สู่วิถีอมตะ - บทที่ 561 ประมือชิวผิงเซิง
ขณะที่เจียงผิงอันฝึกฝนที่ผาสำนึกผิด เขาเผชิญกับภาพฉาย
ของชิวเฟิง บิดาของชิวผิงเซิง และได้สู้กับอีกฝ่าย
เนื่องจากพลังจินตภาพ เจียงผิงอันจึงสามารถจำลองการต่อสู้ใด
ๆ ที่เคยเห็นมาก่อนในใจได้
หลังปราชันชิวเฟิงเป็นร้อย ๆ หนในใจ ลูกไม้และวิชาของชิวเฟิง
ล้วนถูกศึกษาทะลุปรุโปร่ง
เจียงผิงอันเดาไว้แล้วว่าชิวผิงเซิงผู้เป็นบุตรก็อาจใช้ ‘วิชาหนึ่งวจี
ปลิดประหาร’ เช่นกัน เขาจึงสร้างอวตารไว้ล่วงหน้าเป็นเหยื่อล่อ
ขณะเดียวกันก็ใช้พลังวิญญาณเข้ารบกวนพลังวิญญาณของชิ
วผิงเซิง อีกฝ่ายจึงมิอาจตรวจพบเขาได้ในกาลอันสั้น และเขาจึงลอบ
โจมตีจากเบื้องหลัง
สมรรถภาพต่อสู้ของเจียงผิงอันมาถึงจุดสมบูรณ์แบบแล้ว
ชิวผิงเซิงกระแทกผ่านบรรพตลูกแล้วลูกเล่า กว่าจะหยุดลงได้
กระดูกสันหลังของเขาก็แตกหัก ความเจ็บปวดแล่นริ้วทั่วทั้งกาย
“การโจมตีแค่นี้ยังคิดทำร้ายข้าอีกหรือ? ข้ามีพลังเซียน การ
โจมตีของเจ้าใช้กับข้าหาได้ผลไม่!”
ชิวผิงเซิงพูดข่มเสียงแข็ง พลางเร่งปราณเซียนฟื้นบาดแผลใน
กาย
เขาในยามนี้หงุดหงิดยิ่ง เขาน่าจะฆ่าเจียงผิงอันในพริบตาได้ แต่
มิคาดว่าจะถูกอีกฝ่ายเล่นงานเสียเอง
ต้องเป็นเพราะเขาเลินเล่อเองแน่แท้
ชิวผิงเซิงพร้อมใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ต่อไป
“จะใช้หมัดพิพากษาล่ะสิ?”
ก่อนชิวผิงเซิงจะทันใช้วรยุทธ์ เจียงผิงอันก็โพล่งขึ้นมา เดาได้
แล้วว่าเขาจะใช้วรยุทธ์อะไร
เจียงผิงอันกำมือ ปราณรุนแรงก่อตัวเป็นคลื่นโถมกระหน ่า กฎ
ฟ้าดินสะท้านสะเทือนรวนเร
หมัดพิพากษาซึ่งก่อตัวเหนือศีรษะเขาถูกอำนาจนี้รบกวน สลาย
ไปทันทีก่อนทันปรากฏลักษณ์ชัดเจน
หมัดทำลายล้างกระบวนท่าที่สอง ป่วนบรรพ์
เมื่อเห็นภาพนี้ ทั้งชิวผิงเซิง เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนที่พินิจศึก
อยู่และหลัวซู่ล้วนตาเบิกกว้าง
“นี่มันวิชาอะไรกัน!”
ชิวผิงเซิงตกใจสุดขีด หนก่อนเพลิงแท้สมาธิของเขาก็ถูกวิชา
หมัดนี้ดับไป มิคาดว่ากระทั่งหมัดพิพากษาก็ยังถูกดับได้!
