สู่วิถีอมตะ - บทที่ 584 เข้าสู่สถานที่ทดสอบ
ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวกวาดเข้าใส่เจียงผิงอัน เรืองรองไป
ทั่วฟ้าดิน
เจียงผิงอันหลบมิได้ จึงคิดนำกิ่งมารสะเทือนสรวงออกตอบโต้
แต่แล้วก็หยุดมือไป
จากกฎของเคหาสน์เซียนเทียนหลาน ห้ามใช้อาวุธวิเศษเกิน
ขอบเขตบูรณาการ
หากนำอาวุธวิเศษระดับสูงออกมา มันจะถูกเคหาสน์เซียนริบไป
กระทั่งศาสตราเซียนก็มิใช่ข้อยกเว้น
เจียงผิงอันไร้ทางเลือกนอกจากใช้อัสนีหยิน สร้างชั้นโล่หนา
คลุมกาย
เปรี้ยง!
แล้วโล่อัสนีหยินก็ถูกฟันขาดอย่างไม่น่าแปลกใจ ปราณกระบี่
อันบรรจุเคล็ดพลังฟาดฟันใส่ร่างเจียงผิงอันอย่างหนักหน่วง
ร่างของเจียงผิงอันปลิวละลิ่วเช่นศิลาถูกขว้าง ทิ้งรอยเลือดเป็น
ทางยาว
อกของเขาถูกฟัน ปริแยกเห็นกระดูกขาว
เจียงผิงอันกัดฟัน เมินบาดแผลของตน ใช้แรงส่งจากการโจมตี
ทะยานร่างไปยังจัตุรัสเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูง
ขอเพียงไปถึงสถานที่ทดสอบซึ่งมีกฎของเคหาสน์เซียนอยู่ ก็จะ
มิอาจต่อสู้กันได้ เขาก็จะปลอดภัย
“ยังไม่ตายอีก!”
ทุกผู้ที่เห็นเช่นนี้ล้วนตกใจ
การที่ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการฆ่าผู้ฝึกตนขั้นต้น
ขอบเขตบูรณาการไม่ตายในกระบี่เดียว นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อแล้ว
หากเป็นปกติ กระทั่งยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตบูรณาการยังฆ่า
ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการได้ง่าย ๆ
ดวงตาของศิษย์เคหาสน์เทพจันทราที่ไล่ตามมาเบิกกว้าง มิคาด
เลยว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ตาย
เขามีอำนาจเซียนกลายพันธุ์ พลังโจมตีเลิศล ้ากว่าตัวตนขั้น
ปลายขอบเขตบูรณาการทั่วไปหลายเท่า
แต่กระบี่นี้กลับฆ่าอีกฝ่ายมิได้ นี่หรือพลังป้องกันของอัสนีหยิน?
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะยังหยุดได้!”
อำนาจประหลาดในกายผู้กลายพันธุ์ขั้นปลายขอบเขตบูรณา
การผู้นี้พลุ่งพล่านรุนแรง ย้อมท้องนภาเทาทึบ
ปราณอำนาจชวนสะท้านทำให้ปวงชนขนลุกซู่ นี่มันพลังอะไร
กัน น่ากลัวยิ่งนัก
ผู้ไล่ล่าออกกระบี่หนที่สอง แข็งแกร่งยิ่งกว่าเมื่อครู่ อำนาจเคล็ด
พลังผสานกับปราณเซียนกลายพันธุ์ ประหนึ่งบดขยี้ได้ทุกสิ่ง
เหล่าผู้อยู่ที่นี่ล้วนทราบ ว่าผู้ถูกล่าคงมิพ้นตายแน่
ฤทธากระบี่นี้ อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการ
กระทั่งยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการยังมิอาจหยุดยั้ง
ดวงตาของเจียงผิงอันแดงฉาน จ้องไปที่จัตุรัสตรงหน้า เกือบแล้ว
อีกนิดเดียว!
