สู่วิถีอมตะ - บทที่ 612 สังหารผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลาน
เมื่อเห็นว่าเจียงผิงอันรับมือผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลาน
ได้โดยมิต้องใช้อาวุธวิเศษ พวกเขาทั้งสามต่างขัดเคืองไม่เต็มใจ
ยอมรับเล็กน้อย
มาจากภพล่างเหมือนกันแท้ ๆ แต่เขากลับใช้ความแข็งแกร่งของ
ตนเองรับมือผู้ฝึกตนจากภพเซียนได้
“เจียงผิงอัน เจ้านี่ยังมัวโอ้เอ้อยู่ได้ ไฉนไม่รีบ ๆ ใช้อาวุธวิเศษ
จัดการศัตรูเสียหนอ”
“บางที เขาอาจอยากเอาชนะอีกฝ่ายด้วยตนเองลำพังก็ได้”
“อย่าล้อกันเล่นสิ เราผู้ฝึกตนจากภพล่างเอาชนะผู้ฝึกตนจาก
ภพเซียนได้ที่ไหน เขาอาจไม่มีอาวุธวิเศษระดับสูงก็ได้”
คนทั้งหลายล้วนไม่เชื่อว่าคู่ต่อสู้ที่พวกตนล้มไม่ลงจะถูกสยบได้
โดยเจียงผิงอัน และการที่เจียงผิงอันยื้ออีกฝ่ายไว้ได้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานซึ่งเหลือลำพังรู้สึกเหลือเชื่อ
ผู้ฝึกตนจากภพล่างตรงหน้าเขาถึงกับบรรลุวรยุทธ์น่ารังเกียจที่
รับการโจมตีของเขาได้
เมื่อเห็นว่าตนเอาชนะเจียงผิงอันมิได้ และสหายร่วมสำนักของ
เขาตายหมดแล้ว เขาก็ไม่เหลือความคิดสู้
หากผู้ฝึกตนจากภพล่างอีกสามคนใช้อาวุธวิเศษล้อมถล่มเขา
เขาได้ตายแน่
ขณะที่เขากำลังจะใช้วรยุทธ์ความเร็วหนีไป เจียงผิงอันก็เอ่ยขึ้น
อย่างผิดหวัง “เจ้าทำได้แค่นี้หรือ?”
ฝีมือของอีกฝ่ายหาได้ตรงตามคาดหวังของเจียงผิงอันไม่ เขา
มิได้เห็นวรยุทธ์เลิศล ้าอะไรเลย
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานซึ่งเตรียมจากจรพลันหน้าง ้า
เขาถึงกับถูกผู้ฝึกตนจากภพล่างดูแคลน รู้สึกเหมือนถูกหยามเหยียด
“เจ้ายุ่งอะไร หากมิใช่เพราะเจ้าบรรลุวรยุทธ์น่ารังเกียจนี่ เหลาจื่
อออกหมัดเดียวก็จบชีวิตเจ้าได้แล้ว!”
เจียงผิงอันไร้เค้าอารมณ์ใด ๆ บนใบหน้า สู้ตัดสินเป็นตายอยู่แท้
ๆ แต่ปากกลับเสวนาดังปกติ
“เจ้ามีวรยุทธ์อื่นหรือไม่? หากไม่มีก็ตายได้แล้ว”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานผู้นี้ตระหนักแล้วว่าบางสิ่ง
ผิดปกติ คนผู้นี้แตกต่างจากอีกสามคนอย่างเห็นได้ชัด นับแต่เริ่มจน
บัดนี้ก็ไร้การเปลี่ยนอารมณ์
เขาเลิกลังเล หันกายเตรียมจรจาก
ทว่า ยังไม่ทันเหินขึ้น แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็กดรั้งตัวเขา
กลับมา
เจียงผิงอันใช้วิชาดึงดาราลากตัวอีกฝ่ายกลับมา
เคล็ดพลังแห่งกำลัง แรงโน้มถ่วงและทำลายล้างเคลือบบนหมัด
เรืองรัศมีเฉิดฉัน
เพียงหนึ่งหมัด ลำธารกระฉอกวายุโหยคำรน
เปรี้ยง!
ศีรษะของผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานผู้นั้นระเบิดออก
ทันใด โลหิตสาดกระเซ็น ซากศพร่วงลงตลบฝุ่นบนพื้น
สามอัจฉริยะจากภพรวนสวรรค์ตะลึงงันกับที่
เจียงผิงอันถึงกับฆ่าผู้ฝึกตนจากภพเซียนได้ด้วยหมัดเดียว!
“กฎทำลายล้าง ปรากฏว่าเขาบรรลุกฎเกณฑ์ระดับสูงเช่นนี้!”
กฎทำลายล้าง เป็นหนึ่งร่วมขอบเขตในด้านพลังทำลาย เป็นกฎ
อันโบราณและทรงพลังเหนือใด
ยามใช้กฎทำลายล้าง ต่อให้มิใช้วรยุทธ์ ก็แผลงฤทธิ์ทำลายล้าง
กว่าวรยุทธ์ทั่วไป
การประจักษ์เข้าใจกฎเกณฑ์นี้ยากเย็นสุดขั้ว
หากเป็นยามปกติ หากผู้ฝึกตนจะบรรลุกฎเกณฑ์ ก็มักอาศัย
พรสวรรค์ของตน ไม่ก็ใช้ทรัพยากรสั่งสมประสบการณ์
อำนาจของกฎทำลายล้างมิได้มีอยู่มากนักตามธรรมชาติ และ
ยากยิ่งจะหาทรัพยากรที่มีกฎเกณฑ์นี้พบได้
มิอาจทราบว่าเจียงผิงอันบรรลุอำนาจเช่นนี้ได้อย่างไร
เมื่อเห็นเจียงผิงอันพิชิตคู่ต่อสู้ในหมัดเดียว สามบุคคลจากภพ
รวนสวรรค์ยิ่งมิอาจเป็นสุขในใจ พวกเขาก็เป็นผู้ฝึกตนซึ่งบรรลุเคล็ด
พลังเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายกลับสยบคู่ต่อสู้ได้โดยมิต้องใช้อาวุธวิเศษ
ระดับสูง
สำหรับทั้งสาม ความต่างมหาศาลนี้เป็นเรื่องรับไม่ได้
ด้วยอารมณ์เช่นนี้ เจินหย่งยิ่งเดียดฉันท์ไม่ชอบหน้าเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันผู้นี้แข็งแกร่งมากแท้ ๆ แต่กลับไม่ลงมือยามพวกเขา
เผชิญหน้าทวารบาลเมื่อกาลก่อน เห็นแก่ตัวจริง ๆ
เจียงผิงอันไร้อารมณ์มากมายเกี่ยวกับผู้ฝึกตนจากภพเซียนผู้นี้
นี่เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ ยามเขาประลองกับศิลาสลักในเคหาสน์เซียนเทียน
หลาน ณ ทะเลเซียนมาร เขาก็ติดสามพันอันดับแรก
ต้องทราบว่าสามพันตำแหน่งนี้คือศิษย์สามพันตำแหน่งแรกใน
สำนักเซียนเทียนหลาน
ในหมู่ศิษย์เกินนับถ้วนของสำนักเซียนเทียนหลาน ความ
แข็งแกร่งนี้ถือได้ว่าสูง
นอกจากนั้น นั่นยังเป็นเจียงผิงอันเมื่อห้าสิบปีก่อน ขณะนั้นเขา
ยังไม่บรรลุเคล็ดพลังสมบูรณ์…
สามบุคคลจากภพรวนสวรรค์เหล่านี้เป็นเพียงอัจฉริยะรุ่น
ปัจจุบัน มิได้อยู่ในระดับเดียวกับเขาเลย
เจียงผิงอันยกซากขึ้นจากพื้น เก็บมันไป รอตรวจสอบว่ามีอะไร
ในโลกใบน้อยในตัวอีกฝ่ายบ้าง
อ่างสัมฤทธิผลใช้มิได้ในภพเซียน เขามีทรัพยากรติดตัวอยู่ไม่
มาก เพียงล้านผลึกเซียน ศาสตราเซียนสองชิ้น ยอดสมบัติและ
สมบัติลับไม่กี่ชิ้น โอสถจำนวนหนึ่ง…
จนกรอบนัก มิอาจทำตัวอู้ฟู่ได้เช่นเคยเป็น
ตู้ม!