เจียงผิงอันไหวกายมาตรงหน้าชิวผิงเซิงในพริบตา ออกหมัดเข้า
ใส่ดุจอุกกาบาตถล่มทับ
ครั้งนี้เป็นหมัดทำลายล้างกระบวนท่าแรก ‘สยบปีศาจ’
สยบปีศาจและป่วนบรรพ์มิได้แข็งแกร่งด้อยกว่ากันเลย ป่วน
บรรพ์กระทบต่อวรยุทธ์ พลังโจมตีอ่อนกว่ากันเล็กน้อย ขณะที่สยบ
ปีศาจมีไว้โจมตีเพียงอย่างเดียว พลังโจมตีจึงสูงกว่า
ชิวผิงเซิงคิดจะถอยหนี ทว่าผนึกสรวงและวิชาดึงดาราควบคุม
ร่างเขาไว้แล้ว จึงหามีเวลาหลบไม่
ชิวผิงเซิงทำได้เพียงเงื้อหมัดเข้ารับมัน
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
เสียงกระแทกดังระรัว
มือซ้ายของเจียงผิงอันใช้ ‘ป่วนบรรพ์’ ขณะที่มือขวาใช้ ‘สยบ
ปีศาจ’ แต่ละหมัดล้วนเลิศล ้าแข็งแกร่ง
เมื่อบรรลุ ‘ขอบเขตรวมศูนย์’ ปราณวิญญาณที่เขาเก็บกักได้ก็
เพิ่มจำนวนมหาศาล ไม่เหมือนกาลก่อนที่ออกได้เพียงสามหมัดแล้ว
ชิวผิงเซิงถูกชกจนต้องถอยครั้งแล้วครั้งเล่า แขนของเขาบิด
เบี้ยว ดั้งจมูกหักโย้ โลหิตทะลักริน
“สมแล้วที่เป็นพลังเซียน ทนมือทนเท้าดี”
เจียงผิงอันชมอีกฝ่าย
หากเป็นผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการทั่วไป โดนสักสอง
สามหมัดก็นอนแผ่แน่นิ่งแล้ว แต่ชิวผิงเซิงซึ่งมีพลังเซียนแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่านั้น โดนไปตั้งหลายหมัดก็ยังไร้บาดแผลถึงตาย
คำชมของเจียงผิงอันคือคำดูแคลนสำหรับชิวผิงเซิง
“ตาย!”
ชิวผิงเซิงใช้พลังเซียนทั้งหมดในกายเข้าตอบโต้
วิชาหนึ่งวจีปลิดประหารกระทบสู่เจียงผิงอัน
ทว่า การโจมตีน่าสะพรึงนี้ระเบิดได้เพียงเสื้อของเจียงผิงอัน เผย
มัดกล้ามแน่นแกร่ง
แม้เจียงผิงอันจะมิได้แสดงฤทธิ์เซียน ร่างของเขาก็ถูกปราณ
เซียนแปรสภาพไปแล้ว
กอปรกับการทวีคูณห้าเท่าของ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ และ
ลวดลายอักขระคนเถื่อนที่ไต่ลามทั่วกาย พละกำลังของเขาจึงน่ากลัว
ยิ่งกว่าเดิม
การโจมตีนี้หาสะทกสะท้านถึงเขาไม่
เจียงผิงอันเพิ่มแรงกระหน ่าโจมตี ภายใต้อิทธิพลของ ‘ป่วน
บรรพ์’ ชิวผิงเซิงจึงมิอาจออกวิชาโจมตีอะไรได้มากนัก
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนซึ่งชมการต่อสู้อยู่คิดว่าตนตาฝาด มิ
อาจเชื่อสิ่งที่ตาเห็นได้เลย
ผู้ถูกบดขยี้ ปรากฏว่าเป็นชิวผิงเซิง!
“เจียงผิงอันใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์อะไรกัน? เพิ่มพลังต่อสู้ตั้งหลาย
เท่าแน่ะ!”
“วิชาหมัดนี่ก็ด้วย มันรบกวนวรยุทธ์คนอื่นได้ วิปริตยิ่ง!”
“ชิวผิงเซิงใช้พลังเซียนอยู่แท้ ๆ แต่ไฉนเขาจึงยังเป็นฝ่ายเพลี่ยง
พล ้ากัน?”
ปราณเซียนเป็นพลังที่ผู้ฝึกตนมากมายเฝ้าฝันถวิลหา
ในศาลาเติงเซียนมีข่าวลือเสมอมา ว่าหากได้วิชาจำแลงเซียน ก็
เท่ากับพินิจประตูเซียนแล้ว
ปราณเซียนเป็นพลังอันเป็นที่หมายปองสูงสุดในหัวใจศิษย์ศาลา
เติงเซียนทั้งหลาย
ในความเห็นพวกเขา ผู้ใดได้ปราณเซียนมา ก็เท่ากับไร้เทียม
ทานในขอบเขตเดียวกันแล้ว
ทว่ายามนี้ ชิวผิงเซิงผู้มีปราณเซียนกลับถูกบดขยี้ยามต่อสู้กับ
เจียงผิงอัน
ปวงชนกระทั่งหลงคิดไปว่าปราณเซียนไร้ค่าสิ้นประโยชน์!
ชิวผิงเซิงสับสนในชีวิต
เขาได้ปราณเซียนมาแล้วแท้ ๆ อำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่เขาใช้ก็
แข็งแกร่งสุดขั้ว ไฉนจึงทำร้ายเจียงผิงอันมิได้? เขาได้ปราณเซียน
ของปลอมมาหรือไร?
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง!”
