สู่วิถีอมตะ - บทที่ 586 ผู้ที่เจียงผิงอันคิดท้าทาย
“ยอดคนกำเนิดแล้ว! เถียนซีเป็นตัวตนอันดับเก้าสิบในขอบเขต
บูรณาการตราบกาล!”
“บรรลุอันดับเก้าสิบในการท้าทายเดียว ต้องเป็นที่ตื่นตะลึงทั่ว
ภพบุกเบิกได้แน่นอน”
“เคหาสน์เทพจันทรายอดไปเลย ขอเพียงเถียนซีไม่ตกตาย นาง
จะได้เป็นเซียนแน่นอน!”
ชัยชนะต่ออันดับรูปสลักอันดับเก้าสิบของเถียนซีเรียกเสียง
ฮือฮา ปวงชนล้วนชื่นชมนับถือ
เถียนซียืนเหนือรูปสลักของตัวเอง เพลิดเพลินกับสายตาตื่น
ตะลึงครั่นคร้ามของปวงชนรายล้อม
“ผู้ใดเข้าร่วมกับเคหาสน์เทพจันทราของข้าจะได้พลังนี้มา! เรา
มาบรรลุสู่เซียนด้วยกันเถอะ!”
เถียนซีฉวยโอกาสนี้ชักจูงคน ผู้สามารถเข้าเคหาสน์เซียนได้
ล้วนมีป้ายคำสั่ง สถานะของพวกเขาดี ควรค่าให้ชักชวน
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตะโกนขึ้นทันที “ข้าอยากเข้าร่วมเคหาสน์เทพ
จันทรา!”
“ข้าด้วย!”
“ข้าก็เหมือนกัน!”
ผู้ฝึกตนมากมายตกใจกับพลังที่เถียนซีใช้ ซึ่งน่าจะเทียบได้กับ
พลังเซียนในคำร ่าลือ
แม้พลังนี้จะทำให้ปวงชนอัปลักษณ์ แต่ก็ยังแข็งแกร่งเกินจะมัวใส่
ใจ
ผู้คนมากมายอยากเพียงแข็งแกร่ง มิสนใจภาพลักษณ์ตัวเอง
ผู้ฝึกตนหลายคนจากศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน
อารมณ์หนักอึ้งอย่างยิ่ง ราวถูกบรรพตกดทับ
เคหาสน์เทพจันทรามิได้อ่อนแอมาแต่แรก หลังจากได้พลังกลาย
พันธุ์มา พลังต่อสู้ของพวกเขาก็เพิ่มสูงจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ยามนี้ เคหาสน์เทพจันทราใช้พลังนี้ล่อใจผู้อื่นให้เข้าร่วม
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็ไม่รู้เคหาสน์เทพจันทราจะแข็งแกร่งได้ถึง
ขนาดไหน
หร่านหงเฉินถ่ายทอดกระแสปราณหาเจียงผิงอันอีกครั้ง “เจ้ารีบ
ไปเถอะ! ภายหน้าคนที่สู้กับเถียนซีได้อาจมีเพียงเจ้า จะเป็นอะไรไป
ที่นี่มิได้นะ!”
หร่านหงเฉินรู้ดีว่าตนมิใช่คู่มือเถียนซี และอัจฉริยะร่วมขอบเขต
เพียงหนึ่งในศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานที่เอาชนะเถียนซีได้
ก็คือเจียงผิงอัน
พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันชัดเจนต่อทุกบุคคล เขากระทั่งเอาชนะชิ
วผิงเซิงผู้บรรลุปราณเซียนได้
หากเจียงผิงอันมีอันเป็นไปที่นี่ ภายหน้าก็อาจไร้ผู้ใดต่อกรเถียน
ซีได้แล้ว
ดังนั้น จะต้องมิให้เจียงผิงอันเป็นอะไรไปเด็ดขาด
เจียงผิงอันลุกขึ้นช้า ๆ
หร่านหงเฉินถอนหายใจโล่งอก ชายผู้นี้มิได้โง่ “อย่าขยับเยอะ
ข้าจะสร้างภาพสะท้อนให้เจ้า เจ้าก็แอบหนีไปซะ”
แต่เจียงผิงอันมิได้ตอบ และมิได้ถอยหนี เขากลับก้าวออกมา
ข้างหน้า
“เจ้าจะทำอะไรเนี่ย!” หร่านหงเฉินขึ้นเสียง
หากเจ้าโง่นี่มิฉวยโอกาสหนี ไฉนจึงยังเดินหน้า กลัวคนจาก
เคหาสน์เทพจันทราไม่เห็นหรือไร?
