สู่วิถีอมตะ - บทที่ 577 ใช้ปราณเซียน
“เจ้าไม่มีทางเป็นมนุษย์แน่!”
หมัวล่วนไม่อยากเชื่อว่าเจียงผิงอันจะมาจากเผ่ามนุษย์ที่มันดู
แคลนเกินใด
ในฐานะอัจฉริยะสูงสุดของเผ่าอนธการ ศัตรูร่วมขอบเขตมีน้อย
นิด และมันก็เป็นหนึ่งในตัวตนเพียงหยิบมือที่ฝึกฝน ‘มารสวรรค์เก้า
แปร’ ได้
แต่ปรากฏว่าเจียงผิงอันผู้นี้สู้ได้ทัดเทียมมัน
อีกฝ่ายกระทั่งเมินเฉยต่อเพลิงกรรม!
เจียงผิงอันมิได้ตอบ เขาใช้อัสนีพริบตาเข้าโจมตี เขาต้องทำ
ความเข้าใจเคล็ดพลังจำนงสัประยุทธ์ และการจะพัฒนามันก็มีแต่
ต้องต่อสู้
หมัวล่วนใช้วิชาเข้ารับทันที วิชาลับระดับสูงสุดเรืองโรจน์จรัสจ้า
เมื่อมองทั้งสองฝ่ายปราชัน สรรพชีวิตทั้งปวงล้วนตะลึงจังงัง ศึกนี้
เรียกได้แล้วว่าสะท้านสะเทือนโลกา
อย่างน้อย ๆ ในโลกหล้าผู้ฝึกตนตราบล้าน ๆ ปีมา ก็ไม่เคยเกิด
ศึกดุเดือดเพียงนี้ในขอบเขตบูรณาการมาก่อน
ในมือทั้งสอง วิชาลับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ ดูราวมิต้องใช้ปราณ
วิญญาณ จะใช้ก็ใช้ออกมาได้เลย
การโจมตีทรงพลังกระทบใส่กัน แต่พวกเขากลับไม่เป็นไรดุจถูก
ขว้างก้อนหินธรรมดาใส่
บาดแผลใด ๆ ล้วนฟื้นตัวรวดเร็ว ประหนึ่งเป็นเพียงรอยขีดข่วน
บางเบา
ทั้งพละกำลัง ความเร็ว การฟื้นตัว… สรรพสิ่งล้วนเหนือชั้นเกิน
ระดับที่ขอบเขตนี้มีได้ไปโดยสมบูรณ์ มียอดฝีมือปรากฏขึ้นพินิจ
มากขึ้นทุกขณะ
ศึกนี้กินเวลาสิบวันสิบคืน จากฟ้าสู่แดนภพ จากปฐพีสู่หมู่ดาว
ยิ่งหมัวล่วนต่อสู้ เขายิ่งใจร้อนเหลือทน ทำไมกัน มันครอบครอง
ปราณเซียนแท้ ๆ แต่ไฉนจึงเอาชนะอีกฝ่ายมิได้?
“สู้เสมอกับหมัวล่วนได้ ไม่เลว”
ยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬตนหนึ่งกล่าวกับเจียงผิงอัน
เนิบ ๆ “เข้าร่วมกับเราเขตแดนมารมืดทมิฬสิ แล้วเราเขตแดนมารมืด
ทมิฬจะให้โอกาสเจ้าได้ทะยานสู่ภพเซียน”
ยามผู้ฝึกตนมนุษย์ได้ยินเช่นนี้ หัวใจพวกเขาก็สะท้านรุนแรง
ร้อนใจสุดแสนขึ้นมาทันที
การบรรลุสู่ภพเซียน มีชีวิตอมตะเป็นความฝันของผู้ฝึกตนทุก
นาม จึงยากยิ่งจะไม่หวั่นไหวกับข้อเสนอของเขตแดนมารมืดทมิฬ
พวกเขากลัวว่าเจียงผิงอันจะรับข้อเสนอของเขตแดนมารมืด
ทมิฬ
“เข้าร่วมกับพวกเจ้าเขตแดนมารมืดทมิฬ? ให้พวกเจ้ายึดร่างน่ะ
หรือ?” เสียงของเจียงผิงอันเย็นเยียบไร้อารมณ์
เขตแดนมารมืดทมิฬคิดชิงร่างเมี่ยวอีบุตรีเขา เหตุการณ์นี้ทำให้
เจียงผิงอันเดือดโทสะ หากมิใช่เพราะจิตศาสตราของอ่างสัมฤทธิผล
พบปัญหาจาก ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ ผลที่เกิดคงเกินคาดคิด
เมื่อเห็นเจียงผิงอันตอกหน้าเย้ย ยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืด
ทมิฬก็ตอบเสียงเรียบ “ให้โอกาสแล้ว แต่เจ้าไม่รู้จักถนอม”
“เจ้าแข็งแกร่งในขอบเขตนี้ก็จริง แต่เจ้าก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว
ขณะที่หมัวล่วนเพิ่งฝึกฝนมารสวรรค์เก้าแปรถึงขั้นสาม พรสวรรค์
แท้จริงยังไม่ปรากฏ”
“เมื่อเวลาผ่านไป หมัวล่วนจะก่อเมล็ดพันธุ์เซียน การฆ่าเจ้าจะ
ง่ายดายเยี่ยงยกมือ”
ผู้ฝึกตนมนุษย์ตกใจยิ่ง แม้จะไม่รู้ว่าเมล็ดพันธุ์เซียนคือสิ่งใด แต่
การที่อัจฉริยะน่าสะพรึงเช่นนี้ยังไม่แผลงฤทธิ์แท้จริงเป็นเรื่องน่ากลัว
นัก
พลังต่อสู้ของหมัวล่วนเพียงพอพิชิตอัจฉริยะเผ่ามนุษย์ใน
ขอบเขตเดียวกันได้ ยกเว้นเจียงผิงอัน
ไม่สิ มิใช่เพียงเผ่ามนุษย์ อัจฉริยะของทุกเผ่าเลยต่างหาก!
