สู่วิถีอมตะ - บทที่ 528 การท้าทายจากเคหาสน์เทพจันทรา
“ท่านพ่อ! ช่วยด้วย! เมี่ยวอีจะโดนตีแล้ว!”
เมื่อเห็นมารดาตนพุ่งเข้ามา เจียงเมี่ยวอีก็มุดเข้าอ้อมแขนของ
เจียงผิงอัน โผล่ออกมาเพียงศีรษะจ้อย ลอบพินิจมารดาตน
เจียงผิงอันลูบศีรษะบุตรสาวตนยิ้ม ๆ แม่หนูนี่นับวันยิ่งแสบซนน่า
หยิกไปใหญ่แล้ว
“ข้าเกิดแรงบันดาลใจ ต้องเก็บตัวสักสองสามเดือน ฝากดูแล
เมี่ยวอีด้วยนะ”
เจียงผิงอันส่งตัวเด็กหญิงให้กับจี้เฟย
เมื่อคำนวณเวลาดู ก็เป็นเวลาสี่ปีแล้วนับแต่ที่เขาไปเยือนภพ
บุกเบิก ยามการประลองอัจฉริยะรุ่นปัจจุบันในศาลาเติงเซียนจบลง
เขาก็จะสามารถไปยังศาลาหลัก ไปแย่งชิงวิชาจำแลงเซียนที่ใจ
ปรารถนามานานได้
จากวาทะเหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียน การได้วิชาจำแลงเซียนมาก็
เท่ากับได้ประจักษ์ประตูเซียน
หลังจากได้วิชาจำแลงเซียนมา เมื่อใช้การโจมตีเดียวกัน ผู้อื่น
ใช้ปราณวิญญาณโจมตี แต่ผู้มีวิชาจำแลงเซียนจะใช้ปราณเซียน
โจมตี
ทั้งสองมิได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย
“ท่านพ่อ เมี่ยวอีจะรอพ่อกลับมานะ”
เด็กหญิงตัวน้อยจูบแก้มเจียงผิงอันอย่างหนักหน่วง ก่อนจะไปอยู่
ในอ้อมแขนมารดาตนอย่างว่าง่าย
ความเย็นชาบนใบหน้าเจียงผิงอันสลายหายไปนานแล้ว
หลงเหลือก็แต่ความรัก หัวใจยิ่งตั้งมั่นจะบรรลุเซียนให้จงได้
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องบรรลุสู่จุดสูงสุด เพื่อปกป้องผู้เป็นที่รัก
รอบกายเขา
ทันทีที่เจียงผิงอันกลับมาถึงภพบุกเบิก เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะ
อย่างลำพองจากข้างนอก
“พวกเจ้าศาลาเติงเซียนมิใช่หลายปีก่อนยังกร่างกำเริบหรือ?
ลองกำเริบอีกสิ! ฮ่า ๆ”
เสียงนั้นดังสนั่น กึกก้องทั่วทั้งศาลาเติงเซียน
เจียงผิงอันงุนงง ใครกันไม่กลัวตาย มายั่วโมโหศาลาเติงเซียน
เช่นนี้?
