สู่วิถีอมตะ - บทที่ 531 ภาพฉายเซียน
เถียนซีถือวงล้อจันทราในมือ เหวี่ยงมันเข้าใส่เจียงผิงอัน
วงล้อจันทราบรรจุอำนาจเลิศล ้าเกินใด ผ่านไปที่ไหน สุญตา
ล้วนถล่มพินาศ
“ไปตายซะ!”
ยามวงล้อจันทราฟาดเข้าใส่ เจียงผิงอันก็ใช้อัสนีหยิน ชั้นอัสนีห
ยินปรากฏเคลือบเป็นเกราะป้องกัน คลุมทับทั่วกาย
ตู้ม!
วงล้อจันทราสุกสว่างปะทะใส่อัสนีหยิน แล้วก็ถูกอัสนีทมิฬดีด
กระเด็นออกไป
เถียนซีตะลึง
การโจมตีของนางฆ่าอีกฝ่ายมิได้ เกิดอะไรขึ้น?
เถียนซีควบคุมวงล้อจันทรา กระหน ่าโจมตีเกราะทรงกลมอันก่อ
จากอัสนีหยินอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากรัวโจมตีต่อเนื่องมานาน ปราณในตัวเถียนซีเหือด
หายไปเกินครึ่ง เกราะอัสนีหยินทรงกลมก็ยังไม่พังทลาย
ผู้ฝึกตนทั้งหลายที่คิดว่าเจียงผิงอันตายในศึกนี้แน่แท้ล้วนจังงัง
“เกิดอะไรขึ้น? เกราะอัสนีหยินแข็งแกร่งเพียงนี้เลยหรือ?”
“การป้องกันของผู้ฝึกตนธาตุอัสนีแข็งแกร่งเช่นนี้ อัสนีหยิน
พิเศษยิ่ง มีพลังป้องกันสูงล ้าสุดขั้ว แต่ข้ามิคาดเลยว่ามันจะแข็งแกร่ง
ถึงขนาดนี้”
“ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็น่าจะมีขีดจำกัดของขอบเขตอยู่
หรืออำนาจอัสนีหยินของเจียงผิงอันก็เป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง
ด้วย?”
“ต่อให้เป็นอำนาจศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีทางทนอำนาจศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเพิ่ม
ฤทธิ์สามเท่าได้นานเช่นนี้อย่างไม่สะท้านสะเทือนหรอก!”
พลังป้องกันของเจียงผิงอันแข็งแกร่งเกินคาดคิด
เถียนซีใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์มานานเกินไป ปราณวิญญาณส่วน
ใหญ่ที่เก็บไว้ในยันต์หยกเกือบเหือดสิ้น มิอาจคงสภาพอำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้ การโจมตีจึงหยุดลง
อัสนีหยินของอีกฝ่ายสลายตัว เผยใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของ
เจียงผิงอัน สิ่งที่แตกต่างไปจากกาลก่อนคือเส้นผมดำของเขาแปร
เปลี่ยนเป็นขาวโพลน
“ทำได้แค่นี้หรือ?”
ทันทีที่ห้าพยางค์นี้ถูกเอ่ย ปวงชนก็สัมผัสได้ถึงความมั่นใจและ
พลังอันเกินบรรยาย
ปวงชนล้วนตกใจเมื่อพบว่าปราณจากตัวเจียงผิงอันก็ทวีคูณขึ้น
สามเท่าจากเมื่อครู่เช่นกัน!
ดวงตาของเถียนซีเบิกกว้าง “เจ้าก็ใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘แสง
บุหลัน’ ได้หรือ?”
‘แสงบุหลัน’? ของกระจอกอะไร ควรค่าเทียบชั้นกับวิชาเทียม
เทพสงครามด้วยหรือ?