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ใด ๆ ขณะรับมือหมัวล่วน เขาก็
ถามขึ้นว่า
“ที่แท้เจ้าก็ยังมิแผลงฤทธิ์แท้จริง เจ้ายังมีไพ่ตายอยู่หรือไม่? หาก
ไม่มี ก็ให้ผู้อื่นมาปราชันข้าแทนเสีย”
หมัวล่วนสัมผัสความเฉยชาในน ้าเสียงเจียงผิงอันได้ และความ
เฉยชานี้ทำให้มันเจ็บใจยิ่ง
ในฐานะอัจฉริยะสูงสุดของเผ่าอนธการ มันเพลิดเพลินกับคำชม
มานับแต่เริ่มฝึกฝน ไม่เคยเสียหายแม้สักครั้ง
แต่ยามนี้ มนุษย์ผู้หนึ่งที่มันดูแคลนกลับยอกย้อนเย้ยหยัน ก็คิด
ได้ว่ามันเจ็บใจเพียงไร
“ชาติสุนัข หากคิดท้าทายผู้อื่น เอาชนะข้าให้ได้ก่อนสิ!”
หมัวล่วนเดือดดาล ด่าทอหยาบคาย การโจมตีก็แปรเปลี่ยน
รุนแรงป่าเถื่อน
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว “ดูเหมือนญาติเจ้าจะไม่สอนให้รู้จักเคารพ
ผู้อื่นนะ”
“เจ้าจะเคารพสุนัขข้างถนนไหมเล่า?”
หมัวล่วนด่าทอเจียงผิงอัน คิดทำลายความเยือกเย็นหาช่องโหว่
เจียงผิงอันจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา ปราณมารในกายเขา
แปรสู่สีทองโดยไร้การเตือนใด ๆ
เพียงพริบตา หมัดทำลายล้างของเจียงผิงอันก็เรืองโรจน์ไปทั่ว
จักรวาลพร่างพราว
ขณะนั้น ดวงตาของยอดฝีมือทั้งหลายพลันเบิกกว้าง
“ปราณเซียน!”
“ระวัง!” สีหน้าของยอดฝีมือจากเผ่าอนธการแปรเปลี่ยนรุนแรง
ใช้วิชามิติระดับสูงสุดเคลื่อนย้ายตัวหมัวล่วนไปทันที
เจียงผิงอันออกหมัด แล้วสุญตาพันลี้ตรงหน้าเขาก็พังทลายลง
ทันที เกิดเป็นคลื่นมิติแปรปรวน อุกกาบาตมากมายมลายสิ้น
สรรพชีวิตเกินคณานับราวจะกลายเป็นเครื่องประดับโลกาไปใน
ขณะนี้ กระทั่งรัศมีของยอดฝีมือทั้งหลายยังถูกบดบัง
เจียงผิงอันร่างทองดูเหมือนตะวันเฉิดฉาย ทำให้ปวงชนมิอาจ
พินิจได้ตรง ๆ
หมัวล่วนซึ่งพ้นหายนะมาได้เหงื่อแตกพลั่ก ใบหน้าเปี่ยมความ
ผวาไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้! เขาเป็นแค่มนุษย์ ไฉนจึงบรรลุปราณเซียนได้! ไม่
มีทาง!”
ในที่สุดหมัวล่วนก็ประจักษ์ว่าไฉนเจียงผิงอันจึงแข็งแกร่งนัก และ
สัจธรรมนี้ก็โหดร้ายยิ่ง
เจียงผิงอันก็บรรลุปราณเซียน ทว่า ยามเจียงผิงอันมิใช่ปราณ
เซียน สองฝ่ายก็สู้เสมอแล้ว
ในเมื่อเจียงผิงอันใช้ปราณเซียน ความห่างชั้นระหว่างส่งฝั่งก็มิ
ต่างจากฟ้ากับดิน
เจียงผิงอันใช้เพียงหนึ่งหมัด ก็ฆ่ามันได้ในพริบตา!