ยังคงสายเกินไป!
เจียงผิงอันตัดสินใจเฉียบขาด พร้อมยอมเสียอาวุธวิเศษระดับ
เขตแดนชิ้นหนึ่ง
แม้เขาจะใช้อาวุธวิเศษระดับสูงแล้วถูกกฎฟ้าดินที่นี่ริบไป เขาก็
ยังหยุดการโจมตีนี้ได้ ซื้อเวลาหนีได้อีกหน่อย
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะนำอาวุธวิเศษออกมานั้น คันฉ่องบาน
หนึ่งพลันปรากฏขึ้นในทางหนีของเขา เจียงผิงอันไร้โอกาสเลี่ยงหลบ
พุ่งเข้าชนคันฉ่องเต็ม ๆ
พริบตานั้น เจียงผิงอันก็ข้ามมิติมาปรากฏ ณ สถานที่ทดสอบ
ปราณกระบี่เบื้องหลังเขาฟาดฟันใส่คันฉ่องจนแตกกระจาย เมื่อ
เศษเสี้ยวกระจายมาถึงบริเวณรอบจัตุรัสก็ถูกอำนาจประหลาดขวาง
กั้นสลายไป
เจียงผิงอันและผู้ไล่ล่ามองไปทางเมฆาไกลออกไป และพบคน
กลุ่มหนึ่งในเครื่องแบบศิษย์ศาลาเติงเซียน
“พวกศาลาเติงเซียนสมควรตาย!”
เหล่าผู้ไล่ล่าจากเคหาสน์เทพจันทรามองคนเหล่านี้ด้วยสีหน้า
บูดเบี้ยวเคียดแค้น
เกือบฆ่าเจียงผิงอันได้แล้วเชียว แต่คนจากศาลาเติงเซียนมา
ช่วยไว้ได้
เซินถูอี้ตั้งคำถามกับหร่านหงเฉินอย่างเดือดดาล “เจ้าทำอะไร
ของเจ้า!”
ผู้ลงมือเมื่อครู่มิใช่ใครอื่นนอกจากหร่านหงเฉินซึ่งใช้พรสวรรค์
อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘ภาพสะท้อน’ สร้างทางเชื่อมมิติ ทำให้เจียงผิงอัน
ไปถึงสถานที่ทดสอบได้อย่างรวดเร็ว
“ทุกผู้ล้วนเป็นศิษย์ศาลาสาขาเดียวกัน แค่ยื่นมือช่วยเหลือจะ
เป็นไรไป เจียงผิงอันเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งของศาลาเรา การเติบโตของ
เขาเป็นประโยชน์ต่อศาลาสาขา”
หร่านหงเฉินกล่าวอย่างจริงจัง
เหตุผลที่นางลงมือ ทุกสิ่งเป็นเพราะทุกผู้ล้วนเป็นคนจากศาลา
เติงเซียนเหมือนกัน
“แสดงน ้าใจไม่เข้าท่า!”
เซินถูอี้ตำหนิอย่างเดือดดาล “เจ้าชักศึกหาเราแล้ว! กระทบต่อ
การสำเร็จภารกิจของเราเละเทะ!”
หร่านหงเฉินอธิบาย “เราและเคหาสน์เทพจันทราเป็นศัตรูมาแต่
แรก อีกอย่าง ฝั่งเราคนเยอะ พวกเขาไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าลงมือหรอก
ช่วยเจียงผิงอันเป็นเพียงเรื่องเล็ก ไม่ส่งผลกระทบอะไรหรอก”
ก่อนลงมือ หร่านหงเฉินชั่งใจถึงผลที่ตามมาไว้แล้ว
“หากเกิดผลพวงตามมา เจ้ารับไหวหรือ?”
