สู่วิถีอมตะ - บทที่ 558 เซียน
เจียงผิงอันคิดจะลบตราวิญญาณบนระฆังสีดำ
ใครจะทราบว่านี่คือตราวิญญาณของเถียนปั๋วหนิง เจ้าเคหาสน์
เทพจันทรา ซึ่งทำให้อีกฝ่ายมาสู่ที่นี่!
นี่น่าจะเป็นแผนการจงใจลวงศัตรูของเถียนปั๋วหนิง
หากเป็นยามปกติ การจะชิงสมบัติจากบุตรีเขาได้ บุตรีของเขาก็
ต้องถูกฆ่าไปแล้ว
และเขาก็จะใช้ยอดสมบัตินี้เพื่อไล่ล่าศัตรู
นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงผิงอันพบเรื่องเช่นนี้ เขาหามีประสบการณ์
ไม่
“ผู้อาวุโสจิตศาสตรา! เคลื่อนย้ายข้ากับเสี่ยวเซียงไปที!”
ต่อหน้าตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ มีทางเดียวคือต้องหนี
“หมดโอกาสแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย เขาหยุดการ
เคลื่อนย้ายได้ และการเคลื่อนย้ายต่อหน้าเซียนจะเผยที่อยู่ของภพ
แร้นแค้นได้ง่าย ทำให้ภพแร้นแค้นบรรลัยเปล่า ๆ”
จิตศาสตรารำพึง “เกิดชาติหน้าก็ระวังหน่อย อย่าไปยุ่งกับพวก
เซียนเล่า”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็สิ้นหวังอย่างแท้จริง ทั้งที่เขาทะลวง
ขอบเขตที่สี่ได้แล้ว ใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ จะหนีก็หนีไม่ได้
“หือ? นี่มันพลังอะไรกัน? คลื่นพลังเซียนแข็งแกร่งยิ่งนัก”
เถียนปั๋วหนิงผู้ข้ามสุญตามาประหลาดใจยิ่งยามสังเกตเห็นคลื่น
พลังยามเฉียนฮวั่นโหรวทะลวงขอบเขต
เพียงหนึ่งโบกมืออย่างเรียบเฉย พสุธาปริแตก เจียงผิงอันซึ่ง
ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินปรากฏขึ้นต่อสายตาของเถียนปั๋วหนิง
เถียนปั๋วหนิงทำเพียงชำเลืองเจียงผิงอันแล้วเมินไป ความสนใจ
ของเขาจดจ้องที่ระฆังสีดำ
ระฆังสีดำนี้เขาย่อมรู้จัก นี่คือยันต์กันตายที่เขาให้บุตรีไว้
และปราณเซียนทรงพลังนี้ก็มาจากใต้ระฆังสีดำ
เถียนปั๋วหนิงเคลื่อนคำนึง ระฆังสีดำเหินกลับไปหาเขา กระแทก
เข้าใส่อาคมที่เจียงผิงอันสร้างไว้
ทันใดนั้น รัศมีเซียนทองเรืองก็ทะยานสู่ฟ้า ประหนึ่งจะเรืองรอง
ไปทั่วแคว้นชางหลาน
ยอดฝีมือสูงสุดในแคว้นชางหลานสังเกตเห็นปราณนี้ ก็หันมอง
กันอย่างประหลาดใจ
“คลื่นพลังนี้คือ… เซียน!”
“ผู้ใดบรรลุเป็นเซียนมนุษย์กัน?”
“มีสหายเต๋าเพิ่มมาอีกคนแล้ว”
เมฆมงคลเจ็ดสีปกคลุมพื้นที่หลายล้านลี้ กฎเกณฑ์ทั้งปวงสอด
ประสาน มวลไม้เติบโตอย่างบ้าคลั่งในรัศมีหมื่น ๆ ลี้
ศิลาทั่วไปรอบตัวเจียงผิงอันผนวกตัวเป็นผลึกวิญญาณมากมาย
ในพริบตา เรืองรองเฉิดฉัน
เจียงผิงอันถูกแสงเหล่านี้ทิ่มแทงสายตาจนมิอาจเปิดได้ จะได้ยิน
ก็เพียงเสียงอุทานของเถียนปั๋วหนิง
“เซียนมนุษย์!”