ผลลัพธ์การประลองนี้ปรากฏชัดเจน
ผู้ฝึกตนมนุษย์ประหลาดใจและตื่นตะลึงยิ่งกว่า มิคาดเลยว่าเจียง
ผิงอันจะซ่อนไพ่ตายเช่นนี้ไว้
เขาทำได้อย่างไรกัน?
ผู้ฝึกตนจากตระกูลเหลยโบราณสุดแสนตื่นเต้นจนควบคุมมุม
ปากกันมิได้
เจียงผิงอันเป็นเขยตระกูลเหลยโบราณของพวกเขา บางทีพวก
เขาตระกูลเหลยอาจพลอยได้ลาภ บรรลุอำนาจแข็งแกร่งเช่นนี้ไป
ด้วย!
สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกตนจากตระกูลเหลยโบราณมิอาจสงบใจได้เลย
สีหน้าของร่างเทวะวิหคอมตะอวิ๋นหวงซึ่งมองมายังแผ่นหลังของ
เจียงผิงอันจากไกล ๆ ซับซ้อนสุดขีด
ยามนางแรกพบเจียงผิงอัน เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตก่อ
ปราณสุดแสนธรรมดา ไร้สิ่งใดโดดเด่น
ผ่านไปเพียงร้อยปี เจียงผิงอันก็เติบใหญ่จากเด็กหนุ่มสู่อัจฉริยะ
ไร้เทียมทานของเผ่ามนุษย์ สร้างเรื่องเล่าตำนานของตนเสียแล้ว
อวิ๋นหวงทั้งจนใจและยินดี
ชายผู้นี้เติบโตไวเหลือเกิน ไวเสียจนผู้คนมองเห็นได้เพียงแผ่น
หลัง
สายตาของหลี่เยว่เยว่เปี่ยมความนับถือ ความกังวลในใจมลาย
สิ้น สมเป็นพี่ผิงอัน ยังคงแข็งแกร่งมิเสื่อมคลาย
“มารสวรรค์เก้าแปร! ปรากฏว่าเจ้าก็เรียนมารสวรรค์เก้าแปร!”
ยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬสัมผัสอำนาจกฎเกณฑ์อัน
คุ้นเคยจากเจียงผิงอันได้ ซึ่งก็คือ ‘มารสวรรค์เก้าแปร’
สรรพชีวิตจากเขตแดนมารมืดทมิฬรู้สึกเหลือเชื่อยิ่ง
เงื่อนไขการฝึกฝน ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ เข้มงวดสุดแสน หากไม่
มีพรสวรรค์ไร้เทียมทาน ก็ต้องมีทรัพยากรพิเศษในการฝึกฝน
ทั่วทั้งเขตแดนมารมืดทมิฬ มีตัวตนเพียงหยิบมือที่ศึกษา ‘มาร
สวรรค์เก้าแปร’ ได้ทันที
อัจฉริยะที่เหลือล้วนสั่งสมกำลังได้จากทรัพยากรมหาศาล น้อย
นักในแต่ละขอบเขตที่ฝึกฝนมารสวรรค์เก้าแปรได้
แต่เจียงผิงอันผู้นี้ มิได้รับการฝึกฝนพิเศษใด ๆ ก็ฝึกมารสวรรค์
เก้าแปรได้สำเร็จ!
‘มารสวรรค์เก้าแปร’ ของเจียงผิงอันมาจากไหน? ไฉนเขาจึง
ฝึกฝนสำเร็จได้?
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ “ตนต่อไป”
บังคับให้เขาใช้ปราณเซียนได้ เขตแดนมารมืดทมิฬช่างอัศจรรย์
แท้
ตัวตนเผ่ามารทั้งหลายหันมองยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืด
ทมิฬเป็นตาเดียว หวังนักว่าพวกมันจะส่งอัจฉริยะที่แข็งแกร่งกว่านี้มา
ฆ่าเจียผิงอันได้
ปีศาจร้ายเจียงผิงอันผู้นี้จะทัดเทียมกับมหาจักรพรรดิในตำนาน
ได้อยู่แล้ว ต้องกำจัดให้สิ้น มิเช่นนั้นผลลัพธ์จะเกินคาดหยั่ง
คงเป็นเรื่องแย่ยิ่งนักหากเผ่ามารจะมีมหาจักรพรรดิโผล่มาอีกคน
“ฮ่า ๆ”
หลังจากยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬหายตกใจ มันพลัน
ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว เกิดความร้อนรนในใจเบาบาง
ยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬหัวเราะอะไรกัน?