สู่วิถีอมตะ - บทที่ 547 สองผู้หาญกล้า
หากเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการสามคนนั้นที่
สร้างวรยุทธ์คะแนนเต็มออกมาได้ ปวงชนคงมิได้ติดใจมากนัก
แต่ผู้สร้างวรยุทธ์คะแนนเต็มกลับเป็นผู้ฝึกตนสองคนที่ยังไม่
บรรลุขอบเขตบูรณาการเสียนี่
ผลลัพธ์นี้เกินปวงชนคาดคิด รวมถึงยอดฝีมือขอบเขตเซียน
มนุษย์ทั้งสิบด้วย
ยามสิบเซียนมนุษย์ประกาศผล พวกเขาคิดไปว่าวรยุทธ์คะแนน
เต็มทั้งสองคือสิ่งที่ประมุขศาลาด้วยกันเตรียมไว้ให้ทายาทตน
มิคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปได้
สรุปคือ วรยุทธ์ที่เจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวสร้างก็คือวรยุทธ์
สมบูรณ์แบบที่เซียนมนุษย์ทั้งหลายมิกล้าเตรียมไว้ให้ทายาทตน
มิใช่ทั้งสองแข็งแกร่งมาก แต่ในขอบเขตปัจจุบัน สองวรยุทธ์นี้ดี
ยิ่ง
สายตาลึกล ้าของประมุขศาลาใหญ่มองมายังคนทั้งสอง พลาง
กล่าวเนิบ ๆ “พวกเจ้าชื่ออะไร มาจากศาลาไหนกัน?”
ศิษย์คนอื่น ๆ บอกว่าทั้งสองโกง แต่สิบประมุขศาลาหาเชื่อไม่
เพราะไม่มีผู้ใดโกงใต้จมูกพวกเขาได้
เฉียนฮวั่นโหรวกุมกำปั้นคารวะ “เรียนประมุขศาลา ศิษย์
เฉียนฮวั่นโหรว มาจากสาขาแคว้นชางหลานเจ้าค่ะ”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ “เรียนประมุขศาลา ศิษย์เจียงผิงอัน
จากสาขาแคว้นชางหลานขอรับ”
ประมุขศาลาหญิงคนหนึ่งนึกอะไรขึ้นได้ “เฉียนฮวั่นโหรว?
อัจฉริยะจากสาขาแคว้นชางหลานที่สร้างระบบฝึกฝนของตนเองน่ะ
หรือ?”
“สร้างระบบฝึกฝนของตนเอง?”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้ฝึกตนที่ตะโกนบอกว่าทั้งสองโกงพลันหุบปากไป
ทันที
“จริงหรือ? ในระดับนาง นางก็สร้างระบบฝึกฝนของตัวเองได้
แล้ว?”
“เรื่องเช่นนี้ยังปลอมกันได้อีกหรือ ประมุขศาลาพูดเอง ข้าเองก็
เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ที่แท้ก็เป็นนาง!”
“แม่เจ้า! ข้าก็ว่าอยู่ว่าสองคนนี้ปราณดูพิกล ที่แท้ก็เป็นระบบ
ฝึกฝนที่สร้างเอง!”
ผู้ฝึกตนมากมายตกใจจนเสียความเยือกเย็น อดหลุดอุทาน
หยาบคายออกมามิได้
มิคาดว่าในหมู่ผู้ฝึกตนรุ่นนี้ จะมีอัจฉริยะเช่นนี้ปนมาด้วย
การสร้างระบบฝึกฝนนั้นยากเย็นกว่าสร้างวรยุทธ์มากนัก นี่คือ
อัจฉริยะสายรังสรรค์อย่างชัดเจน
ปวงชนพลันเข้าใจว่าเหตุใดวรยุทธ์ที่เฉียนฮวั่นโหรวสร้างจึงได้
คะแนนสูงเช่นนี้
สีหน้าของชิวผิงเซิงแปรเปลี่ยนไปมาสองสามหน แล้วจึงชี้เจียง
ผิงอันพลางตะโกน “แล้วเขาเล่า ทำไมวรยุทธ์ที่เขาสร้างจึงได้สิบ
คะแนนเหมือนกัน?”
เหตุผลที่ชิวผิงเซิงค้างอยู่ในขอบเขตหลอมสุญตาก็เพราะเขา
อยากโดดเด่นเกินใครในการประเมินนี้
เขาชอบแสดงตัวโดดเด่นให้ผู้คนชื่นชม
เขาวาดฝันจะชนะเลิศ ให้ปวงชนตกตะลึงที่เขาคว้าชัยได้ใน
ขอบเขตต ่าเพียงนี้ สนองความหยิ่งผยองให้ตน
ทว่าสัจธรรมกลับมิเป็นเช่นเขาต้องการ
เฉียนฮวั่นโหรวกับเจียงผิงอันสองคนนี้ขโมยความโดดเด่นของ
เขาไป!
