สู่วิถีอมตะ - บทที่ 563 แผนร้ายในวรยุทธ์
เจียงผิงอันนำก้อนหยกสีดำที่เซียนจากเขตแดนมารมืดทมิฬให้
ไว้ออกมา
ภายในนี้มีวรยุทธ์เซียน ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ บันทึกไว้
พูดตามตรง เจียงผิงอันตื่นเต้นเรื่องวรยุทธ์ระดับเซียนนี้ยิ่ง
เพราะถึงอย่างไร มันก็เป็นวรยุทธ์เซียน หากเขาได้เรียนมัน พลัง
ต่อสู้ก็จะเพิ่มพูนมหาศาลแน่นอน
แต่ก้อนหยกนี้มีผนึกพิเศษ อ่านไปเพียงหน มันก็จะทำลายตัวเอง
แล้วสร้างผนึกในใจ มิอาจสอนผู้อื่นได้
เขาไม่มีทางแย่งโอกาสกับบุตรีตนอยู่แล้ว
เจียงผิงอันถามจิตศาสตราของอ่างสัมฤทธิผล “ผู้อาวุโส ก้อน
หยกนี้ลอกได้หรือไม่?”
“ได้ มันแค่บรรจุอักขระระดับเซียน ทรัพยากรที่ต้องการในการ
สร้างซ ้าย่อมไม่ถูก อย่างน้อย ๆ ต้องใช้สมบัติลับหนึ่งชิ้น”
เจียงผิงอันสุดปรีดา ลอกได้ก็ดีแล้ว แลกสมบัติลับหนึ่งชิ้นกับวร
ยุทธ์เซียน คุ้มราคา!
เจียงผิงอันรีบใช้ทรัพยากรลอกวรยุทธ์เซียนนี้
ช่วงกาลนี้ เขานำทรัพยากรสลับขายอยู่หลายหน ยามนี้มั่งมียิ่ง
นัก สมบัติลับหนึ่งชิ้นก็นำออกมาได้ง่าย ๆ
ไม่นานนัก ก้อนหยกสีดำซึ่งเหมือนต้นฉบับทุกประการก็ปรากฏ
ขึ้นในมือเจียงผิงอันอีกก้อน
ขณะที่เขากำลังจะอ่านมัน จู่ ๆ จิตศาสตราก็เอ่ยปาก “วรยุทธ์นี้มี
สิ่งผิดปกติ”
“มีอะไรผิดปกติหรือ?”
เจียงผิงอันชะงัก
“วรยุทธ์นี้ผสานด้วยวิชาลับพิเศษ หากเจ้าฝึกฝนวรยุทธ์นี้ เจ้าจะ
ถูกผู้ฝังวิชาลับพิเศษนี้ชิงร่างได้ง่ายนัก”
ทันทีที่วาทะของจิตศาสตราสิ้นคำ ร่างของเจียงผิงอันก็ชะงัก
ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก
“ผู้ฝึกจะถูกชิงร่าง!”
“ใช่ ยามข้าอยู่กับราชันศักดิ์สิทธิ์ ข้าเคยพบวิชาลับเช่นนี้มา
ก่อน” จิตศาสตรายืนยัน
ร่างของเจียงผิงอันสะท้าน เขาเกือบส่งอันตรายให้บุตรีตนเอง
แล้ว!
มือของเขากำหมัด จิตสังหารรุนแรงคุกรุ่นในใจ
ปรากฏว่าสารเลวในเขตแดนมารมืดทมิฬมีเจตนายึดร่างบุตรี
เขา!
