สู่วิถีอมตะ - บทที่ 541 ประชันภาพฉายของชิวเฟิง
“หากคนผู้นี้เอาชนะประมุขศาลาชิวได้ ข้าจะทิ้งการฝึกฝน กลับ
บ้านไปทำไร่ทันทีเลย!”
ผู้ฝึกตนคนนี้มาจากไหนไม่รู้ หน้าตามิคุ้นเลย ต้องมิใช่อัจฉริยะ
ล ้าเลิศคนใดแน่
นอกจากนั้น อัจฉริยะทรงพลังไม่มาถูกขังที่ผานี้กันหรอก
เมื่อเห็นคนผู้นี้พุ่งเข้าใส่ภาพฉายของประมุขศาลาชิว ภาพยาม
คนผู้นี้ถูกต่อยกระเด็นก็ปรากฏในใจพวกเขาแล้ว
อย่าเห็นมันเป็นเพียงภาพฉาย ภาพฉายก็ยังมีสัญชาตญาณ
การต่อสู้อยู่ และนี่แหละความอัศจรรย์ของผาสำนึกผิดแห่งนี้
ภาพฉายของชิวเฟิงสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม แล้วเงื้อหมัดจู่โจม
เจียงผิงอันตามสัญชาตญาณ
สองหมัดปะทะกัน เกิดรอยร้าวบนสุญตา อำนาจรุนแรงกระจาย
กวาดทั่วทิศ
สีหน้าผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการมากมายแปรเปลี่ยน
มหันต์ รีบกางโล่พลังขวางไว้ตรงหน้าพวกตน
เพียงพริบตา พฤกษามวลไม้อันมีทั้งสองเป็นศูนย์กลางก็ถูกถอน
สิ้น
หมัดทั้งสองรัวใส่กันจนเกิดเงาติดตา ความเร็วสูงล ้าสุดขั้ว มิอาจ
มองเห็นได้ชัดเจน
เสียงคำรามดังสนั่น สะท้านถึงคู่โสตปวงชนรอบข้าง
เมื่อเห็นเจียงผิงอันและประมุขศาลาดวลหมัดกันอย่างสูสี ปวงชน
ก็สุดประหลาดใจ
“คนผู้นี้ใครกัน? ประชันหมัดกับประมุขศาลายามเยาว์ได้หลาย
หมัดเลย”
“มิน่าเล่าจึงกล้าเปิดฉากจู่โจมประมุขศาลาสี่ก่อน ที่แท้ก็มีฝีมือ
อยู่บ้าง”
“ประมุขศาลาสี่ยังมิแผลงฤทธิ์เต็มที่ นี่เป็นเพียงการโจมตี
ธรรมดาเท่านั้น”
ฝีมือของเจียงผิงอันทำให้ปวงชนประหลาดใจ แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่
แปรเปลี่ยน
จู่ ๆ ภาพฉายของชิวเฟิงก็ใช้ ‘หมัดพิพากษา’ ออกมา อำนาจ
ทรงพลังฟาดฟันสุญตาเยี่ยงอุกกาบาตอันลุกไหม้ พุ่งลงมาหาเจียง
ผิงอัน
เจียงผิงอันใช้หมัดทำลายล้างเข้ารับการโจมตี
สองหมัดปะทะกันเกิดเป็นแสงสว่างเจิดจ้า กฎเกณฑ์อันกระเพื่อม
รวนเป่าเส้นผมคนทั้งสองจนร่ายรำบ้าคลั่ง
พริบตาต่อมา เจียงผิงอันก็ออกหมัดที่สองและสามตามไป
สาม ‘หมัดทำลายล้าง’ ปรากฏติดต่อกัน แต่ละหมัดคลับคล้ายจะ
เบิกนภาทลายแดนดิน
ภาพฉายของชิวเฟิงเจียนแหลกสลาย แต่เพียงพริบตาก็ประสาน
กลับสู่ปกติ
เพลิงสามดวงหลากออกมาจากเหนือศีรษะและบ่าทั้งสอง โชติ
ช่วงเรืองรองขับความมืด พุ่งตรงเข้าหาเจียงผิงอัน
ความร้อนอันชวนสะพรึงทำให้อุณหภูมิถีบตัวสูง สุญตาใกล้เคียง
บิดเบี้ยว
เจียงผิงอันสัมผัสความน่ากลัวของเพลิงแท้สมาธิได้อย่างชัดเจน
และใช้อัสนีหยินก่อโล่ขวางตรงหน้าทันที
ขณะเดียวกัน เขาก็ใช้พลังกลืนกินสูบปราณในฟ้าดินอย่างบ้า
คลั่ง ยามเพลิงแท้สมาธิกระทบโล่ ยังไม่ทันทะลวงการป้องกัน ก็ถูก
เจียงผิงอันดูดกลืนไปสิ้น
เขาใช้ ‘ผนึกสรวง’ สะกดการเคลื่อนไหว แล้วออกหมัดใส่อีกครั้ง
ทว่า หมัดยังไม่ทันถึงตัว เขาก็ต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายสะบัดหลุด
จากผนึก เพลิงแท้สมาธิโหมคลุมร่างกาย ออกหมัดเข้าใส่อีกครั้ง
การต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นใต้ผา ผู้ฝึกตนมากมายเลี่ยง
หลบตัวสะท้านตามหลืบมุม
“ข้าเพิ่งเคยเห็นพลังกลืนกินน่ากลัวขนาดนี้เป็นครั้งแรก กลืนได้
กระทั่งเพลิงแท้สมาธิ!”
“กฎทำลายล้าง กฎจำนงสัประยุทธ์ อัสนีหยิน… พลังเหล่านี้ล้วน
หายากสุดแสน แต่มันกลับมาปรากฏขึ้นพร้อมกันในตัวคนผู้เดียว!”
“ข้าไม่เคยพบวรยุทธ์เหล่านี้มาก่อนเลย คนผู้นี้ดูไม่เหมือนคน
จากศาลาหลัก น่าจะเป็นอัจฉริยะจากศาลาสาขา”
ปวงชนในผาสำนึกผิดล้วนตกใจกับพลังต่อสู้อันแข็งแกร่งของ
เจียงผิงอัน
นี่คือภาพฉายของประมุขศาลาสี่ชิวเฟิงนะ! แต่เขากลับสู้เสมอ
กันได้
วิชาลับอันทรงพลังและหายากดูเหมือนแค่วรยุทธ์ทั่วไปสำหรับ
คนทั้งสอง จะใช้ออกมายามใดก็ได้ ทุกการปะทะล้วนแข็งแกร่งกว่า
การลงมือสุดกำลังของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาอื่น ๆ
หมัดของเจียงผิงอันถูกแผดเผาด้วยเพลิงแท้สมาธิ แต่มันก็
สามารถฟื้นคืนได้อย่างรวดเร็ว
นับแต่ดูดซับโลหิตเซียนหยดนั้น ความเร็วการฟื้นร่างกายของ
เขาก็เร็วจนผิดมนุษย์ไปแล้ว
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สัมผัสภัยร้ายถึงตาย ใช้อัสนีพริบตาถอย
ออกมาทันที
ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ภาพฉายของชิวเฟิงก็ปริปาก
“ฆ่า!”
ทันทีที่วาจาถูกกล่าว อำนาจในฟ้าดินก็ควบแน่นเป็นคำว่า ‘ฆ่า’
สีเลือด
เมื่อคำว่า ‘ฆ่า’ ปรากฏ กฎฟ้าดินพลันนิ่งงันชั่วขณะ ประหนึ่ง
เผชิญฤทธากฎเกณฑ์สูงสุด ทำให้ปวงชนตัวสั่น
“วิชาหนึ่งวจีปลิดประหาร!”
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนประจักษ์ถึงวิชานี้ในพริบตา พวกเขา
ร่างสะท้านอย่างไม่รู้ตัว
จากคำร ่าลือ วิชานี้ถูกสร้างโดยอิงจาก ‘วิชาคะนึงทิพย์’ ของกู่ตี้
อันเป็นตำนาน เชื่อมต่อกับอำนาจสังหารในฟ้าดินด้วยหนึ่งวาจา มี
พลังทำลายล้างรุนแรงสุดขั้ว
คำว่า ‘ฆ่า’ สีเลือดกระทบร่างเจียงผิงอันโดยไม่สนความต่างของ
ระยะทางทันที
“พรวด!”
เจียงผิงอันถูกฟาดกระเด็น ปากกระอักเลือดสาดพรม ร่าง
กระแทกลงกับพื้นจนชั้นฝุ่นคลุ้งตลบ
เมื่อเห็นเจียงผิงอันไม่ตายทันที ปวงชนก็ลอบเดาะลิ้นในใจ
“ถูก ‘วิชาหนึ่งวจีปลิดประหาร’ เข้าไปแต่ไม่ตายอีกแฮะ”
“ร่างกายเจ้านี่แข็งแกร่งจริง ๆ หากเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกตนขั้นต้น
ขอบเขตบูรณาการ คงโดนฆ่าไปแล้ว”
“แต่ก็จบแล้วอยู่ดี ข้าบอกแล้ว คนผู้นี้เอาชนะประมุขศาลาสี่
ไม่ได้หรอก”
ประมุขศาลาสี่บรรลุเซียนไปแล้ว เซียนท่านใดบ้างไม่ไร้เทียม
ทานในยุคสมัย สะท้านเทิ้มตราบกาล
ใครไม่รู้แบบนี้จะมาชนะได้อย่างไร?
ภาพฉายของชิวเฟิงเร่งเพลิงแท้สมาธิ ลงมือปิดฉากเจียงผิงอัน
บนพื้น
เจียงผิงอันใช้วิชาเทียมเทพสงคราม เพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นห้าเท่า
ทันที
พละกำลัง ปฏิกิริยาตอบโต้ การฟื้นฟู… สรรพสิ่งล้วนทบทวีห้า
เท่า
เขาปล่อยเพลิงแท้สมาธิกระทบกาย ดูดซับพลังเพลิงแล้วใช้มัน
ฟื้นตัว เพิ่มพูนปราณวิญญาณในกาย
การต่อสู้ดำเนินต่อ
เหล่าผู้ฝึกตนที่ผาสำนึกผิดจังงังไปทันใด
เจ้านี่ยังสู้ต่อได้อีก!
ศึกนี้ข้ามผ่านความรู้ความเข้าใจของพวกเขาไปแล้ว เกินกว่า
พวกเขาจะตีความไหวโดยสิ้นเชิง
อำนาจศักดิ์สิทธิ์สูงสุดปรากฏบ่อยหน สารพัดไพ่ตายปรากฏ
เรียงรายไม่รู้จบ
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าจะได้มาเห็นการต่อสู้ระดับมหากาพย์เช่นนี้ที่นี่
หากเกิดขึ้นข้างนอก จะเกิดเสียงฮือฮามหาศาลอย่างแน่นอน
ดวงตาของเจียงผิงอันเรืองโรจน์เช่นประทีป ยิ่งต่อสู้ยิ่งหาญกล้า
โลหิตร้อนแผดไปทั่วหล้า
หนึ่งคนหนึ่งภาพฉายประชันกันนับแต่ฟ้ามืดจนฟ้าเริ่มสาง ต่อสู้
ตลอดคืนโดยไร้ผลแพ้ชนะ
เหล่าผู้ฝึกตนมองมายังเจียงผิงอันด้วยดวงตานับถือยิ่ง
“มิคาดว่าคนผู้นี้จะสามารถสู้เสมอกับประมุขศาลาสี่ได้ ศาลาเติง
เซียนของเรามีอัจฉริยะสูงสุดปรากฏตัวเพิ่มอีกคนแล้ว”
ผู้ฝึกตนซึ่งเคยสาบานว่าจะหยุดฝึกฝนไปทำไร่ค้านทันที “เสมอ
กับผีสิ นี่เป็นเพียงภาพฉายของประมุขศาลาสี่ ความแข็งแกร่งมี
จำกัด ต่อสู้โดยใช้สัญชาตญาณเท่านั้นต่างหาก”
“ก็จริง มันเป็นเพียงภาพฉายและต่อสู้โดยใช้เพียงสัญชาตญาณ
ไม่มีทางแข็งแกร่งเทียบเท่าตัวจริง”
“แต่คนผู้นี้สู้เสมอกับภาพฉายของประมุขศาลาสี่ได้ นั่นก็
แข็งแกร่งมากแล้ว เขาจะลือนามในศาลาเติงเซียนสาขาหลักได้อย่าง
แน่นอน”
หลายบุคคลประทับใจในพลังต่อสู้ของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันชำเลืองสู่ฟ้า ภาพฉายจะหายไปยามรุ่งสาง ศึกควรจะ
จบได้แล้ว
ขณะใช้ผนึกสรวงและวิชาดึงดาราควบคุมภาพฉาย ร่างมาร
ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมิได้เข้าร่วมการต่อสู้พลันเหินออกจากร่างหลัก ออก
หมัดทำลายล้างเข้าใส่
ขณะนี้ การป้องกันใด ๆ ของอีกฝ่ายล้วนแล้วไร้ผล
ภายใต้ฤทธาทรงพลังของร่างมารศักดิ์สิทธิ์ ภาพฉายก็ถูก
ทำลายแหลกไปในพริบตา
ผู้ฝึกตนทั้งหลายที่คิดว่าสองฝ่ายจะสู้เสมอกันพลันลมหายใจ
ชะงักค้าง ร่างแน่นิ่งราวถูกแช่แข็งกับที่ สมองว่างโล่งขาวโพลน
คนผู้นี้… ยังมีอีกร่างหนึ่ง!!
เจียงผิงอันวางหมัดลง ผ่อนหายใจยาว ๆ “น่าเสียดายที่เป็นเพียง
ภาพฉาย หากเป็นร่างหลักน่าจะแข็งแกร่งกว่านี้”
ดวงตะวันปรากฏ แสงอาทิตย์เจิดจ้าสาดลงบนใบหน้าเจียงผิงอัน
ทำให้เขาดูเปล่งประกายเจิดจรัส