สู่วิถีอมตะ - บทที่ 589 ร่างเต๋าฉบับสมบูรณ์
“มีผู้ปราชันราชันศักดิ์สิทธิ์ได้? อย่าล้อกันเล่นน่า ใครจะสู้กับ
ราชันศักดิ์สิทธิ์ไหว”
ผู้รับสารหาเชื่อว่าเป็นความจริงไม่
ราชันศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวตนยืนยงตราบยุคสมัย เป็นหนึ่งเหนือผู้ฝึก
ตนร่วมขอบเขต สร้างระบบฝึกฝนของตน ปราชันเซียนไร้เทียมทาน
อันดับในขอบเขตบูรณาการของราชันศักดิ์สิทธิ์ยืนยงมาเกินนับ
ปี ไร้ผู้ใดก้าวข้ามได้มาก่อน
ยามนี้ เมื่อบอกว่าผู้ฝึกตนไร้นามคนหนึ่งกำลังสู้กับราชัน
ศักดิ์สิทธิ์ คนทั่วไปย่อมคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น
แต่ก็ยังมีคนจำนวนน้อยที่มาพินิจจริง ๆ
ยามพวกเขาเห็นร่างของราชันศักดิ์สิทธิ์ ต่างผู้ล้วนตะลึงอึ้ง
อวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์ของเจียงผิงอันปราชันกายาคลั่ง อวตาร
กลืนสวรรค์เมินพลังกัดกร่อนอันน่าสะพรึงกลัวของร่างวารี สองฝ่ายสู้
กันสูสี
“อวตารของคนผู้นี้มิได้ด้อยไปกว่าราชันศักดิ์สิทธิ์เลย! คงมิใช่
ว่าใช้วิชาลับ ‘ร่างเต๋า’ อยู่หรอกใช่หรือไม่?”
“เคล็ดพลังของคนผู้นี้เพิ่งเริ่มแตะบรรลุ หามีความสมบูรณ์ไม่ มิ
เช่นนั้นคงแข็งแกร่งกว่านี้อีก!”
ปวงชนล้วนประจักษ์ว่าระดับเคล็ดพลังของเจียงผิงอันต ่าเตี้ยเรี่ย
ดิน เห็นได้ชัดว่าเพิ่งบรรลุขอบเขตมา
มีเพียงต้องบรรลุเคล็ดพลัง จึงไปถึงขั้นกลางขอบเขตบูรณาการ
ได้
และเมื่อผสานวิญญาณกับกายเนื้อด้วยกฎเต๋าสวรรค์ หรือที่
เรียกกันว่าบูรณาการเต๋าได้เสร็จสิ้น จึงมาถึงขั้นปลายขอบเขต
บูรณาการ การควบคุมเคล็ดพลังจะยิ่งลึกล ้า
หากผนวกเต๋าสวรรค์ แตะถึงกฎเขตแดน ก็จะสามารถทะลวงสู่
ขอบเขตมหายาน ครอบครองอำนาจเขตแดนได้
แต่บุคคลซึ่งกำลังต่อสู้กับราชันศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าอ่อน
ด้อยกว่ารูปสลักราชันศักดิ์สิทธิ์ในด้านระดับกฎเกณฑ์ แต่ก็ยังประมือ
กับราชันศักดิ์สิทธิ์ได้
หลายบุคคลกระทั่งสงสัย ว่าหากคนผู้นี้บรรลุเข้าใจเคล็ดพลัง
เขาคงเอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์ได้แน่
“เจียงผิงอัน ชื่อของเขาคือเจียงผิงอัน มาจากศาลาเติงเซียน
สาขาแคว้นชางหลาน”
ใครบางคนสืบพบชื่อเขา แล้วนามเจียงผิงอันก็เริ่มเลื่องลือ
ผู้ฝึกตนมากมายพินิจศึกนี้ รอให้ปรากฏผล
ไม่ว่าจะเกิดตำนานใหม่ หรือตำนานราชันศักดิ์สิทธิ์จะดำเนิน
ต่อไป จะตัดสินกันในศึกนี้
มหาศึกนี้ดูไร้จุดจบ ดำเนินสามวันแล้วสิบวันเล่าไร้แผ่วถอย
ปวงชนซึ่งพินิจการต่อสู้นี้อยู่ล้วนตกตะลึง ศึกดุเดือดถึงเพียงนี้
เป็นผู้ฝึกตนทั่วไปคงสิ้นปราณวิญญาณหมดแรงกันไปแล้ว ไม่ก็พลัง
วิญญาณมิอาจฟื้นทัน
แต่เจียงผิงอันกลับดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นเรื่อย ๆ ในการต่อสู้ เคล็ด
พลังในครอบครองเพิ่มระดับขึ้นทุกขณะ
เมื่อมีอวตารกลืนสวรรค์ ความเร็วการฟื้นปราณวิญญาณของ
เขาก็รวดเร็วสุดขั้ว เมื่ออีกสองร่างไร้ปราณวิญญาณ เพียงผสานร่าง
ก็แก้ปัญหาหมดจด
อวตารของราชันศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่น้อยหน้า ฟื้นฟูพลังด้วย ‘ทวีคูณ
อนันต์’ ได้ไม่ติดขัด
เจียงผิงอันค้นพบว่าวิชา ‘ทวีคูณอนันต์’ มิใช่เพียงวิชาฟื้นฟู ยัง
ใช้เติมปราณวิญญาณได้ด้วย
‘ทวีคูณอนันต์’ ที่ผู้อาวุโสในต้าเซี่ยบรรลุมิใช่ฉบับสมบูรณ์
มวลดาราเคลื่อนตัว ตะวันจันทราแปรผัน ทั้งสองสู้กันนับแต่
ตะวันขึ้นจนจันทร์คล้อย วิชาลับมากมายโถมทะลักกลางสุญตา
มิอาจทราบว่าประมือกันกี่หน หลังจากอวตารกลืนสวรรค์ของ
เจียงผิงอันใช้พลังหมดเกลี้ยง แรงสูบมหาศาลพลันพวยพุ่งออกจาก
ตัว ดูดกลืนอวตารวารีของราชันศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในร่าง
ภายใต้พลังกัดกร่อนทรงพลังของอวตารวารี อวตารกลืนสวรรค์
ถูกกัดกร่อนร้ายแรงจนเปื่อยยุ่ยเต็มไปด้วยรูแผล
ทว่า ความเสียหายที่เกิดกับอวตารวารีของราชันศักดิ์สิทธิ์นั้น
ร้ายแรงยิ่งกว่า
แม้วิชา ‘ร่างเต๋า’ จะแข็งแกร่ง มันก็มีข้อเสียร้ายแรงที่สุดข้อหนึ่ง
คือหากหนึ่งอวตารตกตาย เท่ากับตายทั้งหมด
อวตารกลืนสวรรค์ไม่กลัวอวตารวารี สู้กันอย่างแลกบาดแผลก็
ทำลายราชันศักดิ์สิทธิ์ได้!
ศึกนี้ เขาชนะ!
เจียงผิงอันเร่งพลังกลืนกินสุดกำลัง กลืนอวตารวารีของราชัน
ศักดิ์สิทธิ์ไปอย่างสมบูรณ์!
ทว่า ผลลัพธ์ที่เจียงผิงอันคาดหวังกลับไม่ปรากฏ
หลังจากอวตารวารีถูกกลืนไป อีกสองร่างหาตายไปด้วยไม่
สีหน้าของเจียงผิงอันพลันดำคล ้า
เกิดอะไรขึ้น?
ไฉนไม่ตาย?
ทว่า สิ่งที่ทำให้เจียงผิงอันตกใจยิ่งกว่าก็ปรากฏ เมื่อร่างวารี
โปร่งใสอีกร่างแยกออกมาจากตัวราชันศักดิ์สิทธิ์
อวตารวารีหวนปรากฏ!
ม่านตาของเจียงผิงอันพลันหดตัว!
“เป็นไปไม่ได้!”
เห็นได้ชัดว่าอวตารวารีถูกฆ่าไปแล้ว ว่ากันตามเหตุผล ร่างอื่น ๆ
ของราชันศักดิ์สิทธิ์ก็ควรตายไปด้วย จะเกิดอวตารใหม่ได้อย่างไร!
หรือว่า… นี่จะเป็น ‘ร่างเต๋า’ ฉบับสมบูรณ์?
จริงเช่นนั้น การถ่ายทอดปราณของหร่านหงเฉินยืนยันการคาด
เดาของเขา
“ฆ่าอวตารไปร่างเดียวทำอะไรราชันศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้หรอก ต้อง
ฆ่าร่างหลักให้ได้ อวตารจึงไม่ปรากฏ! และต่อให้ฆ่าร่างหลักได้ ก็ยัง
ต้องฆ่าอีกสองร่างด้วย!”
สามร่างของราชันศักดิ์สิทธิ์ทะยานเข้ามาโจมตีเจียงผิงอัน
ไม่รู้เพราะจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ถูกกระทบหรือไม่ แต่เจียงผิง
อันตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล ้า เพิ่มบาดแผลอย่างต่อเนื่อง
ปวงชนถอนหายใจโล่งอก
“เจียงผิงอันไม่น่าทนไหวแล้ว ศึกนี้จะจบลงเสียที ตำแหน่งของ
ราชันศักดิ์สิทธิ์มิอาจสั่นคลอน”
“ศึกนี้กินเวลาหนึ่งเดือน ข้ามองจนปวดตาไปหมดแล้ว แต่ก็ได้
อะไรมามหาศาลเลย”
“เจียงผิงอัน คนผู้นี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ พลังต่อสู้ของเขาน่าจะติด
หนึ่งในสามตราบกาล”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล ้า ปวงชนก็รู้สึกว่าศึกนี้จะ
จบแล้ว
หลังสู้กันมานานเพียงนี้ กำลังใจและพลังกายของเจียงผิงอันก็
น่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว
แต่ไม่นาน พวกเขาก็พบว่าพวกตนคิดไปเอง
เจียงผิงอันปรับสภาพตนอย่างรวดเร็ว จิตวิญญาณการต่อสู้อัน
สูงล ้าของเขาทำให้เกราะรบบนตัวเรืองรองสว่างไสว
เขาดูไม่รู้จักเหนื่อย มือซ้ายใช้ป่วนบรรพ์ มือขวาใช้สยบปีศาจ
เปิดศึกสุดยอดขอบเขตบูรณาการกับราชันศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
“สัตว์ประหลาด! เจ้านี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ!”
