สู่วิถีอมตะ - บทที่ 525 บาดเจ็บร้ายแรง
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ มารแมลงพันขา มารหมาป่าเงาขจีและ
ยอดฝีมือเผ่ามารตนอื่น ๆ เคลื่อนผ่านสุญตา คืบคลานไปยังนิกาย
เทวมาร เตรียมสังหารทารกเทพผู้นี้
นิมิตอันเกิดจากทารกเทพผู้นี้น่ากลัวเกินไป หากปล่อยให้
เติบโต ก็น่าจะกลายเป็นเจียงผิงอันคนที่สอง
เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุนี้ พวกมันจึงยอมเสี่ยงฝืนกฎศึกเพื่อฆ่าอีก
ฝ่าย
หากฆ่าเจียงผิงอันได้ ย่อมเป็นเรื่องดี
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารซึ่งพิทักษ์บริเวณรอบข้างอยู่
สังเกตเห็น และร้องเตือนขึ้นทันที
“ระวังตัว! ศัตรูบุกนิกายเทวมาร!”
พริบตานั้น ยอดฝีมือขอบเขตมหายานและพ้นพิบัติของนิกาย
เทวมารก็พุ่งออกจากนิกายเทวมารทันที
“ว่าแล้วเชียว เจ้าพวกสารเลวนี่จะลอบโจมตี!”
คนจากนิกายเทวมารมิได้โง่ การเกิดของทารกเทพสร้างนิมิตถึง
เพียงนี้ พวกเขาก็เดาได้ว่าเผ่ามารจะลอบโจมตีกันอย่างแน่นอน
ทารกเทพผู้นี้สำคัญต่อนิกายเทวมารเพียงไหน จะไม่มีการ
คุ้มครองได้อย่างไร?
“ฆ่า!”
เหล่ามารบุกโจมตียอดฝีมือของนิกายเทวมาร ต่อให้วันนี้พวก
มันต้องเสียหายล้มตาย ก็ต้องจัดการทารกเทพให้จงได้!
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารลงมือทันที
ดวงตาของมารแมงมุมหน้ามนุษย์สาดลำแสงชวนสะพรึ่งแทง
ทะลวงสุญตา
การโจมตีนี้เป็นวิชาลับพิเศษของเผ่ามารแมงมุมหน้ามนุษย์ พลัง
ทำลายล้างสูงยิ่ง ตัวตนร่วมขอบเขตยากป้องกัน
ทุกครั้งที่ผู้ฝึกตนของนิกายเทวมารเผชิญการโจมตีนี้ พวกเขาก็
จะเลี่ยงหลบสุดชีวิตมิให้ถูกโจมตี
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อน ผู้อาวุโสอู๋เฟยอวี่แห่งนิกายเทวมารหา
เลี่ยงหลบไม่ แต่นำโล่สีน ้าเงินเข้มออกมาขวางไว้ตรงหน้า
การโจมตีด้วยลำแสงของมารแมงมุมหน้ามนุษย์ถูกโล่ดูดซับไป
ทันทีที่กระทบถูก
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ตะลึงงัน นี่มันอาวุธวิเศษอะไร? ดูดซับการ
โจมตีของมันได้ด้วย!
ทว่า เหตุการณ์ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็ปรากฏ
อักขระบนโล่วูบไหว แล้วหนึ่งลำแสงก็พลันพุ่งออกมาแทงทะลวง
ร่างของมันทันที
“ฮ่า ๆ เจ็บหรือไม่?”
อู๋เฟยอวี่เสสรวล ก่อนจะบุกโจมตีด้วยหนึ่งกระบี่หนึ่งโล่
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ตกใจ รีบโจมตีพัลวัน
ทว่า ยามกระทบเข้ากับโล่ การโจมตีทั้งหมดของมันก็ถูกดูดซับ
แล้วสะท้อนกลับหมดสิ้น!
“นี่มันสมบัติลับอะไรกัน!”
มารแมงมุมหน้ามนุษย์อึดอัดใจสุดแสน อู๋เฟยอวี่ไปได้สมบัติลับ
ล ้าเลิศเช่นนี้มาจากไหน?