เจียงผิงอันไม่เคยโกรธถึงเพียงนี้มาก่อน
ด้วยความที่เสียญาติไปแต่ยังเล็ก เขาจึงให้ความสำคัญยิ่งต่อ
เชื้อขัย มิอาจรับได้หากมีผู้ใดปองร้ายบุคคลใกล้ตัว
โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายเป็นบุตรีของเขาเอง
จิตศาสตรากล่าว “เขตแดนมารมืดทมิฬก็มิใช่สถานที่ดีแต่แรก
แล้ว เผ่ามารแท้จริงก็ถูกพวกมันสร้างมาสู้กับมนุษย์ เพื่อป้องกันมิให้
เผ่ามนุษย์เติบใหญ่”
“วิชาลับพิเศษในวรยุทธ์นี้ ข้าจัดการล้างไปแล้ว เจ้าฝึกฝนต่อไป
ได้”
เจียงผิงอันมิได้คิดยินดี สีหน้าของเขายังเปี่ยมความเครียดขึง
ในอีกราว ๆ สิบปี เขตแดนมารมืดทมิฬจะมาหาบุตรีเขา
หากไม่ยอมให้บุตรีของเขาไปกับพวกมัน พวกมันเขตแดนมาร
มืดทมิฬก็น่าจะทำบางอย่าง
ครั้งก่อนมิได้ประมือกันตรง ๆ บางทีอาจเป็นเพราะตัวตนนั้นแม้
จะเป็นยอดฝีมือระดับเซียน แต่ก็มิอาจใช้พลังเซียนได้
นิกายเทวมารมิใช่ผู้อ่อนแอ มียอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติอยู่
มากมาย อีกฝ่ายย่อมมิกล้าลงมือบุ่มบ่าม
แต่หากให้ลงมือกันจริง ๆ ต่อให้มิได้ใช้อำนาจเซียน นิกายเทว
มารก็รับไม่ไหวอยู่ดี
เจียงผิงอันอยากพาบุตรีเขาไปยังภพบุกเบิกเพื่อหลบเขตแดน
มารมืดทมิฬ แต่ภพบุกเบิกก็มิได้สงบสุข
ต่อให้เขาพานางไปจริง ๆ เขตแดนมารมืดทมิฬก็จะระเบิดโทสะ
ล้างแค้นกับเขาและนิกายเทวมารเป็นแน่
เขตแดนมารมืดทมิฬเป็นเหมือนกระบี่เซียนแขวนเหนือศีรษะ จะ
ร่วงตกลงมายามใดก็ได้ ทำให้เจียงผิงอันมิอาจอยู่เป็นสุข
“ท่านพ่อ คิดอะไรอยู่เจ้าคะ หน้าตาดูไม่ดีเลย”
เจียงเมี่ยวอีปีนเข้ามาในอ้อมแขนเจียงผิงอัน แขนเพรียวเล็กจ้อย
โอบรอบคอเจียงผิงอัน
“เพราะเมี่ยวอีขี้เกียจไม่อยากฝึกฝน ท่านพ่อเลยอารมณ์ไม่ดี
หรือเจ้าคะ? เมี่ยวอีเป็นเด็กดี ตั้งใจฝึกฝนอยู่แล้ว ท่านพ่ออย่า
อารมณ์เสียเลยนะเจ้าคะ”
เจียงเมี่ยวอีจูบแก้มเจียงผิงอันอย่างหนักหน่วง ทำตัวว่าง่ายสุด ๆ
เจียงผิงอันสะกดอารมณ์ด้านลบในใจ ดีดจมูกน้อยของนางเบา
ๆ
“มิได้โกรธเมี่ยวอีหรอก แต่เมี่ยวอีก็ต้องฝึกฝนจริง ๆ นะ หากพ่อ
ไม่อยู่ เมี่ยวอีจะได้ปกป้องตัวเองได้ไง”
“ท่านพ่อไม่มีทางไม่อยู่หรอก พ่อข้าไร้เทียมทานในโลกหล้า
เอาชนะคนชั่วหน้าไหนก็ได้ทั้งนั้น”
ดวงตากลมโตของเจียงเมี่ยวอีสุดแสนบูชาเจียงผิงอัน ในโลก
ของนาง บิดานางแข็งแกร่งที่สุดในโลกา
เจียงผิงอันนั่งขัดสมาธิบนที่นอน ส่ง ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ ให้
เจียงเมี่ยวอี “เราฝึกฝนกันเถอะ”
“เจ้าค่า~”
เจียงเมี่ยวอีตอบกลับเสียงหวาน นางพับขานั่งขัดสมาธิบนเตียง
เลียนแบบเจียงผิงอัน
นางยังทรงตัวไม่เสถียรเล็กน้อย ร่างจึงล้มนอนแปะไปทันที
ก่อนที่จะนั่งกลับขึ้นมาอีกครั้งแล้วใช้หลังพิงเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันลูบศีรษะจ้อยของเจียงเมี่ยวอีแล้วกล่าวเสียงอ่อนโยน
“ใช้วิธีที่ข้าสอนเจ้า ก่อนจะส่งจิตสัมผัสเข้าไปในก้อนหยกนะ”
“เมี่ยวอีทราบเจ้าค่ะ”
เจียงเมี่ยวอียิ้มหวาน
ทั้งสองเริ่มศึกษา ‘มารสวรรค์เก้าแปร’
