สู่วิถีอมตะ - บทที่ 565 หมิ่นเซียน
ยามปวงชนได้ยินเจียงผิงอันบอกว่ายอดฝีมือระดับเซียนผู้นี้มิ
กล้าลงมือ พวกเขาล้วนคิดว่าเจียงผิงอันอยากให้พวกเขาไปตาย
คนเขาเป็นเซียน มีหรือจะไม่กล้าลงมือ?
เจียงผิงอันจ้องมองหมอกดำอย่างเฉยชา “หากเขากล้าลงมือ
ไฉนเลยจะรอจนบัดนี้ ไฉนต้องเอาศาสตราเซียนมาล่อใจพวกเจ้า?”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนก็ผงะไปเล็กน้อย
นั่นสิ อีกฝ่ายเป็นเซียน แข็งแกร่งเลิศล ้า มีศาสตราเซียนกับตัว
ต่อให้อีกฝ่ายมาปล้นกันตรง ๆ ก็สมเหตุสมผล พวกเขาหยุดเช่นไรก็
มิได้ ไฉนจึงมาเสนอแลกเปลี่ยน?
เขามิกล้าลงมือจริงๆ หรือ?
แต่ทำไมล่ะ?
ปวงชนมองเจียงผิงอันอย่างงุนงง
เจียงผิงอันกล่าวอย่างสุขุม “ง่ายมาก เพราะเขากลัวจะถูกยอด
ฝีมือจากภพเซียนเจอตัว กลัวตายน่ะสิ”
ถูกยอดฝีมือจากภพเซียนเจอตัว? กลัวตาย? ปวงชนยิ่งงุนงงไป
ใหญ่
หมอกสีดำพลันบิดวนรุนแรง มีดดำในมือนั้นแผลงฤทธิ์ชวนสะ
พรึง
“เจ้าหนู เจ้ารู้มากจริง ๆ แต่ต่อให้เซียนผู้นี้มิใช้พลังเซียน เพียง
ศาสตราเซียนก็ทำให้พวกเจ้านิกายเทวมารเสียหายสาหัสได้”
“ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายกับนิกายเทวมาร ส่งร่างเซียนมารมาแล้ว
เอาศาสตราเซียนไป หรือบรรลัย!”
เขาแผ่ปราณเซียนชวนสะท้านออกมาอีกเสี้ยว ทำให้ปวงชน
ขวัญเสียก้าวถอยไปอีกครั้ง
ปราณนั้นน่าสะพรึงกลัวเสียจนสิ้นความคิดจะต่อต้าน
“เอาศาสตราเซียนดีกว่า! ผู้อาวุโสรีบฆ่าเจียงผิงอันเถอะ!” ผู้
อาวุโสใหญ่มั่วชงแผดเสียง
เขาอยากเพียงให้เจียงผิงอันตายเสียเดี๋ยวนี้ นี่ก็เป็นโอกาสยอด
เยี่ยมที่สุดในการทำลายเจียงผิงอันเช่นกัน
แม้ความตายของเจียงผิงอันจะลดทอนอำนาจของนิกายเทวมาร
แต่ศาสตราเซียนหนึ่งชิ้นก็จะกลบจุดบอดนี้
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้ความกลัว จ้องมองเซียนจากเขตแดน
มารมืดทมิฬตรง ๆ “สุนัขเฒ่า เจ้าคิดว่าเจ้ามีศาสตราเซียนอยู่คน
เดียวหรือ?”
“เฮือก!”
เมื่อได้ยินเจียงผิงอันด่าทอเซียนเป็นสุนัขเฒ่า ยอดฝีมือทั้งปวง
ล้วนสูดหายใจเฮือก
ยอดฝีมือเหล่านี้ไร้ความกล้าพูดกับเซียนเช่นนี้ แต่เจียงผิงอัน
ช่างหาญกล้า นี่หาที่ตายอยู่หรือ?
“เจ้านิกาย ศาสตราเซียนของเรานิกายเทวมารพังอยู่นะ” ยอด
ฝีมือจากเผ่าจิ้งจอกเก้าหางรีบส่งกระแสปราณเตือนเจียงผิงอัน
เจ้านิกายอาจไม่รู้ว่าศาสตราเซียนของนิกายเทวมารเสียหายอยู่
จึงกล้าพูดกับอีกฝ่ายเช่นนี้
เมื่อได้ยินว่าตนถูกผู้ฝึกตนระดับต ่าดูหมิ่น หมอกดำรอบกายร่าง
นั้นก็สั่นสะท้านรุนแรง เงื้อมีดในมือขึ้น
“สามหาว ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะส่งเจ้าไปโลกหน้าให้”
ทุกผู้ล้วนหน้าถอดสี
ทำเช่นไร? ทำเช่นไรดี? ต้องสู้กันจริง ๆ หรือ?
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้ามั่วชง หนนี้เจียงผิงอันตาย
แน่!
