สู่วิถีอมตะ - บทที่ 594 มรดกเคหาสน์เซียน
ขณะนี้ ผู้ฝึกตนมากมายอยากติดตามเซียนมนุษย์กลับชาติผู้นี้
แทนเจียงผิงอันเสียเหลือเกิน
การเป็นที่โปรดปรานของเซียนมนุษย์กลับชาติ หมายความว่า
อนาคตการฝึกฝนภายหน้าไร้อุปสรรค
ประสบการณ์การฝึกฝนของเซียนมนุษย์และวรยุทธ์เซียนล้วน
เป็นทรัพยากรล ้าค่ายากประมาณ
ฟังจากน ้าเสียงเซียนมนุษย์กลับชาติผู้นี้ เขาดูจะลือนามยิ่งใน
ภพเซียน อนาคตภายหน้ายิ่งรุ่งโรจน์
แม้ขอบเขตของเซียนผู้นี้จะร่วงหล่น แต่ก็ยังฆ่ารูปสลักอันดับ
หนึ่งได้ในหนึ่งการเหยียบเท้า ความแข็งแกร่งชวนสะท้าน สูงล ้า
ห่างไกลเกินผู้ฝึกตนจากภพบุกเบิกจะเทียบได้
ยิ่งกว่านั้น ขณะนี้เซียนมนุษย์ผู้นั้นยังมีผลวิญญาณเซียนมหา
สุญญะผลหนึ่งในมือ หากเขากินมันเข้าไป เขาก็จะสามารถบรรลุ
ขอบเขตมหายาน ประหยัดเวลานับพัน ๆ ปีได้ทันใด
ไม่ว่าใครก็เลือกติดตามกันทั้งนั้น
ขณะที่ทุกผู้คิดว่าเจียงผิงอันจะจำนนแน่อยู่นั้น เจียงผิงอันก็เอ่ย
ว่า
“ข้าไม่เคยชอบติดตามผู้ใด อีกอย่าง เจ้าก็รู้ว่าจุดประสงค์ของ
ตัวเองคืออะไร”
แม้เขาจะอยากได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะนี้ยิ่ง เขาก็ยังรู้ว่า
อีกฝ่ายไร้เจตนาดี
เมื่อเห็นเจียงผิงอันปฏิเสธ ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ล้วนตะลึงงัน
“เจียงผิงอันสมองเพี้ยนหรือไร? นี่คือคำเชิญจากเซียนมนุษย์
จากภพเซียนเลยนะ!”
“นี่คือโอกาสเปลี่ยนชะตาของเขา แต่เขากลับไม่รู้จักคว้าไว้
เซียนมนุษย์ในภพเซียนมิใช่ผู้ที่เซียนมนุษย์ในภพบุกเบิกจะเทียบได้
เลย”
“คงเป็นเพราะเขาเป็นอัจฉริยะแหละ เย่อหยิ่งเกินกว่าจะรู้ว่าตน
พลาดอะไรไป”
ผู้ฝึกตนมากมายรู้สึกเสียดายแทนเจียงผิงอัน ขณะที่บางคนนึก
ยินดีในใจ เพราะไม่อยากให้เจียงผิงอันได้ในสิ่งที่พวกตนมิอาจเอื้อม
เยี่ยเฮ่าเทียนเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของเจียงผิงอัน รู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่
จำนน เขาก็โยนผลไม้นี้เข้าปากเคี้ยวกลืนในคำเดียว “ทำเซียนผู้นี้
เสียเวลาแท้”
ผลไม้ผลสุดท้ายไม่เหลือแล้ว
มลายไปพร้อมความหวังสุดท้ายของเจียงผิงอัน
