สู่วิถีอมตะ - บทที่ 529 ประชันเคหาสน์เทพจันทรา
เจียงผิงอันลือนามในศาลาเติงเซียนยิ่ง แต่เหล่าศิษย์ศาลาเติง
เซียนไม่รู้เรื่องของเขามากนัก
ทราบเพียงว่าเขาเป็นผู้ฝึกจิต มีพลังวิญญาณแข็งแกร่ง และมีวร
ยุทธ์พิเศษที่สามารถเรียกภาพฉายของผู้อื่นมาช่วยต่อสู้ได้
แต่แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่ง ก็ไม่มีทางเอาชนะอัจฉริยะ
ระดับเถียนซีได้เลย
ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาทั่วทั้งศาลาเติงเซียน บางทีคงมี
เพียงเฉียนฮวั่นโหรวผู้สร้างขอบเขตฝึกฝนของตนเองเท่านั้นที่จะ
เทียบชั้นเถียนซีได้
เจียงผิงอันมิได้สนใจการต่อสู้เช่นนี้ เขาจะเข้าร่วมศึกหรือไม่ก็ได้
หามีความหมายต่อเขามากนัก
“เสี่ยวเซียง เจ้าพยายามอีกหน่อยดีกว่านะ”
เจียงผิงอันปฏิเสธอย่างสุภาพ
เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยปาก “ในการประลองนี้ ฝ่ายชนะจะได้รับป้าย
คำสั่งเคหาสน์เซียน มีโอกาสได้รับมรดกเซียนนะ”
เจียงผิงอันเงียบไปสามลมหายใจ จึงตอบว่า “เสี่ยวเซียง เจ้าคง
เหนื่อยมากแล้ว ไปพักเถอะ ข้าจัดการเอง”
ปวงชน “…”
หน้าไม่อายเสียนี่กระไร
เมื่อครู่ยังให้คนของตัวเองเหนื่อยต่ออยู่เลย แต่พอได้ยินว่ามี
ผลประโยชน์ก็เสนอตัวเชียวนะ
แต่ปวงชนก็เข้าใจได้ ใครบ้างไม่อยากได้ป้ายคำสั่งเคหาสน์
เซียน
ในศาลาเติงเซียนมีโอกาสมากมายไร้สิ้นสุด ทั้งศาสตราเซียน
โอสถเซียน วรยุทธ์เซียน… หากได้มาสักอย่างก็ทะยานสู่ฟ้า เปลี่ยน
ชะตาชีวิตได้ ผู้ฝึกตนคนใดไม่หวั่นไหวบ้าง?
เฉียนฮวั่นโหรวยกยิ้ม เหินออกจากอาคมมาหาเจียงผิงอัน
“รีบ ๆ หน่อยนะ อีกครึ่งวัน ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังศาลาหลักจะ
เปิดแล้ว เราจะไปศาลาหลักกัน”
“ได้”
เจียงผิงอันเหินเข้าอาคมมิติ
เถียนซีกล่าวกับเฉียนฮวั่นโหรวที่นอกอาคมมิติเสียงเย็น “เจ้าส่ง
สามีตัวเองมาตายแท้ ๆ”
ก่อนจะมายังศาลาเติงเซียน พวกนางเคหาสน์เทพจันทรา
ตรวจสอบข้อมูลอัจฉริยะบางคนมาล่วงหน้า เจียงผิงอันก็คือหนึ่งใน
นั้น
สำหรับผู้ฝึกจิตคนนี้ เถียนซีมิเห็นในสายตาเลย บุคคลที่ทำให้
นางพอจะสนใจบ้างมีเพียงเฉียนฮวั่นโหรวผู้สร้างขอบเขตฝึกฝนของ
ตนเอง มีเพียงเฉียนฮวั่นโหรวเท่านั้นที่นางมองว่าอยู่ในระดับเดียวกัน
ผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราตะเบ็งเสียง “ศิษย์พี่หญิงเถียน
มิต้องมากความกับพวกเขาหรอก ฆ่าเจียงผิงอันเสียแล้วค่อยจัดการ
กับเฉียนฮวั่นโหรวก็ได้ ผู้ใดก็ช่าง สุดท้ายก็ตายอยู่ดีนี่”
เถียนซีหันมากล่าวกับเจียงผิงอันด้วยสายตาเฉยชา “หนึ่ง
กระบวนท่า ข้าจะฆ่าเจ้าในกระบวนเดียว”
ว่าแล้ว ภาพฉายจันทร์เสี้ยวขนาดมหึมาก็ปรากฏเบื้องหลังนาง
ทอดยาวหลายร้อยจั้ง เรืองรัศมีลึกลับส่องนภาผ่านอาคมมิติ
ขณะนี้ เถียนซีดูประหนึ่งนางเซียน ให้บรรยากาศสูงส่งบริสุทธิ์
“อำนาจศักดิ์สิทธิ์ วงล้อจันทรา!”