เขาสงสัยว่าเรื่องนี้ต้องมีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล
เฉียนฮวั่นโหรวอธิบายเบา ๆ “ระบบการฝึกฝนนี้ เราสองคน
ช่วยกันสร้าง ระดับความสร้างสรรค์ของเขาแข็งแกร่งกว่าข้าอีก”
“เป็นไปไม่ได้! อัจฉริยะเช่นนี้ ไฉนจึงออกมาพร้อมกันได้สอง
คน…”
“พอแล้ว ยามนี้เริ่มแสดงวรยุทธ์ที่สร้างได้”
ชิวผิงเซิงยังอยากพูดอะไรต่อ แต่ถูกชิวเฟิง ประมุขศาลาสี่พูดขัด
ชิวเฟิงไม่อยากเห็นบุตรตนขายหน้า บุตรผู้นี้ยังเยาว์นัก มิเคย
เผชิญความล้มเหลว ชอบทำตัวหยิ่งผยอง ไร้ความมั่นคงเพียงพอ
“ข้าจะแสดงวรยุทธ์เพลิงของข้าก่อน!” ชิวผิงเซิงวาดมือ พ่น
มังกรเพลิงตัวหนึ่งใส่เจียงผิงอันกะทันหัน
เห็นได้ชัดว่าจงใจโจมตี
กฎเกณฑ์ธาตุไฟอันน่าสะพรึงกลัวรุนแรงเสียจนจะผลาญสรรพ
สิ่งเป็นจุณ
หากผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาทั่วไปถูกมันเข้ากะทันหัน
เช่นนี้ สถานเบาก็บาดเจ็บสาหัส สถานหนักก็อาจผลาญเป็นเถ้าไป
กับพื้น
เจียงผิงอันหรี่ตาลงเล็กน้อย ยกมือขึ้นโบกเบา ๆ แล้วมังกรเพลิง
ซึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาก็ถูกดีดกลับไป
ชิวเฟิงมิคาดว่ามังกรเพลิงจะถูกดีดกลับ ร่างของเขาถูกมันเข้า
อย่างไม่ทันตั้งตัว
โชคยังดีที่เขาเป็นผู้ฝึกตนธาตุไฟ มีความเข้ากันได้กับเปลว
เพลิงสูง เขาจึงมิเกิดความเสียหายมากนัก แต่ก็ยังร่วงลงกับพื้นใน
สภาพน่าอายอยู่ดี
เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ “นี่คือวรยุทธ์ที่ข้าสร้าง ผสานกฎแห่ง
กำลัง สะท้อนการโจมตีของผู้อื่นได้”
ถูกต้อง นี่คือการลอกเลียนหมัดอู๋จี๋ สร้างเป็นวิชาใหม่โดยอักขระ
ที่ให้มา
เมื่อเห็นฤทธิ์วิชานี้ ปวงชนก็ทั้งสะเทือนใจและตกใจยิ่ง
มิน่าเล่าจึงได้คะแนนเต็ม กระทั่งการโจมตีธาตุไฟรุนแรงเพียงนี้
ยังสะท้อนกลับได้ ข้าก็อยากเรียนมันจริง ๆ
เดี๋ยวต้องถามเจียงผิงอันหน่อยแล้ว ว่าวรยุทธ์นี้ขายหรือไม่
เจียงผิงอันผู้นี้กล้าลงมือกับชิวผิงเซิงอย่างซึ่งหน้า ใจกล้าจริง ๆ
บิดาของชิวผิงเซิงเป็นเซียน และยังอยู่ในเหตุการณ์ที่นี่ด้วย
ชิวผิงเซิงเป็นผู้รักษาหน้า การถูกตอบโต้จนล้มต่อหน้าชาว
ประชาทำให้เขาเสียความเยือกเย็น เลือดพุ่งปรี๊ดขึ้นหน้าด้วยโทสะ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร กล้ามาลงมือกับข้า! วอนตาย!”
เขาเด้งตัวขึ้นมา เร่งเพลิงแท้สมาธิเข้าใส่เจียงผิงอัน
ขณะที่เพลิงแท้สมาธิมาถึงตรงหน้าเจียงผิงอัน เฉียนฮวั่นโหรวก็
โบกมือเบา ๆ แล้วเพลิงแท้สมาธิก็สลายไปทันที
“นี่คือวิชาที่ข้าสร้าง ผสานกฎแห่งแรงโน้มถ่วงเข้าไปแยกส่วน
หรือควบแน่นสรรพสิ่ง”
ว่าพลาง เพลิงแท้สมาธิที่นางสลายไปพลันประกอบตัว พุ่งกลับ
ทางเดิมไปปะทะชิวผิงเซิงจนล้มหงาย
ความสนใจของศิษย์มากมายในขณะนี้มิได้อยู่ที่อำนาจของวร
ยุทธ์ แต่เป็นชิวผิงเซิง
ปวงชนล้วนตะลึง เหตุใดเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวจึง
หาญกล้าแม้แต่จะหาเรื่องชิวผิงเซิง!
พวกเขาไม่รู้หรือว่าชิวผิงเซิงเป็นทายาทเซียน?
