สู่วิถีอมตะ - บทที่ 596 เจียงเมี่ยวอีระเบิดโทสะ
“จริงหรือ? ทรัพยากรที่เจียงผิงอันขาย แท้จริงมหาจักรพรรดิ
เหลือไว้ให้ปวงชนหรือ?”
“เจียงผิงอันสมควรตาย มิน่าเล่าจึงเติบโตไวนัก ที่แท้เขาก็แอบ
ฮุบทรัพยากรของเราไปฝึกฝน เอามาขายคืนแลกทรัพยากรเราไป
อีก!”
“ทุกขุมกำลังผนึกฤทธิ์ ชิงทรัพยากรของเราคืนมากัน!”
ทันทีที่ข่าวจากหอตำราเทียนเต้าถูกปล่อย คลื่นเสียงก่นด่าก็ดัง
ระงม
ธรรมชาติมนุษย์นั้นเห็นแก่ตัว หลายบุคคลหาได้เคลือบแคลง
ความจริงเท็จไม่
ยังมีคนบางพวกเช่นกันที่แม้รู้ความจริงก็ยังทำเป็นไม่รู้ ไหลตาม
กระแสคิดสร้างผลประโยชน์
ทรัพยากรมากมายเพียงนี้ ใครก็อยากได้ส่วนแบ่ง
หลายขุมกำลังลอบสุมฟืน ทำให้เจียงผิงอันเป็นเป้าก่นด่าของ
สาธารณชนอยู่เบื้องหลัง
เจียงผิงอันหาได้สนใจเรื่องนี้ไม่ หากคำอธิบายใช้การได้ โลกนี้
คงไม่มีเรื่องอย่างข่าวลือแล้ว
ปวงชนเชื่อเพียงสิ่งที่พวกตนคิดว่าคือสัจธรรมเท่านั้น
และ ‘สัจธรรม’ นี้ก็ขึ้นกับผลประโยชน์ของตัวเอง
หลังเสี้ยมสุมไม่กี่ปี เจียงผิงอันก็เปลี่ยนจากวีรชนผู้พิชิตเผ่า
ปีศาจมาเป็นโจรชั่ว
คนเหล่านี้คิดว่าเจียงผิงอันใช้ทรัพยากรของพวกตนในการ
ฝึกฝน เห็นแก่ตัวยิ่ง
“ข้าโมโหนัก! โมโหจะตายอยู่แล้ว!”
ที่ทางเข้าตำหนักเจ้านิกายเทวมาร หญิงร่างเพรียวบางนางหนึ่ง
เดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามา หางสีขาวฟูฟ่องทั้งเก้าพองชี้
ใบหน้าของนางจิ้มลิ้มพริ้มเพรา องคาพยพได้รูป คิ้วโก่งเรียว
สวย คู่เนตรสุกใสเปี่ยมปัญญา ดูประหนึ่งดวงดาวอันเรืองสว่างเกิน
ใครกลางราตรี สันจมูกเล็กและตรง ริมฝีปากแดงเรื่อ
ซี่ฟันขาวขบเบียดเข้าหากัน ใบหน้าเปี่ยมล้นด้วยโทสะ
“ท่านพ่อ ข้ารู้มาจากหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลว่าหอตำราเทียน
เต้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อใส่ความท่าน แล้วมีสำนักต้วนเซียน
กับสำนักหลอมโอสถแอบอยู่เบื้องหลังด้วย ส่งคนไปถล่มพวกเขากัน
เถอะเจ้าค่ะ!”
เจียงเมี่ยวอีเหวี่ยงหมัดอมชมพูของนางอย่างกราดเกรี้ยว
เด็กหญิงตัวน้อยในยามก่อนเติบโตงามสะพรั่ง พรสวรรค์ก้าวล ้า
บิดา ความงามจรัสเกินมารดา หากโลกภายนอกได้ประจักษ์ฤทธิ์นาง
จะได้ฮือฮาลือลั่นเป็นแน่แท้
“อย่าสนใจเลย ตั้งใจฝึกฝนตามคำชี้นำของผู้อาวุโสกู่ตี้เถิด คำ
ประณามของพวกเขาหามีผลกับข้าไม่”
เจียงผิงอันกล่าวเสียงเรียบ
“มีผลสิเจ้าคะ! เมี่ยวอีไม่สบอารมณ์ยิ่งเจ้าค่ะ!”