กระบี่อีกเล่มซึ่งกวัดไกวอยู่ในมืออู๋เฟยอวี่ ก็คือกระบี่ล ้าค่าที่ซื้อ
มาจากเจียงผิงอัน
มารแมงมุมหน้ามนุษย์รีบพ่นใยแมงมุมออกมาคุ้มกันตัวเอง
นี่คืออีกพรสวรรค์ของเผ่ามารแมงมุมหน้ามนุษย์ ใยแมงมุมมี
พลังป้องกันสูงสุดขั้ว นอกจากใช้จับคน ยังใช้เป็นโล่ได้เช่นกัน
ทว่าจู่ ๆ กระบี่ของอู๋เฟยอวี่ก็ข้ามผ่านสุญตา หลบการป้องกัน
ฟาดฟันเข้าใส่มารแมงมุมหน้ามนุษย์อย่างหนักหน่วงจนร่างแยกขาด
จากกันทันที
กระบี่เล่มนี้ชื่อว่า ‘กระบี่สุญญมายา’ สลักอักขระมายาและมิติ
เอาไว้ จึงยากจะเห็นตัวกระบี่แท้จริงได้ เหมาะสมในการลอบโจมตี
อย่างยิ่ง
อู๋เฟยอวี่สร้างบาดแผลสาหัสแก่มารแมงมุมหน้ามนุษย์ได้สำเร็จ
อาวุธดีพัฒนาพลังต่อสู้ของผู้ฝึกตนได้มหาศาล นี่คือ
ความสำคัญของอาวุธวิเศษ
มีคำกล่าวว่า วรยุทธ์จะสูงเพียงไร ก็ยังกลัวมีดหั่นผักได้อยู่ดี
ผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมารใช้อาวุธของเจียงผิงอันมาเผชิญศัตรู
ได้เปรียบอย่างถล่มทลาย
“ฮ่า ๆ”
อู๋เฟยอวี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง อารมณ์ปรีดาสุดแสน เขาถูกเผ่า
มารรังแกมาหลายต่อหลายปี ในที่สุดก็ตอบโต้ได้แล้ว
อาวุธวิเศษที่เจ้านิกายนำกลับมาใช้ง่ายจริง ๆ
“ผู้อาวุโสอู๋ เจ้าล ้าหน้าเข้าวงศัตรูมากไปแล้ว!”
ผู้อาวุโสจากนิกายเทวมารผู้หนึ่งเห็นอู๋เฟยอวี่ถลำลึกเข้าทัพศัตรู
มากเกินไป ก็รีบเตือนออกมา
หากสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปกลางวงศัตรู ก็จะถูกล้อมโจมตีเอาได้ เป็น
เรื่องอันตรายยิ่ง
“เหลวไหล ผู้อาวุโสผู้นี้ทราบถึงอันตรายดีแน่แล้ว”
ผู้อาวุโสอู๋มุ่งหน้าต่อไป สู้กับมารแมงมุมหน้ามนุษย์อย่างบ้าระห ่า
หามีความกลัวตายไม่
“รู้แล้วก็ยังบุกเข้าไปเนี่ยนะ?” ผู้อาวุโสที่แนวหลังงุนงง
“เดาดูสิว่าลูกของผู้อาวุโสจี้เป็นของใคร?” ขณะต่อสู้ อู๋เฟยอวี่
เปิดประเด็น
“ข้าไม่รู้ แต่ไม่ใช่พี่ใหญ่อู๋เหลี่ยงของเจ้าแน่นอน พี่ใหญ่ของเจ้า
ตายไปเกินปีแล้ว”
ผู้อาวุโสที่แนวหลังตอบ
“งั้นเจ้าก็ลองใช้สมองดู สายเลือดใครหนอแข็งแกร่งเสียจนลูก
เพิ่งเกิดสร้างนิมิตสั่นสะเทือนแดนอุดรเกือบทั่วทิศได้?” อู๋เฟยอวี่ถาม
ย้อน
อันที่จริง มิต้องให้อู๋เฟยอวี่มาเตือน ทุกผู้ก็เดาได้แล้ว
เจ้านิกายเจียงผิงอัน
ประชันบรรพชนจระเข้ พิชิตร่างโกลาหล สังหารบุตรมาร… มี
เพียงสายเลือดของผู้ฝึกตนท้าทายสวรรค์เช่นนี้ จึงให้กำเนิดบุตรซึ่ง
ก่อนิมิตยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้
อู๋เฟยอวี่กล่าวยิ้ม ๆ “หากเจ้านิกายรู้ว่าข้าสู้ตายเพื่อช่วยลูกของ
เขา เจ้าว่ายามเจ้านิกายนำโอสถดี ๆ กลับมา เขาจะเลือกให้ผู้ใด
ก่อน?”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสที่แนวหลังพลันเบิกตากว้าง
จริงด้วย!
ทำไมเขาคิดไม่ถึงกันนะ?
ไม่ได้แล้ว เขาต้องสู้ตายเหมือนกัน หากมีแผลสักนิดได้ยิ่งดี…
“ข้าจะสู้ทีละสิบตนเลย!”
