สู่วิถีอมตะ - บทที่ 592 ท ำลำยเคหำสน์เทพจันทรำ
เจียงผิงอันมิได้สนใจกำรประเมินหรือควำมเห็นใด ๆ ในโลก
ภำยนอก ไม่ว่ำจะชื่นชมหรือเยำะเย้ย หำมีควำมหมำยไม่
เขำไม่เคยเป็นผู้แสวงชื่อเสียง และมิเคยอยำกเป็นรำชันสยบหล้ำ
ใด ๆ
ในสำยตำเขำมีเพียงหนึ่งเป้ำหมำย ซึ่งก็คือบรรลุเซียน
มีเพียงบรรลุเซียน จึงมิถูกกดขี่รังแก ต้องเป็นเซียนเท่ำนั้นเขำจึง
ฟื้นชีวิตบุพกำรีได้ และมีแต่ต้องบรรลุเซียน จึงปกป้องญำติมิตรของ
ตนได้
เจียงผิงอันแบ่งอวตำรจ ำนวนมหำศำล นั่งฝึกฝนในวังกำลเวลำ
กำรด ำเนินเวลำในวังกำลเวลำและโลกภำยนอกแตกต่ำงกันห้ำ
เท่ำ เทียบได้กับอวตำรแต่ละร่ำงประหยัดเวลำได้ห้ำเท่ำตัว
ขณะเดียวกัน วังกำลเวลำก็ตั้งถัดจำกพฤกษำกระจ่ำงเต๋ำ
ควำมเร็วกำรประจักษ์แจ้งก็เพิ่มขึ้นอีกหลำยเท่ำทบ
หลุมด ำหลุมหนึ่งปรำกฏเหนือศีรษะอวตำรกลืนสวรรค์ เจียงผิง
อันโยนหมึกสิบแปดกรตนหนึ่งเข้ำไปในนั้น
หมึกสิบแปดกรเหล่ำนี้ เขำไปล่ำมำได้ในเขตหวงห้ำมเหวลึก มี
เคล็ดพลังท ำลำยล้ำงอยู่ในตัว
นอกจำกใช้ต่อสู้ พลังกลืนกินยังใช้เร่งควำมเร็วในกำรท ำควำม
เข้ำใจกฎเกณฑ์ได้
เหตุที่บรรพชนจระเข้เป็นใหญ่ในยุคสมัยได้ ก็เพรำะพลังกลืนกิน
อันน่ำสะพรึงกลัวนี้
กำรจะท ำควำมเข้ำใจกฎเกณฑ์ ผู้อื่นต้องบรรจงพินิจกฎฟ้ำดิน
เพื่อเข้ำใจปริศนำเคล็ดพลัง
แต่เมื่อมีพลังกลืนกิน ก็ไร้จ ำเป็นต้องล ำบำกเช่นนั้น แค่กลืน
กฎเกณฑ์เข้ำไปตรง ๆ ก็สำมำรถเปลี่ยนมันเป็นของตนได้ อหังกำร
เช่นนั้นเลย
แต่วิธีกำรท ำควำมเข้ำใจเช่นนี้ก็มีข้อเสียอยู่ ซึ่งก็คือเปลือง
กฎเกณฑ์มหำศำล
บังเอิญเหลือ เจียงผิงอันมีทรัพยำกรหำขำดมือไม่
เขำโยนร่ำงหมึกสิบแปดกรที่คัดลอกมำเข้ำสู่หลุมด ำอย่ำง
ต่อเนื่อง
นอกจำกนั้น ด้วยอ ำนำจวิชำเนตร เจียงผิงอันก็สำมำรถพินิจกฎ
ฟ้ำดินได้อย่ำงชัดเจน เข้ำใจถึงอ ำนำจอันดั้งเดิมที่สุดของมัน และเร่ง
ควำมเข้ำใจได้อีกทบ
ผู้อื่นใช้เวลำเป็นร้อย ๆ หรือพัน ๆ ปีในกำรบรรลุหนึ่งเคล็ดพลัง
แต่เจียงผิงอันบังคับลดเวลำเหลือเพียงไม่กี่ปี
ฤดูกำลเปลี่ยนผัน บุปผำเบ่งบำนร่วงโรย เจียงผิงอันนั่งบนรูป
สลักศิลำไม่ไหวติง รำวตนก็กลำยเป็นศิลำด้วย รับกำรผันผ่ำนแห่ง
กำล
กำรฝึกฝนนั้นเดียวดำย กระทั่งน่ำเบื่อหน่ำย มีเพียงต้องทนควำม
เดียวดำยให้ได้ จึงสำมำรถไต่สูงสู่จุดยอด ได้เห็นทิวทัศน์อันงดงำมยิ่ง
กว่ำ
เสียงเล่ำลือจำกชัยชนะเหนือรูปสลักรำชันศักดิ์สิทธิ์ของเจียงผิง
อันสร่ำงซำไปตำมกำล
บำงที คงมีแค่ยำมคนมำยังเคหำสน์เซียนเทียนหลำนแล้วเห็น
แผ่นหลังนี้นั่งบนรูปสลักศิลำ จึงมีผู้จ ำได้ว่ำอ้อ คนผู้นี้คือเจียงผิงอันผู้
เอำชนะรูปสลักของรำชันศักดิ์สิทธิ์
เทียบกับเสียงฮือฮำจำกเจียงผิงอัน เหตุกำรณ์ในแคว้นชำง
หลำนสะดุดตำเสียยิ่งกว่ำ
“ประมุขศำลำเติงเซียนสำขำแคว้นชำงหลำน หลัวซู่บ้ำไปแล้ว!
