สู่วิถีอมตะ - บทที่ 526 ลูกสาวข้า?
ไม่นานนัก เจียงผิงอันก็ได้ทราบเรื่องทั้งหมดจากคนทั้งหลาย
เมื่อเขารู้ว่าตนมีบุตรเพิ่มมาอีกคน เขาก็ตะลึงงงงวย
“เด็ก… เป็นของข้า?”
เขาถูกนางจิ้งจอกจี้เฟยขืนใจหนึ่งหน แล้วปรากฏว่าเขาก็ได้ลูก
เลย?
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งข้างตัวเขาซึ่งถือแขนที่หักไปของตนอยู่โยนแขน
ตัวเองลงพื้น แล้วนำม้วนหยกออกมาม้วนหนึ่ง
“เจ้านิกาย นี่คือเคล็ดวิชาตรวจสอบสายเลือด แค่ตรวจดูสักนิดก็
จะทราบเอง”
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่งแล้วรับม้วนหยกมา “ผู้อาวุโสจี้อยู่ที่
ใด?”
“ข้าจะพาเจ้านิกายไปเอง”
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งจากเผ่าจิ้งจอกเก้าหางตอบยิ้ม ๆ
ไม่นานจากนั้น เจียงผิงอันก็มายังจุดลึกสุดของอาณาเขตเผ่า
จิ้งจอกเก้าหาง
ตัวตนอาวุโสเผ่าจิ้งจอกเก้าหางพากันออกจากการเก็บตัวฝึกฝน
พิทักษ์บริเวณรายล้อมมิให้เกิดอุบัติเหตุ
การปรากฏตัวของทารกเทพจะทำให้เผ่าจิ้งจอกเก้าหางรุ่งเรือง
ถึงจุดสุดยอดใหม่ อาจกระทั่งก้าวล ้ายามเผ่าจิ้งจอกเก้าหางรุ่งเรือง
สูงสุด ต้องมิให้ทารกเทพเกิดอุบัติเหตุใด ๆ
เจียงผิงอันสติหลุดไปตลอดทาง
ผู้ใดมีลูกเพิ่มมากะทันหันย่อมงุนงงแน่อยู่แล้ว
เมื่อเข้าใกล้กระท่อมไม้ไผ่หลังหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงทารกร้องดังมา
จากภายใน
ไม่รู้เพราะเหตุใด ความลนลานอันอธิบายไม่ถูกจึงบังเกิดในใจ
เจียงผิงอัน
ยามเขาสู้กับร่างโกลาหล เขาก็มิเคยลนลาน
แม้สู้กับบรรพชนจระเข้ เขาก็ยังนิ่งสงบ
สู้กับบุตรมาร เขาก็เยือกเย็นไร้อารมณ์
แต่ขณะนี้ แค่ได้ยินเสียงทารกร้อง ในใจก็ปรากฏความลนลาน
เกินครั้งใด
เหล่าจิ้งจอกเก้าหางเปิดประตูไม้ไผ่ เจียงผิงอันเดินเข้าไปภายใน
เมื่อมองผ่านฉากกั้น ก็พบหญิงงามผู้หนึ่งนั่งบนเตียงสีแดง โอบ
อุ้มทารกผู้หนึ่งไว้ในอ้อมแขน
ทารกน้อยผู้ร้องไห้จ้าพลันหยุดชะงัก หันศีรษะน้อย ๆ มามอง
เจียงผิงอันซึ่งเดินเข้ามา
“แอ๊~ แอ้~”
ดวงตากลมโตของทารกน้อยดูเหมือนผลองุ่น ปากจิ้มลิ้มไร้ฟัน
ส่งเสียงคล้ายหัวเราะ ผิวกายอมชมพู น่ารักน่าชัง
นางเอื้อมมืออวบอ้วนขนาดเล็กจิ๋วไปหาเจียงผิงอันที่เดินเข้ามา
ราวกับจะขอให้อุ้มนางหน่อย
เจียงผิงอันเงียบไปเนิ่นนาน จึงหันไปถามจี้เฟย “ลูกข้า?”
“เจ้าว่าเช่นไรล่ะ?” จี้เฟยค้อนใส่ชายตรงหน้าไปหนึ่งขวับ
เจียงผิงอันยกมือขยับวาด ใช้วิชาตรวจสอบสายเลือด
ด้ายแดงเส้นหนึ่งพลิ้วออกมาจากหว่างคิ้วของเขา ไปเชื่อมเข้าที่
หว่างคิ้วทารกตรงหน้า
ร่างของเจียงผิงอันสะท้านเทิ้มรุนแรง
เป็นลูกเขาจริง ๆ!
“แอะแฮะ… แอ้~”
มือน้อย ๆ ของทารกหญิงเอื้อมออกมา ปากซึ่งไร้ซี่ฟันอ้ากว้าง
ราวกับนางมีความสุขยิ่ง
เจียงผิงอันเช็ดมือกับอาภรณ์รอบเอวตนอย่างประหม่า “ข้าขอ
อุ้มหน่อยได้หรือไม่?”
