สู่วิถีอมตะ - บทที่ 568 ปฏิกิริยาจากทุกฝ่าย
เมื่อข่าวที่เขตแดนมารมืดทมิฬจะจัดการกับนิกายเทวมารมาถึง
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เหลียงผิงผู้มีเส้นผมหงอกขาวก็หัวเราะอย่าง
ย่ามใจ หมดภาพลักษณ์ผู้อาวุโส
“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ สวรรค์ช่วยข้าแล้ว!”
เหลียงผิงมิคาดเลยว่านิกายเทวมารจะไปล่วงเกินเขตแดนมารมืด
ทมิฬ
เขายังกังวลอยู่เลยว่าจะจัดการเจียงผิงอันเช่นไร เครียดจนเส้น
ผมหงอกขาว
มิคาดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ก่อนหน้านี้ เพื่อจัดการกับเจียงผิงอัน เหลียงผิงกระทั่งใช้วัตถุ
ต้องห้ามจากเขตหวงห้ามกาลเวลา แต่หารู้ไม่ว่าวัตถุต้องห้ามซึ่ง
ทำลายขุมกำลังสูงสุดแห่งหนึ่งของเผ่ามนุษย์มิอาจฆ่าเจียงผิงอันได้
ครั้งนี้ พวกเขาไปล่วงเกินเขตแดนมารมืดทมิฬเข้า ก็เป็นหน้าที่
ของเจียงผิงอันและนิกายเทวมารต้องสะสาง
เหลียงผิงยังได้ยินว่า เพื่อจัดการกับเจียงผิงอัน เผ่ามารได้สร้าง
อัจฉริยะล ้าเลิศขึ้นตนหนึ่ง
ยามอัจฉริยะตนนี้ถูกปลุกพลัง นิมิตฟ้าดินก็บังเกิดแรงกล้า
ประจักษ์ชัดได้ทุกแห่งหนในแดนอุดร
เขาหวังว่าเจียงผิงอันจะตายเสียเร็ว ๆ บุตรของเขาเหลียงเซียวหง
จะได้มีคู่ต่อกรน้อยลงไปหนึ่ง
หากพวกเขารอจนเจียงผิงอันเติบโต อีกฝ่ายจะมาล้างแค้นกับ
พวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อแน่นอน
ปีศาจร้ายเจียงผิงอันผู้นี้พิกลเกินไป อายุเพียงร้อยปีเศษก็สร้าง
ขอบเขตแล้วสามขั้น หากให้เวลาเขาอีกสองสามร้อยปี ก็อาจสร้าง
ขอบเขตที่สี่สำเร็จก็ได้
“กล่าวกันว่าเจ้า เจียงผิงอันเป็นผู้นำแห่งยุคสมัยนี้ ตาเฒ่าผู้นี้จะ
รอดูว่าเจ้าจะทำเช่นไร! ฮ่า ๆ”
ขณะนึกยินดี เหลียงผิงก็หัวเราะลั่นอีกครั้ง
ผู้ที่ยินดีเช่นกันก็คือหอตำราเทียนเต้า เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์และ
เผ่าปีศาจทะเลบูรพา
ขุมกำลังเหล่านี้ล้วนมีความแค้นกับเจียงผิงอัน
หลังเมิ่งจิงทราบข่าว นางก็ไปพบเหลยจั้ง ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูล
เหลย “ท่านตา เจ้าท่อนไม้อยู่ในอันตราย รีบนำคนไปช่วยที่แดนอุดร
กันเถอะ!”
เหลยจั้งมองหลานสาวผู้นี้อย่างแสนจนใจ
“เราช่วยมิได้หรอก ขอเพียงเราขยับ เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จะแห่
กันออกมาจากเทือกเขาไร้สิ้นสุด ฆ่าคนในแดนบูรพาเราหมดแน่”
“งั้นให้เจ้าท่อนไม้ยืมศาสตราเซียนสิ” เมิ่งจิงว่า
ดวงตาของเหลยจั้งเบิกกว้าง “เจ้าคิดว่าศาสตราเซียนเป็น
ผักกาดขาวหรือ จะได้ให้ยืมกันง่าย ๆ หากถูกเผ่ามารชิงไปได้เล่า?”