เจียงผิงอันไม่มัวมากความ ใช้ ‘หมัดทำลายล้าง’ ออกมาเต็ม
กำลัง
ร่างของเถียนซีเคลื่อนเข้าหาเจียงผิงอันอย่างเกินควบคุม มิอาจ
ต้านแรงดึงดูดนี้ได้
เมื่อสัมผัสอำนาจทรงพลังนี้ ใบหน้าของเถียนซีก็ปรากฏเค้า
ความกลัว นี่มันอำนาจศักดิ์สิทธิ์อะไร? แข็งแกร่งยิ่งกว่าแรงกดดัน
จาก ‘วงล้อจันทรา’ ของนางอีก!
“อย่าหวังเอาชนะคุณหนูผู้นี้ได้เลย!”
เถียนซีแผดเสียง ใช้ปราณเซียนในกายกระตุ้น ‘วงล้อจันทรา’
และ ‘แสงบุหลัน’ เข้าต่อกรกับเจียงผิงอันอย่างดุเดือดอีกครั้ง
นางไม่เชื่อว่าบุตรีเจ้าเคหาสน์เทพจันทราผู้สูงส่งซึ่งถูกฝึกฝน
ด้วยทรัพยากรระดับสูงสุดแต่เด็กอย่างนางจะมาพ่ายให้บุคคลต ่าต้อย
ไร้ชื่อเสียง!
หมัดทำลายล้างกระแทกเข้ากับวงล้อจันทรา อำนาจชวนสะพรึง
กวาดกระหน ่าทั่วอาคมมิติ แดนดินแหลกระเบิด สุญตาถล่มร้าว คลื่น
พลังรุนแรงทำให้มิอาจเห็นเหตุการณ์ภายในได้สักนิด
ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ศาลาเติงเซียนหรือผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพ
จันทราล้วนกลั้นหายใจ
สุดท้ายผู้ใดจะคว้าชัย?
เจียงผิงอันหรือเถียนซี?
“ศิษย์พี่หญิงเถียนต้องแข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว!” ผู้ฝึกตนจาก
เคหาสน์เทพจันทรากำหมัดอย่างประหม่ายิ่ง
ยามคลื่นพลังและประกายแสงทั้งปวงจางตัว ปวงชนก็เห็นชายผม
ขาวผู้หนึ่ง
เขายืนกลางอากาศ ตระหง่านสูงทรงอำนาจดุจผู้นำเหนือปวง
ประชา ปราณอันทรงพลังทำให้ปวงชนครั่นคร้ามยำเกรง
เมื่อมองลงไป ก็พบเถียนซีในสภาพเละเทะ ร่างพินาศเกือบครึ่ง
ตัว อาภรณ์เปรอะแดงด้วยโลหิต กระอักเลือดในสภาพสะบักสะบอม
การปะทะกันหนนี้ ปรากฏผลลัพธ์ชัดเจน
ทุกดวงใจสั่นสะท้าน
เจียงผิงอันถึงกับพิชิตบุตรีเจ้าเคหาสน์เทพจันทราลงได้!
แทบทุกผู้ล้วนรู้สึกเหลือเชื่อ มีเพียงเยี่ยอู๋ฉิงและเฉียนฮวั่นโหรวที่
เมินเฉย
สายตาของเฉียนฮวั่นโหรวมองมายังเจียงผิงอันด้วยอารมณ์
ซับซ้อน
ชายผู้นี้เคยสู้ชนะมหาจักรพรรดิ
ในขอบเขตเดียวกัน ไร้ผู้ใดประชันได้ กระทั่งในภพบุกเบิก เจียง
ผิงอันก็ยังไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน
เจียงผิงอันแปรเปลี่ยนเป็นอัสนี พุ่งตรงเข้าหาเถียนซี เตรียม
จัดการอีกฝ่ายให้จบสิ้น
ขณะนั้นเอง ยันต์หยกที่ซ่อนในตัวเถียนซีพลันแผ่ปราณชวนขน
ลุก
เจียงผิงอันมิอาจหลบ ถูกอำนาจนี้เข้าเต็ม ๆ จนร่างแหลกเป็น
หมอกสีเลือดคลุ้งนภา
ภาพฉายอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นตรงหน้าเถียนซี
ทันทีที่ภาพฉายนี้ปรากฏ กฎฟ้าดินก็นิ่งสนิท ทำให้ปวงชนอึด
อัดหายใจไม่ออก
“เจ้าเคหาสน์เทพจันทรา!”
