สู่วิถีอมตะ - บทที่ 572 เช่นนี้จะสู้อย่างไร?
ด้วยคลื่นเจตจำนงมีดอันเจือปราณเซียนเข้าปราชิดเจียงผิงอัน
สีหน้าของผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมารแปรเปลี่ยนมหันต์ สายเกิน
กว่าจะเข้าช่วยทัน ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติก็ยังมิอาจ
หยุดได้
ขณะที่ยอดฝีมือผู้หนึ่งพยายามฉีกสุญตา ดึงเจียงผิงอันหลบไป
นั้นเอง กระบี่ยาวสีทองเล่มหนึ่งก็ทะลวงผ่านสุญตามาปรากฏตรงหน้า
เจียงผิงอัน
กระบี่เล่มนั้นฟาดเจตจำนงมีดสะบั้นไป
ผู้หยุดการโจมตีของศาสตราเซียนได้ ย่อมเป็นศาสตราเซียน
เช่นกัน
นี่คือศาสตราเซียน กระบี่ประหารเซียน
เฉียนฮวั่นโหรวข้ามสุญตาปรากฏ ดวงตาจ้องมองมารหมาป่าเงา
ขจีตนนั้นอย่างเยียบเย็น
ในมือนางถือกระบี่ประหารเซียน ก้าวเท้ามาตรงหน้ามารหมาป่า
เงาขจีในฉับพลัน
ขณะที่มารหมาป่าเงาขจีคิดตวัดมีดเข้าขวาง ก็ประจักษ์ว่ามีด
เมื่อครู่ของมันสูบพลังในกายไปสิ้นแล้ว
เฉียนฮวั่นโหรวออกกระบี่หนึ่งหน สาดรัศมีเรืองรองสะท้าน
จักรวาล สะบั้นร่างมารหมาป่าเงาขจีขาดครึ่ง สลายรากฐาน ตกตาย
ไปทันที
สีหน้าของยอดฝีมือเผ่ามารแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน
หนึ่งกระบี่สังหารยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติได้ สตรีผู้นี้ไฉนจึง
แข็งแกร่งนัก!
พวกมันรู้จักกระบี่ประหารเซียน และรู้จักเฉียนฮวั่นโหรวด้วย
เช่นกัน
แต่พวกมันมิคาดเลยว่าเฉียนฉวั่นโหรวจะปรากฏตัว และมิวาด
ฝันว่าเฉียนฮวั่นโหรวจะแข็งแกร่งเพียงนี้
ยอดฝีมือจากขุมกำลังหลักที่เข้าช่วยเหลือนิกายเทวมารเห็น
เช่นนี้ พวกเขาก็ตกตะลึงไปเช่นกัน
มิใช่ว่าเฉียนฮวั่นโหรวบาดเจ็บสาหัสเพราะการลอบโจมตีของ
ยอดฝีมือเผ่าวรุณจนต้องสะบั้นรากฐานตัวเองหรือ?
การฝึกฝนของนางฟื้นคืนมาแล้ว? ไฉนกันจึงมองมิออกว่าการ
ฝึกฝนของเฉียนฮวั่นโหรวเป็นเช่นไร?
นอกจากนั้น การใช้ศาสตราเซียนนั้นยากยิ่ง สิ้นเปลืองพลัง
มหาศาลสุดขั้ว แต่ไฉนนางจึงใช้กระบี่ประหารเซียนได้ง่ายดาย
เหลือเกิน?
เรื่องสำคัญคือ ไฉนนางจึงมาที่นี่พร้อมศาสตราเซียน?
เฉียนฮวั่นโหรวสัมผัสบางสิ่งได้ นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เก็บมีด
มารถอยออกมาทันที
ขณะนั้นเองที่มารสวรรค์ซึ่งมีลวดลายประหลาดและปีกหุ้มหนัง
ปรากฏกาย
ม่านตาประหลาดของมันจ้องมองเฉียนฮวั่นโหรวอย่างเย็นชา
“ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? คิดว่าข้ามิกล้าลงมือหรือ?”
