สู่วิถีอมตะ - บทที่ 583 ไล่ล่าสังหาร
เจียงผิงอันรู้สึกว่า ก่อนออกจากเหย้าครั้งหน้า เขาควรหาศิลา
ชะตาสรวงมาทำนายชะตาสักหน่อย
จำนวนศัตรูของเขาในภพบุกเบิก มือข้างเดียวก็นับได้
แต่มิคาดว่าจะมาเจอกันที่เคหาสน์เซียนเทียนหลานเสียอย่างนั้น
ยามเผชิญยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการนับสิบ ด้วยพลังต่อสู้
ปัจจุบันของเจียงผิงอัน คงเป็นไปมิได้ที่จะสะสางหากไม่มีอาวุธวิเศษ
ระดับสูงสุด
นอกจากนั้น สตรีนามเถียนซีผู้นี้ยังมีอาวุธวิเศษระดับสูงสุด
เช่นกัน
เรื่องสำคัญที่สุดคือ สตรีผู้นี้ยังมีเสี้ยววิญญาณของบิดานางใน
ตัว มิอาจฆ่าได้เลย
เจียงผิงอันจนปัญญา พุ่งตรงสู่ในเคหาสน์เซียนเทียนหลานอย่าง
บ้าคลั่ง
ทิวทิศน์รอบกายเขาแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ท้องนภาหม่นดำ
สลายสิ้น แปรเปลี่ยนสู่ฟ้าสว่าง
ดวงตะวันลอยเคียงจันทราที่สองฟากนภา
ศิษย์เคหาสน์เทพจันทรากลายพันธุ์ทั้งสิบกว่าผู้ไล่ตามมาล้อม
เจียงผิงอันไว้อย่างรวดเร็ว
เจียงผิงอันหน้าเสีย ตะโกนถามเถียนซี “กล้าสู้กันตามลำพัง
หรือไม่!”
“เรามีตั้งเยอะแยะ ไฉนต้องสู้กับเจ้าตัวต่อตัว? ทำลายการฝึกฝน
เขาซะ ข้าจะฆ่าเขาด้วยมือข้าเอง”
เถียนซีไร้ความคิดต่อสู้ลำพัง เพราะรู้ว่าตนเอาชนะเจียงผิงอัน
มิได้
ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ขอเพียงได้ฆ่าเจียงผิงอันด้วยมือตนเองก็
พอแล้ว
“ไป!”
เมื่อเถียนซีออกคำสั่ง
ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งก็โจมตีเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันใช้ ‘เวียนกำเนิด’ เรียกภาพฉายของยอดฝีมือขั้น
ปลายขอบเขตบูรณาการออกมา แล้วระเบิดตนเองทันที
ตู้ม!
คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวสาดไปทั่วฟ้าดิน เรืองรองเจิดจรัส
คลับคล้ายจะทำลายได้ทุกสิ่ง
ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตบูรณาการหลายคนไร้โอกาสปัดป้อง
ถูกระเบิดแหลกเป็นธุลีไปทันใด
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้รีบหนี แม้การทำลายตัวเองของยอด
ฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการจะน่ากลัว แต่ขอเพียงไหวตัว
ปกป้องตนเองหรือหลบเลี่ยงเร็วพอ ก็หามีภัยคุกคามใดไม่
“จะหนีได้หรือ!”
ยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตบูรณาการผู้หนึ่งพุ่งมาเบื้องหลังเจียง
ผิงอัน ออกหมัดเข้าใส่เขาทันที
ในกายเจียงผิงอันเกิดเสียงกระดูกร้าว ปากกระอักเลือด ร่างถูก
กระแทกลงสู่พื้น
แดนดินนั้นแข็งสุดขั้ว เมื่อเจียงผิงอันกระแทกพื้น ก็ทำได้เพียง
กระทบฝุ่นคลุ้งตลบ
ร่างของเจียงผิงอันเปรอะฝุ่น ใบหน้าเปี่ยมโทสะและความสิ้นหวัง
หันไปจ้องมองผู้คนบนฟ้า พลางตะโกนว่า “หากพวกเจ้าฆ่าข้า ศาลา
เติงเซียนไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!”
ทุกผู้ล้วนมองตอบอย่างเหยียดหยาม สองฝ่ายเป็นศัตรูอยู่แล้ว
พวกเขาหากลัวคำขู่เช่นนี้ไม่
“แม่จะส่งเจ้าไปโลกหน้าซะ!” เถียนซีใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์วงล้อ
จันทราเข้าโจมตีเจียงผิงอัน
“ตายด้วยกันเลย!” เจียงผิงอันระเบิดตัวเองทันที แสงสว่างอันทรง
อำนาจทำให้ดวงตะวันเกือบสิ้นรัศมี เกิดเป็นดวงแสงมหึมารัศมีหลาย
ร้อยจั้ง
ปวงชนรีบถอยเลี่ยงไป
หนึ่งในผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทรายิ้มบาง “เจียงผิงอันก็แค่
นี้ ต่อหน้าอำนาจเด็ดขาด อัจฉริยะใดก็ไร้ประโยชน์”
ก่อนหน้านี้ลือกันว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งยิ่ง แต่ยามนี้กลับรู้สึก
แสนธรรมดา
เถียนซีขมวดคิ้ว “ไม่ใช่! พลังการระเบิดครั้งนี้ผิดปกติ! เขาถือ
ครองปราณเซียน ไม่มีทางระเบิดได้แรงจิ๊บจ๊อยแค่นี้แน่!”