เจียงเมี่ยวอีกำหมัดอย่างสุดไม่ยินยอม เมื่อนางได้ยินว่าคนนอก
ด่าทอใส่ร้ายบิดา นางก็เดือดดาลเลือดขึ้นหน้า
นางไร้ซึ่งแนวคิดเฉยชาอย่างบิดาตน
เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ เพื่อปลอบโยนโทสะบุตรี เขาจึงยื่น
กระบี่สีดำอันแผ่ปราณเซียนให้กับเจียงเมี่ยวอี
“นี่คือศาสตราเซียนกระบี่เทวมารที่ซ่อมแซมเสร็จแล้ว ยามจะใช้
ก็หาที่ที่ไร้ผู้ใดรู้จักมัน อย่าบอกผู้ใด ใช้เป็นไพ่ตายนะ”
เจียงผิงอันใช้ทรัพย์สินที่สั่งสมมาหลายสิบปีกว่าจะให้อ่าง
สัมฤทธิผลซ่อมกระบี่เทวมารซึ่งเสียหายกลับมาได้
บุตรีบุญธรรมเจียงเสียวเสวี่ยมีศาสตราเซียนแล้ว บุตรีแท้ ๆ ของ
เขาย่อมห้ามน้อยหน้า
เมื่อเห็นว่าเป็นศาสตราเซียน เจียงเมี่ยวอีก็ยิ้มจนตาหยีเยี่ยง
จันทร์เสี้ยว
ศาสตราเซียน ศาสตราอันแข็งแกร่งสูงสุดของโลกหล้าผู้ฝึกตน
หาได้ยากสุดขั้ว
“ท่านพ่อ! ท่านช่างดีจริง ๆ!”
เจียงเมี่ยวอีจูบแก้มเจียงผิงอัน ก่อนจะเก็บกระบี่เทวมารแล้วรีบแจ้
นออกไป
“วัน ๆ อย่าคิดแต่จะทะเลาะอย่างเดียวนะ”
เจียงผิงอันนึกขึ้นมาได้ว่าเจียงเมี่ยวอีเอะอะก็อยากจะส่งทัพ
ออกไปสู้ หัวรุนแรงยิ่ง สตรีมิควรเป็นเช่นนี้
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ เมี่ยวอีไม่ชอบการต่อสู้ฆ่าฟันที่สุด
เจ้าค่ะ”
เจียงเมี่ยวอีตอบแค่นี้ก่อนจะหายตัวไป
นางหาที่ไร้คน นำยันต์สื่อสารออกมาแล้วกระซิบลงไป
“พี่หญิงเสียวเสวี่ย พี่หญิงเสียวเสวี่ย ข้าก็มีศาสตราเซียนแล้วนะ
เราไปอาละวาดกันเถอะ! ฆ่าพวกเลวที่ใส่ความท่านพ่อของเราให้
หมดสิ้น! แต่จะไปเด็ดหัวคนสุ่มสี่สุ่มห้าก็มิได้ ต้องศึกษาก่อน
ล่วงหน้า”
เจียงเมี่ยวอีเหมือนจะติดสันดานเสียของใครบางคนมาเสียแล้ว…
เจียงเมี่ยวอีเพิ่งคล้อยหลัง จิ้งจอกเก้าหางจี้เฟยก็เดินเข้ามา
“ข้าเห็นเมี่ยวอีกระดี๊กระด๊าออกไป เจ้าให้ทรัพยากรนางอีกแล้ว
หรือ?”