นำงพำผู้ติดเชื้อบุกเข้ำขุมก ำลังใหญ่ต่ำง ๆ คิดจะลำกปวงชนตำยตก
ตำมกัน!”
“เวร! นำงท ำอะไรอยู่กันแน่? คิดจะเปลี่ยนภพบุกเบิกเป็นนรกบน
ดินให้หมดหรือ?”
“ข้ำได้ยินว่ำหลัวซู่ก ำลังพยำยำมบังคับขุมก ำลังใหญ่ทั้งหลำยให้
แก้วิกฤติแคว้นชำงหลำนด้วยกัน ไม่งั้นก็ตำยด้วยกันให้หมดน่ะ”
“ข่ำวใหญ่! เซียนมนุษย์แปดท่ำนล้อมรุมเจ้ำเคหำสน์เทพจันทรำ
กันแล้ว!”
หลังจำกข่ำวเซียนเปิดศึกปรำกฏ ทั่วแดนดินก็สะท้ำนสะเทือน
ในฐำนะขุมก ำลังซึ่งมีเซียนมนุษย์ เคหำสน์เทพจันทรำยืนยำว
เกินนับปี ไร้ผู้ใดล่วงเกิน
ทั่วทั้งภพบุกเบิกมีน้อยคนยิ่งที่เต็มใจล่วงเกินขุมก ำลังซึ่งมีเซียน
มนุษย์อยู่ เพรำะกำรล้ำงแค้นของเซียนมนุษย์นั้นน่ำสะพรึงกลัวยิ่ง
ลองคิดดูได้ เซียนมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งไม่รู้อยู่ที่ใด แต่อำจจู่โจม
ทำยำทและขุมก ำลังของอีกฝ่ำยได้ทุกเวลำ
บ้ำนเมืองและขุมก ำลังที่บำกบั่นสร้ำงมำแทบตำย อีกฝ่ำยตบ
เพียงหนก็รำบเละ
นี่คือรำคำมหำศำลเกินจับต้อง
ดังนั้น ยำมขุมก ำลังขัดแย้งกันในภพบุกเบิก จึงมีกฎหนึ่งข้อ:
หำกเซียนมนุษย์ฝั่งเจ้ำไม่ลงมือ เซียนมนุษย์ฝั่งข้ำก็จะอยู่เฉย ๆ
ครั้งนี้ เซียนมนุษย์จำกขุมก ำลังทุกแห่งในแคว้นชำงหลำนล้วน
ผนึกก ำลัง เตรียมสังหำรเซียนเพื่อป้องกันปัญหำในภำยหน้ำ
วิกฤตินี้แท้จริงแก้ง่ำยยิ่ง แต่ขุมก ำลังหลักทั้งหลำยล้วนมีเจตนำ
ส่วนตน ไม่อยำกยั่วโมโหเซียนมนุษย์จำกเคหำสน์เทพจันทรำ จึง
ปล่อยมันเรื้อรังเสมอมำ
หลัวซู่พยำยำมยุแยงขุมก ำลังเหล่ำนี้เต็มที่เพื่อบีบให้ลงมือ
เซียนมนุษย์ทั้งแปดรุมล้อมเซียนมนุษย์จำกเคหำสน์เทพจันทรำ
อยู่หนึ่งปีเต็ม สู้กันตั้งแต่จำกแคว้นชำงหลำนถึงทะเลเซียนมำร
เมื่อบรรลุเป็นเซียนมนุษย์ ขอเพียงยังมีพลัง ก็นับได้ว่ำอมตะไร้
วันดับสูญ ยำกจะสังหำรได้
ต่อให้เป็นกำรต่อสู้แปดต่อหนึ่ง ยังต้องใช้เวลำหนึ่งปี
จำกเรื่องนี้ก็เข้ำใจได้ ว่ำเหตุใดขุมก ำลังใหญ่ทั้งหลำยจึงอิดออด
ไม่ยอมลงมือกันง่ำย ๆ หำกปล่อยเซียนมนุษย์หนีไป ปัญหำจะตำมมำ
ไม่รู้จบ