“ท้าสู้” เจียงผิงอันตอบกลับอย่างสุขุม
ได้ยินเช่นนี้ หร่านหงเฉินก็แทบกระอักเลือด
นางหลงนึกว่าชายผู้นี้ฉลาด รู้จักหลบเลี่ยง รักษาชีวิต
มิคาดว่าชายผู้นี้จะโง่เขลา ป่านนี้ยังคิดท้าทาย!
หากเจียงผิงอันทำตัวโดดเด่นเกินไป เคหาสน์เทพจันทราก็จะยิ่ง
อยากฆ่าเขาแน่!
เถียนซีผู้เพลิดเพลินกับสายตาปวงชนสังเกตเห็นเจียงผิงอันเดิน
เข้ามาหา
วินาทีที่นางเห็นเจียงผิงอัน รอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้า แทนที่
ด้วยรอยยับบิดเบี้ยว
เจียงผิงอัน สารเลวนี่ต้องอยากท้าทายรูปสลักของนาง ข่มฤทธิ์
นางแน่แท้
หากมิใช่ที่นี่สู้กันมิได้ นางคงฆ่าสารเลวนี่ไปแล้ว
ยามเจียงผิงอันมาถึงตรงหน้านาง เถียนซีก็อ้าปากกว้าง “เจียงผิง
อัน อย่าคิดนะว่า…”
ทว่า ยังพูดไม่ทันจบ นางก็เห็นเจียงผิงอันเดินผ่านนางไป มิได้
เหลือบแลนางสักนิด
สีหน้าของเถียนซีชะงักค้าง ดวงตาเคืองแค้นพยาบาท ดวงตาอีก
หนึ่งคู่งอกขึ้นบนใบหน้า ถลึงมองเจียงผิงอันอย่างเดือดดาล
นางหลงคิดว่าเจียงผิงอันจะมาท้าทาย มิคาดว่าอีกฝ่ายจะไม่
สนใจนางสักนิด
เรื่องน่าโมโหกว่าการท้าทายคือการเมินเฉย
เจียงผิงอันมิได้สนใจนางเลย
สิ่งนี้ทำให้เถียนซีแทบระเบิดโทสะ
คนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นเจียงผิงอัน ละสายตาจากเถียนซีเช่นกัน
“หือ? มิใช่คนผู้นั้นบาดเจ็บสาหัสจากยอดฝีมือขั้นปลาย
ขอบเขตบูรณาการจากเคหาสน์เทพจันทรามาก่อนหรือ แค่ห้าวันก็
ฟื้นตัวดีแล้ว! อึดอะไรขนาดนั้น?”
“โวยวายอะไร เขาต้องใช้โอสถเยียวยาสักอย่างแน่”
“แต่เขาจะทำอะไรน่ะ ทำไมยังเดินต่อไปอีก? จะท้าทายรูปสลัก
หรือ?”
“ฮ่า ๆ ท้าทาย? วอนตายเสียมากกว่า ผู้อาวุโสระดับสูงเหล่านี้
กระบวนท่าเดียวก็ฆ่าเขาได้แล้ว”
รูปสลักทุกรูปล้วนเป็นเอกบุคคลในยุคสมัย ยืนยงที่นี่เกินนับปี
เป็นสิ่งที่ขยะไร้นามมิอาจท้าทาย
หร่านหงเฉินนึกอะไรได้ สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันบอกว่าเขาอยากได้ผลวิญญาณเซียน
มหาสุญญะ แต่นางบอกเจียงผิงอันว่าหากอยากได้ผลวิญญาณเซียน
มหาสุญญะ ต้องอยู่อย่างน้อยอันดับแปดสิบ
เจียงผิงอัน เจ้านี่คงมิได้จะไปท้าทายรูปสลักศิลาอันดับแปดสิบ
จริง ๆ หรอกกระมัง!
แบบนั้นตายแน่ ๆ!
แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่งจริง ๆ ก็ตาม แต่หากเกิดเรื่องผิดพลาด
ขึ้น เขาก็อาจตายได้!