“เกิดเป็นหญิง มีไพ่ตายติดตัวสักหน่อยก็ดีแล้ว หาไม่ หากพบ
อันตรายขึ้นมาจะทำเช่นไรเล่า?” เจียงผิงอันกลัวบุตรีตนจะอยู่ใน
อันตราย
“แค่ยันต์ตัวตายตัวแทนอย่างเดียว เจ้าก็ให้นางไปแล้วพันกว่า
แผ่น นั่นเรียกไพ่ตายนิดหน่อยหรือ? เจ้าประคบประหงมนางเกินไป
เช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วหายนะเกิดแน่”
จี้เฟยสุดแสนจนใจ สงสัยว่าหากชายผู้นี้มีศาสตราเซียน ก็คงเอา
ไปให้ยายหนูเมี่ยวอีหมดแน่
“ช่างเถอะ เข้าเรื่องก่อนดีกว่า ที่หทัยแผ่นดินจะมีการปราชุม เจ้า
สำนัก จักรพรรดิและผู้นำแดนศักดิ์สิทธิ์เผ่ามนุษย์ทั้งหลายจะเข้าร่วม
พร้อมหน้า กล่าวกันว่าพวกเขาจะศึกษากลยุทธ์รับมือเผ่าอื่น ๆ กัน”
“แต่ข้าสงสัยว่าการปราชุมนี้จะไม่เรียบง่ายเช่นนั้น ผู้เสนอจัด
ปราชุมคือหอตำราเทียนเต้าและแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เจตนา
แท้จริงอาจจะเป็นการฉวยโอกาสโจมตี บังคับให้เจ้าส่งทรัพยากรของ
เจ้าไป”
หลายปีมานี้ หอตำราเทียนเต้าเที่ยวประกาศไปทั่วว่าเจียงผิงอัน
ขโมยทรัพยากรที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้ คิดรวมกำลังทุกภาคฝ่ายชิง
ทรัพยากรคืนมา
ครั้งนี้ที่หอตำราเทียนเต้าและแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อจัดปราชุม
เผ่ามนุษย์ เห็นได้ชัดว่ามิได้คิดดี
จี้เฟยเป็นหญิงผู้ชาญฉลาดยิ่ง จึงนำเรื่องที่นางคาดการณ์มา
บอกเจียงผิงอัน
“ไปหทัยแผ่นดิน?” ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัวเล็กน้อย พลัน
นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา
เมิ่งจิงและน้องหู่นิวเตือนเขามาก่อนว่า ปัวซือเคยเห็นอนาคต
ของเขาผ่านคันฉ่องกาลวัฏ ต่อจากนี้ไม่กี่ปีจะเกิดศึกใหญ่ที่หทัย
แผ่นดิน และเขาจะถูกรุมล้อม
พอคำนวณเวลาดู ก็ประมาณยามใกล้ ๆ นี้พอดี
“หาคนเข้าปราชุมแทน บอกว่าข้าเก็บตัวอยู่แล้วกัน”
ขอเพียงเขาไม่ไปหทัยแผ่นดิน ก็ไม่ถูกรุมโจมตีแล้ว
เจียงผิงอันไม่เชื่อว่าอนาคตถูกกำหนดตายตัว เขาจะก้าวเท้า
ไหนออกประตูก่อนยังไม่รู้เลย ภายหน้าตัวแปรก็จะยิ่งทวีคูณเกิน
ทำนาย จะพยากรณ์ได้เช่นไร?
