สู่วิถีอมตะ - บทที่ 574 ท้าทายเขตแดนมารมืดทมิฬ
หลุมดำมหึมาแผ่พ่นปราณมารยิ่งใหญ่ ตัวตนอันเปี่ยมปราณ
ชวนขนลุกเหินออกมาจากภายใน
พวกมันดูพิกลนัก ดูคลับคล้ายมนุษย์ แต่กลับมีปีกหุ้มเนื้อหนัง
ปกคลุมด้วยลวดลายประหลาด
ทันทีที่พวกมันปรากฏ ฟ้าดินก็สนั่นสะท้านเลื่อนลั่น รัศมีจืดจาง
มืดมนดำทมิฬเกินใดเทียบ
ความรู้สึกกดดันอย่างร้ายแรงทำให้การต่อสู้ทั่วสมรภูมิหยุดลง
กะทันหัน
ปวงชนมองมายังตัวตนน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้อย่างตกใจสะท้าน
ขวัญ
“ปราณแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!”
“ตัวตนเหล่านี้คลับคล้ายจะเป็นอัจฉริยะล ้าเลิศกันทั้งสิ้น”
ขณะนี้ ปวงชนดูจะเข้าใจแล้วว่ามารที่แท้จริงเป็นเช่นไร
แรงกดดันจากปราณมารเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่เผ่ามารตนใดเทียบชั้น
ได้เลย
เผ่ามารทั้งหลายซึ่งถูกไล่ต้อนอย่างสาหัสมานานเผยรอยยิ้ม
ตื่นเต้นบนใบหน้า
ในที่สุดกำลังเสริมก็มาถึง!
“ฮ่า ๆ พวกมนุษย์! พวกเจ้าฉิบหายแล้ว!”
ปวงชนล้วนสัมผัสพลังและความน่ากลัวของตัวตนจากเขตแดน
มารมืดทมิฬได้
เมื่อมีพลังต่อสู้เช่นนี้เพิ่มมา สมรภูมิก็แปรเปลี่ยนไม่แน่นอนอีก
ครั้ง
หนึ่งเสียงเย็นเยียบเคร่งขรึมดังมาจากอีกฟากของหลุมดำ
“มนุษย์ ไสหัวไป”
เพียงไม่กี่คำนี้กลับทำให้ร่างของเหล่ามนุษย์ชะงักค้าง
คลับคล้ายโลหิตแข็งเป็นก้อน
เขตแดนมารมืดทมิฬดูไม่เหมือนพร้อมสู้ คลับคล้ายจะขับมนุษย์
ออกไป ให้พวกมันจัดทัพปลุกขวัญใหม่แล้วค่อยโจมตีมากกว่า
ผู้ฝึกตนมนุษย์มองหน้ากัน ภายใต้แรงกดดันกล้าแข็ง ไร้ผู้ใด
อยากสู้ต่อแล้ว
ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนธรรมดาหรือยอดฝีมือมนุษย์ ทุก
สายตาล้วนหยุดที่คนผู้เดียว
เจียงผิงอัน
ปกติแล้ว ในเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้ พวกเขาจะฟังแผนจากยอด
ฝีมือ แต่ขณะนี้ ทุกผู้ล้วนอยากฟังการตัดสินใจของเขาอย่างเผลอตัว
เจียงผิงอันคืนกระบี่ประหารเซียนในมือให้เฉียนฮวั่นโหรว ก้าว
ขึ้นสู่สุญตา เดินไปหาหลุมดำทีละก้าว เรือนผมดำไสวพลิ้วตามลม
“เจ้านิกายเทวมารเจียงผิงอัน ขอท้าทายอัจฉริยะในขอบเขต
เดียวกันจากเขตแดนมารมืดทมิฬ โปรดชี้แนะด้วย”
นี่คือโอกาสอันดีในการทำลายเผ่ามาร เจียงผิงอันไม่อยากปล่อย
มันหลุดไป หากเขาพลาดโอกาสนี้ เขาก็อาจมิได้โอกาสอีกแล้ว
แต่ขวัญกำลังใจของปวงชนถูกอีกฝ่ายกระทบกระเทือน มิกล้า
ต่อสู้กันแล้ว หากเปิดฉากเดี๋ยวนี้ ก็อาจกระทบต่อขวัญกำลังใจพวก
เขาอีก
ยามนี้ สิ่งที่เจียงผิงอันต้องทำก็คือปลุกขวัญกำลังใจปวงชนขึ้น
อีกครั้ง
ตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬล้วนเผยสีหน้าเยาะหยัน
“ผู้ไม่รู้ย่อมไร้ความกลัว กล้ามาท้าทายอัจฉริยะของเราเขตแดน
มารมืดทมิฬ”
“อย่าแย่งข้านะ ข้าจะไป!”