ชิวผิงเซิงใช้ปราณเซียนขัดขืนสุดชีวิต
เจียงผิงอันใช้หมัดอู๋จี๋สะท้อนอำนาจศัตรูทั้งหมดคืนเจ้าของ
แม้เขาจะไม่ฝึกฝนหมัดอู๋จี๋ต่อแล้ว เขาก็ยังใช้มันได้ วิชาน่า
รังเกียจเช่นนี้เหมาะใช้กวนประสาทคนเป็นที่สุด
ชิวผิงเซิงถูกการโจมตีของตัวเองย้อนสนองหลายต่อหลายครั้ง
เจ็บใจเดือดดาลนัก
การโจมตีทั้งหมดของเขาหวนแว้งกัดตัวเอง แต่กลับทำอะไรเจียง
ผิงอันไม่ได้เลย
เจียงผิงอันเผชิญชิวผิงเซิงผู้มีปราณเซียนอย่างเยือกเย็น
แม้ปราณวิญญาณของชิวผิงเซิงจะกลายเป็นปราณเซียนไปแล้ว
แต่เจียงผิงอันก็ยังรู้สึกว่าปราณเซียนของอีกฝ่ายทึ่มทื่อเงอะงะ มิอาจ
แผลงฤทธิ์ปราณเซียนได้อย่างเต็มที่
นี่น่าจะเป็นเพราะชิวผิงเซิงไม่มีวรยุทธ์ระดับเซียน แค่ใช้วรยุทธ์
สามัญธรรมดากระตุ้นพลังนี้ ผลของมันจึงย่อมไม่ออกมาดี
“วิชาจำแลงเซียนก็แค่นั้นเอง”
เจียงผิงอันเปรยเบา ๆ เสียงของเขามิได้ดัง แต่กลับเลื่อนลั่นเยี่ยง
อัสนีในทุกดวงใจ
ชะตาเซียนในใจเหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียน สุดแสนปวกเปียกต่อ
หน้าเจียงผิงอัน
“พูดงี่เง่าอะไร! เจ้าเองก็ไร้หนทางเอาชนะข้าได้!” ชิวผิงเซิงแผด
เสียง
แม้เขาจะทำอะไรเจียงผิงอันไม่ได้ เจียงผิงอันก็อย่าหวังเอาชนะ
เขาเลย
เจียงผิงอันยิ้มบาง ใช้จุลศาสตร์ไร้ลักษณ์ขยายร่างของตนเป็น
พันจั้งทันที
เกราะรบจำนงศึกสีดำเคลือบติดทั้งกาย ปราณเซียนทรงพลัง
ทะลวงตรงสู่ฟ้า เส้นผมสีขาวพลิ้วไสว ประหนึ่งเทพมารจากแดน
เซียนปรากฏตัว
เขาเงื้อมือใช้หมัดทำลายล้าง กฎทำลายล้าง กฎแห่งกำลัง กฎ
แห่งแรงโน้มถ่วงและกฎจำนงสัประยุทธ์… พลังทั้งหมดผสานรวมสู่
สรรพสิ่ง
ครั้งนี้คือหมัดทำลายล้างของจริง!
หมัดนี้เปรียบเช่นดวงดาวถล่มโรย ผ่านที่ใดก็ล้วนพินาศบรรลัย
“ไม่ได้นะ!”
หลัวซู่ปรากฏขึ้นแล้วตะโกนอย่างร้อนรน
หากเจียงผิงอันฆ่าชิวผิงเซิง ปัญหาจะเกิดแน่
เปรี้ยง!
หมัดของเจียงผิงอันหยุดลงกลางอากาศ เจตจำนงหมัดอันรุนแรง
ฟาดชิวผิงเซิงจมธรณีเป็นหลุมลึก พสุธาแหลกร้าว
แม้จะไม่โดนเต็ม ๆ แต่ก็ยังทำให้ศัตรูสาหัสได้
เจียงผิงอันมิได้คิดสังหาร และฆ่าอีกฝ่ายก็มิได้ ชิวผิงเซิงต้องมี
บางสิ่งที่บิดาให้ไว้ช่วยชีวิตตนแน่นอน
เจียงผิงอันยกเลิกวรยุทธ์ หันกายเดินออกจากลานประลอง
ศิษย์ที่ลานประลองล้วนมองเจียงผิงอันตาค้าง แววตาเปี่ยมความ
หวาดกลัว
คนผู้นี้ถึงกับเอาชนะบุตรเซียนซึ่งมีปราณเซียนได้!
ในความคิดปวงชน สิ่งนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ แต่เจียงผิงอันทำลง
ไปแล้ว
เจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงนี้ แต่ไฉนเขาจึงมิได้วิชาจำแลงเซียน
จากศาลาหลัก?