สู่วิถีอมตะ - บทที่ 593 เยี่ยเฮ่าเทียน
เจียงผิงอันต้องทำความเข้าใจเคล็ดพลังจำนวนมาก ทั้งทำลาย
ล้าง แรงโน้มถ่วง กำลัง จำนงสัประยุทธ์และอื่น ๆ
ยิ่งบรรลุกฎเกณฑ์มากแขนง ยิ่งต้องใช้เวลานาน
นอกจากทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ ยังต้องใช้เวลาเรียนวรยุทธ์
เนิ่นนานด้วย
อย่าเห็นว่าผู้ฝึกตนมีอายุขัยยืนยาว แท้จริงแล้วเวลาส่วนใหญ่
ล้วนหมดไปกับการฝึกฝน
ในปีที่ห้านับแต่เจียงผิงอันเอาชนะรูปสลักของราชันศักดิ์สิทธิ์
ชายลึกลับในชุดทองผู้หนึ่งปรากฏตัวจากสุญตา
“เจียงผิงอัน กล้าสู้กันหรือไม่”
เสียงนั้นดังสนั่นเช่นอัสนี
ผู้ฝึกตนที่มาท้าทายรูปสลักศิลาในละแวกหันมองตามเสียงอย่าง
พร้อมเพรียงทันที
“นี่ใครกัน อยู่ดีไม่ว่าดีมาท้าทายเจียงผิงอัน”
“พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันในขอบเขตบูรณาการบรรลุสุดยอด
เว้นแต่ขอบเขตจะสูงกว่าเจียงผิงอัน ก็ไม่มีทางเอาชนะได้เลย”
“คนผู้นี้มาท้าทายเจียงผิงอัน ทั้งสองมีความแค้นต่อกันหรือไม่?”
“บางทีคนผู้นี้อาจแค่อยากได้ชื่อเสียงก็ได้”
ปวงชนไม่เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน พวกเขาล้วนคาดเดาว่าเขามา
ท้าทายเจียงผิงอันเพื่อชื่อเสียง
เจียงผิงอันพลันลืมตาขึ้น จ้องมองคนผู้นี้ตรง ๆ
ชายชุดทองมีสีหน้าเรียบเฉย เป็นความเรียบเฉยจากผู้เจนจัด
กาลเวลา เหมือนเช่นเฉียนฮวั่นโหรว
ชายผู้นั้นเอ่ยเบา ๆ “เจ้ามีร่างศึก ไม่ปฏิเสธการท้าทายจาก
บุคคลร่วมขอบเขต ความแข็งแกร่งของข้าไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่”
สีหน้าของเจียงผิงอันสุดเคร่งขรึม “เจ้าไม่ทำข้าผิดหวังจริง ๆ
แหละ เซียนมนุษย์กลับชาติจะอ่อนแอได้อย่างไร”
เยี่ยเฮ่าเทียนตะลึงไปเล็กน้อย “เจ้ามองออกด้วย!”
เขาพรางปราณเปลี่ยนเสียงแล้วแท้ ๆ แต่อีกฝ่ายก็ยังมองออกว่า
เป็นเขา
เจียงผิงอันเอ่ยเสียงเข้ม “ข้าไม่รู้ตัวตนของเจ้า แต่เห็นว่าพลัง
ปราณในตัวเจ้าคล้ายโลหิตเซียนสีดำในยามนั้นยิ่ง จึงหลอกเจ้าน่ะ”
เยี่ยเฮ่าเทียนหรี่ตา เด็กนี่มิได้มีดีแค่ฝีมือ วิชาต้มตุ๋นลึกล ้ายิ่ง
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งสอง ผู้ฝึกตนใกล้เคียงก็ตกใจ
จังงัง
“เจียงผิงอันว่าอะไรนะ? เซียนมนุษย์กลับชาติ? คนผู้นี้เป็นเซียน
มนุษย์กลับชาติ!”
“จริงหรือ? เซียนมนุษย์ท่านใดกันหวนคืน!”
“เจียงผิงอันรู้ได้อย่างไร?”
เซียนมนุษย์เป็นตัวตนอันเกินเอื้อมถึงสำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป
กระทั่งในภพบุกเบิกยังมีเซียนมนุษย์อยู่ไม่มาก
เซียนมนุษย์ผู้ใดล้วนแล้วเป็นตำนาน เป็นเจ้าของเรื่องเล่า
มากมาย
เซียนมนุษย์ท่านนี้มาจากขุมกำลังใดกัน? ไฉนจึงมาหาเจียงผิง
อัน? ทำไมเจียงผิงอันจึงทราบตัวตนของอีกฝ่าย?