เขานำป้ายแสดงตนออกมาตรวจสอบบริเวณสื่อสาร
“แค้นนัก ข้าโดนเคหาสน์เทพจันทราอัดเละอีกแล้ว”
“มันเกิดบ้าอะไรขึ้น ทำไมจู่ ๆ ผู้ฝึกตนของเคหาสน์เทพจันทรา
จึงแข็งแกร่งกันได้เพียงนี้ ผู้ฝึกตนที่เราเอาชนะได้เมื่อหลายปีก่อน
เหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย”
“น่าเสียดายที่เวลาการฝึกฝนของเยี่ยอู๋ฉิงสั้นเกินไป หากเขา
แข็งแกร่งกว่านี้ คงไม่บาดเจ็บสาหัส แต่โชคดีที่เขายังรักษาชีวิตไว้
ได้”
เจียงผิงอันทราบสถานการณ์โดยรวมผ่านบริเวณสื่อสาร
พวกผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทรามาท้าทายกันอีกแล้ว
ศาลาเติงเซียนและเคหาสน์เทพจันทราเป็นศัตรูคู่อาฆาต สอง
ฝ่ายมักท้าทายกันอยู่บ่อย ๆ
เมื่อสองสามปีก่อน ศาลาเติงเซียนนำเซินถูอี้ หร่านหงเฉินและ
อัจฉริยะคนอื่น ๆ ไปท้าทายเคหาสน์เทพจันทราและได้ชัยชนะถล่ม
ทลาย
ครั้งนี้ เคหาสน์เทพจันทรามาท้าทายพวกเขาศาลาเติงเซียน
เอาชนะอัจฉริยะหลายสิบคนติดต่อกัน
กระทั่งเยี่ยอู๋ฉิงยังสาหัส
เมื่อทราบว่ายามนี้เฉียนฮวั่นโหรวอยู่ในลานประลอง เจียงผิงอัน
ก็มุ่งหน้าไปยังลานประลองทันที
บนลานประลอง ศิษย์ศาลาเติงเซียนมากมายมารวมตัว ต่างผู้
ล้วนเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์
ในอาคมมิติ เฉียนฮวั่นโหรวกำลังสู้กับผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
สองฝ่ายปะทะกันต่อเนื่องด้วยวิชาลับระดับสูง ประกายแสงโปรย
ปราย กฎเกณฑ์ป่นสลาย สู้กันไปมาไม่หยุดยั้ง
“ศิษย์น้องหญิงเฉียนสู้เขา! ขยี้พวกเขาให้เละ! ล้างแค้นให้อู๋ฉิง
ด้วย!”
หลัวอีเฟยกำหมัด ใบหน้าของนางเปี่ยมความแค้นต่อผู้ฝึกตน
จากเคหาสน์เทพจันทรา
เยี่ยอู๋ฉิงนั่งฟื้นบาดแผลอยู่ข้างหลัวอีเฟย อาภรณ์ขาวของเขา
เปรอะด้วยโลหิต
จู่ ๆ เยี่ยอู๋ฉิงก็สัมผัสบางสิ่งได้แล้วหันมา ก่อนที่ใบหน้าเฉยชาจะ
ปรากฏความดีใจ
“ลูกพี่! เจ้ามาแล้ว!”
เยี่ยอู๋ฉิงคิดลุกขึ้น แต่ก็ถูกเจียงผิงอันกดตัวกลับลงไป
“ฟื้นตัวก่อนเถอะ”
สายตาของเจียงผิงอันหันไปทางลานประลอง “ผู้ฝึกตนจาก
เคหาสน์เทพจันทราไม่ธรรมดาจริง ๆ สู้ยืดเยื้อกับเสี่ยวเซียงได้ด้วย”
ครั้งหนึ่ง เสี่ยวเซียงเคยอยู่ในจุดสูงสุดของภพแร้นแค้น แม้
ขอบเขตของนางร่วงหล่น แต่ประสบการณ์การต่อสู้ของนางก็ยังอยู่
ผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทรารับการโจมตีของเสี่ยวเซียงไว้
ได้
เยี่ยอู๋ฉิงกล่าวขึ้นว่า “อันที่จริง นี่มิใช่เรื่องร้ายกาจที่สุดหรอก
เรื่องน่ากลัวที่สุดคือ คู่ต่อสู้คนนี้ถูกผู้อาวุโสเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
เมื่อปีก่อน”
“ผ่านมาเพียงไม่กี่ปี แต่คู่ต่อสู้ผู้นี้ก็เผยฝีมือทัดเทียมผู้อาวุโส
แล้ว”
“คู่ต่อสู้ที่เอาชนะข้าไปเมื่อครู่ก็เช่นกัน เมื่อหลายปีก่อน ข้า
เอาชนะเขาได้ง่าย ๆ เลย”
“แต่ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละ
คน ระดับพลังต่อสู้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว”
ความเร็วความคืบหน้านี้พิกลนัก ประหลาดจนไม่อาจเข้าใจได้
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็เผยสีหน้างุนงง หนึ่งบุคคลพัฒนา
รวดเร็วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็แปลกไปหน่อยหากคนกลุ่มหนึ่งจะ
พัฒนาก้าวกระโดดถ้วนหน้า
สายตาของเจียงผิงอันกวาดมองเหล่าศิษย์เคหาสน์เทพจันทรา
มองรอยยิ้มย่ามใจบนใบหน้าคนเหล่านั้น
“อย่างนี้นี่เอง”
เจียงผิงอันเห็นบางสิ่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ลูกพี่เห็นอะไรแล้วหรือ?”