มีเรื่องกับเขา ภายหน้าก็มิอาจอยู่ดี
ชิวผิงเซิงถูกกวนโมโหแล้ว ดวงตาของเขาแดงก ่า ร่างสะท้าน
รุนแรงด้วยโทสะ เพลิงแท้สมาธิลุกโชนทั่วกาย เต้นระริกรุนแรงด้วย
ฤทธิ์พิโรธจนรอบข้างเจียนหลอมละลาย
“พวกเจ้าสองคนรนหาที่ตาย…”
ขณะที่ชิวผิงเซิงกำลังพูด หนึ่งอำนาจแข็งแกร่งก็โรยลงมา
ดับเพลิงบนตัวเขาไปสิ้น
ผู้ลงมือมิใช่ใครอื่นนอกจากประมุขศาลาสี่ชิวเฟิง บิดาของชิวผิง
เซิง
ชิวเฟิงรู้สึกอับอายนัก บุตรผู้นี้โง่เง่าจริง ๆ ยามบุตรเขาได้วิชา
จำแลงเซียนมา ต้องถีบส่งออกสัญจรขัดเกลาหัวใจหน่อยแล้ว นิสัย
ไม่ไหวเลย
ชิวผิงเซิงมิกล้าทำตัวบุ่มบ่ามอีกต่อไป เขากำหมัด สุดแสน
ขัดข้องใจ
เขาสาบานว่าตนจะต้องให้สองคนนี้ชดใช้ ให้ตระหนักทั่วกันว่า
เขาเลิศล ้าเพียงไร
ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการซึ่งได้เก้าแต้มคนหนึ่งเริ่มแผลงวร
ยุทธ์ เขามิได้ลำพองหรือโกรธเคืองที่วรยุทธ์ของตนถูกก้าวข้าม
นี่มิใช่วรยุทธ์ที่เขาสร้างเอง ไม่มีอะไรให้ภาคภูมิอยู่แล้ว
ส่วนวรยุทธ์ของเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรว พวกเขาชื่นชมทั้ง
สองจากก้นบึ้งหัวใจ
ถือได้ในระดับหนึ่งว่าวรยุทธ์ที่ทั้งสองสร้างสามารถประชันวิชา
ลับทั่วไปในขอบเขตเดียวกันได้แล้ว ได้คะแนนเช่นนี้จึงสมเหตุสมผล
ยิ่ง
หลังจากผู้ฝึกตนคะแนนสูงทั้งหลายแผลงวรยุทธ์ ก็ถึงคราวผู้ฝึก
ตนที่ได้ห้าคะแนนทั้งหลายบ้าง
วิชาซึ่งได้ห้าแต้มนั้นแตกต่างจากวิชาคะแนนสูงอย่างเห็นได้ชัด
“วรยุทธ์เหล่านี้ มีผู้ใดคัดค้านหรือไม่?”
ภาพฉายขนาดมหึมาของประมุขศาลาหลักหันมองไปยังเหล่า
ศิษย์นับพันรายล้อม
ไร้ผู้ใดปริปาก วรยุทธ์ที่ผ่านเกณฑ์ห้าแต้มได้ล้วนแข็งแกร่งใน
ระดับหนึ่งอยู่แล้ว
“ในเมื่อไร้ผู้คัดค้าน คนทั้งร้อยสิบสามนี้ก็เข้ารอบ”
แม้เดิมทีจะคาดการณ์ผู้เข้ารอบไว้ที่ร้อยคน แต่เพิ่มมาสิบสาม
คนก็ไม่เป็นอะไร
ผู้ฝึกตนที่ตกรอบมองอัจฉริยะร้อยกว่าคนตรงหน้าด้วยสายตา
สุดอิจฉาริษยา
อัจฉริยะกลุ่มนี้โดดเด่นในกลุ่มคนมหาศาล ต่อให้พวกเขาไม่ได้
วิชาจำแลงเซียน ก็ยังมีบำเหน็จรางวัล
“จากนี้ โปรดเลือกหัวข้อสำหรับการประเมินที่สอง”
ประมุขศาลาหญิงนำดวงแสงสีทองที่เหลืออีกเก้าดวงไว้บนฟ้า
เหนือศีรษะปวงชน
ก่อนที่หัวข้อเหล่านี้จะโรยลงตรงหน้าเจียงผิงอัน
“เลือกได้เลย”
คนนับร้อยมองมายังเจียงผิงอันอย่างเป็นกังวล หวังว่าเขาจะไม่
เลือกได้หัวข้อที่ยากเย็นเกินไปนัก
ระดับคะแนนสุดท้ายจะส่งผลว่าพวกเขาจะได้วิชาจำแลงเซียนมา
หรือไม่
เมื่อเจียงผิงอันเห็นดวงแสงสีทองทั้งเก้าตรงหน้า สีหน้าของเขา
พลันแปรเปลี่ยน
เพราะจากมุมมองของเขา เนื้อหาภายในดวงแสงทั้งเก้า
เหมือนกันทุกประการ!