สู่วิถีอมตะ - บทที่ 608 ขอบเขตบูรณาการสองนาม
“ข้าบอกเจ้าไว้นะ ทั่วทั้งภพบุกเบิก ไม่มีตัวตนขอบเขตบูรณา
การผู้ใดเข้าร่วมการประเมินของสำนักเซียนหรอก”
“นอกจากนั้น เจ้ายังเพิ่งบรรลุขอบเขตบูรณาการ ความ
แข็งแกร่งมีจำกัด…”
เสียงของหลัวซู่ชะงักกลางคัน เพราะนางตะลึงเมื่อพบว่าปราณ
ของเจียงผิงอันเทียบได้กับตัวตนขั้นปลายขอบเขตบูรณาการแล้ว!
“ทำไมเจ้าทะลวงขอบเขตไวเพียงนี้! นี่เจ้าใช้โอสถต้องห้ามอะไร
หรือเปล่า?”
นับแต่เจียงผิงอันทะลวงถึงขอบเขตนี้ ผ่านไปเพียงราวห้าสิบปี
ในชั่วกาลสั้น ๆ เช่นนี้ เขากลับบรรลุขอบเขตเทียบเท่ายอดฝีมือ
ขั้นปลายขอบเขตบูรณาการแล้ว!
มีแต่เพียงยามทำความเข้าใจทุกกฎเกณฑ์ที่มี ผู้ฝึกตนขอบเขต
บูรณาการจึงขยับสู่ขั้นกลาง และต้องผสานร่างและวิญญาณกับ
กฎเกณฑ์ทั้งปวง จึงบรรลุถึงขั้นปลายได้
มันจะต้องใช้เวลาเป็นร้อย ๆ หรือพัน ๆ ปี
แต่เจียงผิงอันใช้เวลาเพียงราวห้าสิบปี!
ความเร็วการทะลวงขอบเขตเช่นนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว กระทั่ง
ยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์อย่างหลัวซู่ยังตกใจ
สิ่งนี้ทำให้นางสงสัยว่าเจียงผิงอันจะใช้โอสถช่วยเพื่อทะลวง
ขอบเขต เพื่อที่จะได้เข้าร่วมการประเมินของสำนักเซียน
โอสถซึ่งสามารถพัฒนาการฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้มี
ผลข้างเคียง มันจะกดพรสวรรค์ของผู้ฝึกตน ผลร้ายมากกว่าผลดี
เจียงผิงอันกล่าวอย่างสุขุม “บางทีอาจเป็นเพราะข้าฝึกฝนวร
ยุทธ์เซียน สร้างเมล็ดพันธุ์เซียนแล้ว จึงทะลวงขอบเขตรวดเร็วก็
เป็นได้”
เขาสุ่มหาเหตุผลมาตอบอย่างขอไปที
‘มารสวรรค์เก้าแปร’ ทำให้เขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็วจริงแท้ แต่
นี่เป็นเพียงหนึ่งในเหตุผล
เนตรทิพย์ พรสวรรค์กลืนกิน พฤกษากระจ่างเต๋า อ่างสัมฤทธิผล
และศึกเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายหลายสิบปีทำให้เขาบรรลุระดับปัจจุบันได้
เจียงผิงอันเอ่ยปาก “ขอประมุขศาลาช่วยลงนามให้ข้าเถิด
ยกเลิกชื่อเสี่ยวเซียงไป ให้ข้าเข้าร่วมคนเดียวก็พอแล้ว”
“ไม่ได้ ขอบเขตของเจ้าต ่าเกินไป”
ทันทีที่เฉียนฮวั่นโหรวได้ยินว่านางถูกห้ามมิให้ไป ก็ร้อนใจ
ขึ้นมานิดหน่อย “น้องหญิงหลัวซู่ก็บอกแล้ว ในประวัติการณ์ไม่มีผู้
ฝึกตนขอบเขตบูรณาการผู้ใดผ่านการประเมิน แม้การทดสอบของ
สำนักเซียนจะยากลำบาก ก็ยังมีโอกาสผ่านได้อยู่นะ”
“ยามเข้ารับบททดสอบ เจ้าจะพบอันตรายมากกว่าข้านัก”
เจียงผิงอันส่ายหัว “ที่บ้านยังต้องให้เจ้าคุ้มกัน หากเจ้าไป เกิด
อันตรายขึ้น แล้วที่บ้านจะทำเช่นไร?”