“ศึกนี้จะดำเนินนานเพียงไรกัน?”
“หรือขอบเขตบูรณาการของเจียงผิงอันจะอยู่ในระดับเดียวกับ
ราชันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ?”
กระทั่งผู้ฝึกตนทั้งหลายที่ชมศึกนี้ยังรู้สึกเหนื่อย นับประสาอะไร
กับผู้กำลังสู้อยู่
เจียงผิงอันยังรักษาสมาธิได้ในศึกอันเข้มข้นเช่นนี้ นับเป็นสัตว์
ประหลาดแล้วแน่แท้!
ในวันที่สามสิบเจ็ด อวตารกลืนสวรรค์กลืนอวตารวารีได้อีกครั้ง
แต่ราชันศักดิ์สิทธิ์ก็สร้างอวตารใหม่ออกมาอีก
วันที่สี่สิบ ราชันศักดิ์สิทธิ์ใช้วิชาลับเบญจธาตุสร้างค่ายกลอัน
แข็งแกร่งสุดขั้ว เจียงผิงอันเกือบปราชัย
หากเจียงผิงอันมิได้ใช้วิชาลับพลังวิญญาณสร้างมารแมงมุม
หน้ามนุษย์ขั้นปลายขอบเขตบูรณาการออกมารับไว้แทน เขาคงได้
ตายแน่!
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ขั้นปลายขอบเขตบูรณาการถูกสังหารไป
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้กลืนร่างของราชันศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ทั้งกายและวิญญาณของเจียงผิงอันถึงขีดจำกัดแล้ว การสู้กับ
ตัวตนระดับสูงสุดอย่างราชันศักดิ์สิทธิ์ ทุกลมหายใจล้วนเป็นวิกฤติ
เสี่ยงตาย
แต่รูปสลักศิลาของราชันศักดิ์สิทธิ์ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไร้จิต
วิญญาณเป็นข้อจำกัด
ในวันที่ห้าสิบห้า เจียงผิงอันเกินรับไหว ปฏิกิริยาของเขาช้าลง
เรื่อย ๆ ขณะที่อวตารกายาคลั่งของราชันศักดิ์สิทธิ์กระหน ่าโจมตีร่าง
มารศักดิ์สิทธิ์อย่างบ้าคลั่ง
“ไม่ไหวก็อย่าสู้เลย รับผลแล้วมาท้าทายอันดับสองเถอะ!”
ปวงชนที่พินิจศึกอยู่ก็ไม่ไหวแล้ว แต่พวกเขาอยากอยู่เห็น
ผลลัพธ์
เจียงผิงอันเหมือนได้ยิน ร่างโชกเลือดทั้งสามหวนคืนเป็นหนึ่ง
เดียว
ปวงชนถอนหายใจโล่งอก เจียงผิงอันจะยอมแพ้แล้ว ศึกนี้จบได้
เสียที
ราชันศักดิ์สิทธิ์จะเขียนตำนานของตนต่อไป เป็นอันดับหนึ่งซึ่งมิ
อาจสั่นคลอน
บางทีหลังจากเจียงผิงอันใช้เวลาทำความเข้าใจเคล็ดพลังสัก
ร้อย ๆ ปี ก็อาจมีโอกาสล้มอันดับหนึ่งได้
ขณะที่ปวงชนคิดว่าเจียงผิงอันจะยอมแพ้ อีกฝ่ายกลับพุ่งเข้าใส่
ราชันศักดิ์สิทธิ์
“เขายังไม่ยอมแพ้อีก ไร้ประโยชน์น่า”
ทุกผู้มองก็เข้าใจการกระทำของเจียงผิงอัน ใครบ้างไม่อยากเป็น
ที่หนึ่ง
แต่มิใช่ทุกคนจะเป็นที่หนึ่งได้ อย่างน้อยในระดับปัจจุบันของ
เจียงผิงอัน ก็ไม่มีทาง…
ตู้ม!
เกราะมารบนตัวเจียงผิงอันพลันแผ่ปราณลึกลับอันเคร่งขรึม
ภาพฉายอันยิ่งใหญ่ทะลวงเวหาปรากฏเบื้องหลังเขา
พลังทั้งหมดของเขาทะลวงสูงหกเท่าตัว!
“เขายังมีไพ่ตายอีก!”