ยามเจียงผิงอันลืมตา หนึ่งสตรีล ้าเลิศก็ปรากฏในคลองจักษุ
ใบหน้าของนางดุจสวรรค์สรรค์สร้าง คู่เนตรกระจ่างเรืองรองเช่น
หมู่ดาว องคาพยพได้รูป ผิวขาวเกินหิมะ เรียบเนียนเช่นหยกกลึง แผ่
กลิ่นหอมจาง ๆ
บรรยากาศของเฉียนฮวั่นโหรวแปรเปลี่ยนไปอย่างสะท้าน
สะเทือน นางเคยสูงส่งสง่างาม ขณะนี้ให้บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ทรง
พลัง ทำให้ปวงชนต้องชื่นชมนับถือ
เจียงผิงอันจังงัง
เสี่ยวเซียง… บรรลุเซียนแล้ว!
เกิดอะไรขึ้น?
ริมฝีปากแดงของเฉียนฮวั่นโหรวเผยอเล็กน้อย แล้วเมฆมงคล
กว้างไกลนับล้านลี้ก็ถูกสูบเข้าสู่กายนางทันที ทั้งกายถูกกลั่นบริสุทธิ์
สุดขั้ว
สีหน้าของเถียนปั๋วหนิงย ่าแย่ แม้เขาจะไม่เคยพบเฉียนฮวั่นโหรว
แต่ก็เคยเห็นเจียงผิงอันมาก่อน
หนก่อนในศาลาเติงเซียน เจ้าเด็กนี่ทำร้ายบุตรีเขา
สตรีผู้นี้ก็น่าจะเป็นคนจากศาลาเติงเซียน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายเคลื่อนขอบเขต
ได้อย่างราบรื่น!
ขณะที่เถียนปั๋วหนิงกำลังจะลงมือ ภาพฉายอันทรงพลังภาพหนึ่ง
ก็ขวางตรงหน้าเขา
หลัวซู่ถือศาสตราเซียนในมือ ยืนตระหง่านกลางสุญตา
ที่นี่อยู่ใกล้กับศาลาเติงเซียน และเมื่อหลัวซู่สัมผัสได้ว่ามีคนผู้
หนึ่งบรรลุเป็นเซียนมนุษย์ นางจึงมาพินิจหา
มิคาดว่าจะได้พบเหตุการณ์อัศจรรย์
ผู้ฝึกตนที่บรรลุสู่ขอบเขตเซียนมนุษย์มิใช่ใครอื่นนอกจากศิษย์
ของนางเอง!
แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้ก็คือปกป้อง
ศิษย์ของนาง
“ไสหัวไป!”
หลัวซู่จ้องเถียนปั๋วหนิงอย่างเย็นชา
“อย่างนี้นี่เอง ปล้นสมบัติบุตรีข้าเพื่ออวดโอ่ว่าพวกเจ้าศาลาเติง
เซียนปรากฏเซียนมนุษย์เพิ่มอีกคนแล้ว!”
“เหอะ ๆ เจ้าคิดว่าเพิ่มเซียนมนุษย์เพิ่มมาหนึ่งคนจะพิชิต
เคหาสน์เทพจันทราของข้าได้หรือ? รอดูเถอะ!”
