สู่วิถีอมตะ - บทที่ 575 ปราชันหมัวล่วน
หมัวล่วนยืนกลางสุญตา ในม่านตามีดาวหกแฉกดวงหนึ่ง
ลวดลายบนตัวเรืองรองด้วยรัศมีพิศวง
มันเบนสายตามาจ้องเจียงผิงอันอย่างสุขุม ก่อนจะพูดอะไรที่
เจียงผิงอันไม่เข้าใจ
สหายร่วมเผ่าตนหนึ่งซึ่งยืนเบื้องหลังหมัวล่วนแปลให้ว่า “ใต้
เท้าหมัวล่วนพูดว่า พวกเจ้าทำให้เขาลงมือได้ เจ้าก็น่าจะมีฝีมือบ้าง
แต่ก็ต้องตายอยู่ดี”
“ใต้เท้าหมัวล่วนมิได้เห็นพวกเจ้าเผ่ามนุษย์ในสายตา และไม่คิด
ใช้ภาษาของพวกเจ้า หากมิใช่เพราะเราเผ่าอนธการต้องอยู่ในเขต
หวงห้าม พวกเจ้าเผ่ามนุษย์คงไม่ได้มีตัวตนอยู่จนทุกวันนี้”
ทุกตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬเผยความทะนงบนสีหน้ายาม
เผชิญเหล่ามนุษย์
ในความเห็นพวกมัน เผ่ามนุษย์เป็นเพียงเผ่าพันธุ์ต้อยต ่า ต้อง
กระเสือกกระสนบรรลุกฎเกณฑ์ ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพวกมัน
เผ่าอนธการเลย
“ฮะ ๆ”
เจียงผิงอันหัวเราะอย่างหาได้ยาก “ดูแคลนพวกเราเผ่ามนุษย์
พวกเจ้าเขตแดนมารมืดทมิฬควรค่าแล้วหรือ?”
“เป็นแค่เต่าหดหัวในเขตหวงห้าม กลัวจะถูกภพเซียนพบตัว
ยามมหาจักรพรรดิพาเผ่ามนุษย์บุกไปต่อสู้กับภพเซียน พวกเจ้าเขต
แดนมารมืดทมิฬไปอยู่ไหนกันหมด?”
“โลกของตัวเองยังปกป้องกันมิได้ กล้าก็แต่หดหัวซ่อน ไปเอา
ความภาคภูมิมาจากไหนกัน? พวกเจ้าเกิดมาก็บรรลุกฎเกณฑ์ได้
นั่นมิใช่เพราะพวกเจ้าเยี่ยมยอดอะไร เพราะพวกเจ้าเกิดมาในยุคสมัย
ที่ดีต่างหาก”
“ในขอบเขตเดียวกัน เทียบกันในยุคสมัยเดียวกัน พวกเจ้าเขต
แดนมารมืดทมิฬนับเป็นอะไร?”
เสียงของเจียงผิงอันขจรไปในสมรภูมิ ทั้งเผ่ามนุษย์และเผ่ามาร
ต่างดูสับสน
มหาจักรพรรดิบุกไปสู้กับภพเซียน? เจียงผิงอันพูดอะไรอยู่?
หรือเจียงผิงอันจะรู้ความลับอะไร?
เหล่าตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬถูกหยามเหยียด ทั้งเดือด
ดาลและอับอาย
“ใต้เท้าหมัวล่วน! ฆ่าเขาซะ! ให้ขยะนี่ได้เห็นฤทธาแท้จริงของเรา
เขตแดนมารมืดทมิฬ!”
ไร้จำเป็นต้องให้ใครพูด หัวใจหมัวล่วนก็อัดแน่นด้วยจิตสังหาร
อยู่แล้ว มนุษย์ผู้นี้สมควรมาหยามเหยียดเผ่าอนธการของมันด้วย
หรือ?
ปีกเนื้อเบื้องหลังหมัวล่วนพลันกระพือ พุ่งมาตรงหน้าเจียงผิงอัน
ในพริบตา ก่อนจะสับปีกลงใส่เจียงผิงอันเยี่ยงดาบอันคมกริบ
ปีกกรีดผ่านที่ใด สุญตาล้วนร้าวราน
เจียงผิงอันออกหมัดทำลายล้าง แผลงฤทธิ์สูงสุดทันที
กฎทำลายล้างคลับคล้ายทำลายได้ทุกสิ่ง
เมื่อเผชิญฤทธิ์หมัดนี้ สีหน้าของหมัวล่วนก็แปรเปลี่ยน ดาวหก
แฉกในดวงตาของมันเรืองแสงเฉิดฉัน เปิดฉากโจมตีด้วยพลัง
วิญญาณ
เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าห้วงจิตสำนึกของตนถูกกระทบกระเทือน
ความโลภ ความปรารถนา และจิตสังหารทะลักหลากออกมา
นี่คือพรสวรรค์ชั้นเลิศที่สามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านลบนานาใน
ใจอีกฝ่าย
หากเป็นคนทั่วไป คงถูกอำนาจนี้กระตุ้น ธาตุไฟแตกกลายเป็น
มารร้ายฆ่าคนไม่กะพริบตาไปแล้ว
การลงมือเช่นนี้มิได้อ่อนแอไปกว่า ‘สังสารวัฏ’ เลย
แต่มันไม่ได้ผลกับเขา!