เยี่ยเฮ่าเทียนตะโกนสั่งจิตสำนึกของเคหาสน์เซียน “เซียนผู้นี้ขอ
สั่งเจ้าให้ปลดข้อจำกัดห้ามสู้กันที่นี่เสีย”
เขาพร้อมทำมือตัวเองเปื้อนแล้ว
จากความทรงจำของเถียนซี ที่นี่มีข้อจำกัดซึ่งตั้งขึ้นโดยเซียน
มนุษย์อยู่ หากฆ่าคนที่นี่ ผู้ลงมือจะถูกลบตัวตนหายไปทันที
ขอบเขตของเขายามนี้มิได้สูง มิกล้าก่อเรื่องมั่วซั่วที่นี่
เจียงผิงอันตื่นตัวทันที ปราณเซียนในกายถูกโคจรเต็มกำลัง
เตรียมหนีออกไป
เขาไร้ความคิดต่อสู้ พลังต่อสู้ของสองฝ่ายหาอยู่ในระดับ
เดียวกันไม่
สู้กับคนผู้นี้ มิต่างกับปราชันยอดฝีมือขอบเขตมหายานเลย
“ขออภัยด้วย ข้าเป็นเพียงจิตสำนึกที่ถูกตั้งคำสั่งไว้ ไร้สิทธิ์
เปลี่ยนมัน” เสียงของกฎเคหาสน์เซียนดังขึ้นอีกครั้ง
สีหน้าของเยี่ยเฮ่าเทียนเย็นเยียบ ข่มขู่ขึ้นว่า “เจ้าอยากให้สำนัก
เซียนเทียนหลานถูกทำลายหรือ?”
“ขออภัย ข้าไร้อำนาจเปลี่ยนกฎจริง ๆ ข้าเป็นเพียงจิตสำนึก
เท่านั้น”
“ไร้ประโยชน์!”
เยี่ยเฮ่าเทียนหงุดหงิดใจยิ่ง แบบนี้ก็หมายความว่าขอเพียงเจียง
ผิงอันหลบอยู่ในนี้ เขาก็หมดโอกาสลงมือ
“เช่นนั้นก็ส่งมรดกของเจ้าให้เซียนผู้นี้ รอเซียนผู้นี้กลับภพเซียน
ไปจัดการกับสำนักเทียนหลานของเจ้าซะ”
เยี่ยเฮ่าเทียนเองก็ต้องการทรัพยากรในการเติบโตเช่นกัน
“ขออภัย ที่นี่หามีมรดกไม่ จะมีก็เพียงทรัพยากรนิดหน่อย ทว่า
มอบให้หนึ่งบุคคลได้เพียงหนเดียว” กฎเคหาสน์เซียนตอบกลับ
“ไร้ประโยชน์จริง ๆ ยามเซียนผู้นี้กลับภพเซียน ผู้แรกที่จะถูก
จัดการก็คือสำนักเทียนหลานของเจ้านี่แหละ!”
เยี่ยเฮ่าเทียนไม่มีเวลามามัวเสียที่นี่ ตัวตนของเขาถูกเผยแล้ว
เซียนมนุษย์จากขุมกำลังใหญ่บางผู้ในภพบุกเบิกอาจสืบวิชาเซียน
และปริศนาภพเซียนในตัวเขาได้
ต้องไปแล้ว
เยี่ยเฮ่าเทียนกล่าวกับเจียงผิงอัน “ร่างที่เซียนผู้นี้ต้องการ ไม่ช้า
ก็เร็วต้องเป็นของเซียนผู้นี้ จำนามของเซียนผู้นี้ เยี่ยเฮ่าเทียนไว้ให้
ดี!”
พูดจบ เขาก็ฉีกสุญตาจากไป
เมื่อเห็นเยี่ยเฮ่าเทียนจากจร ผู้ฝึกตนมากมายก็คุกเข่าลงตะโกน
อ้อนวอน
“ผู้อาวุโส พาข้าไปด้วยเถิด ข้าจะรับใช้ท่านทุกเรื่องเลย!”
“ผู้อาวุโส ข้ามีร่างเทวะพิเศษ รับใช้ท่านได้นะ!”
“ผู้อาวุโสเซียนมนุษย์!”
