สู่วิถีอมตะ - บทที่ 567 วิกฤติของนิกายเทวมาร
ยอดฝีมือเผ่ามารทั้งหลายล้วนเคลือบแคลงในตัวตนของมาร
สวรรค์
“เจ้าจะพิสูจน์ได้เช่นไร?” มารหมาป่าเงาขจีถาม
ฉัวะ!
ไม่ทันสิ้นเสียง แสงสีดำสายหนึ่งก็วูบไหว แขนของมันข้างหนึ่ง
ขาดร่วง
เมื่อเห็นศาสตราเซียนในมือมารสวรรค์ ยอดฝีมือมารทั้งปวงล้วน
ร่างสะท้าน
โลกหล้ามีบันทึกถึงศาสตราเซียนทั้งหลาย แต่พวกมันไม่เคย
เห็นศาสตราเซียนชิ้นนี้มาก่อน!
“คารวะใต้เท้ามารสวรรค์!”
แม้พวกมันจะไม่กล้าแน่ใจเต็มที่ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ผู้ใดใช้ให้
อีกฝ่ายแข็งแกร่งเหลือล้น ซ ้ายังมีศาสตราเซียนในมือ พวกมันจึงทำ
ได้เพียงจำนน
มารสวรรค์โยนศาสตราเซียนให้มารหมาป่าเงาขจี “ข้าจะให้เจ้า
ยืมศาสตราเซียนชิ้นนี้ไปใช้ชั่วคราว ภายในสิบปี ทำลายนิกายเทว
มารเสีย”
ยอดฝีมือเผ่ามารมองหน้ากันไปมาด้วยสายตาสุดงุนงง ไฉนมาร
สวรรค์จึงอยากทำลายนิกายเทวมารกัน?
“ใต้เท้ามารสวรรค์ ด้วยศาสตราเซียนเพียงชิ้นเดียว ทำลาย
นิกายเทวมารมิได้หรอกขอรับ แม้ศาสตราเซียนของนิกายเทวมารจะ
เสียหาย แต่รากฐานของพวกเขาก็ลึกล ้ายิ่ง ยากจัดการอยู่ดี”
“ปัญหาหลักคือฝ่ายนิกายเทวมารมีสัตว์ประหลาดอยู่ผู้หนึ่ง ไร้
เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน เขาลำพังก็กวาดล้างปวงอริใน
ขอบเขตเดียวกันได้ เรามิอาจหยุดเขาได้เลย หากเปิดศึกกัน เราจะ
เสียหายมหาศาลแน่”
หากว่าถึงกำลังโดยรวม เผ่ามารแข็งแกร่งกว่านิกายเทวมารมาก
นัก และหากว่าด้วยพลังต่อสู้รายบุคคล พวกมันเผ่ามารก็แข็งแกร่ง
กว่า แต่อีกฝ่ายมีสัตว์ประหลาดที่บดขยี้ปวงอริในขอบเขตเดียวกันได้
อยู่
“เจียงผิงอันน่ะหรือ? ไม่ต้องไปกลัวหรอก”
มารสวรรค์ยกมือขึ้น แล้วโลหิตสีดำหยดหนึ่งก็ลอยออกมาบน
มือ
โลหิตสีดำหยดนี้แผ่บรรยากาศเย็นเยียบมืดมิด เพียงหยดเดียวก็
ทำให้ยอดฝีมือเผ่ามารทั้งหลายสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม
ยอดฝีมือเผ่ามารทั้งปวงล้วนตกใจ ใต้เท้ามารสวรรค์ผู้นี้
แข็งแกร่งเพียงไรกัน? โลหิตเพียงหยดก็สร้างความกดดันถึงเพียงนี้
เป็นเซียนหรือ?
จริงด้วย!
เป็นไปได้แน่แท้!
หากใต้เท้ามารสวรรค์ผู้อยู่มาแต่โบราณมีชีวิตจนบัดนี้ได้ ก็มี
เพียงเซียนผู้เป็นอมตะเท่านั้นจะทำได้!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ สายตาของเหล่ายอดฝีมือเผ่ามารก็เปี่ยมความ
ยำเกรง
ในโลกนี้ยังมีเซียนอยู่ด้วย
มารสวรรค์ผลักโลหิตสีดำหยดนี้ไปหาพวกมัน “โลหิตหยดนี้
สร้างอัจฉริยะไร้เทียมทานผู้หนึ่งได้ จัดการเจียงผิงอันก็ง่ายแล้ว”
“นอกจากนั้น ข้าจะกลับเขตแดนมารมืดทมิฬไปหาคนมาช่วย
พวกเจ้า ภายในสิบปี พวกเจ้าต้องทำลายนิกายเทวมารให้ได้!”