‘บ้าน’ ที่เขาว่าย่อมมิพ้นภพแร้นแค้น
หลังจากเข้าสู่ภพเซียน การกลับมาก็จะยากแล้ว
ก่อนเฉียนฮวั่นโหรวจะทันได้พูดอะไร เจียงผิงอันก็เดินเข้ามา ไล้
หัตถ์ใหญ่ตามเรือนผมของนาง ก่อนจะจุมพิตหน้าผากนางเบา ๆ
แล้วเอ่ยด้วยน ้าเสียงทุ้มลึกเปี่ยมแรงดึงดูด
“เสี่ยวเซียง ฟังข้านะ”
ดวงตาของเฉียนฮวั่นโหรวระริกไหวเช่นริ้วธาร จ้องมองเจียงผิง
อันอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็พยักหน้า “ก็ได้ ข้าจะฟังเจ้า”
หลัวซู่จังงัง
พูดแค่นี้ก็ยอมแล้ว? เจ้าเป็นเซียนมนุษย์นะ สตรีผู้ใช้ชีวิต
ยาวนานนับหมื่น ๆ ปี แต่บุรุษผู้น้อยพูดคำเดียวก็เชื่อแล้ว?
“พวกเจ้าคิดดี ๆ นะ หากจะผ่านการประเมิน โอกาสตายมากกว่า
รอด กระทั่งขอบเขตมหายาน พ้นพิบัติ กระทั่งเซียนมนุษย์ยังตก
ตาย”
สีหน้าของหลัวซู่เคร่งขรึมอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันพยักหน้า
“ในเมื่อเจ้ายืนกราน ประมุขศาลาผู้นี้ก็คร้านจะเกลี้ยกล่อม ชีวิต
เป็นของเจ้า ข้าจะแนะนำเจ้าเข้าร่วมการประเมินสำนักเซียนให้”
หลัวซู่คิดว่านางพูดสิ่งที่สมควรไปหมดแล้ว ในเมื่อเกลี้ยกล่อม
มิได้ก็หมดหนทาง
“ขณะที่ยังมีเวลาเหลืออีกสองสามเดือน พวกเจ้าสองคนก็ใช้
เวลาร่วมกันมาก ๆ หน่อยเล่า หลังจากยามนี้ผ่านไป อาจต้องลากัน
แล้วก็ได้”
หลัวซู่ลุกขึ้นกล่าวกับเจียงผิงอัน “จริงสิ ข้ายังติดค้างค่าโอสถ
คุ้มภัยเจ้าอยู่ เดี๋ยวข้าจะแลกเป็นทรัพยากรให้เจ้า”
ว่าแล้ว หลัวซู่ก็เดินออกจากห้อง ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ตามลำพัง
เจียงผิงอันลากเฉียนฮวั่นโหรวเข้าไปในมิติภายในอ่าง
สัมฤทธิผล
“เสี่ยวเซียง ตลอดมาเจ้าสงสัยหรือไม่ ว่าทรัพยากรมากมายที่ข้า
มีมาจากไหน เหตุใดข้าจึงข้ามไปมาระหว่างสองภพได้ ศาสตราเซียน
ชิ้นนี้คืออะไร วันนี้ข้าจะบอกเจ้าหมดเลย”
เจียงผิงอันเล่าทุกเรื่องเกี่ยวกับอ่างสัมฤทธิผลให้เฉียนฮวั่นโหรว
ฟัง
“เจ้าไม่กลัวข้าฆ่าคนปิดปากหรือ?” เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยปาก
“หากเจ้าคิดฆ่าข้าปิดปาก คงลงมือไปแล้ว อีกอย่าง ข้ากำลังจะ
ให้อ่างสัมฤทธิผลกับเจ้า”
อ่างสัมฤทธิผลบอกว่า หากไปยังภพเซียน มันจะมิอาจทำงานได้
อ่างสัมฤทธิผลเป็นศาสตราเซียนพิเศษที่สร้างสำหรับภพบุกเบิก