ศิษย์ศาลาเติงเซียนอุทานอย่างตกใจ พรั่นพรึงขนหัวลุกซู่
ปรากฏว่านั่นคือภาพฉายของเจ้าเคหาสน์เทพจันทรา!
เถียนปั๋วหนิง เจ้าเคหาสน์เทพจันทราทิ้งวิญญาณส่วนหนึ่งไว้
กับเถียนซีผู้เป็นบุตรสาว ยามนางเผชิญอันตรายถึงตาย เขาก็จะถูก
กระตุ้นออกมาปกป้องบุตรีตน
“เถียนปั๋วหนิง!!”
หลัวซู่ปรากฏกายด้วยสีหน้าเปี่ยมโทสะ ปราณแข็งแกร่งปกคลุม
ทั่วทิศ เต๋าสวรรค์สั่นสะท้านรุนแรง แทบจะทั่วแคว้นชางหลานล้วน
สัมผัสปราณชวนขนลุกนี้ได้
หลัวซู่ขุ่นเคืองยิ่งนัก มิคาดว่าเถียนปั๋วหนิงจะถึงกับลงมือกับเจียง
ผิงอัน
ในเมื่อเถียนปั๋วหนิงไม่สนใจกฎเกณฑ์ เช่นนั้นบุตรีเขาก็อย่าหวัง
รอดชีวิต!
หลัวซู่ลงมือโจมตีเถียนซี
ภาพฉายของเถียนปั๋วหนิงสกัดไว้
ทว่านี่เป็นเพียงภาพฉาย มิอาจคงอยู่ได้นาน
“ฮั่วหร่วน! ยังไม่ออกมาอีก!”
เถียนปั๋วหนิงตะโกน
พริบตานั้น หนึ่งร่างเยาว์วัยก็มายืนขวางตรงหน้าหลัวซู่
ปวงชนล้วนผงะกับสิ่งที่เห็น
เกิดอะไรขึ้น? มิใช่ฮั่วหร่วนเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของศาลาเติง
เซียนของพวกเขาหรือ? ไฉนจึงมาขวางประมุขศาลาตัวเอง?
ขณะที่ปวงชนกำลังตะลึง เจียงผิงอันผู้ร่างแหลกสลายไปก็พลัน
ประสานตัวกลับมา
ยันต์ตัวตายตัวแทนถูกทำลายไปแผ่นหนึ่ง
โชคยังดี เถียนปั๋วหนิงใช้เพียงปราณจากกายป่นร่างเจียงผิงอัน
ไป หากเขาใช้อำนาจมหาเต๋า เจียงผิงอันก็คงใช้ยันต์ตัวตายตัวแทน
มิได้
หลังฟื้นชีวิตคืนมา เจียงผิงอันก็รีบเลี่ยงออกจากสมรภูมิ ที่นี่มิใช่
ที่ที่เขาจะอยู่ได้เลย
เซียนทั้งสามมิต้องเจาะจงหมายหัวเขา เพียงปราณจากกายก็ทำ
ให้ปราณทั้งตัวเขาเกือบแน่นิ่งแล้ว
หลัวซู่อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยยามเห็นว่าเจียงผิงอันไม่ตาย แต่นาง
ก็นึกถึงบางสิ่งได้ทันที แล้วสีหน้าของนางก็บูดบึ้งลงอีกครั้ง
“ฮั่วหร่วน ที่แท้เจ้าก็เป็นไส้ศึก!”
หลัวซู่มิใช่คนโง่ การกระทำของฮั่วหร่วนเผยตัวตนของเขาออก
มาแล้ว
ฮั่วหร่วนเอ่ยเนิบ ๆ “มิใช่เจ้ารู้อยู่แล้วหรือ? เช่นนั้น ไฉนยังต้องเส
แสร้งต่อไป?”