“หมายความว่าอย่างไร? ยอดฝีมือระดับสูงของเผ่ามารลงมือกับ
เจียงผิงอันก่อน ไม่ว่ายอดฝีมือระดับสูงตนใดลงมือกับเจียงผิงอัน ข้า
ก็จะเล่นงานมัน”
เฉียนฮวั่นโหรวถือกระบี่ประหารเซียน มองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา
“หากอยากจะสู้ก็สู้กันเลย”
ดวงตาของมารสวรรค์เรืองประกายเย็นเยียบ เนื่องจากอารมณ์
เกิดความไม่เสถียร รอยร้าวจึงปริตัวในบริเวณรอบข้าง
มันอยากฉีกกราชากสตรีผู้นี้เสียเหลือเกิน แต่มิอาจทำได้
หากลงมือยามใด พลังเซียนทรงพลังก็จะทะลักหลาก ดึงความ
สนใจของยอดฝีมือจากภพเซียนมา
มารสวรรค์สะกดโทสะในใจ สื่อจิตกับมีดมาร คิดดึงศาสตรา
เซียนชิ้นนี้กลับมา
ศาสตราระดับเซียนล้วนมีจิตศาสตรา มิอาจยอมให้ผู้อื่นใช้งาน
เว้นแต่ศาสตราเซียนชิ้นนั้นจะเสียหาย
มีดมารในมือเฉียนฮวั่นโหรวสั่นสะท้านรุนแรง พยายามสลัดให้
หลุดจากการควบคุม
เดิมที เฉียนฮวั่นโหรวคิดว่าจะให้มีดเล่มนี้กับเจียงผิงอัน แต่ดู
เหมือนนางจะคิดมากไปเสียแล้ว
หนึ่งกระบี่ตวัดผ่านสุญตา โยนมีดมารออกห่างตัวไป
“ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าเจ้าจะโยนไปไว้ไหน มีดของข้าก็จะกลับมา
ได้” มารสวรรค์ดูเฉยชา รู้สึกว่าการกระทำของเฉียนฮวั่นโหรวหาต่าง
จากเด็กน้อยไม่
“แล้วหากเป็นเขตหวงห้ามกาลเวลาเล่า?” เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ย
เบา ๆ
สิ้นคำ สีหน้าของมารสวรรค์พลันชะงักค้าง
เขาสัมผัสไม่พบมีดมารแล้ว!
นางชั่วนี่!
มารสวรรค์มิกล้าเสียเวลา อันตรธานไปตามศาสตราเซียนของ
มันทันที
เขตหวงห้ามกาลเวลาพิเศษอย่างยิ่ง ที่นั่นเป็นโลกหล้าในตัวมัน
เอง มีความประหลาดพิกลมากมาย หากมันชักช้า มีดของมันก็อาจ
ถูกใครสักคนในเขตหวงห้ามกาลเวลาชิงไปได้
เมื่อเห็นมารสวรรค์จากไป ยอดฝีมือเผ่ามารทั้งหลายล้วนจังงัง
มิใช่ใต้เท้ามารสวรรค์เป็นเซียนหรือ?
ไฉนจึงมิโจมตีเฉียนฮวั่นโหรว?
เฉียนฮวั่นโหรวชำเลืองอาวุธล ้าค่าในมือศิษย์นิกายเทวมาร ก่อน
จะหันไปมองเจียงผิงอัน
“ดูเหมือนข้าจะไม่ต้องทำอะไร เจ้าก็จัดการที่เหลือได้แล้ว ข้าลง
มือสุ่มสี่สุ่มห้ามิได้ บีบบังคับอีกฝ่ายจนมุมไปก็อันตราย”
เจียงผิงอันพยักหน้า
ตัวเสี่ยวเซียงเองมิได้แข็งแกร่งอย่างมารสวรรค์ ที่มารสวรรค์มิได้
ลงมือนั้นมิใช่เพราะกลัวเสี่ยวเซียง แต่กลัวว่าเสี่ยวเซียงระเบิดพลัง
เซียน เรียกยอดฝีมือจากภพเซียนมาต่างหาก
“มิใช่ต้าเฉียนขาดแคลนโอสถและอาวุธวิเศษหรือ? ข้าจะให้เจ้า
นำกลับไปบ้าง”
เจียงผิงอันมิได้กล่าวขอบคุณใด ๆ หากมัวมากพิธีการ ทั้งสองก็
ดูจะเห็นกันเป็นคนอื่นคนไกลเกินไป
“ไว้ศึกจบค่อยว่ากันเถิด”
เฉียนฮวั่นโหรวขว้างกระบี่ประหารเซียนให้เจียงผิงอัน ก่อนจะยืน
เหนือสุญตาเช่นเทพี ทำได้เพียงพินิจจากไกล ๆ ให้บรรยากาศสูงส่ง
ไร้มลทิน
เมื่อเห็นเฉียนฮวั่นโหรวส่งกระบี่ประหารเซียนให้เจียงผิงอันอย่าง
มั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามาร นิกายเทวมาร เทวนิกายจันทรา ตระกูล
เหลยโบราณและยอดฝีมืออื่นใดล้วนตะลึงทึ่มทื่อ
ศาสตราเซียนนั้นกล่าวได้ว่าเป็นสมบัติล ้าค่าสูงสุดในโลกหล้าผู้
ฝึกตน
แต่เฉียนฮวั่นโหรวกลับส่งศาสตราเซียนให้เจียงผิงอันเสียดื้อ ๆ
โดยไร้ความลำบากใจ!
นางไม่กลัวศาสตราเซียนถูกขโมยหรือ?
ต้องมีเงื่อนงำ สองคนนี้ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ ๆ!
ยอดฝีมือตระกูลเหลยรู้สึกราวเผชิญศัตรูร้าย เฉียนฮวั่นโหรว
เป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าอายุนับหมื่น ๆ ปี เอาใจบุรุษเก่งยิ่งนัก ธิดา
เทพตระกูลเหลยของพวกเขาอยู่ในอันตรายแล้ว
ยอดฝีมือตระกูลเหลยรีบนำยันต์สื่อสารออกมา “รีบส่งกำลังเสริม
มาเร็วเข้า! ให้คนจากตระกูลเหลยนำศาสตราเซียนมา!”
อีกฝ่ายถามกลับมาเสียงเข้ม “เกิดอะไรขึ้น? เขตแดนมารมืด
ทมิฬน่ากลัวเกินไปหรือไม่? หากอันตรายก็ถอยออกมา! จริงสิ ต้อง
ลากเจ้าหนูเจียงผิงอันกลับมาด้วยนะ”
อีกฝ่ายคิดว่าสมรภูมิแดนอุดรอันตรายเกินไป จึงมีการเรียกหา
กำลังเสริม
“มิใช่อันตรายเกินไปอะไรหรอก อันตรายมิได้มากนัก มิอาจสรุป
ได้เป็นคำสั้น ๆ นิกายเทวมารผิดปกติยิ่ง รีบส่งกำลังเสริมมาเร็ว!”
นอกจากเรื่องศาสตราเซียน สิ่งที่ทำให้ยอดฝีมือตระกูลเหลยตก
ใจที่สุดก็คือ ศิษย์นิกายเทวมารทั้งหลายล้วนมีอาวุธวิเศษในมือ!