และภพแร้นแค้น มันคือจุดแลกเปลี่ยนแปรสภาพทรัพยากรของภพ
บุกเบิก
หากเดินทางไปสู่ภพเซียน ก็จะมิอาจใช้อ่างสัมฤทธิผลได้แล้ว
นอกจากนั้น อ่างสัมฤทธิผลยังมีความสามารถจำกัด มิอาจลอก
เลียนสิ่งของเกินระดับของภพบุกเบิกได้
สรุปคือ ศาสตราเซียนและโอสถระดับสูงล้วนมิอาจถูกคัดลอก
กฎเกณฑ์นั้นแตกต่างกัน
เจียงผิงอันตั้งใจให้อ่างสัมฤทธิผลกับเสี่ยวเซียง ด้วยความ
แข็งแกร่งของเสี่ยวเซียง นางจะแผลงฤทธิ์แท้จริงของอ่างสัมฤทธิ์ผล
ออกมาได้
เฉียนฮวั่นโหรวยังอยากปฏิเสธ ทว่าอ่างสัมฤทธิผลลอยออกจาก
ร่างเจียงผิงอัน ร่วงลงในมือเฉียนฮวั่นโหรวแล้ว
เมื่อเห็นเจียงผิงอันมอบศาสตราเซียนล ้าค่าเช่นนี้ให้นาง หัวใจ
ของเฉียนฮวั่นโหรวก็สะท้านสะเทือนเกินประมาณ เขาต้องเชื่อใจนาง
เพียงไร?
นางโยนอ่างสัมฤทธิผลออกห่าง กดตัวเจียงผิงอันลง
“เสี่ยวเซียง อย่า ข้ายังพูดไม่จบ… อ่า—”
เฉียนฮวั่นโหรวมิให้โอกาสพูดใด ๆ กับเจียงผิงอัน นางจับบุรุษ
ตรงหน้ากินอย่างบ้าคลั่ง เผยความตื้นตันในใจ
ใกล้การทดสอบของสำนักเซียนเข้าไปทุกที การทดสอบนี้
กลายเป็นที่หารือกันทั่วในภพบุกเบิก
ภพบุกเบิกปกครองโดยสำนักเซียนแห่งหนึ่งในภพเซียน ทุก ๆ
พันปีจะมีการจัดการประเมินสำนักเซียน เพื่อคัดเลือกผู้โดดเด่นเข้า
ร่วมกับสำนักเซียน
การเข้าร่วมสำนักเซียนคือความฝันของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนใน
ภพบุกเบิก
เมื่ออยู่ที่นั่น ก็จะได้พบผู้แข็งแกร่งกว่า เรียนรู้วิชาอันลึกซึ้งกว่า
ประจักษ์โลกหล้ากว้างไกลกว่า และได้ประมือกับวีรชนในโลกหล้า
ทว่า บททดสอบของสำนักเซียนเข้มงวดอย่างยิ่ง การผ่านมันไป
ไม่ง่าย อย่างน้อย ๆ คนแปดในสิบจะตกตายทุกครั้งไป
ผู้ตกตายเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์ล ้าเลิศในภพบุกเบิกทั้งสิ้น
“ได้ยินหรือไม่? ในการประเมินของสำนักเซียนครั้งนี้ มีผู้ฝึกตน
ขอบเขตบูรณาการเข้าร่วมสองคน”
“จริงหรือ? ขุมกำลังใดซื่อบื้อจนส่งผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการ
ไปตายล่ะนี่”
“นั่นสิ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตมหายานยังอาจไม่รอด แต่ให้ผู้
ฝึกตนขอบเขตบูรณาการไปเข้าร่วมการประเมินสำนักเซียน ส่งคน
ไปตายชัด ๆ สองคนนี้เป็นพวกนอกคอกหรือไร?”