เขตแดนมารมืดทมิฬ? ยอดฝีมือเผ่ามารเปี่ยมความสะพรึง
ปรากฏว่าตำนานเป็นเรื่องจริง มารสวรรค์มาจากเขตแดนมารมืด
ทมิฬจริง ๆ ด้วย
มีเขตแดนมารมืดทมิฬช่วยเหลือ นิกายเทวมารก็มิพ้นรอเวลา
บรรลัยแน่แท้
“ขอรับ ใต้เท้ามารสวรรค์!”
ยอดฝีมือเผ่ามารทั้งหลายล้วนปรีดา ขอเพียงทำลายนิกายเทว
มารได้ แดนอุดรทั้งหมดก็จะเป็นของพวกมันเผ่ามาร
เจียงผิงอันกับนิกายเทวมารบ้าบออะไร ไม่ว่าพวกเขาจะ
แข็งแกร่งแค่ไหน จะยิ่งยงไปกว่าเขตแดนมารมืดทมิฬได้หรือ?
ครั้งนี้ นิกายเทวมารพินาศแน่!
ไม่กี่วันต่อมา แสงสีเลือดอันน่าขนลุกก็พวยพุ่งจากอาณาเขต
เผ่ามารทะลวงสู่ฟ้า กระทั่งผู้คนในนิกายเทวมารยังสัมผัสปราณชวน
สะพรึงนี้ได้
ผู้อาวุโสกลุ่มหนึ่งของนิกายเทวมารรีบเร่งไปยังตำหนักเจ้านิกาย
ขณะนั้น เจียงผิงอันกำลังเล่นอยู่กับเจียงเมี่ยวอี
“เจ้านิกาย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” เหล่าผู้อาวุโสกล่าวอย่างร้อนใจ
เจียงผิงอันบอกเจียงเมี่ยวอีว่า “เมี่ยวอี เจ้าไปเล่นกับพี่หญิงเสี่ยว
ไป๋ก่อนนะ”
“พี่หญิงเสี่ยวไป๋น่าเบื่อจะตาย นอกจากยามกิน นางก็เอาแต่อ่าน
นิยาย”
เจียงเมี่ยวอีบ่นกับเจียงผิงอันก่อนจะวิ่งไปหาเสี่ยวไป๋ที่หลัง
ตำหนัก นางรู้ว่าพวกผู้ใหญ่กำลังจะคุยเรื่องสำคัญกัน
เจียงผิงอันหุบยิ้ม หันไปถามเหล่าผู้อาวุโส “เกิดอะไรขึ้น?”
“จากรายงานของสายสืบที่ฝั่งเผ่ามาร มารสวรรค์ไปยังเผ่ามาร!”
จี้เฟยกล่าวอย่างร้อนใจ “มารสวรรค์ทิ้งศาสตราเซียนและโลหิต
หยดหนึ่งให้เผ่ามาร แล้วเผ่ามารก็ใช้โลหิตนี้สร้างอัจฉริยะไร้เทียม
ทานตนหนึ่ง เตรียมจะใช้มันเล่นงานเจ้านิกาย!”
“นอกจากนั้น ข้ายังได้ยินว่ามารสวรรค์ก็กำลังจะไปพายอดฝีมือ
จากเขตแดนมารมืดทมิฬมาช่วยด้วย!”
“นิกายเทวมารของเราอยู่ในอันตรายแล้ว!”
สีหน้าของผู้อาวุโสทั้งหลายเปี่ยมความร้อนใจกังวล
พวกเขามิคาดว่าการล้างแค้นของมารสวรรค์จะเกิดขึ้นเร็วเพียง
นี้
เจียงผิงอันนั่งบนบัลลังก์เจ้านิกาย ถามขึ้นอย่างเยือกเย็น “ความ
ต่างระหว่างเรากับเผ่ามารอยู่ตรงไหน?”
อู๋เฟยอวี่จากตระกูลอู๋กล่าวเสียงขรึม “ห่างชั้นทุกด้าน ทั้งจำนวน
คน พลังต่อสู้รายบุคคล อีกฝ่ายยังมีศาสตราเซียนเพิ่มมา ยิ่งต่างชั้น
ไปใหญ่”
“ก่อนหน้านี้ ที่พวกมันไม่กล้าสู้กับเราก็เพราะเจ้านิกายแข็งแกร่ง
เกินไป พวกมันจึงกลัวจะเสี่ยง แต่ยามนี้ พวกมันมีอัจฉริยะไร้เทียม
ทานจากโลหิตเซียน ก็เท่ากับไร้จุดบอดแล้ว”
หากศึกนี้เปิดฉาก พวกเขานิกายเทวมารก็ย่อมมิอาจอยู่ได้นาน
วิกฤติถึงชีวิตอย่างแท้จริงกำลังมา
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงพูดอย่างสุขุม “มิต้องห่วงเรื่องข้า มิ
ต้องห่วงเรื่องศาสตราเซียนด้วย เสี่ยวเซียงจะช่วยเรา”
“เสี่ยวเซียง?”