ตรำบใดที่ลงมือ ไม่ว่ำอย่ำงไรก็ต้องประหำรเซียนมนุษย์ให้จงได้
ท้ำยที่สุด ในกำรต่อสู้แปดรุมหนึ่งนี้ เจ้ำเคหำสน์เทพจันทรำก็ยัง
ถูกฆ่ำ
อันที่จริง เคหำสน์เทพจันทรำยังมีเซียนมนุษย์อยู่อีกคน ซึ่งก็คือ
อดีตผู้อำวุโสฝ่ำยรักษำระเบียบของศำลำเติงเซียนผู้แปรพักตร์ ฮั่ว
หร่วน
เพียงแค่ว่ำฮั่วหร่วนมิได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเคหำสน์เทพจันทรำ
ยำมเขำถูกล้อมโจมตี เขำก็แปรพักตร์ก่อนใคร และเปิดฉำกโจมตี
เถียนปั๋วหนิง เข้ำร่วมกับฝ่ำยไล่ล่ำทันที
หำกไม่แปรพักตร์ก็สู้ไม่ไหว อำจตำยได้ กระทั่งคนปัญญำอ่อน
ยังรู้เลยว่ำต้องเลือกอะไร
ไม่ว่ำเคหำสน์เทพจันทรำจะถูกท ำลำยหรือเปล่ำ มันเกี่ยวอะไร
กับเขำฮั่วหร่วนด้วย ขอเพียงตัวเขำฮั่วหร่วนไม่ตำยก็พอแล้ว
เถียนปั๋วหนิงตกตำย และศิษย์ทั่วไปของเคหำสน์เทพจันทรำต่ำง
ดับดิ้น
ขุมก ำลังมหึมำ เคหำสน์เทพจันทรำแห่งนี้พังทลำยลงในวงล้อม
ขุมก ำลังทั้งหลำย
เคหำสน์เซียนเทียนหลำน ในป่ำทึบแห่งหนึ่ง เถียนซีและศิษย์
เคหำสน์เทพจันทรำทั้งหลำยก ำลังหนีหัวซุกหัวซุน ร่ำงชโลมด้วย
โลหิตสีเทำ เบื้องหลังมีผู้ฝึกตนมำกมำยตำมล่ำ
“คุณหนู! หนีเร็ว! เรำจะคุ้มกันให้!”
บริวำรทั้งหลำยรู้ว่ำเวลำนี้มีแต่จะแย่ และคิดสังเวยตนเองให้เถียน
ซีรอดไป
เถียนซีเป็นบุตรีเซียน มำกสำมำรถยิ่ง และเป็นควำมหวังสุดท้ำย
ของเคหำสน์เทพจันทรำ มีเพียงนำงเท่ำนั้นที่ล้ำงแค้นให้เคหำสน์เทพ
จันทรำได้
“คิดจะหนี? หนีได้หรือ? เพรำะสำรเลวในเคหำสน์เทพจันทรำ
ของพวกเจ้ำกระจำยพลังกลำยพันธุ์ตำมใจชอบ มีคนต้องตกตำย
เพรำะมันไปมำกเพียงไรแล้ว!”
ผู้ฝึกตนมำกมำยรุมล้อมคนกลุ่มนี้ และแม้ผู้ฝึกตนจำกเคหำสน์
เทพจันทรำจะแข็งแกร่งเพรำะกำรกลำยพันธุ์ พวกเขำก็ยังรับมือผู้ฝึก
ตนมำกมำยที่ไล่ล่ำมำไม่ไหวอยู่ดี
เหล่ำผู้ฝึกตนจำกเคหำสน์เทพจันทรำสิ้นหวัง
พวกเขำคิดว่ำเคหำสน์เทพจันทรำจะเบิกศักรำชใหม่ มิคำดเลย
ว่ำจะอวสำนในยุคสมัยนี้ก่อนใคร
เถียนซีไม่เต็มใจยิ่ง มองคนทั้งหลำยด้วยสีหน้ำบูดเบี้ยว “คิดจะ
ฆ่ำข้ำ? ตื่นเถอะ! พวกเจ้ำนั่นแหละจะตำยกันหมด!”
