรือไม่?”
“โกรธสิดี ไม่ว่าอย่างไร ยามนี้นิกายเทวมารก็ขาดแคลน
ทรัพยากร ไม่มีทางประกาศสงครามกับเราได้หรอก”
“เราไปลอบโจมตีกัน ต้องจัดการทารกเทพนี่ให้ได้!”