เซินถูอี้ขัดใจยิ่ง หากมิใช่เพราะหร่านหงเฉิน เจียงผิงอันคงได้
ตายแน่
คนอื่น ๆ เองก็เปี่ยมความขัดเคือง
“หากเกิดอะไรขึ้น ข้ารับผิดชอบเอง!”
หร่านหงเฉินเองก็หงุดหงิดใจ ปวงชนล้วนแล้วแข็งแกร่ง
ช่วยเหลือกันก็อยู่รอดได้อย่างสันติดีแท้ ๆ
หากช่วยไม่ได้ ก็พูดอะไรได้ทั้งนั้น แต่ฝั่งพวกเขานี่ก็มียอดฝีมือ
ขั้นปลายขอบเขตบูรณาการอยู่หลายคน เคหาสน์เทพจันทราจะไม่
ก่อสงครามมั่วซั่ว ช่วยสักหน่อยจะเป็นอะไรไป?
หากพวกเขาเห็นแก่ตัวกันหมดเช่นนี้ สู้ไปเป็นผู้ฝึกตนไร้สังกัด
เลยดีกว่า
ผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราทั้งหลายทำเพียงมองมาอย่าง
แค้นเคือง มิได้เปิดศึกสู้กัน
ที่ผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทรามากันวันนี้ มิได้มาเพื่อฆ่าคน
แต่เพื่อทรัพยากร
สามร้อยปีก่อน ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะผลหนึ่งปรากฏขึ้น
ที่นี่ ทำให้ขุมกำลังใหญ่มากมายเข้ายื้อแย่ง
ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะสามารถก่อรากเซียนในตัวคนได้
ขอเพียงมีรากเซียน ก็เท่ากับเหยียบย่างสู่เส้นทางการฝึกฝนเซียน
อย่างแท้จริง บรรลุเซียนได้ง่ายกว่าผู้อื่น
หากได้กินผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะสักผลในขอบเขต
บูรณาการ ก็จะสามารถกลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตมหายานได้ทันที
แสดงชัดถึงมูลค่าของผลไม้นี้
แต่การได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะมามิใช่ง่าย ต้องสามารถ
พอเช่นกัน
“ขอบคุณมาก”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะหร่านหงเฉิน การช่วยชีวิตของอีก
ฝ่ายครั้งนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ประหยัดอาวุธวิเศษระดับเขตแดนได้ชิ้นหนึ่ง
ก่อนที่เจียงผิงอันจะเมินสรรพสิ่ง รีบนั่งลงขัดสมาธิบนพื้น โคจร
ปราณเซียนในกายรักษาแผลที่อก
เขาเข้ามาถึงสถานที่ทดสอบแล้ว หากไม่อยากตาย ก็ไร้ผู้ใดกล้า
ลงมือกันที่นี่
ผู้ใดกล้าลงมือสู้กันในสถานที่ทดสอบ จะถูกอำนาจที่นี่ลบ
หายไปทันที
เถียนซีกำหมัดแน่นพลางมองเจียงผิงอันอย่างไม่เต็มใจ เกือบฆ่า
สารเลวนี่ได้แล้วแท้ ๆ
เนื่องจากอิทธิพลกฎเกณฑ์ที่นี่ นางจึงลงมือที่นี่มิได้ มีแต่ต้องรอ
ให้เจียงผิงอันออกมาก่อน
“อยู่เฝ้าข้างนอกคนหนึ่ง หากเจียงผิงอันออกมา ฆ่าเขาทันที”
หลังจากเถียนซีออกคำสั่ง นางก็พาคนอื่น ๆ เดินเข้าไปในจัตุรัส
ซึ่งเต็มไปด้วยรูปสลักศิลา
ไร้ผู้ใดสนใจเจียงผิงอัน ทุกสายตามองจ้องมายังผู้ฝึกตนจาก
เคหาสน์เทพจันทรา
“พวกเขานี่ใครกัน ดูประหลาดนัก เจ้านั่นมีมือตั้งห้าข้าง!”