เจียงผิงอันสงบห้วงจิตสำนึก ใช้ ‘วัฏสงสาร’ เข้าตอบโต้
หลังชะงักไปเล็กน้อย เจียงผิงอันก็กระแทกหมัดเข้าใส่ ซึ่งก็ถูกห
มัวล่วนรับไว้ได้ด้วยปีกเนื้อของมันอย่างเฉียดฉิว
หมัวล่วนกระเด็นหัวทิ่ม ร่างของมันกระแทกเข้ากับอุกกาบาตที่
ลอยอยู่ใกล้ ๆ
ทั้งสองประมือเพียงประเดี๋ยว นอกจากยอดฝีมือเหนือขอบเขต
มหายานซึ่งเห็นทุกเหตุการณ์ชัดเจน ยอดฝีมือใต้ขอบเขตบูรณา
การหาไหวตัวทันไม่
หมัวล่วนตั้งหลักใหม่ มองปีกเนื้อที่ถูกต่อยกระจาย แล้วกล่าวเบา
ๆ ด้วยภาษาของเขตแดนมารมืดทมิฬ “มิน่าเจ้าจึงกล้ากำแหง มีฝีมือ
อยู่บ้างนี่เอง”
เจียงผิงอันเอ่ยเสียงเรียบ “อย่ามัวลองเชิง ใช้อำนาจเซียนที่ซ่อน
ไว้ออกมาได้เลย เจ้าจะได้ตายอย่างสมศักดิ์ศรี”
หมัวล่วนขมวดคิ้ว อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่ามีปราณเซียนอยู่? รู้ได้
เช่นไรว่ามันมีปราณเซียน?
ผู้ฝึกตนมนุษย์และเหล่ามารต่างงุนงง
ศาสตราเซียน?
หมัวล่วนยังซ่อนศาสตราเซียนไว้หรือ?
ทว่า ไม่นานนักพวกเขาก็ได้ทราบว่าเจียงผิงอันมิได้หมายถึง
ศาสตราเซียน
“ตามใจเจ้า!”
หมัวล่วนมิสนใจว่าเจียงผิงอันรู้ได้เช่นไร มันกระตุ้นปราณเซียน
ในกาย ปีกเนื้อที่ระเบิดไปฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ปราณเซียนระดับนี้และปราณจากศาสตราเซียนจะไม่ดึงความ
สนใจจากภพเซียนมา จะใช้ตามใจเช่นไรก็ได้
ขณะนี้ บรรยากาศรอบกายหมัวล่วนแปรเปลี่ยนมหาศาล พลัง
มืดมิดรอบกายแปรสู่ทองสว่าง
สรรพชีวิต รวมถึงสัตว์ประหลาดเฒ่าระดับสูงบางผู้ล้วนเกิดความ
อยากก้มลงกราบกราน
อำนาจเช่นนี้คล้ายกับคลื่นปราณเซียนจากศาสตราเซียนยิ่ง
“ปราณเซียน!!”
ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนมนุษย์หรือมารล้วนตกใจจนหลุด
อุทาน หัวใจของพวกเขาเต้นระรัวเช่นอัสนีกระหน ่า เส้นขนลุกชูชัน
“เป็นไปได้เช่นไร!”
“ไฉนผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการจึงกระตุ้นปราณเซียนขึ้นมา
ได้!”
“ข้าถูกวิชามายาเข้าแล้ว ข้าต้องโดนวิชามายาเข้าแน่ ๆ”
พลังอันตำนานเล่าว่ามีเพียงผู้อยู่ในขอบเขตเซียนมนุษย์เท่านั้น
ที่ใช้ได้ บัดนี้มาอยู่ในมือผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการผู้หนึ่ง!
หากพวกเขามิได้มาเห็นกับตา คงไม่มีทางเชื่อเรื่องเกินคาดคิด
ถึงเช่นนี้
เรื่องนี้เกินความรู้ความเข้าใจของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง
ทำไมกัน? ทำไมผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการจึงกระตุ้นปราณ
เซียนที่กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตพ้นพิบัติมิอาจเอื้อมถึงได้?
หมัวล่วนใช้ปราณเซียนมาสู้เช่นนี้ เจียงผิงอันจะชนะได้อย่างไร?
“พี่ผิงอัน!”
หลี่เยว่เยว่เร่งใช้งานหอคอยสยบเซียน สาดส่องรัศมีเซียนเข้า
ปกป้องเจียงผิงอันทันที
นางได้ครอบครองศาสตราเซียนครึ่งขั้น พอรู้เรื่องปราณเซียนอยู่
บ้าง และรู้ถึงความน่ากลัวของมัน
นี่มิใช่สิ่งที่พี่ผิงอันจะสู้ด้วยได้เลย
เจียงผิงอันหันไปพูดกับหลี่เยว่เยว่ด้วยรอยยิ้มบาง “มิต้องปกป้อง
ข้า เราดวลกันอยู่นะ”
“แต่เขามีปราณเซียน พลังนี้แข็งแกร่งมาก ๆ นะ!”