“อวตาร! นี่คืออวตาร!”
จิตสัมผัสของเถียนซีแผ่ออกไป และพบเจียงผิงอันหนีไปไกลลิบ
เมื่อถึงขอบเขตบูรณาการ ขอเพียงมีปราณเพียงพอ ก็สามารถ
สร้างอวตารได้ตามใจ
สิ่งที่ตายต่อหน้าพวกเขาเมื่อครู่เป็นเพียงอวตารร่างหนึ่ง!
ปวงชนคาดไม่ถึงเลยว่าเจียงผิงอันจะสร้างอวตารแล้วหนีไปต่อ
หน้าต่อตาพวกเขาได้ ความเร็วนี้สูงเกินไปแล้ว
มิน่า เมื่อครู่เจียงผิงอันจึงพูดจาไร้แก่นสารออกมา ที่แท้ก็เป็น
เพียงการดึงความสนใจ
คนผู้นี้เจ้าเล่ห์นัก!
“ตามไปเร็ว! เขาจะไปที่ด่านทดสอบ! สู้กันที่นั่นมิได้!” เถียนซี
แผดเสียง
จากกฎของเคหาสน์เซียน ในสถานที่ทดสอบมิอาจสู้กันได้ หา
ไม่ก็จะถูกสังหารสิ้น
เถียนซีทราบจุดประสงค์ของเจียงผิงอัน เขาอยากไปซ่อนตัวใน
สถานที่ทดสอบ!
คนจากเคหาสน์เทพจันทราสบถแล้วไล่ตามไป
เจียงผิงอันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารเบื้องหลังกราชั้นเข้ามาอย่าง
รวดเร็ว อารมณ์ของเขาเคร่งขรึมอย่างเกินครั้งใด
ยังมีระยะห่างประมาณหนึ่งกว่าจะถึงด่านทดสอบ หากเหาะเหิน
ด้วยความเร็วเช่นนี้ต่อไป จะถูกตามทันแน่นอน!
“มีศาสตราเซียนอยู่ตรงนี้!”
เจียงผิงอันแผดเสียง ขณะเดียวกันก็ก่อปราณเซียนสายหนึ่งโยน
ขึ้นฟ้า ทำให้ปราณเซียนระเบิดตัวกลางนภา แสงทองเจิดจรัสวับวาม
ยิ่ง
ด้วยการรับรู้ของผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการ แม้จะอยู่แสนไกล
ก็ยังสัมผัสคลื่นพลังนี้ได้
“ข้าเจอศาสตราเซียนนี้ก่อน!”
“เหลวไหล! ข้าเจอก่อน!”
“ข้าทำศาสตราเซียนหาย!”
เมื่อสัมผัสคลื่นพลังเซียนนี้ได้ ผู้ฝึกตนมากมายก็แห่ทะยานจาก
ทั่วทิศ
เจียงผิงอันฉวยโอกาสแผดเสียง “คนเหล่านี้ติดเชื้อกลายพันธุ์
จัดการพวกเขาด้วยกันเถอะ!”
เขาพร้อมรวมพลพรรค จัดการผู้ไล่ล่าร่วมกัน
“เราเคหาสน์เทพจันทรากระทำการ ดูซิผู้ใดกล้ามาหยุด!” เถียน
ซีแผดเสียงพร้อมพลังชั่วร้ายชวนสะพรึงจากกาย
พลังชั่วร้ายอันแข็งกล้าทำให้ปวงชนรายล้อมผงะตกใจ รีบถอย
หลบไปทันที
ศาสตราเซียนล่ะ? สารเลวหน้าไหนบอกนะว่าที่นี่มีศาสตรา
เซียน?
“เจียงผิงอัน! เขาถูกเคหาสน์เทพจันทราไล่ล่าอยู่!”