ส่วนที่ปัวซือบอกว่าเขาจะตายในอีกสามพันปี เจียงผิงอันหา
เชื่อถือไม่
จี้เฟยพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้น แม้อาจจะทำให้ยอดฝีมือบาง
คนไม่พอใจ แต่ก็ยังดีกว่าไปเจอหน้าพวกน่ารังเกียจเหล่านั้น”
“จริงสิ เจ้านิกาย ช่วยข้าดูหน่อยได้หรือไม่ว่าขาข้าเป็นอะไรไป
แล้ว หลายวันมานี้เจ็บเหลือเกิน”
จี้เฟยยกเรียวขาขาวมาวางบนเก้าอี้ที่เจียงผิงอันนั่งอยู่ กระโปรง
ของนางเคลื่อนเผยอ เผยผิวกระจ่างขาวชัดแก่สายตา ว่าพลางก็
เตรียมโถมกายลงใส่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันรีบเบี่ยงหลบพลางโยนโอสถเก้าวงจรจักรวาลเม็ดหนึ่ง
ให้อีกฝ่าย “โอสถนี้รักษาได้กระทั่งบาดแผลจากมหาเต๋า รักษาขาเจ้า
ได้แน่นอน”
จี้เฟย “…”
ผู้ชายตัวเหม็นสมควรตายนี่น่าเบื่อนัก
จี้เฟยรับโอสถเก้าวงจรจักรวาลไว้แล้วสะบัดเอวเพรียวบางจากไป
อย่างขุ่นเคือง
ไม่กี่เดือนจากนั้น การปราชุมขุมกำลังสูงสุดของเผ่ามนุษย์ก็เริ่ม
ขึ้น การที่เจียงผิงอันไม่ไปทำให้แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและหอตำรา
เทียนเต้าก่นด่าอยู่เนิ่นนาน
เดิมที พวกเขาอยากฉวยโอกาสนี้ผนึกกำลังกับขุมกำลังใหญ่
มากมายโจมตีเจียงผิงอัน อ้างคุณธรรมมากดเจียงผิงอันให้ต ่า และ
บังคับให้ส่งทรัพยากรมาแท้เทียว
ยามเห็นเจียงผิงอันมีทรัพยากรมากมาย พวกเขาก็อิจฉาตาร้อน
ไม่อยากให้เจียงผิงอันร ่ารวยต่อไป จึงปั่นคำมุสามาใส่ความไม่หยุด
หย่อน
พวกเขาหรือจะทราบว่าเจียงผิงอันมิได้สนใจชื่อเสียง ไม่เห็นคำ
ก่นด่าจากโลกภายนอกในสายตาสักนิด จึงไม่อาจฉวยโอกาสลงมือ
ได้
ขณะที่ขุมกำลังสูงสุดจากเผ่ามนุษย์กำลังปราชุมกัน ศิษย์หอ
ตำราเทียนเต้าผู้หนึ่งก็รีบพุ่งเข้ามาในห้องปราชุม ตะโกนเรียกฉางซุน
หาว
“ผู้อาวุโส! เรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”
ฉางซุนหาว บุตรของฉางซุนผิงเจิ้นซึ่งบิดาไปยังเขตหวงห้าม
โกลาหลกับร่างโกลาหล ยามนี้รับหน้าที่ดูแลตระกูล และเป็นหนึ่งใน
ผู้เข้าร่วมการปราชุมนี้
เมื่อศิษย์หอตำราเทียนเต้าบุกเข้ามาในห้องปราชุม การปราชุมก็
ชะงักเฉียบพลัน ปวงชนหันมองฉางซุนหาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ในวาระสำคัญเช่นนี้ ศิษย์หอตำราเทียนเต้ายังบุกรุกเข้ามาโดย
ไร้คำอนุญาต ช่างไร้มารยาทนัก
ฉางซุนหาวเองก็อับอาย แผดเสียงอย่างเดือดดาล “เจ้าไม่รู้
กาลเทศะหรือ? โวยวายอะไร ไสหัวออกไป!”
“แต่ว่า…”
“แต่อะไร! ไสหัวไป! ต่อให้หอตำราเทียนเต้าย้ายที่ตั้งก็ค่อยบอก
ข้ายามจบปราชุม!” ฉางซุนหาวตวัดมือตบศิษย์ผู้นั้นออกไป
ฉางซุนหาวยืนขึ้น กุมกำปั้นขอขมาขุมกำลังใหญ่ทั้งหลาย “ขอ
อภัยด้วยอย่างยิ่ง ทำให้ทุกท่านขบขันเสียแล้ว เราปราชุมกันต่อเถิด”
การปราชุมดำเนินต่อ
ไม่นานจากนั้น ข่าวใหญ่อันเลื่องลือไปทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตนก็
ปรากฏ
ภูเขาเทียนเต้าของหอตำราเทียนเต้าถูกหั่นครึ่ง ภูเขาเทียนเต้า
ครึ่งหนึ่ง รวมถึงพฤกษากระจ่างเต๋าสิบกว่าต้นและสมบัติฟ้าดิน
มากมายปลาสนาการไปอย่างเป็นปริศนา!