เยี่ยอู๋ฉิงถาม สีหน้าเปี่ยมความนับถือ ลูกพี่ถึงกับเห็นเบาะแส
ทันทีที่มาถึง
ข้างกันนั้น หลัวอีเฟยหันมา “เจ้าคิดว่าลูกพี่เจ้าเป็นเซียน รู้ทุก
เรื่องหรือไร”
หลัวอีเฟยริษยายิ่งนัก เยี่ยอู๋ฉิงเห็นเจียงผิงอันผู้นี้ทีไร เขาก็
เทิดทูนบูชาอีกฝ่ายราวสตรีคลั่งรัก แต่พอเผชิญหน้านาง เขากลับ
เย็นชาสุดแสน
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะพูดอะไร เสียงระเบิดก็ดังสนั่นขึ้นใน
อาคมมิติ
ตามด้วยเสียงโห่ร้องยินดี
“ศิษย์น้องหญิงเฉียนร้ายกาจมาก!”
“สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะล ้าเลิศ สร้างระบบฝึกฝนของตัวเอง
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
“ในที่สุดก็มีชัยชนะ”
คู่ต่อสู้ของเฉียนฮวั่นโหรวถูกอัดเสียเละเป็นกองเลือดเนื้อ
ยามผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราเห็นเช่นนี้ สีหน้าของพวก
เขาเคร่งขรึมเล็กน้อย แต่หาได้มีโทสะ
ศิษย์เคหาสน์เทพจันทราผู้หนึ่งยิ้มเย้ยผู้ฝึกตนจากศาลาเติง
เซียน “ขยะจากศาลาเติงเซียน ชนะแค่ครั้งเดียวก็ดีใจใหญ่โต”
“ผู้ที่พ่ายไป ในหมู่พวกเขาก็แค่งั้น ๆ”
“ศิษย์พี่หญิงเถียน ให้พวกเขาเห็นหน่อยว่าเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหน
จัดการสตรีชื่อเฉียนฮวั่นโหรวนี่เสีย เผยแสนยานุภาพของเรา
เคหาสน์เทพจันทรา!”
สายตาของผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราจับจ้องที่สตรีผู้หนึ่ง
ด้วยแววตาสุดคลั่งไคล้บูชา
สตรีนางนี้สวมอาภรณ์ยาวสีน ้าเงิน งามล ้าไร้คู่เปรียบ ทั่วกายแผ่
ปราณทรงพลัง กฎฟ้าดินรายล้อม บรรยากาศยิ่งใหญ่สูงส่งดุจเทพ
เซียนจากภพเซียน
เมื่อเห็นสตรีผู้นี้ สีหน้าของเหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนพลันย ่าแย่
สุดขีด
พวกเขารู้จักสตรีผู้นี้ เพราะนางลือนามเหลือเกิน
เถียนซี บุตรีของเจ้าเคหาสน์เทพจันทรา บรรลุขั้นปลายขอบเขต
หลอมสุญตานับแต่อายุสามสิบห้า พรสวรรค์ของนางแข็งแกร่งยิ่ง
จากคำร ่าลือ นางเกิดมาพร้อมนิมิตฟ้าดิน เมฆมงคลปกคลุมทั่ว
ฟ้าในรัศมีร้อยลี้
เมื่อมีเจ้าเคหาสน์เทพจันทราฝึกฝนอย่างเต็มที่ นางก็บรรลุวิชา
ระดับสูงมากมายนับแต่ยังเด็ก กวาดล้างสหายร่วมรุ่น พิชิตผู้ฝึกตน
ขอบเขตหลอมสุญตาทั้งมวลในเคหาสน์เทพจันทรา
กาลก่อนที่เฉียนฮวั่นโหรวไปท้าทายเคหาสน์เทพจันทรา สตรีผู้
นี้เก็บตัวอยู่พอดี
เถียนซีก้าวเท้าออกมา มิติถูกตัดแยก เดินผ่านกำแพงอาคมเข้า
ไป
ศิษย์ศาลาเติงเซียนทั้งหลายร้อนใจขึ้นมา เถียนซีผู้นี้เชี่ยวชาญ
พลังมิติอันหาได้ยาก รับมือลำบากยิ่ง
ไม่อาจทราบว่าเฉียนฮวั่นโหรวจะเอาชนะเถียนซีได้หรือไม่
หากเฉียนฮวั่นโหรวปราชัย เช่นนั้นทั้งศาลาเติงเซียนก็จะไม่มีผู้
ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาคนใดเอาชนะเถียนซีได้แล้ว
เถียนซีเชิดหน้ามองเฉียนฮวั่นโหรวอย่างถือตัว “ฝีมือเจ้าไม่เลว
สร้างขอบเขตของตนเองได้ หากเจ้าได้เติบโต บางทีก็อาจได้เป็นผู้
ยิ่งใหญ่”
“แต่เจ้าไม่มีโอกาสหรอก วันนี้ เจ้าจะตกตายที่นี่”
“ข้าไม่อยากสู้กับเจ้า” น ้าเสียงของเฉียนฮวั่นโหรวสุขุม ไร้
อารมณ์ใด ๆ บนสีหน้า
เถียนซีหรี่ตา “นี่จะหนีหรือ? เป็นถึงศิษย์ประมุขศาลาเติงเซียน
ข้ามิคาดว่าเจ้าจะตาขาว พวกเจ้าศาลาเติงเซียนไร้ค่ากันเสียจริง”
“หนี? เจ้ายังไม่ควรค่าหรอก ข้าแค่เหนื่อยแล้ว และมีผู้ที่สู้กับเจ้า
แทนได้”
เฉียนฮวั่นโหรวหันศีรษะมองออกมานอกอาคม ใบหน้าเฉยชา
ปรากฏรอยยิ้ม เอ่ยขึ้นว่า
“ข้าเหนื่อยแล้ว สู้แทนข้าได้หรือไม่?”
ทุกสายตามองตามเฉียนฮวั่นโหรวไป
ชายหนุ่มรูปงาม อกผายไหล่ผึ่ง ใบหน้าเย็นชาผู้หนึ่งปรากฏใน
ทุกคลองจักษุ
“ใครกันน่ะ? ถึงกับทำให้ศิษย์น้องหญิงเฉียนยิ้มได้ด้วย”
“เจ้าไม่รู้จักเขาหรือ เจียงผิงอันไง! เจียงผิงอันผู้พิชิตฝ่ายรักษา
ระเบียบคนนั้น! เขาเป็นคู่บำเพ็ญของศิษย์น้องหญิงเฉียน”
“หากเจ้าไม่พูดขึ้นมา ข้าก็เกือบลืมไปแล้วนะนี่ หลังจากเจียงผิง
อันโค่นล้มฝ่ายรักษาระเบียบ เขาก็ไม่ปรากฏตัวเลย”
“ให้เจียงผิงอันขึ้นมาประชัน? เขาไหวหรือ?”
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนสุดแสนเคลือบแคลง