สู่วิถีอมตะ - บทที่ 588 สามร่างปรากฏ
กายาคลั่ง ร่างเทวะพิเศษที่มีเฉพาะราชันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งพละกำลัง
และพลังป้องกันอยู่ในขีดสุดของเผ่ามนุษย์
พลังอหังการของมันไร้คู่เปรียบตราบกาลนาน ด้วยฤทธาทรง
พลัง มันจึงเป็นหนึ่งเหนือผู้ฝึกตนทั้งปวงในขอบเขตเดียวกัน
ภายหลัง ราชันศักดิ์สิทธิ์กระทั่งระเบิดกำแพงภพเซียนด้วยหมัด
เดียว ก่อนจะทะยานสู่ภพเซียน ทิ้งตำนานอมตะไว้มากมาย
ในการจัดอันดับร่างเทวะเผ่ามนุษย์ในภพบุกเบิก กายาคลั่งคือ
อันดับหนึ่งเสมอมา
และกายาคลั่งก็เป็นเพียงหนึ่งในอวตารของราชันศักดิ์สิทธิ์
ทันทีที่กายาคลั่งปรากฏ ปราณโลหิตชวนสะพรึงก็แผดผลาญ
เช่นตะวันสาดส่อง ทำให้ปวงชนรู้สึกร้อนลวกไปทั่วกาย
“คนผู้นี้บีบให้ราชันศักดิ์สิทธิ์เผยสามร่างออกมาได้ ถือได้แล้วว่า
ฝีมือล ้าเลิศ”
เมื่อประจักษ์ฤทธิ์เจียงผิงอัน ปวงชนก็ไม่ล้อเลียนเจียงผิงอันอีก
แต่ก็ไม่คิดอยู่ดีว่าเขาจะเอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์ได้
ด้วยการปรากฏของกายาคลั่ง ศึกนี้ก็น่าจะจบได้แล้ว หากไม่รีบ
หนีไป หมัดเดียวก็คงดับดิ้น
“ฆ่าเขา! ฆ่าเขาเลย!” เถียนซีถลึงตาจ้องเจียงผิงอัน ภาวนาอย่าง
บ้าคลั่งในใจให้ราชันศักดิ์สิทธิ์ฆ่าเจียงผิงอันเสีย
เจียงผิงอันหยุดใช้งาน ‘เวียนกำเนิด’ ต่อหน้าตัวตนอย่างราชัน
ศักดิ์สิทธิ์ มารแมงมุมหน้ามนุษย์ธรรมดา ๆ ในขั้นปลายขอบเขต
บูรณาการเปลืองพลังวิญญาณมากเกินไปหากเทียบกับการใช้งาน
เรื่องสำคัญคือ ร่างวารีนี้พิเศษยิ่ง กฎเกณฑ์ทั่วไปมิอาจทำร้ายได้
สองร่างเหินออกจากตัวเจียงผิงอัน สามร่างปรากฏยืนกลางสุญ
ตา เผชิญสามรูปสลักศิลาของราชันศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเห็นเช่นนี้ เสียงของหร่านหงเฉินก็ดังขึ้น “ใช้อวตารไปก็ไร้
ค่า รีบออกมาเถอะ! ราชันศักดิ์สิทธิ์ใช้วิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ แต่ละอวตาร
เป็นร่างแยกแตกต่างกัน เทียบได้กับสามบุคคลในหนึ่งเดียวนะ!”
อวตารที่สร้างจากวิชาลับแตกต่างจากร่างหลัก แต่ละร่าง
สามารถฝึกฝนและต่อสู้ได้เป็นเอกเทศจากกัน เทียบได้กับสามบุคคล
อวตารทั่วไปก็แค่ปราณที่แยกออกจากร่าง แยกปราณก้อนเดียว
เป็นหลาย ๆ ส่วน แม้จะเพิ่มพลังต่อสู้ได้บ้าง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยมิ
อาจคงปราณได้นาน
อวตารเช่นนี้มิอาจเทียบชั้น ‘ร่างเต๋า’ ของราชันศักดิ์สิทธิ์ได้เลย
หกร่างปรากฏขึ้นภายในอาคม ปราณอันทรงพลังทำให้มิติ
กระเพื่อมตัวรุนแรง
สองฝ่ายปราชันกันอีกครั้ง ศึกยิ่งใหญ่ในขั้นต้นขอบเขตบูรณา
การปะทุขึ้น แยกเป็นสามสมรภูมิ
ร่างมารศักดิ์สิทธิ์ปะทะกายาคลั่ง นี่เป็นการปราชันของร่างเทวะ
วิธีการต่อสู้สุดแสนดั้งเดิม ทุกการปะทะเลื่อนลั่นเช่นอัสนีฟาด สุญตา
แหลกมลาย ราวฝ่ามือจะพลิกเมฆาทลายบรรพต
หร่านหงเฉินจังงัง
ความแข็งแกร่งของอวตารเจียงผิงอันมิได้ด้อยไปกว่ากายาคลั่ง
เลย!