เมื่อเห็นภาพฉายนี้ เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนก็ตกตะลึง
‘วงล้อจันทรา’ คืออำนาจศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเคหาสน์เทพจันทรา
ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการก็ยังยากจะเรียนได้ แต่เถีย
นซีกลับใช้มันออกมาในขณะนี้!
เถียนซีในขณะนี้เป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาเท่านั้น
ต่อหน้าการโจมตีของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ เจียงผิงอันจะไม่ตายได้
อย่างไร?
กระทั่งผู้อาวุโสของศาลาเติงเซียนมากมายยังหน้าเครียดยาม
เห็นวรยุทธ์นี้
เจียงผิงอันอยู่ในอันตรายแล้ว
แต่นี่คือการประลองยุทธ์ พวกเขามิอาจเข้าช่วย เว้นแต่เจียงผิง
อันจะยอมแพ้ออกมาเอง
เถียนซีชำเลืองเฉียนฮวั่นโหรว “นี่จะส่งสามีเจ้าสู่ความตาย!”
นางยกมือขึ้น แล้วจันทร์เสี้ยวสุดสว่างเบื้องหลังนางก็ถูกยกขึ้น
เหวี่ยงใส่เจียงผิงอัน
จันทราดวงมหึมาอัดแน่นด้วยอำนาจไร้สิ้นสุด ขุนเขาในอาคม
ถูกโค่นถอนกระเด็นใส่เจียงผิงอัน
มิติรอบข้างเจียงผิงอันถูกผนึก ยากจะขยับตัวได้
นี่คือการผนึกมิติ
ขณะที่เถียนซีใช้ ‘วงล้อจันทรา’ นางก็ใช้วิชาลับมิติกับเจียงผิง
อันด้วย
เพื่อป้องกันมิให้เจียงผิงอันหนี
แต่เจียงผิงอันหาได้คิดหนีไม่ และเงื้อหมัดชกออกไปตรง ๆ
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนเบิกตากว้างยามเห็นเช่นนี้
เจียงผิงอันเสียสติไปแล้วหรือ? ไม่รีบหาทางหนีแล้วยังเงื้อหมัด
เข้าชกรับอีก มันต่างอะไรกับรนหาที่ตาย?
หากคิดใช้ตัวเองฝืนรับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นไปไม่ได้ชัด ๆ!
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นสะท้านโสต แสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมทั่วทั้ง
อาคม
“เจียงผิงอันร่างแหลกไปแล้วแน่ ๆ” ผู้ฝึกตนมากมายคิด
เช่นเดียวกันในใจ
ทว่า ยามแสงสว่างจางตัว ปวงชนก็พบภาพอันทำให้พวกเขาตก
ตะลึง
ปรากฏว่าเจียงผิงอันปลอดภัยสบายดี!
เส้นผมสีดำร่ายระบำตามลม ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาไร้การ
เปลี่ยนแปลง ประหนึ่งมิได้ถูกอำนาจศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ กระหน ่าเข้าใส่มา
ก่อน
“เรื่องบ้าอะไรเนี่ย!”
คางของเหล่าผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราแทบร่วงลงพื้น
นี่คือการโจมตีด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์เลยนะ!
แม้จะมิได้ใช้กฎเคล็ดพลัง แต่นี่ก็คืออำนาจศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี มัน
ทรงพลังสุดขั้ว ต่อให้รับได้ก็ไม่มีทางสมประกอบ
หรือ ‘วงล้อจันทรา’ ของเถียนซีจะมิได้ทรงพลัง? เจียงผิงอันเลย
สบายดี?