ปวงชนใกล้เคียงพากันผึ่งหูกลั้นใจ กลัวว่าจะมิได้ยินบทสนทนา
ระหว่างทั้งสองเพราะพวกตนเสียงดังเกินไป
เยี่ยเฮ่าเทียนยืนกอดอก มองเจียงผิงอันด้วยดวงตาลึกล ้า “กลัว
หรือ? เซียนผู้นี้จำได้ว่าผู้มีร่างเทวะอย่างเจ้ามิเคยกลัวคำท้าทายใดนี่”
เจียงผิงอันตอบกลับเสียงเรียบ “ไม่กลัวคำท้าทาย มิได้
หมายความว่าซื่อบื้อ เจ้าถึงขั้นปลายขอบเขตบูรณาการแล้ว คิดจะ
หลอกข้าไปฆ่าอีก?”
สายตาตกตะลึงของเยี่ยเฮ่าเทียนยิ่งชัดเจน “ดูเหมือนเจ้าจะมี
เนตรเทวะพิเศษบางอย่าง”
การถูกอีกฝ่ายมองเห็นเรื่องแล้วเรื่องเล่าทำให้เยี่ยเฮ่าเทียน
ตระหนัก ว่าดวงตาของเจียงผิงอันพิเศษยิ่ง
และนี่ยิ่งทำให้เยี่ยเฮ่าเทียนอยากได้ร่างนี้มากขึ้นไปอีก
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเปลี่ยนชะตา ติดตามเซียนผู้นี้ ข้าจะช่วยเจ้า
ให้ได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะมา”
น ้าเสียงของเยี่ยเฮ่าเทียนเปี่ยมความถือตัวจากภายใน ราวกำลัง
จะให้ทานอีกฝ่าย
สีหน้าของเจียงผิงอันเฉยชา “เห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไร?”
อีกฝ่ายโร่มาหาถึงที่ แค่เพื่อจะให้เขาตามไป บอกคนโง่ยังไม่เชื่อ
เลย
เยี่ยเฮ่าเทียนพลันมองไปยังตำหนักกลางจัตุรัส เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“หากจะได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะทั้งหมดมา ต้องอยู่ในระดับ
ใดของการประเมินนี้”
เขากำลังพูดกับจิตสำนึกของเคหาสน์เซียนเทียนหลาน
“ตอบเซียนผู้นี้เสีย หาไม่ ยามเซียนผู้นี้กลับถึงภพเซียน ข้าจะ
ทำลายสำนักเทียนหลานของเจ้า!”
เสียงถือดีอวดอำนาจกึกก้องไปทั่วฟ้า
หัวใจเหล่าผู้ฝึกตนสะท้านเทิ้มรุนแรง ปรากฏว่าคนผู้นี้ก็คือเซียน
มนุษย์จากภพเซียนผู้หนึ่งกลับชาติ!
แต่ทำไมจึงมากลับชาติในภพบุกเบิกหนอ?
หรืออีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในเซียนซึ่งบุกรุกจากภพเซียนเมื่อกาล
ก่อนคืนชีวิตกลับมา?
สิ้นเสียง เสียงอันไร้ที่มาก็ตอบกลับ “หากบรรลุอันดับแรก ก็จะ
ได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะทั้งหมดไป”
เยี่ยเฮ่าเทียนแค่นยิ้มเย้ย “อันดับหนึ่งของขยะอย่างสำนักเทียน
หลาน กระจอกสิ้นดี”
เขาก้าวเท้าออกไป แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีทอง ผ่านรูปสลัก
ศิลาทั้งสามพันไปยังรูปสลักอันดับหนึ่ง
“ตาย!”
ขณะที่รูปสลักแรกกำลังจะโจมตี เยี่ยเฮ่าเทียนก็กระทืบเท้าข้าง
หนึ่ง พลังเซียนแผ่ทะลัก ฟ้าดินคลับคล้ายถูกเหยียบย ่าใต้บาทา รูป
สลักนั้นแหลกระเบิดไปทันที
รูปสลักศิลาที่เหลืออีกสองพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้ารูปล้วนขยับถอย
ไปหนึ่งตำแหน่ง
ในตำแหน่งอันดับหนึ่ง รูปสลักศิลาของเยี่ยเฮ่าเทียนในชุดคลุมสี
ทองปรากฏขึ้น
เยี่ยเฮ่าเทียนยืนกอดอกกลางสุญตา อาภรณ์สีทองร่ายระบำ แผ่
ปราณน่าสะพรึงกลัว
เห็นเช่นนี้ ปวงชนก็ตะลึงนิ่ง แรงกดดันมหาศาลอัดแน่นในทุก
ดวงใจ
รูปสลักอันดับหนึ่งถึงกับถูกเขาเหยียบแหลก!