ทันใดนั้น กระบี่สีทองเรืองรองเล่มหนึ่งก็แหวกสุญตา ฟาดฟันใส่
หมอกดำอย่างหนักหน่วง
หมอกดำระเบิดออก เผยตัวตนซึ่งถูกปกคลุมด้วยเนื้อหนัง
ภายใน ดูคลับคล้ายมนุษย์ แต่มีหูและปีกซึ่งใหญ่กว่ามนุษย์อย่าง
สังเกตได้
อึดใจต่อมา หญิงงามล ้าเลิศนางหนึ่งก็ปรากฏในสุญตาเยี่ยงเทพี
เรืองรองรัศมีทั่วกาย ให้บรรยากาศสง่างามบริสุทธิ์ มิอาจจ้องมองได้
ตรง ๆ
“เฉียนฮวั่นโหรว!”
ยอดฝีมืออาวุโสของนิกายเทวมารตระหนักถึงตัวตนของผู้มา
ไฉนจู่ ๆ เฉียนฮวั่นโหรวจึงปรากฏตัว?
แม้จะไม่รู้ว่านางมาทำไม แต่เมื่อเห็นนางถือศาสตราเซียนในมือ
ปวงชนก็ใจชื้นขึ้นมาก
มีกระบี่ประหารเซียนอยู่ น่าจะข่มอีกฝ่ายได้บ้าง
นี่คือสิ่งที่ทำให้เจียงผิงอันมั่นใจพออาจหาญหมิ่นเซียน เสี่ยว
เซียง
ริมฝีปากแดงของเฉียนฮวั่นโหรวเผยอน้อย ๆ กล่าวพลางจ้อง
มองเซียนจากเขตแดนมารมืดทมิฬอย่างเนิบเนือย “ไสหัวไป”
ดวงตาของมารสวรรค์เบิกกว้าง จ้องมองเฉียนฮวั่นโหรวอย่างไม่
อยากเชื่อ “ขอบเขตเซียนมนุษย์! เจ้าบรรลุเซียนแล้ว!”
ภพแร้นแค้นขณะนี้มิอาจบรรลุเซียนได้ ไฉนนางจึงบรรลุเซียน?
เมื่อได้ยินเสียงอุทานนี้ ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารยิ่งตกใจจังงัง
เฉียนฮวั่นโหรวเป็นเซียน? เป็นไปได้เช่นไร!
ในยุคสมัยนี้ การเป็นเซียนเป็นไปไม่ได้แท้ ๆ ต่อให้บรรลุเซียนได้
ก็ควรขึ้นสู่ภพเซียนไปแล้ว
แม้มารสวรรค์จะตกใจ แต่เขาก็มิได้กลัวเฉียนฮวั่นโหรว และรู้จัก
กระบี่ประหารเซียน
“ราชวงศ์ต้าเฉียนของเจ้ากำลังคิดล่วงเกินเขตแดนมารมืดทมิฬ
ของข้า? คิดว่าข้าเป็นเซียนผู้เดียวในเขตแดนมารมืดทมิฬหรือ?”
มีเซียนมากกว่าหนึ่ง? ร่างของยอดฝีมือในนิกายเทวมารสะท้าน
หัวใจยิ่งขวัญผวา เขตแดนมารมืดทมิฬต้องน่ากลัวเพียงไรกัน?
เฉียนฮวั่นโหรวยิ้มเหยียดหยัน “ก็แค่ขยะเน่ากองหนึ่ง หากพวก
เจ้าเซียนมนุษย์กล้าลงมือ ข้าจะปลดปล่อยพลังเซียนสุดกำลัง ให้
ยอดฝีมือจากภพเซียนหาภพแร้นแค้นเจอ แล้วเราก็จะได้ตายด้วยกัน
หมด”
สีหน้าของมารสวรรค์พลันชะงัก ก่อนจะบูดเบี้ยวเหยเก
เหตุที่พวกเขาผนึกตัวเองในเขตแดนมารมืดทมิฬ มิกล้าใช้พลัง
เซียนก็เพราะกลัวถูกยอดฝีมือในภพเซียนพบตัว
หากพวกเขาเรียกยอดฝีมือจากภพเซียนมาจริง ๆ พวกเขาเขต
แดนมารมืดทมิฬย่อมไร้ทางหนี ต้องตกต ่าเป็นเพียงอาหาร
เนิ่นนานจากนั้น ปากของมารสวรรค์จึงเอ่ยวาจา “ดี ดีมาก”
“เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าเราเขตแดนมารมือทมิฬมิใช้อำนาจเซียน
ก็ทำอะไรเจ้ามิได้?”
“ในสิบปี เซียนผู้นี้จะทำให้นิกายเทวมารพินาศสิ้น!”
“ปราณมารในโลกหล้าเกิดมาเพราะเซียนผู้นี้ พวกเจ้านิกายเทว
มารก็เกิดมาได้เพราะเซียนผู้นี้ และมันก็จะพินาศไปเพราะเซียนผู้นี้
ด้วยเช่นกัน!”