ศาสตราเซียนเป็นไพ่ตายสูงสุดของตระกูลเหลย หากเสียมันไป
ความเสียหายจะเกินประเมิน
“ส่งคนไปก็มิได้ ยืมศาสตราเซียนก็มิได้ เช่นนั้นข้าจะไปเอง!”
เมิ่งจิงหันกายกระฟัดกระเฟียดจากไป
เหลยจั้งรีบหยุดนางไว้ “เจ้าบ้าไปแล้ว! เผ่ามารกับเขตแดนมาร
มืดทมิฬร่วมมือ ไร้ผู้ใดทราบเหตุการณ์ต่อจากนี้ หากไปยังแดนอุดร
ตอนนี้ไม่ต่างจากไปหาที่ตายเลยนะ!”
เมิ่งจิงมีร่างเซียนอัสนี เป็นอนาคตของตระกูลเหลย ต้องไม่เกิด
อุบัติเหตุใดกับนาง
“หากต้องตาย ข้าก็ขอตายกับเจ้าท่อนไม้!”
เมิ่งจิงหากลัวอันตรายไม่ นางกังวลก็เพียงความปลอดภัยของ
เจียงผิงอัน
“เจ้า…”
เหลยจั้งโมโหจนเครางุ้ม “ข้าให้ผู้อาวุโสขอบเขตพ้นพิบัติท่าน
หนึ่งไปก็ได้ แต่เจ้าอย่าไป การฝึกฝนของเจ้าช่วยอะไรมากไม่ได้
หรอก”
“ไม่ได้ ข้าจะไปเอง!” เมิ่งจิงพูดอย่างมาดมั่น
“เช่นนั้นก็ส่งผู้อาวุโสขอบเขตพ้นพิบัติไปสองท่านดีหรือไม่? เรา
ส่งคนไปเยอะ ๆ มิได้จริง ๆ เพราะยังต้องคุ้มกันแดนบูรพาอยู่นะ”
เหลยจั้งรู้ว่าเมิ่งจิงจงใจทำเช่นนี้เพื่อให้เขาส่งคนไปเพิ่ม
“งั้นพวกเขาทั้งสองก็ต้องนำยอดศาสตราไปด้วย ภารกิจสำคัญ
ที่สุดคือปกป้องเจ้าท่อนไม้” เมิ่งจิงเสนอเงื่อนไขอีกครั้ง
“ได้ ตามเจ้าว่าเลย” เหลยจั้งถอนใจอย่างอับจน
“เช่นนั้นก็รีบให้ผู้อาวุโสไปแดนอุดรเถิด อย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับ
เจ้าท่อนไม้เด็ดขาดเชียว!” เมิ่งจิงผลักเหลยจั้งออกไป
เมิ่งจิงรู้ว่าตนมิอาจเปลี่ยนอะไรได้ จึงมีแต่ใช้วิธีนี้บีบให้ตระกูล
เหลยส่งยอดฝีมือไปช่วยเหลือ หวังว่าจะช่วยลดอันตรายในแดนอุดร
ให้เจียงผิงอันอยู่รอดปลอดภัย
เมืองหลวงต้าเซี่ย
เซี่ยชิงในอาภรณ์วิหคอมตะตัดสินใจเด็ดขาด หยิบยันต์สื่อสาร
ขึ้นมาติดต่อเทวนิกายจันทรา
“ข้าจะเข้าร่วมกับเทวนิกายจันทราก็ได้ แต่พวกเจ้าต้องช่วยข้า
ส่งยอดฝีมือท่านหนึ่งไปช่วยเหลือนิกายเทวมารก่อน”
เซี่ยหยวนเฮ่า จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยถามบุตรีด้วยสีหน้าซับซ้อน
“เจ้าจะมิเป็นจักรพรรดินีแล้วหรือ?”