ไม่ว่าพวกเขาจะตะโกนเช่นไร เยี่ยเฮ่าเทียนก็ไม่เหลียวหลัง
ผู้ฝึกตนเหล่านี้สุดแสนผิดหวัง ปล่อยเซียนมนุษย์จากภพเซียนผู้
หนึ่งไปเสียแล้ว เสียโอกาสยิ่งใหญ่ไปแท้ ๆ
สีหน้าของเจียงผิงอันคล ้าดำ โอกาสสุดท้ายในการสร้างราก
เซียนของเขาถูกเซียนมนุษย์กลับชาติผู้อ้างตนว่าชื่อเยี่ยเฮ่าเทียนผู้นี้
ทำลายไปแล้ว ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเลิศล ้า ซ ้ายังทำลายผล
วิญญาณเซียนมหาสุญญะไปหมดสิ้น
เขาก็เท่ากับโอกาสสร้างรากเซียนไม่เหลือแล้ว
“ยังมีผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะอยู่ที่นี่อีกผลนะ”
เสียงของกฎเกณฑ์เคหาสน์เซียนดังขึ้นในห้วงจิตสำนึกของเจียง
ผิงอัน
เจียงผิงอันพลันผงะ สีหน้าปรากฏความดีใจ
ประเสริฐ ยังมีโอกาสอยู่
“เจ้าไม่ต้องท้าทายอะไรต่อแล้ว ช่วยข้าเรื่องหนึ่ง แล้วข้าจะให้ผล
วิญญาณเซียนมหาสุญญะกับเจ้า”
จิตสำนึกของเคหาสน์เซียนถ่ายทอดกระแสปราณต่อไป “มิเพียง
จะให้ผลไม้นี้กับเจ้า แต่มรดกของเคหาสน์เซียนนี้ก็จะเป็นของเจ้า
ด้วย”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ทว่ามิได้ตื่นเต้นอะไร
ผลประโยชน์มากมายเพียงนี้ เรื่องไหว้วานไม่มีทางง่าย และจะ
ยากยิ่งกว่าเอาชนะรูปสลักสามรูปอีก
“ผู้น้อยมีความสามารถจำกัด ช่วยมากมิได้หรอก” เจียงผิงอัน
ตอบ
“มันมิได้ยากเกินไปหรอก ข้าแค่อยากให้นำจำนงเสี้ยวหนึ่งของ
ข้ากลับไปยังภพเซียนเท่านั้น”
น ้าเสียงของกฎเกณฑ์เคหาสน์เซียนเจือความเศร้าสุดซึ้ง “ตา
เฒ่าผู้นี้ฝึกฝนมาเกินนับปี เพื่อจะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อไล่ตามสถานะและ
ขอบเขตอันสูงกว่า จึงพลาดอะไรไปมากเหลือเกิน”
“จนข้าตาย ข้าจึงตระหนักว่าอยากได้สิ่งใดที่สุด”
“ข้าอยากกลับสำนัก ข้าคิดถึงคู่บำเพ็ญที่ร่วมกันก่อตั้งสำนัก
เซียนเทียนหลานมาด้วยกัน คิดถึงลูกหลานของข้า”
“ในฐานะผู้อาวุโส ข้าอยากขอเตือนเจ้า อย่าได้เอาเยี่ยงอย่างข้า
หลับหูหลับตาไล่ตามสถานะการฝึกฝนจนเมินผู้คนรอบกาย เจ้าจะ
เสียใจซ ้ารอยข้า”
จิตสำนึกในเคหาสน์เซียนนี้พร ่าสอนอย่างจริงจัง
เจียงผิงอันตอบ “ข้าฝึกฝนเพื่อให้ผู้คนรอบกายข้ามีชีวิตที่ดีขึ้น
นะ”
จิตสำนึกในเคหาสน์เซียนเงียบไป
ระดับปณิธานของเขายังสู้ผู้น้อยสักคนไม่ได้เลย
จิตสำนึกในเคหาสน์เซียนพูดต่อ ไม่สนประเด็นนี้อีกต่อไป
“ก่อนตกตาย ตาเฒ่าผู้นี้มีนามว่าอวี๋ซู่ เจ้าเรียกตาเฒ่าผู้นี้เป็นผู้
อาวุโสหรือเซียนมนุษย์อวี๋ก็ได้ เจียงผิงอันสินะ แบบนี้เป็นไร ขอเพียง
เจ้าพาตาเฒ่าผู้นี้กลับภพเซียน ตาเฒ่าผู้นี้จะยกผลวิญญาณเซียน
มหาสุญญะให้เจ้าพร้อมกับมรดกของเคหาสน์เซียนด้วยเลย”
เจียงผิงอันมิได้ตกลงทันที หลังครุ่นคิดสักพักก็ถามขึ้น “ไฉนผู้
อาวุโสจึงเลือกข้าล่ะ?”