ข่าวการเข้าร่วมประเมินสำนักเซียนของผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณา
การสองคนแพร่กระจายกว้างไกล เป็นที่หารือสนใจมากมาย
หลายคนกระทั่งสงสัยว่า คนทั้งสองอาจเป็นแกะดำที่ทำผิดอะไร
ไว้ จึงถูกจงใจส่งมาตายในการประเมิน
คนธรรมดา ๆ ซึ่งฝึกฝนในขอบเขตบูรณาการไม่มีทางเข้าร่วม
การประเมินของสำนักเซียนกันแน่นอน
ในสองผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการ หนึ่งคนมาจากศาลาเติง
เซียนสาขาแคว้นชางหลาน ขณะที่อีกคนก็ถือได้ว่าเกี่ยวข้อง
ทางอ้อมกับศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน
เขามาจากสำนักใหม่นามสำนักเยี่ย ซึ่งผู้อาวุโสฮั่วหร่วนซึ่งแปร
พักตร์จากศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานตั้งขึ้นมา
ในสำนักเยี่ย
ฮั่วหร่วน ยอดฝีมือในขอบเขตเซียนมนุษย์ส่งสมบัติวิเศษเก็บ
ของชิ้นหนึ่งให้ผู้ฝึกตนซึ่งแผ่ปราณเคล็ดพลังผู้หนึ่งอย่างนอบน้อม
“ผู้อาวุโส โปรดอย่าลืมข้อตกลงระหว่างเรานะขอรับ”
“วางใจเถิด อีกพันปีข้างหน้า ข้าจะพาเจ้าไปยังภพเซียน”
ชายผู้นั้นรับทรัพยากรของตนไปอย่างสุขุม
หากเจียงผิงอันอยู่ที่นี่ เขาจะจำคนผู้นี้ได้ ซึ่งก็คือเยี่ยเฮ่าเทียน
เซียนมนุษย์กลับชาติที่เขาพบในเคหาสน์เซียนเทียนหลาน
ฮั่วหร่วนช่วยเยี่ยเฮ่าเทียนคืนชีพ ขณะที่เยี่ยเฮ่าเทียนรับปากจะ
พาเขาไปภพเซียนอย่างราบรื่น และให้เขาเข้าร่วมสำนักเซียนของ
ตน
“ขอบคุณผู้อาวุโส!”
ฮั่วหร่วนสุดปรีดา การไปยังภพเซียน แม้จะผ่านการประเมินก็ยัง
สุดอันตราย มีผู้อาวุโสรับประกันให้เช่นนี้ การไปภพเซียนก็จะง่ายขึ้น
เยอะ
อีกอย่าง สำนักเซียนของผู้อาวุโสเยี่ยยังแข็งแกร่งกว่าขุมกำลังที่
ควบคุมภพบุกเบิกอยู่เสียอีก
นี่หมายความว่าหลังจากเขา ฮั่วหร่วนไปถึงภพเซียน จุดเริ่มต้น
ของเขาจะสูงกว่าผู้อื่น
“แล้วก็ ผู้อาวุโส เจียงผิงอันที่ท่านจับตามองเสมอก็เข้าร่วมการ
ประเมินสำนักเซียนครั้งนี้ด้วยนะขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้ เยี่ยเฮ่าเทียนก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดหัวเราะ
“ฮ่า ๆ นี่แหละชะตา! ร่างศึกจะเป็นของเซียนผู้นี้แน่นอน! เจียงผิงอัน
ดูซิคราวนี้เจ้าจะหนีไปไหนได้!”