ก่อนศึกเปิดฉาก ทุกผู้ล้วนคิดว่านิกายเทวมารจบเห่แล้ว สอง
ยอดฝีมือจากตระกูลเหลยแค่มาเพื่อให้เจียงผิงอันเห็นน ้าใจเมิ่งจิง
เท่านั้น
ปรากฏว่าเกินคาด สถานการณ์ศึกที่นี่ต่างจากคาดคิดไปโดย
สิ้นเชิง
แต่ละคนในนิกายเทวมารล้วนมีอาวุธวิเศษระดับสูง พลังต่อสู้
เพิ่มพูนมหาศาล ยอดฝีมือจากทั่วทิศแห่แหนเสริมกำลัง แม้จะมาเพื่อ
แสดงตัวเฉย ๆ แต่ก็เพิ่มพลังต่อสู้ยิ่งยงแข็งแกร่ง
อีกทั้งยังมีเจียงผิงอันผู้เข้าสู่สมรภูมิขอบเขตบูรณาการ เห็นได้
ชัดว่าเพิ่งทะลวงขอบเขต แต่พลังต่อสู้ของเขาเกินธรรมดานัก
ขณะนี้ พลังเซียนอีกหนึ่งระลอกก็กวาดปรากฏ
หอคอยเก้าชั้นขนาดจ้อยหลังหนึ่งพลันปรากฏขึ้นแล้วขยาย
ลักษณ์ กว้างขวางบังจักรวาล ตระหง่านค ้าบนเวหาเหนือเจียงผิงอัน
เมื่อเห็นหอคอยหลังนี้ ยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนต่าง
ผงะไปเล็กน้อย นี่คือหอคอยสยบเซียนของพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์
เสินหุน!
ไม่สิ นี่มิใช่หอคอยสยบเซียนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนของพวก
เขา แต่เป็นของทำเลียนแบบหอคอยสยบเซียนจากสำนักเพียวเหมี่ยว
หลี่เยว่เยว่ในอาภรณ์เขียวปรากฏขึ้นข้างกายเจียงผิงอัน แม้นาง
จะมีรูปร่างชดช้อยเพรียวบาง ยามปรากฏตรงหน้าเจียงผิงอัน นางก็
ยังเอียงอายมากนัก “พี่ผิงอัน ต่อสู้อย่างสบายใจเถิด น้องหู่นิวจะ
ปกป้องพี่เอง”
เจียงผิงอันมองเหม่อ น้องหู่นิ่วน ้ามูกโป่งเมื่อกาลนั้น ยามนี้
ปกป้องเขาได้แล้ว
เหล่ามารและตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬในสมรภูมิขอบเขต
บูรณาการล้วนจังงังนิ่งทื่อ เกือบระเบิดสบถหยาบคายระงมทั่ว
มารดามัน! เห็นพวกมันสามารถนักหรือ จึงขนทั้งศาสตราเซียน
ครึ่งขั้นไม่ครึ่งขั้นมาประเคน!
เช่นนี้จะสู้อย่างไร?
อย่าว่าแต่ขอบเขตบูรณาการเลย ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขต
มหายานยังทำร้ายเจียงผิงอันมิได้! หายุติธรรมไม่!
สภาพจิตใจเผ่ามารบรรลัยเละ หลงคิดว่าศึกนี้จะเป็นการบดขยี้
นิกายเทวมารฝ่ายเดียว มิคาดเลยว่าเหตุการณ์จะตาลปัตรไม่เหลือ
เค้า
ตัวตนในสมรภูมิขอบเขตบูรณาการไม่เหลือความคิดจะสู้กับ
เจียงผิงอันแม้เพียงนิด เว้นเพียงยามเกิดจะถูกบีบสมองเบี้ยวมา
พวกมันเลือกหนี
ยามสมรภูมิอื่นเห็นเช่นนี้ พวกมันก็ถอยหนีไปเช่นกัน
ขณะเดียวกัน แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงจำนวนมากบินขึ้นมาจาก
แถบผาสะบั้นฟ้า
พวกมันกินซากศพมารเบื้องล่างจนอิ่มหนำ แล้วจึงกางปีกเหิน
ทะยานเข้าใส่ทัพมาร
ไพร่พลจากนิกายเทวมารเหินขึ้นขี่แมลง ไล่ล่าทัพมารตามไป
“ฆ่า!”
ความแค้นนับร้อยพันปี จะจบลงภายใต้การนำของเจ้านิกายรุ่น
นี้!