สู่วิถีอมตะ - บทที่ 587 ประมือราชันศักดิ์สิทธิ์
เจียงผิงอันยืนตรงหน้ารูปสลักสูงตระหง่าน มองผู้อาวุโสท่านนี้
รูปสลักของราชันศักดิ์สิทธิ์ไร้ใบหน้า ถูกอำนาจลึกลับปกคลุม มิ
อาจพินิจบรรลุ ราวเป็นข้อห้ามในฟ้าดิน
เมื่อยืนตรงหน้ารูปสลักเหล่านี้ แรงกดดันดุจดาราโถมลงใส่ก็พุ่ง
ปะทะหน้า
นี่เป็นครั้งที่สองที่เจียงผิงอันเผชิญคู่ต่อสู้ร่วมขอบเขตที่ให้แรง
กดดันถึงเพียงนี้
บุคคลก่อนคือภาพวาดมหาจักรพรรดิ
แต่ภาพวาดมหาจักรพรรดินั้นเป็นภาพที่มหาจักรพรรดิวาดขึ้น
สุ่ม ๆ ยามเยาว์วัย มิได้มีพลังมากมายอะไรนัก
แต่รูปสลักนี้แตกต่าง มันบรรจุพลังต่อสู้ยามสมบูรณ์พร้อมของ
ราชันศักดิ์สิทธิ์ในขณะนั้นไว้
กล่าวได้ว่า หากรูปสลักศิลาของราชันศักดิ์สิทธิ์ประมือใน
ขอบเขตเดียวกันกับภาพวาดของมหาจักรพรรดิ ผู้ชนะจะเป็นรูปสลัก
ศิลาแน่นอน
ราชันศักดิ์สิทธิ์ยืนเคียงบ่ากับมหาจักรพรรดิ ผสานระบบฝึกฝน
ของสองภพเข้าด้วยกัน ด้วยความช่วยเหลือของอ่างสัมฤทธิผล เขา
ก็กลายเป็นบุคคลล ้าเลิศเหนือใครถัดจากมหาจักรพรรดิ
อันที่จริง เจียงผิงอันและราชันศักดิ์สิทธิ์ก็เคยพบกันมาก่อน
ยามเขาสร้างขอบเขตแรก ศัตรูคนแรกที่เขาได้พบก็คือภาพฉาย
ที่ราชันศักดิ์สิทธิ์ทิ้งไว้
แน่นอน นั่นเป็นเพียงภาพฉายที่ทิ้งไว้โดยคลื่นพลังกฎเกณฑ์
พลังต่อสู้มิได้แข็งแกร่งอะไร
เหตุที่เจียงผิงอันปลุกพลังวิญญาณได้ ก็เป็นเพราะแรงกดดัน
จากจิตมารของราชันศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ “โปรดชี้แนะด้วย”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนก็ฮาครืน เจ้าโง่นี่มีสัมมาคารวะไม่หยอก
“เจ้าว่าเจ้านี่จะหยุดการโจมตีของราชันศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่?”
“คนผู้นี้เผชิญการโจมตีสุดกำลังของยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขต
บูรณาการแล้วไม่ตาย น่าจะมีฝีมืออยู่บ้าง น่าจะรับการโจมตีของผู้
อาวุโสราชันศักดิ์สิทธิ์ได้สักสิบกระบวนท่ากระมัง?”
“สิบกระบวนท่า? อย่างเขาสามกระบวนท่าก็เหลือแหล่แล้ว”
ทุกผู้มองไปยังรูปสลักของราชันศักดิ์สิทธิ์ด้วยสีหน้าเปี่ยมความ
นับถือ ต้องขอบคุณเจ้าโง่นี่ พวกเขาจึงมีโอกาสได้ประจักษ์ฤทธายิ่ง
ยงของราชันศักดิ์สิทธิ์
วิ้ง!
ขณะที่เสียงประหลาดดังขึ้น อักขระมากมายปรากฏ ปกคลุมรูป
สลักของราชันศักดิ์สิทธิ์และเจียงผิงอันเอาไว้
รูปสลักของราชันศักดิ์สิทธิ์คลับคล้ายคืนชีวิต ปกคลุมด้วยรัศมี
ห้าสี เรืองรองไปทั่วทั้งจัตุรัสประลอง ราวเทพอหังการปรากฏกาย
ความรู้สึกกดดันอย่างแรงกล้าแผ่จากกลางสมรภูมิไปรอบทิศ
ปวงชนล้วนแล้วถูกบังคับให้ก้าวถอน หัวใจสะท้านสะเทือน
นี่คือพลังของราชันศักดิ์สิทธิ์หรือ? เพียงปราณจากกายก็ทำให้
พวกเขามิอาจคิดสู้ได้แล้ว
เจียงผิงอันยืนรับแรงกดดันใกล้กว่าใคร เส้นผมดำปลิวไสว
อาภรณ์สะบัดพลิ้ว
สีหน้าของเขาไร้ความกลัว ดวงตาเรืองรองเจิดประกายเพลิง
ผู้มีกายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนเกิดมาต่อสู้ เขากระหายการต่อสู้ อยาก
เห็นวรยุทธ์อัศจรรย์ ปรารถนาจะได้พบอัจฉริยะไร้เทียมทานใน
ขอบเขตตนเอง
ราชันศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ยิ่งยงท้าทายสวรรค์ สร้างระบบฝึกฝนของ
ตนเอง เรืองอิทธิพลในสองภพได้
ต่อหน้าคู่ต่อสู้เช่นนี้ เป็นการยากที่เจียงผิงอันจะสะกดความ
ปรารถนาต่อสู้ในใจได้
ตู้ม!
พลังเซียนมหาศาลทะลักพุ่งพร้อมจำนงศึกจากกายเจียงผิงอัน
เกราะรบจำนงศึกสีทองเข้มคลุมทั่วกาย ประหนึ่งสวมชุดเกราะ
ยิ่งใหญ่ทั่วตัว
กฎทำลายล้าง กฎจำนงสัประยุทธ์ กฎแห่งกำลัง กฎแห่งแรงโน้ม
ถ่วง… สรรพสิ่งผสานกันที่มือเขา เมื่อผนวกลวดลายฝ่ามือมหา
จักรพรรดิและอักขระคนเถื่อน ก็เกิดเป็นหมัดทำลายล้างกระบวนท่า
แรก
หมัดนี้คือหมัดที่แข็งแกร่งสูงสุดในประวัติการณ์ของเจียงผิงอัน
เพียงหนึ่งเหวี่ยงหมัด ฟ้าดินก็เหมือนถูกฉุดกราชากเริงร่าย
เดิมที ผู้ฝึกตนทั้งหลายยังคงหัวเราะเย้ยเจียงผิงอัน แต่เมื่อสัมผัส
ฤทธิ์หมัดนี้ได้ รอยยิ้มของพวกเขาล้วนชะงักกลางคัน ดวงตาเบิก
กว้างอย่างขวัญผวา
ของผีบ้าพรรค์นี้คือวรยุทธ์ที่ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการ
ใช้ได้หรือ?
จากปราณเคล็ดพลังเบาบางที่ตัวเจียงผิงอัน ปวงชนก็ประจักษ์
ฤทธิ์เขา แต่เขาเพิ่งบรรลุขอบเขตนี้เท่านั้น
ทว่า พลังของหมัดนี้กลับดูไม่เหมือนเป็นฝีมือผู้ฝึกตนขั้นต้น
ขอบเขตบูรณาการเลย
รูปสลักศิลาของราชันศักดิ์สิทธิ์ยกมือขึ้น แล้วกฎเบญจธาตุ ทอง
ไม้ น ้า ไฟ ดินก็ผสานเป็นโล่อักขระขวางตรงหน้า
พริบตาที่หมัดของเจียงผิงอันชกเข้ามา กฎเบญจธาตุก็เรือง
ประกายเจิดจรัส ห้าเคล็ดพลังผสานเป็นพลังประหลาด ย่อยพลังหมัด
ของเจียงผิงอันไปหมดสิ้น
ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัว
หมัดของเขาแข็งแกร่งเพียงนี้ อีกฝ่ายยังรับไว้ง่ายยิ่ง
เขาใช้วิชาลับพลังวิญญาณ ‘เวียนกำเนิด’ มารแมงมุมหน้า
มนุษย์ขั้นปลายขอบเขตบูรณาการตนหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหลังรูป
สลักของราชันศักดิ์สิทธิ์
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ขอบเขตบูรณาการตนนี้ถูกเจียงผิงอันสับ
ร่างด้วยกระบี่ประหารเซียนในศึกเผชิญมาร
ด้วยพลังวิญญาณแข็งกล้า เจียงผิงอันจึงสามารถควบคุมมาร
แมงมุมหน้ามนุษย์ตนนี้ได้ในเวลาสั้น ๆ
มารแมงมุมหน้ามนุษย์พ่นใยพิษออกจากปาก จู่โจมรูปสลัก
ราชันศักดิ์สิทธิ์
ขณะนี้ ร่างของราชันศักดิ์สิทธิ์พลันแยกเป็นสอง ร่างใหม่นี้
โปร่งใสอย่างสมบูรณ์ราวปั้นจากน ้า
เมื่อใยแมงมุมพิษสัมผัสร่างวารีนี้ มิเพียงมิอาจทำร้าย ยังสลายไป
ทันทีด้วย!
ร่างนี้มีพลังกัดกร่อนสูงล ้า!
ขาของมารแมงมุมหน้ามนุษย์แทงใส่ร่างวารีนั้นอย่างรวดเร็ว แต่
ก็มิอาจสร้างความเสียหายใด!
เจียงผิงอันตกใจ นี่คือมารแมงมุมหน้ามนุษย์ขั้นปลายขอบเขต
บูรณาการ แต่กลับทำร้ายร่างวารีนี้มิได้!