“น่าเสียดาย ขอบเขตข้าเกินไปแล้ว”
ยามตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬเผชิญคำท้าทายจากเจียงผิง
อัน พวกมันหามีความกลัวไม่ แต่สุดแสนตื่นเต้น แห่ตามกันออกมา
เสียแทน
มารเคลื่อนไหวเร็วขั้นต้นขอบเขตบูรณาการตนหนึ่งเหินมา
ตรงหน้าเจียงผิงอัน มองเจียงผิงอันอย่างเย้ยเยาะ
“พวกเจ้ามนุษย์จากโลกภายนอก ไม่เข้าใจพลังของเราเขตแดน
มารมืดทมิฬหรอก”
“ข้าจะบอกความลับอะไรให้ พวกเราเผ่าอนธการประจักษ์แจ้งแก่
กฎเกณฑ์ได้แต่เกิด พวกเจ้าอัจฉริยะจากโลกภายนอกก็แค่ก้อน
อาจมสำหรับเราเขตแดนมารมืดทมิฬ!”
การพูดคำเช่นนี้ในสงคราม เห็นได้ชัดว่าคิดทำลายความมั่นใจ
ของเจียงผิงอันและเหล่ามนุษย์
เป็นไปตามมันคาด ดวงตาของผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายเบิกกว้าง
อย่างตกใจยามได้ยินเช่นนี้
สัมผัสกฎเกณฑ์ได้แต่เกิด? ตัวตนในเขตแดนมารมืดทมิฬน่า
กลัวยิ่งนัก!
ในโลกหล้าผู้ฝึกตน มีเพียงเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดอย่างมังกร
เท่านั้นที่บรรลุกฎเกณฑ์ได้แต่เกิด แต่จำนวนของเผ่ามังกรก็น้อยนิด
ยิ่ง
ทว่าเขตแดนมารมืดทมิฬนั้นแตกต่าง เพียงที่มาปรากฏตรงหน้า
ก็นับไม่ไหวแล้ว
ปวงชนทั้งหลายที่นี่ล้วนหนาวสะท้าน ผลลัพธ์การล่วงเกินขุม
กำลังน่ากลัวเช่นนี้ร้ายแรงยิ่ง
ตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬที่พูดเช่นนี้เห็นสีหน้าเยือกเย็น
ของเจียงผิงอัน แล้วมันก็ขมวดคิ้ว
คนชื่อเจียงผิงอันนี่ ไฉนจึงไร้ปฏิกิริยา?
จงใจทำเป็นนิ่ง?
งั้นก็ขอดูหน่อยว่าจะนิ่งได้นานเพียงไร!
มันพูดต่อ “กว่าเจ้าจะฝึกฝนถึงขอบเขตบูรณาการได้ พวกเจ้า
ต้องใช้เวลาเป็นพัน ๆ ปี แต่เราเผ่าอนธการ ไม่ว่าผู้ใดก็ฝึกฝนถึง
ขอบเขตบูรณาการได้”
“เจ้าฝึกฝนนานเพียงไรกว่าจะถึงขอบเขตนี้ล่ะ? พันปี? ข้าเพิ่ง
อายุครบร้อยเมื่อสองวันก่อน คนเช่นข้าก็มีอีกเยอะแยะ”
เมื่อได้ยินว่ามันบรรลุขอบเขตบูรณาการก่อนอายุครบร้อย
สรรพชีวิตที่นี่ทั้งมนุษย์มารล้วนแสนตกใจ
ในประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์ น้อยคนยิ่งจะมาถึงขอบเขตบูรณา
การก่อนอายุครบร้อย
ตัวตนเช่นนี้มีเพียงในตำนานและข่าวลือเท่านั้น
เจียงผิงอันอายุเพียงร้อยปีเศษ ยามเขาบรรลุขอบเขตบูรณาการ
ก็นับเป็นอัจฉริยะสูงสุดอันหายากยิ่งตราประวัติการณ์แล้ว
แต่ในเขตแดนมารมืดทมิฬกลับมีตัวตนเช่นนี้อยู่มากมาย!
เขตแดนมารมืดทมิฬต้องน่ากลัวเพียงไร!
หัวใจทุกดวงหนาวเยือก กระทั่งยอดฝีมือสูงสุดยังเกิดความกลัว
ในขณะนี้
เทียบกับเขตแดนมารมืดทมิฬ มนุษย์ทั้งเผ่าสุดแสนเล็กจ้อย
ผู้ปรีดากว่าใครคือเหล่ามาร
ยิ่งเขตแดนมารมืดทมิฬแข็งแกร่ง ยิ่งดีสำหรับพวกมัน
ครั้งนี้ นิกายเทวมารอวสานแล้วจริง ๆ!