มิใช่สิ! นี่ไม่มีทางเป็นอวตารธรรมดา!
อวตารของเจียงผิงอันบรรจุกฎจำนงสัประยุทธ์อันแข็งแกร่งสุด
ขั้ว ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์อันหาได้ยากยิ่ง น้อยครั้งจะปรากฏตราบกาล
ผู้บรรลุกฎเกณฑ์นี้ล้วนเป็นผู้บ้าการต่อสู้
ขณะนี้ หนึ่งเสียงอุทานดังตามขึ้นมา “ดูอวตารที่สู้กับร่างวารี
ของราชันศักดิ์สิทธิ์สิ! ใช้พลังกลืนกินได้ด้วย!”
มีหลายคนสังเกตพบว่าอวตารของเจียงผิงอันซึ่งกำลังต่อสู้กับ
ร่างวารีของราชันศักดิ์สิทธิ์สูบปราณจำนวนมากจากร่างวารีหลังประ
มือกันไม่กี่หน
ยิ่งกว่านั้น พลังการฟื้นตัวของอวตารกลืนสวรรค์นี้ยังน่ากลัวยิ่ง
ร่างซึ่งถูกกัดกร่อนฟื้นตัวได้เร็วสุดขั้ว หากลัวการกัดกร่อนของร่าง
วารีไม่!
อวตารทั้งสองมิได้อ่อนแอไปกว่าราชันศักดิ์สิทธิ์สักนิด!
“ค-… ใครก็ได้บอกข้าที เจ้านี่เป็นปีศาจร้ายจากที่ใด?”
ทุกผู้ล้วนประจักษ์ว่าอวตารที่เจียงผิงอันใช้มิใช่อวตารธรรมดา
แต่เป็นอวตารจากวิชาลับ
ยิ่งกว่านั้น พลังต่อสู้ของอวตารทั้งสองนี้ยังแข็งแกร่งสุดขั้วด้วย
หนึ่งใช้กฎจำนงสัประยุทธ์ ปราชันกายาคลั่งในตำนานได้
หนึ่งมีพลังกลืนกินอันหาได้ยาก แทบจะกลืนกินพลังทั้งปวงได้
ไม่ว่าร่างใดล้วนกล่าวได้ว่าเลิศล ้าสุดยอดตราบกาล
ปวงชนลืมเหตุการณ์สะท้านจิตที่เถียนซีสร้างไว้ก่อนหน้า จ้อง
ตรงมายังการต่อสู้ระหว่างเจียงผิงอันและราชันศักดิ์สิทธิ์
หกร่าง สามสมรภูมิ แต่ละสมรภูมิล้วนดุเดือด เจิดจรัสเกินใคร
หร่านหงเฉินรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว นึกถึงการกระทำก่อนหน้าแล้ว
อับอายขึ้นมา
“เจ้าผู้ชายตัวเหม็นนี่ แข็งแกร่งมากแท้ ๆ แต่ไม่บอกกันสักคำ ทำ
ข้าร้อนใจเสียเปล่า”
หร่านหงเฉินมองเจียงผิงอันผู้ปราชันศึกในสมรภูมิด้วยดวงตาวูบ
ไหว
ชายผู้นี้มาจากไหนกัน มีอดีตเป็นเช่นไร? ตัวตนร้ายกาจเช่นนี้
ไฉนก่อนเข้าร่วมศาลาเติงเซียนกลับไร้ข่าวคราว?
หลังจากปวงชนจากศาลาเติงเซียนคลายตะลึง ความรู้สึก
เสียดายก็ปรากฏในใจ
มิต้องพูดถึงว่าเจียงผิงอันจะเอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่
พลังต่อสู้ที่เขาแผลงออกมาพิสูจน์แล้วว่าเขาแข็งแกร่ง
หากเขาเติบโตได้โดยไร้อุบัติเหตุ ก็จะเป็นผู้ลือนามยิ่งใหญ่อย่าง
แน่นอน
พวกเขาเสียโอกาสผูกมิตรไปเสียแล้ว
ยามนี้ พวกเขาหวังจริง ๆ ว่าเจียงผิงอันจะเอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์
มิได้ ไม่รู้เพราะเหตุใด บางทีอาจเพราะพวกเขาจะได้เสียใจน้อยกว่านี้
กระมัง
หากเจียงผิงอันเอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์ได้จริง ๆ ก็หมายความว่า
เจียงผิงอันก้าวข้ามอันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์ในขอบเขตบูรณาการ
ไปแล้ว
สถิติเช่นนี้เพียงพอให้ลือนามตราบสมัยได้
เถียนซีและคณะจากเคหาสน์เทพจันทรายิ่งคิดร้ายเกินใคร
ยิ่งเจียงผิงอันแผลงฤทธิ์แข็งแกร่ง พวกเขายิ่งหวาดกลัวริษยา
กลัวว่าเจียงผิงอันจะเติบใหญ่
ยามนี้พวกเขาหวังเหลือเกินว่าเจียงผิงอันจะตกตาย
ไม่ว่าอย่างไร ก็ห้ามให้เจียงผิงอันรอดไปจากเคหาสน์เซียนเทียน
หลานได้เด็ดขาด!
ในสมรภูมิ หกร่างปราชันต่อเนื่อง วิชาลับระดับสูงสุดและอำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์พร่างพราวทั่วฟ้า
กฎเบญจธาตุของราชันศักดิ์สิทธิ์แผลงฤทธิ์ชวนสะพรึง สารพัด
วิชาระดับสูงสุดปรากฏขึ้นเรียงราย
การผสานกฎเกณฑ์แห่งทองและกฎพสุธา กฎแห่งวารีและกฎ
แห่งไม้…
ห้ากฎเกณฑ์เรียงตัวแปรเปลี่ยนต่อเนื่อง เกิดเป็นวรยุทธ์ที่เกิน
คาดหมายของเจียงผิงอันได้เสมอ ทำให้เขามิอาจรับมือถูก
เจียงผิงอันกระทั่งเกิดมายาว่าราชันศักดิ์สิทธิ์สร้างวรยุทธ์
มากมายเป็นการชั่วคราว สัมผัสได้ชัดเจนว่าวรยุทธ์เหล่านี้
กระท่อนกระแท่น ทว่าแข็งแกร่งยิ่ง
ทุกการประมือเป็นวิกฤติเสี่ยงตาย
พรวด!
ร่างของเจียงผิงอันถูกหลาวน ้าแข็งก้อนหนึ่งทะลวงใส่ ขณะที่
เจียงผิงอันชกไหล่ราชันศักดิ์สิทธิ์ สองฝ่ายล้วนก้าวถอย ก่อนจะพุ่ง
ปะทะกันอีกครั้ง
หมัดทำลายล้าง หมัดอู๋จี๋ ผนึกสรวง วิชาดึงดารา… เจียงผิงอัน
ทุ่มทุกสิ่งที่เรียนมาอย่างเต็มที่ในขณะนี้
ยิ่งการต่อสู้ดำเนิน เจียงผิงอันก็ยิ่งเต็มไปด้วยบาดแผล โลหิต
ไหลริน กระดูกปรากฏตะคุ่มขาว แต่ดวงตากลับเรืองรองเจิดจรัสขึ้น
ทุกขณะ
ความรู้สึกนี้แหละ! ความรู้สึกไม่มีทางสู้ชนะเช่นนี้!
เจียงผิงอันเหยียบยืนบนสุญตาอันแหลกริ้ว เหวี่ยงหมัดโชกเลือด
โรมรัน ทุกการปะทะ ทุกความเจ็บปวดบนกายล้วนกระตุ้นจิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้ในใจเขา
เคล็ดพลังจำนงสัประยุทธ์เติบโตตลอดเวลา ทั้งวิญญาณ
ร่างกายและกฎฟ้าดินล้วนผสานเป็นหนึ่ง
สู้อย่างหลงลืมตน เติบโตระหว่างปราชัน โลหิตทะลักพล่านใน
กาย
ทุกการปะทะทำให้หัวใจเหล่าผู้ชมกระเด้งกระดอน โลหิตเดือด
พล่าน ใช้ยันต์สื่อสารติดต่อเหล่าสหาย
“สหาย! มาดูเร็ว! มีศึกตัดสินอยู่ที่นี่!”
“จริง ๆ ข้าไม่ได้หลอก มีคนท้าทายรูปสลักของราชันศักดิ์สิทธิ์
สองฝ่ายสู้กันสูสี!”
“หลังศึกนี้ ไม่ว่าคนผู้นี้จะเอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่ เขา
ย่อมสร้างนามให้ตนเอง โด่งดังทั่วภพบุกเบิกได้แน่นอน! ทุกคนจะ
จดจำชื่อของเขา!”