“เพราะเจ้าแข็งแกร่ง มีโอกาสได้ไปยังภพเซียนน่ะสิ” อวี๋ซู่ตอบ
“หลายปีผ่านมา มีอัจฉริยะมากมายมาที่นี่ หลายคนบรรลุสู่ภพ
เซียนได้ หากท่านจะกลับบ้าน ก็น่าจะให้ใครสักคนพาผู้อาวุโส
กลับไปด้วยก็จบแล้วนี่นา”
เจียงผิงอันถามอีกครั้ง
“ตาเฒ่าผู้นี้เพิ่งตื่นได้ไม่นานน่ะ” อวี๋ซู่ตอบ
“อย่างนี้นี่เอง”
เจียงผิงอันพลันประจักษ์แจ้ง “ตกลง ข้าจะช่วยผู้อาวุโส ให้ผล
วิญญาณเซียนมหาสุญญะกับข้า รอข้าบรรลุเซียน แล้วข้าจะส่งผู้
อาวุโสไปยังภพเซียนให้”
อวี๋ซู่ยินดียิ่ง “เข้าตำหนักข้างหน้าไปได้เลย ผลวิญญาณเซียน
มหาสุญญะอยู่ในนั้น และยังมีมรดกของเคหาสน์เซียนด้วย มีกระทั่ง
วิชาเซียน ทั้งหมดนี่แทนคำขอบคุณของตาเฒ่าผู้นี้”
“ประเสริฐ!” สีหน้าของเจียงผิงอันตื่นเต้นยินดี
เขายกเท้าก้าวออกไป ใช้วิชาเทียมเทพสงครามขั้นห้า ใช้อัสนี
พริบตาซึ่งถูกเสริมพลังหกเท่า ถอนตัวจากสถานที่ทดสอบด้วย
ความเร็วพริบตา หนีสู่ทางออกทันที
พวกเฒ่าไม่ยอมตายเหล่านี้ ต่างผู้ล้วนใจคดมิน้อยหน้า หวังร่าง
ของเขากันทั้งนั้น
เห็นเขาเป็นไก่อ่อนเพิ่งเข้าสู่โลกหล้าผู้ฝึกตนหรือ?
เหตุที่คนผู้นี้ปรากฏตัวในภพบุกเบิกก็เพราะมาบุกรุก แล้วถูกฆ่า
ที่นี่แน่แท้
คนเช่นนี้จะเป็นคนดีได้หรือ? จะใจดีพอยกมรดกให้เขาหรือ?
อย่าล้อเล่นดีกว่า
นอกจากนั้น หากอีกฝ่ายคิดอยากรีบกลับบ้านจริง ๆ มีหรือจะมา
ขอความช่วยเหลือจากผู้ฝึกตนปลาซิวปลาสร้อย เพิ่งบรรลุเคล็ดพลัง
อย่างเขา? กว่าจะไปภพเซียนได้ต้องใช้เวลาเป็นพัน ๆ ปี ดูไม่เหมือน
รีบร้อนเลย
ดังนั้น เจียงผิงอันจึงแน่ใจว่าอีกฝ่ายคิดชิงร่างเขาอยู่แน่!
เจียงผิงอันช ่าชองเรื่องโดนชิงร่างยิ่ง เขาเผชิญมันมาแล้วหลาย
ครั้งจนจะชาชินอยู่แล้ว