เถียนซีพลันใช้โลหิตสีด ำหยดหนึ่ง ปรำณเซียนมืดด ำอันน่ำกลัว
จำกมันสร้ำงบรรยำกำศชวนขนลุกซู่
สีหน้ำผู้ฝึกตนที่รุมล้อมเข้ำมำมำกมำยแปรเปลี่ยนอย่ำงมหันต์
“โลหิตเซียน!”
นี่คือโลหิตเซียนหยดหนึ่ง และเป็นแก่นโลหิตอันบรรจุกฎเต๋ำ
เซียนไว้ด้วย!
สิ่งนี้มิใช่โลหิตเซียนจำกเคหำสน์เทพจันทรำอย่ำงแน่นอน มันมี
พลังเซียนอันมืดด ำ มิใช่พลังเซียนทั่วไป ชั่วร้ำยเป็นอย่ำงยิ่ง
โลหิตเซียนหยดนี้เป็นของก ำนัลแก่เถียนซีหลังฮั่วหร่วนแปร
พักตร์จำกศำลำเติงเซียน ล ้ำค่ำอย่ำงยิ่ง
เดิมที เถียนซีอยำกผสำนโลหิตเซียนหยดนี้หลังบรรลุขอบเขต
มหำยำนเพื่อจะได้ดูดซับมันดี ๆ แต่ยำมนี้นำงมิอำจมัวสนใจ นำง
อยำกจะใช้อ ำนำจของโลหิตหยดนี้ฆ่ำผู้ไล่ล่ำทั้งหลำยเสีย
ทว่ำ ทันทีที่เถียนซีกลืนโลหิตหยดนี้ลงไป นำงก็สัมผัสถึงบำงสิ่ง
ผิดแปลก สีหน้ำแปรเปลี่ยนอย่ำงมหันต์
“ฮั่วหร่วน! โจรเฒ่ำนี่โกหกข้ำ!”
ตู้ม!
สิ้นเสียงค ำรำมของเถียนซี ร่ำงของนำงก็ระเบิด โลหิตแปร
เปลี่ยนเป็นกระบี่คมกริบ แทงร่ำงผู้ฝึกตนจำกเคหำสน์เทพจันทรำไป
พร้อมผู้ฝึกตนมำกมำยที่รำยล้อมอยู่
ภำยใต้ผลจำกกฎเกณฑ์ระดับสูง ผู้ฝึกตนซึ่งถูกแทงร่ำงล้วนล้ม
หงำยทันที ไร้โอกำสฟื้นตัวใด ๆ
ร่ำงแล้วร่ำงเล่ำล้มลงสู่พื้น โลหิตเจิ่งนองเป็นสำยธำร
เพียงพริบตำ ทุกชีวิตรำยล้อมก็ตกตำย
ทว่ำ โลหิตบนพื้นกลับดิ้นไปมำอย่ำงพิกล ก่อนจะโถมคลุมโลหิต
กับซำกศพรำยล้อม สร้ำงเป็นร่ำงมนุษย์ร่ำงใหม่
ชำยผู้นี้มีรูปร่ำงสูง เส้นผมยำว สวมผ้ำคลุมไหล่ เต็มไปด้วย
ปรำณเซียนมืดมิดชั่วร้ำย
“คนไร้ค่ำฮั่วหร่วนนี่ไม่เอำไหนจริง ๆ มีปัญญำหำได้เพียงร่ำง
ขยะ ๆ ให้เซียนผู้นี้”
“ช่ำงมันเถอะ ใช้ไปก่อนแล้วค่อยไปชิงร่ำงเจียงผิงอันก็ได้ ร่ำง
นั้นยอดเยี่ยมมำก เมื่อกลับถึงภพเซียน ก็ใช้มันสร้ำงร่ำงเทพสงครำม
ก้ำวข้ำมกำรฝึกฝนเดิมไปได้”
“ยำมนี้ พัฒนำพลังสักหน่อยดีกว่ำ”
ชำยผู้นั้นฉีกสุญตำ หำยวับไปจำกที่
หำกเจียงผิงอันมำได้ยินเสียงนี้ เขำจะคุ้นเคยกับมันแน่แท้
ยำมเขำไปยังพนำผีเบญจภัยของศำลำเติงเซียน เขำเคยเกือบ
ถูกโลหิตเซียนหยดหนึ่งชิงร่ำง เสียงจำกโลหิตเซียนหยดนั้นเหมือน
เสียงคนผู้นี้ไม่ผิดเพี้ยน!