“ผู้กลายพันธุ์จากแคว้นชางหลาน! หากถูกอำนาจนี้แทรกซึมจะ
เสียสติรู้คิด แต่ไฉนพวกเขาจึงไม่เป็นไร?”
“จากข่าวลือ พลังประหลาดนี้มีต้นตอจากเคหาสน์เทพจันทรา
พวกนั้นเหมือนจะควบคุมพลังนี้และจะไม่เสียสติไป เพียงแค่ร่างกาย
จะเปลี่ยนสภาพ”
“หลังกลายพันธุ์ช่างอุบาทว์นัก มิอาจเห็นลักษณ์เป็นมนุษย์ได้
อีกแล้ว”
ด้วยความสะอิดสะเอียนและหวาดกลัว ปวงชนล้วนถอยห่างจาก
ผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราด้วยกลัวติดเชื้อ
เถียนซีเผชิญสายตาพิกลจากปวงชนรายล้อมด้วยสีหน้าสุดถือ
ตัว “เจ้าพวกโง่ทั้งหลาย วิวัฒนาการของเราคือทิศทางการฝึกฝนที่
แท้จริงต่างหาก”
“เราจะให้ขยะอย่างพวกเจ้าได้เห็นฤทธาแท้จริงของเคหาสน์เทพ
จันทรา”
เถียนซีเข้าสู่สถานที่ทดสอบ เตรียมรับบททดสอบ
บททดสอบของเคหาสน์เซียนเทียนหลานนั้นง่ายมาก คือต้องสู้
กับรูปสลักศิลา
ที่จัตุรัสนี้ นับแต่ทางเข้าจนในสุดมีรูปสลักศิลาทั้งสิ้นสามพันรูป
แต่ละรูปล้วนต่อสู้ได้
ยิ่งรูปสลักอยู่ใกล้ทางเข้ายิ่งอ่อนแอ
แต่อ่อนแอที่ว่าคือดูจากค่าเฉลี่ยรวม
เพราะในรูปสลักศิลาทั้งสามพันรูป นอกจากร้อยอันดับสุดท้าย
ที่เหลืออีกสองพันเก้าร้อยรูปล้วนเป็นอดีตอัจฉริยะในภพเซียน!
ตราบนานนับแต่ค้นพบเคหาสน์เซียนแห่งนี้ อัจฉริยะนับไม่ถ้วน
ในภพบุกเบิกได้มาท้าทาย แต่ผลลัพธ์ดีที่สุดก็ได้เพียงอันดับสองพัน
เก้าร้อยหนึ่ง
ขอเพียงรูปสลักใดปราชัย รูปสลักนั้นจะถอยหาย เหลือรูปสลัก
ของผู้ท้าทายไว้
ตราบกาลนานมา ไม่เคยมีผู้ใดบรรลุอันดับสองพันเก้าร้อยขึ้นไป
อัจฉริยะทั้งหลายที่ทิ้งรูปสลักไว้ได้ เว้นแต่อัจฉริยะบางคนที่ตก
ตายกลางทาง พวกเขาที่เหลือล้วนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ บ้างกระทั่ง
บรรลุเป็นเซียน
อันดับสองพันเก้าร้อยกลายเป็นเป้าหมายอันเกินก้าวข้าม ผู้ฝึก
ตนในภพบุกเบิกมิอาจผ่านพ้น จึงไร้ผู้ใดเห็นการบรรลุอันดับสองพัน
เก้าร้อยเป็นเป้าหมายเลย
ทุกผู้ตั้งเป้าหมายเพียงร้อยลำดับท้าย เทียบได้กับการจัดอันดับ
อัจฉริยะในภพบุกเบิก
เป้าหมายของเถียนซีในครั้งนี้คือติดสองพันเก้าร้อยอันดับแรก
ของเผ่ามนุษย์ ให้คนเหล่านี้ประจักษ์ว่านางแข็งแกร่งเพียงไร