สีหน้าของหลี่เยว่เยว่เปี่ยมความกังวล กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ
เจียงผิงอัน
“ในเมื่อข้ารู้ว่าเขามีปราณเซียน ข้าย่อมมีวิธีจัดการกับมัน” เจียง
ผิงอันตอบ
เมื่อเห็นสายตาเคร่งขรึมหนักแน่นของเจียงผิงอัน หลี่เยว่เยว่ก็
ขบริมฝีปากแดง ยอมให้หอคอยสยบเซียนถอยกลับไป
“เช่นนั้น… พี่ผิงอันก็ระวังตัวด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นไรหรอก”
เจียงผิงอันหันมากล่าวกับหมัวล่วนอีกครั้ง “ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่
ทำให้ข้าผิดหวัง ข้าในยามนี้อยากได้ศัตรูร่วมขอบเขตยิ่ง”
“ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะสามารถแค่ไหน!”
หมัวล่วนกล่าวด้วยภาษาของเขตหวงห้าม โคจรปราณเซียนใน
กาย ก่อนจะออกหมัดขยี้สุญตาเข้าใส่เจียงผิงอันอย่างง่ายดาย
ขณะเดียวกันนั้น เจียงผิงอันก็ออกหมัด
พริบตาที่หมัดทั้งสองปะทะ สุญตาระหว่างทั้งสองก็พังทลาย สอง
ฝ่ายล้วนปลาสนาการจากที่อย่างพร้อมเพรียง รัศมีจากกฎเกณฑ์
ของทั้งคู่แผดปะทะเรืองรองรอบทิศ
ผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตบูรณาการจ้องมองมาตาค้าง สีหน้าตะลึงงัน
“สองคนนั้นสู้กันแล้วหรือ? ไฉนไม่เห็นอะไรเลย!”
อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตบูรณาการ กระทั่งผู้ฝึกตน
ขอบเขตบูรณาการยังยากพินิจการต่อสู้ระหว่างทั้งสองชัดเจน
นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการจริง ๆ
หรือ?
ทั้งสองปะทะกันในสุญตาอันพังทลายอย่างบ้าระห ่า แต่ละหมัด
ประหนึ่งใช้วิชาลับระดับสูงสุด
การประมือของทั้งสองทวีความร้ายแรงขึ้นทุกขณะ ปราณชวน
ขนลุกแผ่ตัวต่อเนื่อง
“ผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตมหายาน ถอยไปแสนลี้” เฉียนฮวั่นโหรว
เอ่ยปาก
มิติในภพแร้นแค้นนั้นไม่เสถียร สามารถเคลื่อนทะยานพันลี้ใน
พริบตา หากทั้งคู่ยังสู้กันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ หากระยะใกล้เกินไป
ผู้อื่นก็อาจถูกกระทบได้
“ไม่เห็นต้องถอยแสนลี้เลย ผู้ต่อสู้มิใช่ยอดฝีมือขอบเขต
มหายานเสียหน่อย” ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการผู้หนึ่งบ่นอุบอิบใน
ใจ ไม่อยากถอยไปไกลนัก
ทว่า เพิ่งคิดเช่นนี้ ปราณน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพลันกวาดปก
คลุมร่างของเขา
หมัดของเจียงผิงอันสร้างแรงดึงดูดชวนผวา ราวจะลากสรรพสิ่ง
เข้ารับการโจมตี
ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการผู้นั้นหน้าถอดสีอย่างเสียขวัญ รีบ
ถอยหนีหายไปแสนลี้จึงยอมหยุด
“นี่มันวิชาหมัดอะไรกัน มีการลากคนเข้าไปโดนด้วย!”
“วิชาลับที่เจียงผิงอันสร้างเอง เหมือนจะชื่อว่าหมัดทำลายล้าง”
ใครบางคนซึ่งทราบข่าวตอบกลับ
“สร้างวิชาลับของตัวเอง? เขายังสร้างวิชาลับของตัวเองได้ด้วย
หรือ!”
เมื่อพวกเขาแรกทราบว่าเจียงผิงอันสร้างวิชาลับของตนเองได้
ผู้คนมากมายก็นิ่งตะลึง
ผู้ฝึกตนมากมายพยายามร ่าเรียนวิชาลับแทบตาย พวกเขาก็
อาจทำไม่สำเร็จ ทว่าเจ้านี่เริ่มสร้างวิชาลับของตัวเองแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น เจียงผิงอันจะเอาชนะหมัวล่วนซึ่งมีปราณเซียนได้
หรือ?
หัวใจของเหล่าผู้ฝึกตนมนุษย์เปี่ยมความกังวล