เหนือเมฆาไกลออกไป ศิษย์ผู้สวมเครื่องแบบศาลาเติงเซียนสิบ
กว่าคนพินิจสถานการณ์ที่นี่อยู่
พวกเขาจำเจียงผิงอันได้
ไม่กี่ปีก่อน เจียงผิงอันปราชันชิงวิชาจำแลงเซียน เจิดจรัสในการ
ประเมิน แต่น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาก็มิได้วิชาจำแลงเซียนมา
ขอเพียงสมองทำงานดีไร้ปัญหา พวกเขาล้วนทราบว่าด้วยความ
แข็งแกร่งของเจียงผิงอัน เขาควรค่าได้รับวิชาจำแลงเซียนแน่แท้
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาจึงไร้คุณสมบัติเข้ารับวิชาจำแลง
เซียน
กระทั่งหลายปีผ่านมา ปวงชนยังลืมหมัดของเจียงผิงอันกันไม่ลง
และยังเสวนากันอย่างลับ ๆ อยู่เลย
จากนั้น พวกเขาก็ได้ยินว่าชิวผิงเซิงผู้ได้รับวิชาจำแลงเซียนไป
ท้าทายเจียงผิงอัน แล้วก็ถูกเจียงผิงอันพิชิต
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งศาลาเติงเซียน
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่า ต่อให้ได้วิชาจำแลงเซียนมา ก็ยังเอาชนะเจียง
ผิงอันมิได้อยู่ดี
บางบุคคลพูดว่าชิวผิงเซิงเพิ่งได้วิชาจำแลงเซียน ยังมิคุ้นชินกับ
พลังนี้ จึงเป็นฝ่ายปราชัย
แต่ไม่ว่าเหตุผลเป็นเช่นไร ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันก็ยังไร้
กังขา
เกินคาดนัก ยามพวกเขามาทำภารกิจที่เคหาสน์เซียนเทียน
หลาน พวกเขาก็ได้พบเจียงผิงอัน
“สหายเต๋าเจียงกำลังจะถูกพวกเคหาสน์เทพจันทราตามทันแล้ว!
ไปช่วยกันเถอะ!”
หร่านหงเฉินจากศาลาสาขาแคว้นชางหลานเองก็รวมอยู่ในนั้น
นางเห็นเจียงผิงอันถูกไล่ล่าสังหารก็จะเข้าไปช่วย แต่กลับพบว่าผู้อื่น
ไร้การเคลื่อนขยับ
ศิษย์ศาลาเติงเซียนผู้หนึ่งเอ่ยเสียงเรียบ “เจียงผิงอันมีความแค้น
กับชิวผิงเซิง หากชิวผิงเซิงรู้ว่าเราช่วยเจียงผิงอัน ชิวผิงเซิงจะเล่น
งานเราแน่”
ชิวผิงเซิงเกิดมาเป็นบุตรเซียน พวกเขามิอาจล่วงเกินได้เลย
“แต่เคหาสน์เทพจันทราเป็นศัตรูกับศาลาเติงเซียนเรานะ!”
หร่านหงเฉินกล่าว
ศิษย์หญิงผู้หนึ่งไหวไหล่ “เคหาสน์เทพจันทราเป็นศัตรูของพวก
เจ้าศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานต่างหาก ไม่เกี่ยวอะไรกับ
เรา”
ศิษย์หญิงผู้นี้มิได้มาจากสาขาแคว้นชางหลาน
เคหาสน์เทพจันทราเป็นเครือสำนักพันธมิตร ความสัมพันธ์
ระหว่างสาขามิได้แน่นแฟ้น เว้นแต่จะมีการร่วมมือกันบางหน หากไร้
ผลประโยชน์ใด ๆ พวกเขาก็จะไม่ขยับตัว
หร่านหงเฉินหันมองโหยวเชียนชิว เซินถูอี้และเหล่าคนจาก
สาขาแคว้นชางหลาน เจียงผิงอันเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งของสาขา หาก
เขาตาย ก็เป็นความเสียหายของสาขานะ!
เซินถูอี้กล่าวเสียงเย็น “การฝึกฝนอย่างเรา ไปก็เหมือนฆ่าตัว
ตาย”
แม้เขาจะสามารถพอ เขาก็ไม่อยากช่วย
ด้านมืดในใจเขากระทั่งอยากให้เจียงผิงอันรีบ ๆ ตายไปเสีย
อันที่จริง ระหว่างเขากับเจียงผิงอันไร้ข้อขัดแย้งรุนแรง แต่หัวใจ
คนนั้นซับซ้อน มิอาจทนเห็นผู้อื่นแข็งแกร่งกว่าแล้วอยู่อย่างเป็นสุข
ได้
ในหมู่คนทั้งหลายนี้ ไร้ผู้ใดอยากช่วยเจียงผิงอัน
ขณะที่พวกเขากำลังเสวนา ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณา
การผู้หนึ่งก็ไล่ตามเจียงผิงอันทันแล้ว
“จบแล้ว!”
หร่านหงเฉินหัวใจสะท้าน
ยามนี้ใครก็ช่วยเจียงผิงอันมิได้แล้ว
ผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตบูรณาการ ฆ่าผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขต
บูรณาการเป็นเรื่องง่ายดุจกินดื่ม
สีหน้าอิ่มเอมปรากฏบนใบหน้าเฉยชาของเซินถูอี้
เจียงผิงอันผู้มาจากที่ไหนก็ไม่ทราบนี่ ไม่ว่าพรสวรรค์จะดี
เพียงไร เขาก็ยังต้องตายที่นี่วันนี้อยู่ดี