สู่วิถีอมตะ - บทที่ 546 เปิดเผย
“วิชานี้ไม่ไหว หนึ่งแต้ม”
“ข้าบอกไปแล้วนะว่าอย่าส่งวรยุทธ์อื่นมา ใครกันยังทู่ซี้ ศูนย์
แต้ม”
“วิชานี้ไม่เลวเลย แปดแต้ม”
เซียนมนุษย์ทั้งสิบให้คะแนนวรยุทธ์โดยไม่ทราบผู้สร้าง ยิ่งผลถูก
ประกาศ คะแนนสูงก็เริ่มปรากฏขึ้นตามกัน
จนเมื่อการประเมินกำลังจะจบ ก็มีสิบแต้มสองวิชา เก้าแต้มสอง
วิชา แปดแต้มหนึ่งวิชา และหกแต้มหนึ่งวิชา
ประมุขศาลาทั้งสิบชำเลืองกัน ตระหนักแล้วว่าบางอย่างไม่ชอบ
มาพากล
หกโผล่มายังเป็นไปได้ แต่ไฉนคะแนนเฉียด ๆ เต็มจึงเยอะนัก?
รุ่นนี้มีอัจฉริยะเยอะเพียงนี้เลยหรือ?
เดี๋ยวต้องขอดูหน่อยว่าอัจฉริยะคนใดสร้างวรยุทธ์ใกล้คะแนน
เต็มได้บ้าง
เยี่ยอู๋ฉิงยืนอยู่ด้านหลังจัตุรัส มือถือกระบี่ มองสองวรยุทธ์คะแนน
เต็มตรงหน้าแล้วยืนยัน
“ผลสิบแต้มสองวิชานี้ต้องเป็นของลูกพี่กับลูกพี่หญิงแน่ ๆ”
หลัวอีเฟยซึ่งยืนอยู่ข้างกันอ้าปากคิดบ่นเยี่ยอู๋ฉิง แต่สุดท้ายก็หุบ
ปากกลับไป
ชายผู้นี้เทิดทูนเจียงผิงอันไม่ลืมหูลืมตา ไม่ฟังอะไรที่นางพูด
หรอก มีเพียงสัจธรรมเท่านั้นที่จะหุบปากเขาได้
หลัวอีเฟยยอมรับว่าเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวเก่งมากจริง ๆ
แต่ไม่มีทางเลิศล ้าเสียทุกด้านได้หรอก จะมีคนสมบูรณ์แบบอยู่ได้
อย่างไร
หากเยี่ยอู๋ฉิงเดาว่าเจียงผิงอันได้แปดหรือเก้าแต้มก็คงธรรมดา
เพราะถึงอย่างไร ทุกผู้ก็อยากให้คนที่พวกตนชื่นชมเลิศล ้าได้ดีอยู่
แล้ว
แต่เยี่ยอู๋ฉิงกลับบอกว่าเจียงผิงอันได้คะแนนเต็ม
หลัวอีเฟยใช้หัวแม่เท้าคิดยังรู้ ว่าสิบแต้มทั้งสองต้องเป็นคะแนนที่
เซียนมนุษย์เหล่านี้ให้ทายาทของพวกตนแน่ ๆ
“ให้คะแนนเสร็จสิ้น”
เมื่อวรยุทธ์ทั้งหมดถูกประเมิน ดวงแสงสีทองพร้อมคะแนนก็เหิน
กลับไปยังศิษย์ผู้เข้ารับการประเมินคนแล้วคนเล่า
กลุ่มแรกที่เหินกลับมาล้วนมีคะแนนต ่า
เหล่าผู้เข้ารับการทดสอบมองหาดวงแสงที่มีจิตสัมผัสของตน
ตราไว้
“แต้มเดียว ข้าได้แค่แต้มเดียว!”
“วิชาที่ข้าสร้างแข็งแกร่งมากแท้ ๆ ทำไมจึงได้แค่สองแต้มกัน?”
“มีแค่สามแต้มแบบนี้ ข้าหามีคุณสมบัติติดร้อยอันดับแรกไม่”
เมื่อเห็นคะแนนของพวกตน ผู้เข้ารับการประเมินมากมายก็ยังคง
ยากยอมรับ
ความหวังสุดท้ายหลุดลอยไปแล้ว
อึดใจต่อมา ดวงแสงกลุ่มที่สองก็เหินกลับมา พวกมันล้วนเป็น
วิชาที่ได้คะแนนสี่ถึงห้าแต้ม
“ฮ่า ๆ ห้าแต้ม! ข้าได้ห้าแต้ม! ข้าเข้ารอบประเมินถัดไปแล้ว!”
“สี่แต้ม! อีกแค่แต้มเดียวเอง เจ็บใจนัก!”
“เป็นไปไม่ได้ วรยุทธ์ที่ข้าสร้างสมควรได้ห้าแต้มสิ! ไฉนจึงได้แค่
สี่แต้มเอง!”
คนมากมายผิดหวังยิ่งนักยามเห็นว่าตนห่างจากห้าแต้มเพียง
คะแนนเดียว
จากการจัดอันดับคะแนน มีเพียงห้าแต้มขึ้นไปจึงจะมีสิทธิ์ติด
ร้อยอันดับแรก
“สมกับเป็นศิษย์พี่โหยว แข็งแกร่งจนถึงกับสร้างวรยุทธ์ห้าแต้ม
ออกมาได้!”
ศิษย์ศาลาสาขาแคว้นชางหลานมองเลขห้าซึ่งสลักบนดวงแสงสี
ทองตรงหน้าโหยวเชียนชิวอย่างแสนริษยา
ในหมู่ศิษย์กลุ่มนี้ มีเพียงโหยวเชียนชิวที่บรรลุถึงระดับห้าแต้ม มี
คุณสมบัติเข้ารับการประเมินรอบถัดไป
เซินถูอี้และหร่านหงเฉินซึ่งอยู่ในขอบเขตเดียวกันหาได้มาถึง
ระดับนี้ไม่
มุมปากโหยวเชียนชิวยกยิ้ม วรยุทธ์พลังวิญญาณห้วงนิทราที่
เขาสร้างสมกับห้าแต้มของมันจริง ๆ
ยามเขาเงยหน้า เพลิดเพลินกับคำชมของปวงชนรอบกาย เขา
พลันสังเกตเห็นว่าเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวยืนเงียบ ๆ อยู่ไม่ห่าง
ไปนัก
ตรงหน้าคนทั้งสอง ดวงแสงสีทองยังไม่ปรากฏ
รอยยิ้มของโหยวเชียนชิวค้างบนหน้า
ดวงแสงห้าแต้มลงไปเหินกลับมาหมดแล้ว ไฉนดวงแสงของสอง
คนนี้จึงยังไม่กลับมา?
หรือคะแนนของทั้งสอง…
คนอื่น ๆ เห็นโหยวเชียนชิวยิ้มค้าง ก็มองตามสายตาของเขาไป
อย่างสงสัย
เมื่อเห็นว่าไม่มีดวงแสงอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรว
ปวงชนก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หัวใจของพวกเขาจะสะท้านรุนแรง
ตระหนักถึงบางสิ่งแล้วเช่นกัน
ในหมู่ผู้เข้ารับการประเมินทั้งหมด ผลลัพธ์ห้าแต้มลงไปถูก
ประกาศหมดแล้ว มีเพียงหกบุคคลที่มีแต้มเกินห้าเท่านั้นที่ยังไม่
ปรากฏผล
หรือระดับวรยุทธ์ที่คนทั้งสองสร้างจะสูงเกินห้าแต้ม!
เซินถูอี้คว้าดวงแสงของเขาซึ่งได้เพียงหนึ่งแต้ม จ้องมองมายัง
เจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวจตรง ๆ ด้วยสายตาสุดขัดข้องใจและ
ริษยา
คนทั้งสองยังไม่ถึงขอบเขตบูรณาการกันด้วยซ ้า ไฉนจึงสร้างวร
ยุทธ์ระดับสูงได้?
“หกคนที่เหลือ โปรดก้าวออกมา”
ประมุขศาลาใหญ่เอ่ยช้า ๆ
ภายใต้สายตาผู้ฝึกตนมากมาย บุคคลทั้งหกที่เหลือซึ่งยังไม่ได้
รับผลประเมินค่อย ๆ ก้าวออกมา
เมื่อเห็นเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวเดินเคียงกันออกมา เหล่า
อดีตศิษย์สาขาแคว้นชางหลานล้วนนิ่งไป
หลัวอีเฟยยกมือปิดปากอย่างตกใจ คู่เนตรงดงามเบิกกว้างทีละ
นิด
สองคนนี้ถูกเลือกจริง ๆ!
แถมยังเป็นผู้ได้คะแนนสูงด้วย!
คงมิใช่ว่าผู้ได้คะแนนเต็มทั้งสองจะเป็นสองคนนี้อย่างที่เยี่ยอู๋ฉิ
งพูดหรอกกระมัง?
ไม่มีทาง!
ความเป็นไปได้ของเรื่องเช่นนี้เล็กเกินไปยิ่ง
เมื่อคนทั้งหกก้าวออกมา เสียงอุทานก็ดังเลื่อนลั่น
“ปรากฏว่ามีผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาอยู่สามคน!”
“ไม่สิ ปราณของสองในนั้นดูไม่เหมือนขอบเขตหลอมสุญตา มัน
ประหลาดอยู่นิดหน่อย”
“ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาคนนั้นคือบุตรของประมุขศาลาสี่
ชิวผิงเซิง”
เมื่อเห็นผู้ฝึกตนสามคนที่ยังไม่บรรลุขอบเขตบูรณาการ สารพัด
เสียงหารือก็ดังกระหึ่มเซ็งแซ่ น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง
หากเป็นปกติ ยิ่งขอบเขตเพิ่มสูง ยิ่งเข้าใจอักขระและกฎเกณฑ์
ลึกซึ้ง ยิ่งสร้างวรยุทธ์ได้ระดับสูง
ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการมากมายซึ่งเจียนบรรลุ
ขอบเขตมหายานอยู่แล้วไม่ถูกเลือก แต่สามบุคคลนี้กลับถูกเลือก
ด้วยคะแนนสูงลิ่ว
ผู้คนมากมายรู้สึกประหลาดใจ
นี่ควรเป็นเรื่องน่าภูมิใจ แต่สีหน้าของชิวผิงเซิงกลับดูไม่ดีนัก
เดิมที การสร้างวรยุทธ์ระดับสูงด้วยขอบเขตอย่างเขาควรสะดุด
ตาเกินใคร
แต่สองคนนี้กลับโผล่มาชิงความสนใจส่วนใหญ่ไปจากเขา
แต่สองคนนี้คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน…
อ๋อ จริงด้วย เหมือนห้าปีที่แล้ว ฝ่ายชายจะเคยเรียกเขาเป็นสุนัข
มิน่าอีกฝ่ายจึงกล้าท้าทายกัน ที่แท้ก็มีฝีมืออยู่บ้าง
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมายังทั้งหก พวกเขากลายเป็นจุดสนใจ
ที่ปวงชนริษยา
“ข้าเดาว่าผู้ฝึกตนที่ดูอายุมากนั่นแหละที่สร้างวรยุทธ์คะแนนเต็ม
เขาดูเหมือนผู้เฒ่าที่ฝึกฝนในขอบเขตนี้มาไม่รู้กี่ปีแล้ว”
“ไม่เสมอไป อาจจะเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตบูรณา
การสองคนที่เหลือก็ได้ พวกเขาล้วนแต่เป็นอัจฉริยะลือนามทั้งสิ้น”
“ข้าอิจฉาพวกเขานัก ยิ่งยามนี้ได้แต้มมาก โอกาสได้วิชาจำแลง
เซียนในตอนท้ายยิ่งสูง”
สายตาของเซียนมนุษย์ทั้งสิบก็จ้องมองมายังทั้งหกเช่นกัน
ประมุขศาลาใหญ่โบกมือเบา ๆ แล้วดวงแสงสีทองคะแนนสูงที่
เหลือทั้งหกก็เหินไปตรงหน้าคนทั้งหลาย
ทั้งหกหาวรยุทธ์ที่ตนเองสร้างได้โดยใช้ตราจิตสัมผัส
ชิวผิงเซิงมองวรยุทธ์เก้าแต้มในมือแล้วผงะไปเล็กน้อย
เขาไม่ได้คะแนนเต็ม!
เมื่อเห็นว่าผู้ใดได้คะแนนเต็ม ร่างของเขาก็จังงัง ใบหน้าเปี่ยม
ความเหลือเชื่อ
ขณะนี้ เสียงหารือซึ่งเดิมมีประปรายพลันระเบิดราวน ้ามันเดือด
ในกระทะร้อน ทั่วทั้งจัตุรัสเซ็งแซ่อื้ออึง
“ปรากฏว่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาสองคนนั้นได้คะแนน
เต็ม!”
“เป็นไปไม่ได้! โกง! สองคนนี้ต้องโกงแน่ ๆ!”
“ต้องโกงกันแน่แท้! ข้าไม่รู้จักพวกเขาด้วยซ ้า คนเช่นนี้จะ
สร้างวรยุทธ์คะแนนเต็มในเวลาสั้น ๆ ได้อย่างไร!”
ผู้ได้คะแนนเต็มทั้งสองมิใช่ใครอื่นนอกจากเฉียนฮวั่นโหรวและ
เจียงผิงอัน
ทั้งสองยืนอยู่ข้างกัน หนึ่งหล่อเหลาหนึ่งงดงาม ดุจดาราคู่เจิด
จรัสพรรณราย
ทว่า ผลลัพธ์นี้มิอาจยอมรับได้
ไฉนผู้ที่ได้คะแนนเต็มกลับกลายเป็นสองคนนี้?