ก่อนเจียงผิงอันจะฝึกฝน เขาลอกวรยุทธ์ไว้อีกชิ้นเพื่อเก็บไว้ให้
เสี่ยวเซียงซึ่งก็ต้องการวรยุทธ์เซียนอยู่เช่นกัน
จิตสัมผัสของเขาเข้าตรวจสอบ กฎเกณฑ์ปริศนาอันลึกลับ
หลากเข้าสู่ใจ ทุกอักขระล้วนมิอาจรับรู้ แต่ก็เข้าใจความหมายของ
มันได้
‘มารสวรรค์เก้าแปร’ มีทั้งสิ้นเก้าขั้น
ขั้นแรก หรือก็คือแปรแรก คือพ้นสามัญ
วาดอักขระในร่าง ใช้อำนาจฟ้าดินชำระกาย ขจัดร่างสามัญทิ้ง
ไป
ขั้นสองคือกระตุ้นร่างเทวะ
ขั้นสาม ก่ออำนาจเซียน
เห็นเช่นนี้ สีหน้าของเจียงผิงอันก็ดูพิกล
เขาไม่มี ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ แต่ก็บรรลุสามขั้นแรกไปแล้ว
ขั้นที่สี่เริ่มแตกต่างออกไป
ขั้นที่สี่มีชื่อว่า ‘เมล็ดพันธุ์เซียน’
ใช้พลังเซียนและกฎเกณฑ์ที่บรรลุปลูกเมล็ดพันธุ์ในกาย ยาม
เมล็ดพันธุ์นี้งอกเงย ก็จะเข้าสู่ขั้นที่ห้า รากเซียน…
เจียงผิงอันเชื่อว่านี่คือระบบการฝึกฝนของเขตแดนมารมืดทมิฬ
แตกต่างจากระบบฝึกฝนทั่วไป จุดเริ่มต้นของระบบนี้สูงยิ่ง ต้องมี
พรสวรรค์แข็งแกร่งสุดขั้วจึงฝึกฝนได้ ไม่เหมาะกับคนทั่วไปเลย
คนจากเขตแดนมารมืดทมิฬบอกว่าบุตรีเขามีร่างเซียนมาร จึง
สามารถฝึกวรยุทธ์นี้ได้
คนชั่วจากเขตแดนมารมืดทมิฬนั่นคิดชิงร่างบุตรีเขา เจียงผิงอัน
ก็รู้ว่าพรสวรรค์ของบุตรีเขาสูงแค่ไหน
ยามเจียงผิงอันพินิจ ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ จู่ ๆ ก็สังเกตพบบางสิ่ง
แล้วลืมตาโพลงกะทันหัน
ร่างของเจียงเมี่ยวอีซึ่งพิงเขาอยู่ห้อมล้อมด้วยกฎเกณฑ์ ปราณ
มารคละคลุ้ง แผ่อำนาจทรงพลัง
ดวงตาของเจียงผิงอันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
กฎเกณฑ์!
ผู้ฝึกตนมากมายจะใช้กฎเกณฑ์ได้ก็ต่อเมื่อถึงขอบเขต
วิญญาณแรกกำเนิด
แต่เมี่ยวอีเพิ่งเริ่มฝึกฝน ก็สามารถใช้อำนาจกฎเกณฑ์ได้แล้ว!
จุดเริ่มต้นของนางเหมือนกับสัตว์เทพเผ่ามังกร มิต่างกับผู้ฝึกตน
จากภพบุกเบิก!
ความยอดเยี่ยมของบุตรีทำให้เจียงผิงอันยินดียิ่ง
เจียงผิงอันหยุดการฝึกฝนของตนไว้ แล้วมาช่วยพิทักษ์บุตรี
ชี้นำนางให้ฝึกฝน
เจียงผิงอันพลันนึกได้ ว่าหากบุตรีเขาไม่ได้ฝึกฝนตามระบบการ
ฝึกฝนทั่วไป เช่นนั้นข้อด้อยของ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ก็ไม่มีน่ะสิ?
หากผู้ฝึกตนทั่วไปฝึกฝนวิชาซ่อนจักรวาล คนผู้นั้นก็จะสร้างจิน
ตานมิได้ มิอาจฝึกฝนต่อจากนั้นอีก
นี่คือเหตุผลที่เจียงผิงอันเลือกสร้างขอบเขตของตัวเอง
ยามนี้ บุตรีเขาไม่ต้องผ่านขอบเขตจินตานเลย
เจียงผิงอันจึงสอนวิชาซ่อนจักรวาลให้บุตรีด้วย
เจียงเมี่ยวอีเริ่มฝึกฝนด้วยวรยุทธ์เซียนสองแขนง!
ขณะเดียวกัน ในเขตแดนมารมืดทมิฬ คู่เนตรน่าสะพรึงกลัวคู่
หนึ่งพลันเบิกขึ้น
“วรยุทธ์ถูกแตะต้องแล้ว แต่กลับมิอาจสัมผัสการเชื่อมต่อได้ ดู
เหมือนจะถูกจับได้แล้ว”
“ร่างเซียนมารย่อมต้องเป็นของเซียนผู้นี้ มีเพียงได้ร่างนี้มา ข้า
จึงมีคุณสมบัติไปปราชันในภพเซียน”
“หวังว่านิกายเทวมารจะไม่หาที่ตายกันเองนะ…”
เงาร่างในหมอกดำเหยียบย่างออกมา มุ่งหน้าสู่นิกายเทวมาร