“อื้อ”
จี้เฟยส่งทารกหญิงให้กับเขา
เจียงผิงอันกลั้นหายใจ ประคองตัวอุ้มนางอย่างระมัดระวัง โคจร
กฎแห่งแรงโน้มถ่วงเปลี่ยนแรงโน้มถ่วงรอบข้าง ด้วยกลัวทารกน้อย
จะหลุดหล่นลงพื้น
ชั่วขณะที่เขาได้อุ้มทารกหญิง เจียงผิงอันก็รู้สึกราวมีบางสิ่งพอก
ตัวในหัวใจ แต่มิอาจพูดเป็นวาทะได้
หากต้องให้อธิบายก็คงเป็น ต่อให้มีเซียนคิดมาแตะต้องบุตรีเขา
เขาก็ขอเล่นงานเซียนให้ได้สักสองสามหมัด
เจียงผิงอันและบุตรสาวมองหน้ากันอยู่นาน
“นางชื่ออะไร?”
“รอเจ้าตั้งชื่ออยู่”
“ข้าไม่รู้ ข้าเรียนมาน้อย”
ยามเจียงผิงอันตั้งชื่อเสียวเสวี่ยก่อนหน้านี้ ก็ถูกพวกเมิ่งจิงล้อก
ระจาย
“เจียงเมี่ยวอี เป็นเช่นไร” จี้เฟยกล่าว
“เพราะกว่าข้าตั้งแหละ”
เจียงผิงอันทวนชื่อนี้ในใจซ ้าไปมา ใบหน้าเย็นชาปรากฏเค้า
ความรักใคร่
เขาคลับคล้ายจะได้เห็นสีหน้าของบุพการีตนยามแรกพบหน้า
เขา
นี่คือสายสัมพันธ์โลหิตหรือ?
เนิ่นนานจากนั้น เจียงผิงอันก็สงบลง มองจี้เฟยตรงหน้าเขา และ
รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมากะทันหัน
ทั้งสองไร้เยื่อใยต่อกัน แต่ก็มีบุตรด้วยกันเพิ่มมาหนึ่งคนอย่างงง
ๆ
จะอธิบายต่อเมิ่งจิงเช่นไร?
จี้เฟยเห็นเจียงผิงอันใจลอย ก็ทราบว่าชายผู้นี้ต้องใช้เวลาย่อย
ข่าวก่อนสักหน่อย “เมี่ยวอีใกล้ได้เวลากินนมแล้ว จะอยู่กินด้วยกัน
หรือไม่? เหลือให้เจ้าครึ่งหนึ่งนะ”
เจียงผิงอันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความนัยของจี้เฟย “ข้า
ออกไปก่อนดีกว่า”
เขาคืนเด็กให้อีกฝ่ายแล้วหมุนตัวเดินจาก
เจียงผิงอันเดินออกจากห้อง กุมกำปั้นคารวะเหล่าผู้คุ้มกัน
“ลำบากทุกท่านแล้ว ภายหน้าหากเผ่าจิ้งจอกเก้าหางต้องการ
โอสถหรืออาวุธวิเศษใด ข้าจะพยายามหามาให้อย่างเต็มที่!”
“เจ้านิกายเกรงใจไปแล้ว นี่คือสิ่งที่เราควรทำ ข้าหวังให้เจ้า
นิกายขยันขันแข็ง มีลูกสักร้อย ๆ คนเลยด้วยซ ้า”
ยอดฝีมือจิ้งจอกเก้าหางผู้หนึ่งกล่าวยิ้ม ๆ
ด้วยสายเลือดของเจ้านิกาย หากมีบุตรเพิ่มอีกได้ เผ่าจิ้งจอกเก้า
หางก็จะเป็นใหญ่ในยุคสมัยนี้ได้แน่
เจียงผิงอัน “…”
การมีบุตรจะง่ายเพียงนั้นได้อย่างไร ยิ่งคนแข็งแกร่ง ยิ่งมีบุตร
ยาก
มิอาจทราบว่าครั้งนี้มีโชคมาจากไหน หนเดียวก็ได้ลูกเลย
เจียงผิงอันเดินออกจากอาณาเขตของเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง กล่าว
กับเหล่าผู้อาวุโสที่มารออยู่ข้างนอก
“ขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่านที่ช่วยดูแลยายหนูน้อยอย่างลืมตาย
โอสถเยียวยากี่เม็ด อาวุธวิเศษที่เสียไป ข้าจะชดเชยให้ทุกท่านเอง”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสหลายคนก็เผยท่าทีขึงขังเปี่ยมคุณธรรม
“เจ้านิกายเห็นเราเป็นคนอื่นคนไกลเกินไปแล้ว นี่คือความ
รับผิดชอบของเรา”
“ผู้ใดกล้าขูดรีดผลประโยชน์ ข้ามศพตาเฒ่าผู้นี้ไปก่อนเถอะ!”