ขณะเสียงตวาดดังเลื่อนลั่น ผู้อาวุโสสูงสุดหลู่ตันพุ่งมายังทัพ
หน้า ทิ้งการป้องกัน ไม่สนใจบาดแผล สู้กับเผ่ามารอย่างไม่คิดชีวิต
อึดใจต่อมา ปราณอันชวนสะพรึงก็ระเบิดออกจากท้องนภา และ
ผางหาน ศิษย์พี่ของผู้อาวุโสสูงสุดก็ระเบิดสมบัติลับของตน ทำลาย
ร่างมารแมลงพันขาไปหนึ่งตน
ผางหานกล่าวกับยอดฝีมือจากนิกายเทวมาร “ทุกท่านเป็น
พยาน ตาเฒ่าผู้นี้ทำลายสมบัติลับของตนเองโดยไม่ตั้งใจเพื่อคุ้มกัน
บุตรีของผู้อาวุโสจี้ อย่าลืมบอกเจ้านิกายด้วยเล่า”
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารเกิดแรงบันดาลใจ ตื่นเต้นกันทันที
“งั้นข้าก็จะลองระเบิดดูสักชิ้น ข้ายังไม่เคยระเบิดสมบัติลับมาก่อน
เลย”
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารบุกตะลุยอย่างไม่สนบาดแผล
ยอดฝีมือเผ่ามารตะลึงจังงังจนสมองว่างโล่ง
สติแตก! ยอดฝีมือนิกายเทวมารสติแตกกันหมดแล้ว!
แค่สู้ไม่สนบาดแผลก็บ้าพอแล้ว นี่กระทั่งสมบัติลับล ้าค่ายังเอามา
ระเบิดเล่น!
ไม่กลัวขาดทุนกันหรือ?
นี่สมองเสื่อมไปหมดแล้วหรือไร?
ยอดฝีมือเผ่ามารซึ่งเดิมแข็งกร้าวดุดัน จู่ ๆ ก็ถูกกลบรัศมีจืดจาง
“เวรเอ๊ย เจ้าพวกนี้ดูไม่กลัวตายกันเลย!”
มารหมาป่าเงาขจีตนหนึ่งถูกอัดน่วมถึงขั้นปีกหัก
“มิน่าเล่า เผ่ามนุษย์จึงเรืองอำนาจ เพื่อปกป้องมนุษย์รุ่นถัดไป
พวกเขาถึงกับพร้อมแลกชีวิตสู้”
“ไม่สิ ก่อนหน้านี้ไฉนพวกเขาไม่เห็นทำ?”
หลังการต่อสู้ดำเนินเนิ่นนาน เหล่ามารก็ยังบุกฝ่าแนวป้องกัน
ไม่ได้ ซ ้ายังบาดเจ็บล้มตายตามกัน อำนาจแข็งแกร่งจากการระเบิด
สมบัติลับฆ่ามารไปมากมาย
“ถอยทัพ!”
เหล่ามารออกคำสั่งถอยอย่างไม่เต็มใจ
การสู้ในถิ่นของผู้อื่นนับว่าเสียเปรียบแต่แรกแล้ว และคนจาก
นิกายเทวมารเหล่านี้ก็ไม่รู้มีปัญหาที่จุดไหนของสมอง หากลัว
บาดเจ็บเสียหายไม่ ต่างผู้สู้ตายราวคนบ้า
จนเหล่ามารถูกขับถอยไปไกล ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารจึง
ยอมหยุด
“มิคาดเลยว่าจะได้สู้อย่างสาใจเพียงนี้ ภาคภูมิยิ่งนัก”
“เจ้าถูกพิษ รีบไปล้างพิษเสีย หาไม่รากฐานจะเสียหายนะ!”
“แค่บาดแผลร้ายแรงเอง ไม่ต้องกลัว เจ้านิกายจะออกจากการ
เก็บตัวในหนึ่งเดือน ข้ายังทนไหว”
ยามยอดฝีมือผู้บาดเจ็บจากนิกายเทวมารทั้งหลายได้ยินเช่นนี้
พวกเขาก็หยุดเยียวยาบาดแผลกันทันที
เจ้านิกายต้องได้เห็นว่าพวกเขาบาดเจ็บเพียงไร
พวกเขาบางคนกระทั่งแอบใช้อาวุธของตนกรีดเปิดแผลใหม่
โลหิตหลั่งรินออกมา
หนึ่งเดือนให้หลัง เจียงผิงอันกลับมายังภพแร้นแค้นเพื่อส่ง
ทรัพยากร
ทันทีที่เดินออกมา เขาก็ต้องตกใจ
เหล่าผู้อาวุโสนิกายเทวมารทรุดกองระเกะระกะเกลื่อนหน้าประตู
บ้างปากกระอักเลือด บ้างถือซากอาวุธวิเศษ บ้างใช้อาวุธสะกิดแผล
ของตัวเอง ราวกลัวว่าแผลจะสมานตัว
“ทุกท่าน นี่คือ…?”
“เจ้านิกาย เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าสมบัติลับของข้าถูกพวกมาร
ทำลายไป?”
“เจ้านิกาย ข้าแค่บาดเจ็บร้ายแรง มิต้องห่วงหรอก”
เจียงผิงอัน “???”