ร่างทั้งสี่ปะทะกันอย่างดุเดือดในอาคม กฎฟ้าดินรวนเร วาตะ
เมฆาแปรปรวน
กฎของสถานที่ทดสอบนี้เหมือนสัมผัสบางสิ่งได้ มันเพิ่มบริเวณ
อาคมมิติเป็นสิบเท่า
ปวงชนในโลกภายนอกตะลึงนิ่งไปเนิ่นนาน กว่าจะพากันคืนสติ
“ปราณเซียน! คนผู้นี้มีปราณเซียน! เขาเป็นใครกัน?”
“แมงมุมนั่นมันอะไร ออกมาได้อย่างไรกัน? มันถึงกับมีพลังขั้น
ปลายขอบเขตบูรณาการ!”
“วิชาหมัดน่ากลัวนัก วิชาทรงพลังเช่นนี้ ไฉนข้าจึงไม่เคยเห็นมา
ก่อนเลย?”
ทันทีที่ศึกเปิดฉาก ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันก็สร้างเสียง
ฮือฮามากมาย
อย่าว่าแต่ผู้ไม่รู้จักเจียงผิงอันที่ตกใจมาก กระทั่งคนจากศาลา
เติงเซียนยังตกใจยิ่ง
“เกิดอะไรขึ้น? ไฉนเจียงผิงอันจึงมีปราณเซียน? มิใช่เขาไม่ได้
วิชาจำแลงเซียนมาหรือ?”
เห็นกันชัด ๆ ว่าเจียงผิงอันมิได้วิชาจำแลงเซียน จึงออกจาก
ศาลาหลักของศาลาเติงเซียน แล้วยามนี้เกิดอะไรขึ้น? ไฉนเขาจึงใช้
ปราณเซียนอยู่?
เว้นแต่… เขาจะมีวรยุทธ์ระดับเซียน!
เนื่องจากข้อจำกัดของภพบุกเบิกเอง การให้กำเนิดผู้ฝึกตนซึ่ง
ฝึกฝนวรยุทธ์ระดับเซียนได้จึงยากยิ่ง
แม้จะมีอยู่บ้าง แต่ตัวตนเช่นนี้ก็เป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานอันเป็น
หนึ่งเดียวในคนนับหมื่น
หากคนอื่น ๆ อยากฝึกฝนวรยุทธ์เซียน ก็มิอาจทำได้เว้นแต่จะ
ใช้ทรัพยากรพิเศษ
ไม่รู้ว่าเจียงผิงอันฝีมือล ้าเลิศ หรือฝึกฝนด้วยทรัพยากรพิเศษมา
กันแน่
อันที่จริง มิใช่ทั้งสองอย่าง แต่เขาฝึกฝน ‘วิชาซ่อนจักรวาล’
ต่างหาก
ขณะมองเจียงผิงอันและรูปสลักราชันศักดิ์สิทธิ์ประมือกันอย่าง
ดุเดือด หัวใจปวงชนก็เต้นระทึก ทุกการลงมือของทั้งสองน่า
สะพรึงกลัวยิ่ง ประหนึ่งแทงทะลวงได้ทุกสิ่ง
ราชันศักดิ์สิทธิ์ควบคุมวิชาลับเบญจธาตุ กอปรกับร่างวารีอันกัด
กร่อนสรรพสิ่ง กระทั่งมารแมงมุมหน้ามนุษย์ขั้นปลายขอบเขตบูรณา
การยังเอาชนะไม่ได้
แน่นอน บางทีอาจเพราะพลังวิญญาณของเจียงผิงอันไม่
แข็งแกร่งพอแผลงฤทธาแท้จริงของมารแมงมุมหน้ามนุษย์ก็เป็นได้
แต่เรื่องหนึ่งที่ประจักษ์ชัดคือ ราชันศักดิ์สิทธิ์ในขอบเขตนี้รับ
การโจมตีของยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการทั่วไปได้แล้ว!
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกลืนน ้าลายเอื๊อก จ้องมองเจียงผิงอันในการต่อสู้
พลางเอ่ยเสียงสั่น “เจ้านี่คงมิใช่มีโอกาสเอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ
หรอกกระมัง?”
“อย่าล้อเล่นน่า ราชันศักดิ์สิทธิ์จะแพ้ได้อย่างไร ลือกันว่าราชัน
ศักดิ์สิทธิ์มีสามร่าง ขณะนี้ปรากฏเพียงสองเอง”
ขณะที่ปวงชนเสวนา รูปสลักราชันศักดิ์สิทธิ์ก็แบ่งร่างอีกครั้ง
หนึ่งอวตารอันแผ่ปราณอหังการไร้คู่เปรียบปรากฏขึ้น
“ออกมาแล้ว! ร่างเทวะอันแข็งแกร่งสูงสุดของเผ่ามนุษย์ กายา
คลั่ง!”
เสียงอุทานดังขึ้นในฝูงชน