หลังทิ้งวาจาไว้ มารสวรรค์ก็หันกายหายจาก
เมื่อฟังปัจฉิมวาจาของเขา ยอดฝีมือทั้งหมดในนิกายเทวมาร
ล้วนตะลึง
ปราณมารเกิดขึ้นเพราะเขา? เขาคือที่มาของปราณมารทั้งหมด
ในหล้า?
ตำนานกล่าวไว้ ว่าปราณมารทั้งหมดในโลกหล้ามาจากมาร
สวรรค์
หรือจะเป็นมารสวรรค์ผู้นี้!
ความกลัวจากวิญญาณชอนไชทุกดวงใจ ล่วงเกินตัวตนร้าย
กาจนี้ไปแล้ว แล้วพวกเขานิกายเทวมารควรทำเช่นไร?
มั่วชงซึ่งมือหักไปแผดเสียง “จบสิ้นแล้ว นิกายเทวมารบรรลัย!
หากล่วงเกินเขตแดนมารมืดทมิฬ เราก็ตายกันหมด! ทั้งหมดนี้เพราะ
เจียงผิงอันไม่ยอมส่งร่างเซียนมารให้ ปัญหาทั้งหมดนี้จึงเกิด!”
เจียงผิงอันพลันหันไปมองอีกฝ่ายอย่างเย็นเยียบ
มั่วชงสัมผัสจิตสังหารรุนแรงได้ ก็นำสมบัติลับออกมาคุ้มกาย
ทันที
“เจ้าโจมตีมาครั้งก่อน ข้าก็แค่บาดเจ็บ เจ้าอยู่เพียงขอบเขต
หลอมสุญตา คิดว่าจะฆ่าข้าได้จริง ๆ หรือ?”
มั่วชงป้องกันตนเองแน่นหนาสุดขีด เขาจะไม่ถูกเจียงผิงอัน
โจมตีอีกแน่ ๆ
ทันใดนั้น ภาพตรงหน้าเขาพลันแปรเปลี่ยน เขากลับมาอยู่ที่
แถบผาสะบั้นฟ้า บุตรเขากำลังอ้อนวอนร้องขอชีวิต
มั่วชงผงะไป มิใช่บุตรเขาตายด้วยฝ่ามือเขาเพราะล่วงเกินเจียง
ผิงอันแล้วหรือ? ไฉนจึงปรากฏขึ้นอีก?
มิใช่! วิชามายา! นี่คือวิชามายา!
มั่วชงอาศัยพลังวิญญาณอันกล้าแกร่งของยอดฝีมือขอบเขต
บูรณาการขจัดมายาสิ้นไป
ทว่า ทันทีที่เขาคืนสติ เขาก็พบว่ากิ่งไม้สีทองปรากฏที่หว่างคิ้ว
เขาแล้ว
เปรี้ยง!
มั่วชงคิดปัดป้อง แต่ก็สายเกินไป ร่างของเขาระเบิดแหลกเละ
ครั้งนี้ เจียงผิงอันโจมตีหว่างคิ้วมั่วชง ทำลายเขาไปพร้อมกับ
ยันต์ตัวตายตัวแทน มิอาจฟื้นคืนได้อีก
ของอย่างยันต์ตัวตายตัวแทนมิค่อยเป็นประโยชน์นักในการต่อสู้
ระดับสูง
โลหิตและเศษเนื้อย้อมพื้นแดงฉาน เจียงผิงอันยืนกลางกองเลือด
ด้วยสีหน้าเย็นชา
เห็นเช่นนี้ ยอดฝีมือในนิกายเทวมารล้วนผงะนิ่ง
ขณะนั้น พวกเขาสัมผัสได้ว่าเจียงผิงอันมีคลื่นเคล็ดพลังบนกาย
เจ้านิกายบรรลุขอบเขตบูรณาการแล้ว!
ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ เจ้านิกายสร้างขอบเขตที่สี่สำเร็จ!
อายุเพิ่งร้อยปีเศษ ก็สร้างขอบเขตที่สี่ได้แล้ว!
ผู้อื่นต้องใช้เวลานับพัน ๆ ปีกว่าจะบรรลุขอบเขตบูรณาการ ต่อ
ให้เป็นอัจฉริยะยังต้องใช้เวลาเกือบพันปี
แต่เจียงผิงอันใช้เวลาเพียงร้อยปี!
ต้องทราบว่านี่คือขอบเขตที่เขาสร้างเอง การสร้างระบบฝึกฝน
ของตนเองนั้นยากเย็นยิ่งกว่า
ยิ่งกว่านั้น ทันทีที่เขาทะลวงขอบเขต เขาก็ฆ่ายอดฝีมือขั้นปลาย
ขอบเขตบูรณาการได้โดยใช้ยอดสมบัติ
นี่มันปีศาจร้ายอะไรกัน?
ยอดฝีมือจากตระกูลมั่วกล่าวขึ้นเสียงเข้ม “เจ้านิกาย แม้มั่วชงจะ
ทำผิด แต่เขาก็ไม่ควรตาย เจ้าทำเกินไปแล้ว”