“เจ้านิกาย! หยุดเถอะ!” ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารรีบร้อน
ตะโกนขึ้น
ระดับของเขตแดนมารมืดทมิฬน่ากลัวเสียจนเกินคาดคิด ไร้ผู้ใด
ทราบว่าพวกมันมีรากฐานเช่นไร
อย่างแย่ที่สุด การที่พวกมันล้วนมาถึงขอบเขตบูรณาการกันได้
ตัวตนน่ากลัวเช่นนี้ก็เกินระดับสิ่งที่พวกเขาเข้าใจได้แล้ว
จึงชัดเจนว่าอัจฉริยะของพวกมันน่ากลัวเพียงไร
มารตรงหน้าเจียงผิงอันยิ้มเย้ย “มิสู้? ไม่ได้หรอก หากวันนี้ตัดสิน
แพ้ชนะมิได้ วันนี้ก็อย่าหวัง…”
เปรี้ยง!
มันยังพูดไม่ทันจบ ศีรษะก็ระเบิดแหลกไปทันที
เจียงผิงอันลากซากที่เหลือเข้าสู่ถุงเก็บของ รอป้อนให้กับแมลง
สูบโลหิตเก้าวังเวง เช็ดเลือดที่มือ แล้วกล่าวกับมารตรงหน้าเบา ๆ ว่า
“ช่วยอย่าโอ้เอ้แล้วส่งอัจฉริยะตัวจริงมาเสียที”
ศัตรูตนนี้เทียบได้กับร่างเทวะสุดขั้วหยางที่เขาพบในศาลาเติง
เซียน หามีแรงกดดันใดไม่
เหตุกะทันหันนี้ทำให้ปวงชนตะลึงนิ่ง
อัจฉริยะไร้เทียมทานตนหนึ่งซึ่งสามารถสร้างเสียงลือลั่นในโลก
หล้าผู้ฝึกตน ถูกเจียงผิงอันสังหารได้ในหมัดเดียว…
แม้ตัวตนในเขตแดนมารมืดทมิฬจะแข็งแกร่งมาก แต่เจียงผิงอัน
ดูจะเหนือกว่านั้น
ความกลัวในใจผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายพลันผ่อนหายไปมาก
รอยยิ้มบนใบหน้ามวลมารค้างแข็ง “ลอบโจมตี! เจ้าคนชั่วน่า
รังเกียจ! ลอบโจมตีกันนี่!”
พวกมันไม่เชื่อเลยว่าพลังต่อสู้ของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งเช่นนั้น
มีแต่จะฆ่าอีกฝ่ายได้เพราะลอบโจมตีกะทันหันเสียมากกว่า
ยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬหน้างอง ้า “เจียงผิงอันผู้นี้ ดู
จะไม่ธรรมดาจริง ๆ ด้วย”
เมื่อครู่ มันเป็นหนึ่งในเผ่าอนธการที่ยื้อแย่งกันออกไปสู้ แต่ยาม
นี้เกิดความกลัวเกาะกุมไม่สร่างสลาย
โชคดีที่เมื่อครู่พวกมันมิได้ไป หาไม่พวกมันคงได้ตายแทน
กลางสุญตา เจียงผิงอันกลายเป็นที่สนใจของปวงชน ร่างสูงใหญ่
ของเขาทำให้เผ่ามนุษย์รู้สึกผ่อนคลาย
ขณะนั้นเอง สุญตาตรงหน้าเขาก็ถูกฉีกออก
หนึ่งตัวตนจากเผ่าอนธการปรากฏขึ้น อยู่ในขั้นต้นขอบเขต
บูรณาการ แต่เรื่องน่าแปลกคือมันมีปีกคลุมเนื้อหนังสองคู่ ขณะที่ตน
อื่น ๆ มีเพียงคู่เดียว
ทันทีที่มันปรากฏ ปราณมารในฟ้าดินก็ตลบตัวรุนแรง ประหนึ่ง
ผสานรวมฟ้าดินเป็นหนึ่ง
ตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬล้วนเบิกตากว้างยามพบผู้มา
“หมัวล่วน!”
“ถึงกับส่งหมัวล่วนมาจัดการผู้ฝึกตนจากภายนอก นี่คงเกินจำ
เป็นไปหน่อยกระมัง?”
“ให้หมัวล่วนลงมือ ขี่ช้างจับตั๊กแตนโดยแท้ หมัวล่วนเป็นหนึ่งใน
ผู้สามารถฝึกฝน ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ ได้ หนึ่งในสามผู้มีพลังต่อสู้
สูงสุดเชียวนะ”
“ดูเหมือนพวกบรรพชนจะไม่อยากให้เขตแดนมารมืดทมิฬขาย
หน้า เลยจะสั่งสอนเผ่ามนุษย์สักหน่อย จุ๊ ๆ เจ้าเจียงอะไรนั่นบรรลัย
แล้ว”