“เจ้าซ่อนเนียนเพียงนี้ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร”
หลัวซู่กำหมัดแน่น ในใจหดหู่ รับเรื่องนี้ไม่ได้เล็กน้อย
ฮั่วหร่วนตะลึงไปเล็กน้อย “ในเมื่อเจ้าไม่รู้ ไฉนจึงให้เจียงผิงอัน
มาลองเชิง บอกว่าเราเป็นไส้ศึกล่ะ?”
หลัวซู่หันไปมองเจียงผิงอันอย่างสงสัย สีหน้าของนางพิกล
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “ข้าพูดมั่วซั่ว แค่อยากสาด
สีใส่พวกเขาเฉย ๆ น่ะ”
ฮั่วหร่วน “…”
หลัวซู่ “…”
เถียนปั๋วหนิง “…”
ปวงชนล้วนใบ้รับประทาน
คำพูดเหลวไหลของเจียงผิงอันกลับกลายเป็นความจริง จับ
มัจฉาใหญ่ได้หนึ่งตัว!
หลัวซู่สูดหายใจลึก ก่อนจะเค้นเสียงอย่างเคืองแค้น “ไสหัวไป!
ออกไปจากศาลาเติงเซียนของข้าซะ!”
“ประมุขศาลา จะปล่อยพวกเขาไปมิได้นะ! สารเลวฮั่วหร่วนนั่น
ยืมศาสตราเซียนไปหนึ่งชิ้นและทรัพยากรมากมายเมื่อนานมาแล้ว!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งตะโกนลั่น
ผู้อาวุโสผู้นี้เพิ่งตระหนักยามนี้เอง ว่าเหตุใดฮั่วหร่วนจึงมายืม
ศาสตราเซียนกับทรัพยากรไปมากมาย
หลัวซู่กำหมัด มิได้เข้าหยุด
ศึกเซียนมิอาจเกิดขึ้นในศาลาเติงเซียนได้ หาไม่ ผู้ฝึกตน
ทั้งหมดจะพลอยเสียหาย
เคหาสน์เทพจันทราก็ไม่คิดสู้ การชนะในถิ่นศาลาเติงเซียน
เป็นไปได้ยาก
ยิ่งอำนาจแข็งแกร่ง ยิ่งยากจะปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบ อย่าง
มากก็แค่ให้ผู้ฝึกตนระดับต ่ามาสู้กันเล็ก ๆ น้อย ๆ
ครั้งนี้มีบุคคลสำคัญมาเกี่ยวข้อง เหล่าเซียนจึงปรากฏตัว แต่ก็
ยังยากนักหากจะสู้กันจริง ๆ
เถียนซีกล่าวกับเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น “คอยก่อนเถอะ ไม่ช้า
ก็เร็ว คุณหนูผู้นี้จะขยี้ร่างเจ้าเป็นเสี่ยง ๆ!”
เปรี้ยง!
เพิ่งสิ้นวาทะของเถียนซี อัสนีหยินที่เหลือในกายนางก็พลัน
ระเบิดร่างของนางแหลกเละ
เถียนปั๋วหนิงรีบใช้พลังยิ่งใหญ่ประกอบร่างบุตรีตนอีกครั้ง
เถียนปั๋วหนิงหันมาชำเลืองเจียงผิงอันอย่างเย็นเยียบ “เจ้าวอน
ตาย!”
ขณะนี้ เจียงผิงอันรู้สึกราวร่างตนเจียนระเบิด
เมื่อหลัวซู่มายืนขวางตรงหน้า ความรู้สึกชวนสะพรึงก็สลายหาย
หลัวซู่กล่าวกับเถียนปั๋วหนิงเสียงเย็น “ฝีมือบุตรีเจ้าสู้ผู้อื่นไม่ได้
ก็อย่าออกมาให้ขายหน้าเล่น ไสหัวไปซะ!”