การเป็นจักรพรรดินีคือความฝันของบุตรีผู้นี้นับแต่ยังเด็ก แต่
หากนางเข้าร่วมเทวนิกายจันทรา กลายเป็นสมาชิกขุมกำลังอื่น นาง
จะมิได้โอกาสนี้อีก
เซี่ยชิงไหวไหล่ “ไม่เป็นไร”
“หากมันไม่เป็นไรจริง ๆ เจ้าก็น่าจะเข้าร่วมเทวนิกายจันทราตั้ง
นานแล้ว ไฉนจึงมาเข้าร่วมยามนี้?”
เซี่ยหยวนเฮ่ารำพึงอย่างจนใจ “นิกายเทวมารยันไม่ไหวหรอก
ครั้งนี้มิเพียงเผ่ามารลงมือ ยังมีเขตแดนมารมืดทมิฬอยู่เบื้องหลัง สู้
เจ้าเกลี้ยกล่อมเจ้าเด็กเจียงผิงอันนั่นให้ออกจากแดนอุดรโดยไวยัง
ดีกว่า”
แน่นอน เขาก็รู้ว่าบุตรีเขาทำเพื่อเจียงผิงอัน
เซี่ยชิงปรายคู่เนตรงาม กล่าวกับเซี่ยหยวนเฮ่า “ตัวตนและการ
ฝึกฝนปัจจุบันของเจ้าล้วนต ่ากว่าเจียงผิงอัน หามีคุณสมบัติเรียกเขา
เป็นเด็กไม่”
เซี่ยหยวนเฮ่า “???”
บิดาผู้นี้พูดช่วยเจ้าอยู่ แต่เจ้าไปพูดช่วยเจียงผิงอันเนี่ยนะ?
เจ็บปวดรวดร้าวใจเหลือ
เขตแดนมารมืดทมิฬให้เผ่ามารลงมือกับนิกายเทวมาร ข่าวลือ
ต่าง ๆ แพร่สะพัด ไม่รู้ว่าทำไมเขตแดนมารมืดทมิฬจึงทำเช่นนี้ แต่ก็
เป็นเรื่องที่ได้รับการยืนยันแล้ว
“ครั้งนี้นิกายเทวมารถูกทำลายจริง ๆ แน่”
“ไฉนไม่ไปช่วยนิกายเทวมารเล่า พวกเขาก็เป็นเผ่ามนุษย์
เหมือนกัน หากนิกายเทวมารถูกทำลาย แดนอุดรจะแตกพ่ายทั้งหมด
นะ!”