เถียนปั๋วหนิงทิ้งวาจาอาฆาตอย่างเดือดดาลแล้วหันกายจากไป
เขาเข้าใจผิดถนัด คิดไปว่าหลัวซู่จงใจอวดการปรากฏตัวของ
เซียนอีกคน จึงปล้นสมบัติบุตรีเขา เรียกให้เขามาดู
อันที่จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่
หลังเถียนปั๋วหนิงจากจร หลัวซู่ก็หันกลับมามองเฉียนฮวั่นโหรว
ด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เจ้า…”
เฉียนฮวั่นโหรวทะลวงขอบเขตสมบูรณ์แล้ว เหตุที่ราบรื่นนักก็
เพราะนางเผชิญทัณฑ์อัสนีมาแล้วหลายต่อหลายหน แต่เนื่องจากมี
กฎฟ้าดินภพแร้นแค้นจำกัดไว้ นางจึงมิได้เป็นเซียนเสียที
เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวยิ้ม ๆ “เรียนอาจารย์ เดิมทีข้าเคยเป็นผู้ฝึก
ตนขอบเขตพ้นพิบัติมาก่อน แต่ด้วยเหตุบางประการ ขอบเขตของ
ข้าจึงร่วงหล่น”
“ไม่นานมานี้ ข้าได้พบโอกาสเล็กน้อย เมื่อไร้การกีดขวางของ
กฎฟ้าดิน ข้าจึงทะลวงขอบเขตได้”
เฉียนฮวั่นโหรวมิคาดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หลังจากบรรลุ
ขอบเขตรวมศูนย์ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ก็ถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์
นางเคยบรรลุกฎเกณฑ์ระดับสูงมาก่อน แต่เนื่องด้วยข้อจำกัด
นางจึงมิอาจทะลวงขอบเขตได้ แต่หลังจาก ‘วิชาซ่อนจักรวาล’
แปรเปลี่ยนพลังในตัวนางสู่ปราณเซียน ข้อจำกัดนั้นก็หายไป ทำให้
นางมาถึงขอบเขตนี้ได้เหมือนบรรลุเซียนโดยทันที
‘วิชาซ่อนจักรวาล’ นี้ไม่ธรรมดา!
เฉียนฮวั่นโหรวอยากจะจับเจียงผิงอันเผด็จศึกอีกรอบเสียเดี๋ยวนี้
นัก หากมิใช่เพราะเจ้าหนุ่มน้อยนี่ นางอาจไร้โอกาสเป็นเซียนตลอด
ชาติ
เดี๋ยวหลังจากนี้ต้องให้รางวัลเขาอย่างงาม
หลัวซู่ได้ยินเฉียนฮวั่นโหรวเรียกนางเป็นอาจารย์ รอยยิ้มก็เบ่ง
บานบนใบหน้า แม้อีกฝ่ายจะบรรลุเซียน นางก็ยังมิหักหลังหลงลืมตน
“ที่เจ้าได้มาหาใช่โอกาสเล็กน้อยไม่ มันชักนำเจ้าบรรลุเซียนได้
ทันที น่าจะเป็นของระดับเซียนเลยทีเดียว”
หลัวซู่มิได้ถามว่าสิ่งของระดับเซียนนั้นคือสิ่งใด แต่ชำเลืองไป
ทางเจียงผิงอันที่ข้างกัน
“เขาล่ะ ขอบเขตเขาก็ร่วงหล่นเหมือนเจ้าหรือไม่?”
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัว “มิใช่ เขาอยู่ในขอบเขตนี้อยู่แล้ว”
“มิน่าเล่าเขาจึงแข็งแกร่งนัก เพราะมีเจ้าเลี้ยงดูมานี่เอง”
หลัวซู่เหมือนจะพบเหตุผลแล้วว่าไฉนเจียงผิงอันจึงแข็งแกร่งนัก
“อาจารย์เข้าใจผิดแล้ว ความยอดเยี่ยมของเขามิใช่ข้าเลี้ยงดู
เขาเป็นเช่นนี้มาแต่แรกแล้ว”
เฉียนฮวั่นโหรวอธิบาย
หลัวซู่คิดไปว่าเฉียนฮวั่นโหรวถ่อมตัว จึงไม่พูดเรื่องนี้อีก แล้ว
เหินมากุมมือเฉียนฮวั่นโหรวยิ้ม ๆ
“ข้าเคยคิดว่าเจ้าสุขุมและมั่นคงเกินไป มิอาจเป็นผู้เยาว์ได้ ภาย
หน้าเราเรียกกันฉันพี่น้องเถิด”
“เรื่องนี้…”
“ข้าไม่สนใจ น้องหญิงเฉียนกลัวอะไร ภายหน้าน้องหญิงเฉียนจะ
เป็นรองประมุขศาลานะ!”