เหล่าผู้อาวุโสผงะไปนิดหน่อย คลับคล้ายเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่
ไหน
“เฉียนฮวั่นโหรวไงเล่า” น ้าเสียงของจี้เฟยเจือความขุ่นแค้นไร้
ประมาณ
ปวงชนพลันจำได้ว่าเจียงผิงอันก็เรียกเฉียนฮวั่นโหรวเช่นนี้
ทุกสายตามองเจียงผิงอันด้วยสายตาพิกล
เสี่ยวเซียง ฟังอย่างไรก็เป็นชื่อเล่นที่มีเพียงคนสนิทจะเรียกได้
เจ้านิกายกับเฉียนฮวั่นโหรวสัมพันธ์กันเช่นไร จึงสนิทสนมกัน
นัก
เฉียนฮวั่นโหรวกระทั่งยอมล่วงเกินเขตแดนมารมืดทมิฬเพื่อเจ้า
นิกาย…
เจียงผิงอันเมินสายตาพิกลของปวงชนแล้วพูดต่อ
“ปัญหาหลักในขณะนี้คือด้านพลังต่อสู้ส่วนบุคคล เผ่ามาร
แข็งแกร่งโดยกำเนิดอยู่แล้ว พอมีสมบัติและวรยุทธ์เข้าเสริม พลัง
ต่อสู้ก็ยิ่งแข็งแกร่ง”
“เช่นนี้แล้วกัน ส่งศาสตราเซียนเสียหายของนิกายเทวมารแก่ข้า
เป็นสินจำนำกับช่องทางก่อน แล้วข้าจะให้พวกเขาแลกเป็นอาวุธ
วิเศษ ให้ศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานมีอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งใช้”
“ให้ศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานมีอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งใช้?
ดวงตาเหล่าผู้อาวุโสเบิกกว้าง
อาวุธวิเศษขั้นหนึ่งหมายถึงอาวุธวิเศษระดับวิญญาณแรกกำเนิด
มีอำนาจกฎเกณฑ์บรรจุอยู่
หากให้ศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานมีอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งใช้ การ
ฟาดฟันมารมิง่ายเท่าผ่าผลไม้เลยหรือ?
“แม้ศาสตราเซียนจะเสียหาย แต่มันก็ยังแข็งแกร่งมากและมูลค่า
มหาศาล การใช้ศาสตราเซียนไปแลกอาวุธวิเศษขั้นหนึ่ง ขาดทุน
เกินไป”
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งกลัวเสียศาสตราเซียนไป
จี้เฟยตอบ “ยามเราชนะศึกปราบมาร ทรัพยากรก็กลับคืนมาแล้ว
มิใช่หรือ? ถึงยามนั้น เราก็ซื้อศาสตราเซียนคืนได้ ปัญหายามนี้คือ
ให้นิกายเทวมารคงอยู่ต่างหาก”
“หากแพ้พ่าย อย่าว่าแต่สิ้นศาสตราเซียน นิกายเทวมารเองก็ไม่
เหลือเช่นกัน”
เหล่าผู้อาวุโสมองหน้ากัน สุดท้ายก็พยักหน้า ตกลงนำศาสตรา
เซียนไปจำนำ
ดังจี้เฟยว่าไว้ เรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้คือเอาชีวิตรอด
ปวงชนมุ่งหน้าไปยังมิติเทพมาร นำกระบี่เทวมารที่เสียหายมาส่ง
ให้เจียงผิงอัน
ยามนี้ ทางเดียวที่จะปกป้องนิกายเทวมารได้คือสู้ยิบตา
ข่าวที่เผ่ามารกำลังจะโจมตีนิกายเทวมารกระจายออกไปทั่วทั้ง
โลกหล้าผู้ฝึกตนอย่างรวดเร็ว
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! เผ่ามารกำลังจะจู่โจมนิกายเทวมาร!”
“เรื่องใหญ่อะไรกัน มิใช่เผ่ามารสู้กับนิกายเทวมารอยู่นานแล้ว
หรือ?”
“ไม่ ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อน กล่าวกันว่านิกายเทวมารไปเหยียบเท้า
เขตแดนมารมืดทมิฬเข้า เขตแดนมารมืดทมิฬเลยให้เผ่ามารมา
โจมตีนิกายเทวมาร มอบศาสตราเซียนให้เผ่ามารด้วย!”
“จริงหรือ? มิใช่นิกายเทวมารจบสิ้นแล้วหรือ?”
สามเขตหวงห้าม แต่ละแห่งล้วนลึกลับสุดแสน ยืนยงเนิ่นนาน
กว่าเผ่ามนุษย์ กระทั่งอยู่มาก่อนยุคสมัยของจระเข้กลืนสวรรค์เสียอีก
กล่าวกันว่าเขตหวงห้ามใดก็ล้วนกวาดล้างเผ่ามนุษย์ได้ทั้งสิ้น
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาจึงไม่ปรากฏตัว
หากนิกายเทวมารล่วงเกินเขตแดนมารมืดทมิฬ นี่ต่างอะไรกับ
รนหาที่ตาย?
นิกายเทวมารจบสิ้นแล้ว