เจียงผิงอันเดินบนแผ่นศิลาหนาแข็ง ผ่านรูปสลักตระหง่านสูง
มากมาย
แต่ละรูปสลักคือบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในหนึ่งยุคสมัย ต่างผู้ล้วนมี
ตำนานของตน
เทพกระบี่เว่ยหลาน ราชันหมัดชุยเฉิน ร่างเทวะสุดขั้วหยินซูไห่
เหลียน หลัวซู่แห่งศาลาเติงเซียน…
แม้จะเป็นเพียงรูปสลัก ก็ยังประจักษ์ความน่าเกรงขามเกินใครใน
อดีตกาลได้ กลิ่นอายแห่งอดีตกาลโชยปะทะหน้า
เจียงผิงอันเดินไปเบื้องหน้าอย่างแช่มช้า ผ่านยอดบุคคลยุคแล้ว
สมัยเล่า
ยิ่งเดินไปไกล สุดท้ายปวงชนก็ตัดสินชัด
เจ้านี่กำลังฆ่าตัวตาย
หากไปยืนตรงหน้ารูปสลักอันดับเก้าสิบ อย่างมากก็บอกได้ว่า
เขาถือดี
แต่จนไปอยู่หน้ารูปสลักอันดับแปดสิบ เขาก็ยังไม่หยุด หากมิใช่
ฆ่าตัวตายจะให้เรียกเช่นไร?
หร่านหงเฉินแผดเสียง “เจียงผิงอัน รีบกลับมาเร็ว! หากอยากท้า
ทายจริง ๆ ก็ค่อยเป็นค่อยไปสิ แบบนี้จะตายเองนะ!”
กระทั่งเถียนซียังกล้าเพียงท้าทายอัจฉริยะเผ่ามนุษย์อันดับเก้า
สิบ
แต่นี่เจียงผิงอันจะทำอะไร? ไปถึงตรงหน้ายอดฝีมือมนุษย์อันดับ
แปดสิบก็ยังไม่หยุด ยังคงเดินต่อไป
คงมิใช่เขาอยากท้าทายราชันศักดิ์สิทธิ์ อันดับหนึ่งของเผ่า
มนุษย์หรอกกระมัง?
หร่านหงเฉินแค่คิดไปเรื่อย แต่ไม่นาน ความคิดของนางก็ลุแก่
สัจธรรม
เจียงผิงอันผ่านยอดฝีมือแห่งอดีตคนแล้วคนเล่า สุดท้ายก็มา
หยุดตรงหน้ารูปสลักของราชันศักดิ์สิทธิ์ อันดับรวมสองพันเก้าร้อย
หนึ่ง อันดับหนึ่งในเผ่ามนุษย์
ทุกสายตาล้วนจ้องตรงมาที่เจียงผิงอัน
“หวังว่าเจ้านี่จะท้าทายกันจริง ๆ นะ จะได้เห็นผู้อาวุโสราชัน
ศักดิ์สิทธิ์ลงมือ”
“นั่นสิ ต่อให้ได้เห็นผู้อาวุโสราชันศักดิ์สิทธิ์ลงมือสักครั้ง ก็พอใจ
แล้ว”
“หวังว่าเจ้านี่จะกล้าสักนิด ท้าทายราชันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ”
“สหายเต๋า ข้าเชื่อว่าเจ้าปราชันชนะราชันศักดิ์สิทธิ์ ทิ้งนาม
ตราบกาลได้จริง ๆ! ลุย! อย่าปอดแหก!”
ปวงชนล้วนคาดหวังให้เจียงผิงอันท้าทายราชันศักดิ์สิทธิ์ ด้วย
อยากเห็นตัวตนในตำนานนี้ลงมือ
ราชันศักดิ์สิทธิ์เป็นบุคคลไร้เทียมทาน กล่าวกันว่ามาจากอีกภพ
ภูมิ สร้างระบบฝึกฝนอันส่งอิทธิพลจนบัดนี้ เพิ่มฤทธาภาพรวมของ
ภพบุกเบิกหลายเท่าตัว
ผู้ค้นพบเคหาสน์เซียนเทียนหลานเป็นคนแรกก็คือราชัน
ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน จนสุดท้ายราชันศักดิ์สิทธิ์ก็บรรลุอันดับสองพันเก้า
ร้อยหนึ่ง
อันดับนี้เป็นจุดสูงสุดของเผ่ามนุษย์ ตราบกาลต่อจากนั้นมา ผู้
เลิศล ้ามากมายต่างอยากก้าวข้าม แต่ไม่มีผู้ใดทำได้เช่นนั้น
ราชันศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวตนที่ปวงชนนับถือ
เอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์? ไม่มีทางเสียหรอก
เดิมที เถียนซียังคงอารมณ์เสียที่เจียงผิงอันเมินเฉย แต่เมื่อเห็น
การกระทำของอีกฝ่าย นางก็ปรีดาขึ้นมาทันที
ไอ้โง่เจียงผิงอันนี่คิดจริง ๆ หรือว่าตนแข็งแกร่งพอเอาชนะราชัน
ศักดิ์สิทธิ์ได้