หลัวซู่ยินดีกับการทะลวงขอบเขตของเฉียนฮวั่นโหรวยิ่ง นาง
บาดเจ็บอยู่ และศาลาเติงเซียนยังเสียผู้อาวุโสไปคนหนึ่ง แรงกดดัน
ต่อศาลาสูงล ้ามหาศาล
การทะลวงขอบเขตของเฉียนฮวั่นโหรวมิต่างจากการช่วยเหลือ
ยามยาก ตรงเวลาและช่วยแบ่งเบาแรงกดดันได้มากนัก
เฉียนฮวั่นโหรวพยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้ แต่พี่หญิงอายุมากกว่า
เจ้านะ”
“ฮ่า ๆ เรียกพี่หญิงเฉียนก็ได้”
หลัวซู่มิได้สนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เลย
เฉียนฮวั่นโหรวพลันนึกอะไรได้ สีหน้าของนางเปลี่ยนสู่เคร่งขรึม
เล่าเรื่องของพวกเถียนซีให้หลัวซู่ฟัง
เมื่อหลัวซู่ได้ยินว่าบุตรีเจ้าเคหาสน์เทพจันทราผิดมนุษย์ไป แต่
นางยังมีสติกับตัว ก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
“ข้าก็ว่าอยู่ว่าไฉนพลังประหลาดนี่จึงโผล่มาอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย
เคหาสน์เทพจันทราบัดซบ นี่ต้องเป็นแผนชั่วของพวกเขาแน่! ยามนี้
คนมากมายกลายพันธุ์ ตกตายไปเกินนับ”
เฉียนฮวั่นโหรวถาม “มีโอสถใดรับมืออำนาจประหลาดนี้ได้
หรือไม่?”
“มี โอสถคุ้มภัยทำได้”
แม้จะมียาแก้ แต่สีหน้าของหลัวซู่ก็ยังมิสู้ดี “โอสถคุ้มภัยเป็น
สิ่งจำเป็นในการไปสู่ทะเลเซียนมาร เป็นที่ต้องการและราคาสูง”
“ยามนี้เมื่อวิกฤติร้ายแรงบังเกิด ของย่อมขาดตลาด ต่อให้เจ้าไป
ถอนบุปผาหน้าผีหมดพนาผีเบญจภัย ก็มิอาจทำโอสถคุ้มภัยได้
มากมายเพียงพอ”
สีหน้าของหลัวซู่สุดโศกเศร้า “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ทั้งภพ
บุกเบิกก็จะกลายเป็นนรกบนดิน มิอาจทราบว่าจะมีผู้บริสุทธิ์ต้องตก
ตายเพียงไร”
กระทั่งศาลาเติงเซียนของนางยังทำได้อย่างมากก็แค่ปกป้อง
ตนเอง มิอาจช่วยผู้อื่นได้
เจียงผิงอันซึ่งอยู่ข้างกันได้ยินว่านางต้องการโอสถคุ้มภัย ก็พลัน
เอ่ยปากขึ้น
“โอสถคุ้มภัย? ข้ามีอยู่นะ”
ขณะเขาซื้อทรัพยากร เขาซื้อมันมาด้วยเม็ดหนึ่ง
หลัวซู่ชำเลืองเจียงผิงอัน “เจ้ามีกี่เม็ดเชียว? เก็บไว้กินเองเถอะ
หากเจ้าติดเชื้อขึ้นมาก็จบสิ้นเลยนะ”