“ต่อให้เราต้องตาย เราก็จะปกป้องบุตรีเจ้านิกาย!”
ผู้อาวุโสนิกายเทวมารทั้งหลายยิ้มร่า ว่าแล้วเชียว เจ้านิกายจะไม่
ปล่อยพวกเขาขาดทุนเปล่า
หลายบุคคลนึกเสียดาย รู้เช่นนี้ พวกเขาคงระเบิดสมบัติลับของ
ตนเช่นกัน
ไม่รู้เผ่ามารจะมาโจมตีอีกยามใด จู่ ๆ ก็ตั้งตารอขึ้นมาเสียแล้ว
เจียงผิงอันนำโอสถและอาวุธวิเศษจำนวนมากออกมาให้คน
เหล่านี้เลือกซื้อ ลดราคาให้ด้วยสองส่วน
สองฝ่ายล้วนได้ประโยชน์ พวกเขาสร้างผลงาน เจียงผิงอันก็
สนับสนุนอาวุธวิเศษและทรัพยากร
ผู้อาวุโสจากนิกายเทวมารมากมายต่างตกใจเมื่อเห็นอาวุธวิเศษ
และโอสถชั้นยอดเหล่านี้ มีพวกมันอยู่ นิกายเทวมารจะฟื้นคืนอำนาจ
สู่จุดสูงสุดแน่นอน!
หลังขายของเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็กลับตำหนักเจ้านิกาย นำป้าย
หยกสื่อสารออกมาสารภาพกับเมิ่งจิง
“เสี่ยวจิง ข้ามีอะไรจะบอกเจ้า”
“เด็กที่ก่อนิมิตฟ้าดินเป็นลูกเจ้าสินะ”
เมิ่งจิงราวทำนายได้ เดาออกว่าเจียงผิงอันจะพูดอะไร
เรื่องของทารกเทพสร้างเสียงฮือฮาทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตนอยู่ไม่
น้อย
นิมิตชวนตะลึงเช่นนี้ ปรากฏเป็นครั้งแรกในรอบหมื่นปี
เจียงผิงอันรู้สึกผิดอย่างยิ่ง “ข้าขอโทษ เจ้าอาจไม่เชื่อ แต่แท้จริง
แล้ว ข้าถูกบังคับ…”
“ข้าเชื่อ เจ้าเลิศล ้าเพียงนี้ จะถูกสตรีขืนใจย่อมเป็นเรื่องธรรมดา
ข้าก็ทำออกจะบ่อยมิใช่หรือ”
เมิ่งจิงหัวเราะขำ “ข้าล่ะอยากเห็นสีหน้าเจ้ายามถูกปลุกปล ้าจริง
ๆ”
เจียงผิงอัน “???”
ระบบความคิดนี่มันอะไรกัน?
ผู้ชายของนางเองมาประสบเรื่องเช่นนี้ แต่นางก็ยังหัวเราะร่วนอยู่
ได้!
“เสี่ยวจิง เจ้าไม่โกรธหรือ?”
“จะโกรธทำไม ถึงอย่างไร เจ้าก็หมางเมินข้าไม่ได้อยู่แล้ว แถม
ฝ่ายได้เปรียบก็เป็นเจ้า หากเจ้าอยากเสวยสุข จะแต่งภรรยาสักร้อย
คนยังได้เลย”
เมิ่งจิงเคยเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มามากนัก ยอดฝีมือมากมาย
มีภรรยาหลายคน
ผู้ฝึกตนอย่างเจียงผิงอันซึ่งตั้งหน้าตั้งตาแสวงแต่เต๋าทั้งวันคืน มิ
ค่อยออกประสบสตรีใด ยากจะหาพบยิ่งกว่าผลอัสนีโกลาหลเสียอีก
เจียงผิงอันผ่อนลมหายใจโล่งอก ขอเพียงเมิ่งจิงไม่โกรธก็ดีแล้ว
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะพูดอะไรต่อ เขาพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง
แล้วหันกลับมาเฉียบพลัน
หนึ่งตัวตนท่ามกลางหมอกทมิฬปรากฏเบื้องหลังเขายามใดไม่
อาจทราบ!
เขาใช้พลังเนตรตรวจสอบอีกฝ่าย แต่ก็มิอาจพินิจผ่าน สัมผัสได้
เพียงปราณอันชวนสะพรึง ก้าวข้ามระดับของยอดฝีมือขอบเขตพ้น
พิบัติสู่อีกระดับหนึ่ง!
มันทำให้เจียงผิงอันนึกถึงความรู้สึกกดดันยามเขาเผชิญโลหิต
เซียนหยดนั้น!
เซียน!!