ตราบกาลเนิ่นนาน ผู้อาวุโสเกินคณานับในภพบุกเบิกมารับบท
ทดสอบที่นี่ แต่แค่ติดสองพันเก้าร้อยอันดับแรกยังทำไม่ได้
แต่เขากลับถีบรูปสลักอันดับหนึ่งลงจากตำแหน่งได้ทันที!
ความกลัวและชื่นชมแผ่ซ่านในใจผู้ฝึกตนมากมาย
นี่หรือฤทธาของเซียนมนุษย์กลับชาติ?
ความต่างของพลังอย่างมหาศาลนี้ทำให้ปวงชนมิอาจไล่ตาม
เจียงผิงอันตะลึงนิ่งกับที่ มองอีกฝ่ายตาค้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขา
ได้สัมผัสความต่างชั้นขนาดนี้ในขอบเขตใหญ่เดียวกัน
วิ้ง!
อักขระบนฟ้าปรากฏเหนือศีรษะเยี่ยเฮ่าเทียน ผลไม้สีทองขนาด
เท่ากำปั้นโรยตามกันลงมา
ผลไม้เหล่านี้แผ่ปราณกฎเกณฑ์ระดับสูง ลวดลายกฎฟ้าดินถูก
สลักไว้บนพื้นผิว
สายตาของผู้ฝึกตนทั้งหลายล้วนถูกดึงดูดมายังผลไม้เหล่านั้น
อย่างโหยหาหิวกระหายทันที
นี่หรือผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะ?
ได้ยินว่าหากได้กินผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะ ก็จะสามารถ
สร้างรากเซียน เข้าสู่ขอบเขตมหายานได้ทันที!
การสร้างรากเซียนคือระบบการฝึกฝนเซียน และจุดเริ่มต้นของ
การฝึกฝนเซียน
นี่คือผลไม้เซียนที่ผู้ฝึกตนในภพบุกเบิกนับไม่ถ้วนถวิลหา
แล้วครั้งนี้ปรากฏขึ้นมากมายยิ่งนัก!
“ผู้อาวุโสเซียนมนุษย์! ข้ายินดีติดตามท่าน!”
ผู้ฝึกตนหญิงคนหนึ่งคุกเข่าลงกับพื้น กดศีรษะแนบพสุธา
“ข้าก็เต็มใจติดตามผู้อาวุโส!”
“ผู้อาวุโสเซียนมนุษย์ โปรดให้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะกับ
ข้าสักผลเถิด! ข้าจะรับใช้ท่านชั่วนิรันดร์!”
ผู้ฝึกตนคนแล้วคนเล่าคุกเข่าอ้อนวอนขอผลไม้แม้สักผล
สำหรับพวกเขา ผลไม้เหล่านี้คืออนาคต การสร้างรากเซียนได้
เท่ากับเหยียบเท้าข้างหนึ่งเข้าประตูเซียนแล้ว
แม้พวกเขาจะรู้ว่าเซียนมนุษย์ผู้นี้อาจเป็นเซียนมนุษย์ผู้บุกรุกภพ
บุกเบิกของพวกเขากลับชาติ พวกเขาก็มิได้สนใจ
“อย่างพวกเจ้าควรค่าติดตามเซียนผู้นี้หรือ?”
เยี่ยเฮ่าเทียนแค่นยิ้ม เพียงหนึ่งโบกมือ ผลวิญญาณเซียนมหา
สุญญะจำนวนมากก็สลายเป็นผุยผง เหลือในมือเพียงผลเดียว
“ไม่!”
ทันทีที่พวกเขาเห็นผลไม้เซียนแหลกเป็นผุยผง ผู้ฝึกตนทั้งหลาย
ก็รู้สึกราวหัวใจเจียนสลาย
เยี่ยเฮ่าเทียนเมินปฏิกิริยาของคนทั้งหลาย ยกผลไม้ผลสุดท้าย
ในมือขึ้นพลางมองเจียงผิงอัน
“นี่โอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้วนะ เซียนผู้นี้มีความอดทนจำกัด
ติดตามเซียนผู้นี้ ข้าจะพาเจ้าพิชิตภพเซียน บรรลุเป็นเซียนอมตะ หา
ไม่ ตาย!”
ผู้ฝึกตนทั้งหลายมองมายังเจียงผิงอันด้วยแววตาแสนอิจฉา
การทำให้เซียนนึกนิยมเป็นโอกาสงามยิ่ง คนโง่ยังรู้ว่าต้องเลือก
อะไร