“จะช่วยอย่างไร? ขุมกำลังอื่น ๆ ยังเอาตัวเองไม่รอด นิกายเทว
มารมีแต่ต้องพึ่งโชควาสนาตนเองแล้ว”
ทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน ไม่ว่าเผ่ามนุษย์หรือเผ่าอื่นใดล้วนเข้าใจ
ว่านิกายเทวมารจบสิ้นแน่
หากศัตรูมีเพียงเผ่ามาร นิกายเทวมารก็ยังสู้ไหว แต่เขตแดนมืด
ทมิฬเคลื่อนไหวแล้ว
อย่าว่าแต่นิกายเทวมารที่ตกต ่าอยู่ กระทั่งนิกายเทวมารยาม
สมบูรณ์พร้อมยังมิใช่คู่มือเขตแดนมารมืดทมิฬ
ตัวอย่างง่าย ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่าเขตหวงห้ามร้ายกาจเพียงไรก็คือ
แค่วัตถุต้องห้ามสักชิ้นจากเขตหวงห้ามกาลเวลาก็เกือบล้างขุมกำลัง
สูงสุดของเผ่ามนุษย์แห่งหนึ่งได้
นอกจากนั้น เขตแดนมารมืดทมิฬยังได้เปรียบเหนือใครในการ
รับมือนิกายเทวมารด้วย
มารระดับสูงเปิดปราชุม
ยอดฝีมือเผ่ามารแมลงพันขาเสสรวลกล่าว “ตาเฒ่าผู้นี้กระจาย
ข่าวแล้ว ทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตนตกใจกันน่าดู ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ
นิกายเทวมารแน่นอน”
ที่ข่าวแพร่ไปไวเพียงนี้ ก็เพราะเผ่ามารจงใจประโคมข่าว
ยอดฝีมือจากเผ่ามารหมาป่าเงาขจีเอ่ยว่า “คาดได้ว่าผู้ฝึกตน
ทางฝั่งนิกายเทวมารน่าจะเสียขวัญกันแล้ว คงทำเหมือนกาลก่อน มี
ผู้ฝึกตนมากมายหนีหายกันแน่ ที่จริงเราไม่เห็นต้องรอกำลังเสริมจาก
เขตแดนมารมืดทมิฬกันเลย ลงมือโจมตีเดี๋ยวนี้ก็ได้นะ”
“อย่ารีบร้อน รอก่อน การรอคอยเจ็บปวดทรมานที่สุด ยามสติ
ของพวกมันพินาศ ครั้งนี้เราก็จะทำลายนิกายเทวมารได้อย่างราบ
คาบหมดจด!”
ผู้นำเผ่ามารทั้งหลายมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
เหมือนเห็นชัยชนะกวักมือเรียกพวกมันอยู่
ภายในนิกายเทวมาร บรรยากาศควรจะเครียดขึงกว่าโลก
ภายนอก ทว่าสัจธรรมนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“จะได้สู้กับเผ่ามารยามใดหนอ ข้าจะรอไม่ไหวแล้ว”
ผู้ฝึกตนมารมากมายถูไม้ถูมืออย่างสุดตื่นเต้น
“ชู่ เบื้องบนมีคำสั่งลงมาให้ทำตัวเงียบ ๆ ไว้ อย่าเที่ยวไปบอกใคร
ถึงสถานการณ์ของเรา” คนข้าง ๆ กันเตือนขึ้น
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีทางบอกใครแน่ว่าข้า ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้าง
รากฐาน บัดนี้มีอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งใช้”
ผู้ฝึกตนสำนักอื่น ต่อให้บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด ก็
อาจมิสามารถซื้ออาวุธวิเศษขั้นหนึ่งดี ๆ สักชิ้นได้
แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานสุดสามัญจากนิกายเทวมาร
เหล่านี้กลับได้รับอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งชั้นเลิศที่สุดไปใช้งาน!
“มีสายข่าวเล่าว่า ทรัพยากรเหล่านี้ทั้งหมด เจ้านิกายเป็นผู้นำมา
แจกจ่าย”
“ยังใช้สายข่าวกันอีกหรือ? ข้าใช้หัวแม่เท้าคิดยังรู้เลยว่าเป็นเจ้า
นิกายให้มา ก่อนหน้านี้ยามไม่มีเจ้านิกาย ผู้ใดให้สมบัติเช่นนี้กับเรา
บ้าง? เจ้านิกายดีต่อเราเหลือเกิน”
“เจ้านิกายเลิศยุทธ์!”
ไม่ว่าพวกเขากล่าวถึงเจ้านิกายยามใด ผู้ฝึกตนสามัญเหล่านี้ก็
อดสรรเสริญนามเจ้านิกายมิได้
“โถงภารกิจแจกทรัพยากรอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นโอสถระดับสูงกับ
ยันต์!”
“เจ้านิกายเลิศยุทธ์!”
“เผ่ามารจะมากันยามใดหนอ รับแต่ทรัพยากรเช่นนี้ข้าละอาย
จริง”