มีเพียงยอดฝีมือทั้งหลายและคณะของเถียนซีเท่านั้นที่รู้ว่าการ
โจมตีนี้แข็งแกร่งเพียงไร
พวกเขามิคาดเลยว่า เจียงผิงอันผู้นี้นอกจากจะเป็นผู้ฝึกจิต ยัง
เป็นผู้ฝึกกายาด้วย
“ข้าประเมินเจ้าต ่าไป”
เถียนซีสิ้นความดูแคลนในกาลก่อน สายตาของนางเปลี่ยนสู่
จริงจัง
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ “หยุดพูดพล่ามแล้วเลิกปิดบัง ใช้อำนาจ
ยันต์หยกที่อยู่กับเจ้าเสีย ขอข้าดูหน่อยว่ามันคืออะไร”
ทันทีที่เอ่ยปาก สีหน้าของเถียนซีและผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพ
จันทราทั้งหลายก็เปลี่ยนไปอย่างมหันต์
“ยันต์หยกอะไร?” เฉียนฮวั่นโหรวถามอย่างสงสัย
เจียงผิงอันอธิบาย “เหตุผลที่พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น ก็เพราะพวก
เขามียันต์หยกประหลาดอยู่กับตัว”
“ยันต์หยกนี้บรรจุปราณและวิชาต่าง ๆ ได้ ขณะสู้ไปพลางก็ใช้
อำนาจนี้ไปพลาง”
เจียงผิงอันทราบเรื่องนี้ทะลุปรุโปร่งอยู่แล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนพลันประจักษ์แจ้งแล้ว
ระเบิดโทสะกันทันที
“อย่างนี้นี่เอง! ข้าก็ว่าอยู่ว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงนี้ได้อย่างไร
ที่แท้ก็มีของพรรค์นี้อยู่!”
“เคหาสน์เทพจันทราสมควรตาย พวกเขาใช้วิธีนี้ฆ่าเราไปหลาย
คนเลย!”
“สารเลวไร้ยางอาย! หากสู้ไม่ได้ก็อย่าประลองสิ!”
เหล่าผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราเปี่ยมทั้งความสงสัยและ
ตกใจ
เจียงผิงอันผู้นี้ทราบถึงยันต์หยกได้อย่างไร?
มีเพียงพวกเขาที่รู้แท้ ๆ
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะรู้ได้อย่างไร พวกเขาก็ไม่มีทางยอมรับออกมา
เด็ดขาด
เถียนซีแค่นยิ้ม “พวกเจ้าศาลาเติงเซียนเอาชนะเราไม่ได้ ก็เลย
ใช้เหตุผลเช่นนี้มาใส่ความเราหรือ? ไม่รู้จักแพ้หรือไร? เจ้ามีเหตุผล
อะไรมาบอกว่าเราใช้ยันต์หยก?”
“ค้นตัวพวกเจ้าก็รู้แล้วว่าจริงหรือไม่” เจียงผิงอันกล่าว
“ค้นตัว? เจ้าคิดว่าเราเป็นร่างเน่าหนอนของคู่บำเพ็ญเจ้าหรือไร
จะได้ให้คนอื่นมาค้นตัวง่าย ๆ?”
ใบหน้าของเถียนซีบิดเบี้ยวไม่น่ามอง กลบความงามของนางไป
จนสิ้น
สีหน้าของเจียงผิงอันค่อย ๆ เย็นเยียบ ร่างของเขากลายเป็นอัสนี
สีดำ หายไปจากที่ในพริบตา พุ่งตรงเข้ามาหาเถียนซี
เถียนซีใช้วิชาลับมิติ สร้างโล่มิติขวางตรงหน้าตนทันที
ทว่า ก่อนโล่มิติจะทันก่อตัว ตรวนสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น ผนึก
โล่ที่ยังก่อไม่เสร็จเอาไว้
สีหน้าของเถียนซีแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
นี่มันวิชาอะไรกัน กระทั่งมิติยังผนึกได้!
โล่มิได้ก่อตัว เจียงผิงอันออกหมัดเข้าใส่หนึ่งหน อำนาจชวนสะ
พรึงอันปนเปด้วยกฎเกณฑ์หลากหลายทะลักฟาด
หนึ่งหมัดชกใส่หน้าเถียนซี ใบหน้าซึ่งเดิมงดงามเบี้ยวบูด ยับเยิน
ไปในทันที
เปรี้ยง!
ขณะเถียนซีกระเด็นหัวทิ่ม เจียงผิงอันก็ไล่ตามไป หมัดอัน
โหดเหี้ยมกระหน ่าลงมาเช่นพายุ
เถียนซีอยากหนีเข้ามิติไปก่อน แต่เจียงผิงอันคว้าข้อเท้านาง
กระชาก ฟาดลงพื้นอย่างรุนแรงราวเป็นสุนัข
ทุกครั้งที่กระทบพื้น พสุธาสั่นคลอน บรรพตถล่มยุบ
ปวงชนล้วนตะลึงค้าง มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
มิใช่พูดกันหรือว่าเจียงผิงอันเป็นผู้ฝึกจิต?
นี่เรียกผู้ฝึกจิตหรือ?