แดนดินสั่นสะท้านเคลื่อนโคลง รัศมีเฉิดฉันวูบไหว สองยอดฝีมือ
ซึ่งแผลงฤทธิ์เขตแดนยังคงปราชัน
ยอดฝีมือทั้งสองสังเกตเห็นสถานการณ์ฝั่งเจียงผิงอัน และกู้ไป๋ห
ลิงซึ่งเดิมอารมณ์เสียก็ประหลาดใจระคนยินดียิ่งที่เห็นทั้งสี่รอดมาได้
“เซียวจิง สำนักเซียนเทียนหลานของพวกเจ้านับวันยิ่งถดถอย
นะ กระทั่งผู้ฝึกตนจากภพล่างยังเอาชนะไม่ได้เลย ฮ่า ๆ”
มือธนูเซียวจิงไร้อารมณ์ แต่เขาน้าวสายธนู เล็งศรยิงมาทางทั้งสี่
แล้ว
ศรเหล่านี้บรรจุอำนาจยิ่งใหญ่ ไม่ว่าผ่านที่ใด ทั่วทิศล้วนบิด
เบี้ยว
สีหน้าของทั้งสี่แปรเปลี่ยนมหันต์ พวกเขารีบถอยหลบไป
ต่อหน้ายอดฝีมือระดับเขตแดน ต่อให้พวกเขาจะมีอาวุธวิเศษ
ระดับเขตแดนก็สู้ไม่ไหว
กู้ไป๋หลิงทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อขยายเขตแดนเยือกแข็ง แช่แข็งศร
ของอีกฝ่ายไว้
เซียวจิงฉวยโอกาสนี้ฉีกสุญตาหนี “กู้ไป๋หลิง เจ้าอย่าได้ลำพอง
ไม่ช้าก็เร็วเหลาจื่อจะระเบิดหัวเจ้าเสีย!”
แล้วเขาก็รีบจากไป
เซียวจิงมิได้คิดฆ่ากู้ไป๋หลิงเสียเดี๋ยวนี้ และฆ่ามิได้ด้วย
จุดประสงค์ในครั้งนี้คือทำลายภารกิจฝึกฝนหน้าใหม่ของกู้ไป๋ห
ลิง ให้อีกฝ่ายถูกทำโทษเสีย
แต่เขามิคาดเลยว่าตนจะประเมินรากฐานของผู้ฝึกตนจากภพ
ล่างต ่าไป คนเหล่านี้มีอาวุธวิเศษระดับสูงกับตัว กลับกลายเป็นคนที่
เขาพามาเสียแทนที่ถูกฆ่า
เมื่อเห็นเซียวจิงจากจร กู้ไป๋หลิงก็มิได้ไล่ตาม การฆ่าอีกฝ่ายซึ่ง
อยู่ในขอบเขตเดียวกันยากนัก
กู้ไป๋หลิงเก็บกระบี่เย็นยะเยือก ชำเลืองหน้าใหม่ทั้งสี่
สามบุคคลจากภพรวนสวรรค์กระวนกระวายขึ้นมาทันที พวก
เขาก้าวถอยอย่างเผลอตัว ด้วยหวาดกู้ไป๋หลิงจะชิงอาวุธวิเศษของ
พวกเขาไป
ไม่มีผู้ฝึกตนคนใดไม่สนใจอาวุธวิเศษระดับสูง ไร้ผู้รังเกียจการมี
ทรัพยากรเยอะ
กู้ไป๋หลิงเมินคนทั้งสาม แต่กล่าวกับเจียงผิงอันด้วยสายตาชื่นชม
“พลังต่อสู้ดีมาก มิน่าเล่าเจ้าจึงกล้ามายังภพเบื้องบนในขอบเขต
นี้”
เจียงผิงอันส่ายหัว “ระหว่างข้าและผู้ฝึกตนจากภพเซียนยังห่าง
ชั้นมากนัก คนเหล่านี้เป็นเพียงผู้ฝึกตนทั่วไปจากสำนักเซียนเทียน
หลาน พลังต่อสู้ธรรมดาอย่างยิ่ง”
“รู้ก็ดีแล้ว ไม่ว่าอย่างไร อย่าได้ลำพอง”
ยิ่งกู้ไป๋หลิงพินิจเจียงผิงอัน นางยิ่งรู้สึกพออกพอใจ หากอีกสาม
คนเป็นเช่นเจียงผิงอัน นางคงเลี่ยงความลำบากได้เยอะเลย
“ไปหาที่ปลอดคนกัน ข้าจะพาพวกเจ้าไปตกปลา”
กู้ไป๋หลิงใช้พลังเขตแดนเคลื่อนย้ายไปกับคนทั้งสี่
“ตกปลาหรือ?”
คนทั้งหลายดูงุนงง
“ข้ามิได้บอกแล้วหรือ ภารกิจของเราคือหามัจฉาโกลาหล”
กู้ไป๋หลิงกำลังอารมณ์ดี นางอธิบาย “มัจฉาโกลาหลอาศัยใน
ธารทมิฬ เป็นทรัพยากรอันล ้าค่ายิ่งอย่างหนึ่ง”
“หากภายหน้าพวกเจ้าอยากสร้างรากเซียน ก็ต้องใช้มัจฉา
โกลาหลนี่ และมัจฉาโกลาหลยังพัฒนาคุณภาพรากเซียนของพวก
เจ้าได้ด้วย”
“หากได้กินมัจฉาโกลาหลความยาวสามฉื่อ ก็จะเพิ่มโอกาสได้
เป็น ‘เซียนมนุษย์’ กินมัจฉาโกลาหลความยาวสามจั้ง เพิ่มโอกาสได้
เป็น ‘เซียนปฐพี’ และมัจฉาโกลาหลยาวสามสิบจั้งจะเพิ่มโอกาสบรรลุ
‘เซียนสวรรค์’!”
“ควรทราบ บรรพชนผู้ก่อตั้งสำนักเซียนอวี่หวงของเราก็คือผู้ฝึก
ตนขอบเขตเซียนสวรรค์ผู้หนึ่ง”
ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของทั้งสี่ก็เต้นกระตุก
พวกเขาล้วนทราบ ว่าหากคิดสัญจรสู่เส้นทางเซียนอย่างแท้จริง
พวกเขาก็ต้องสร้างรากเซียนให้ได้
พวกเขาเพียงคาดไม่ถึงว่า ที่แท้รากเซียนยังมีการแบ่งคุณภาพ
ยิ่งรากเซียนคุณภาพดี ความสำเร็จในภายหน้ายิ่งสูงล ้า
มัจฉาโกลาหลพัฒนาคุณภาพของรากเซียนได้ ดังนั้นเพื่อ
อนาคต ก็ต้องครอบครองมันให้จงได้
กู้ไป๋หลิงเห็นสีหน้าตื่นเต้นของคนทั้งหลาย ก็เตือนสติ
“การจะจับมัจฉาโกลาหลให้ได้สักตัวนั้นไม่ง่าย ต้องใช้เหยื่อซึ่งมี
ปราณโกลาหลมาล่อ”
สามบุคคลจากภพรวนสวรรค์ราวถูกราดน ้าเย็นเตือนสติ สงบใจ
ลงกันทันที
วัตถุโกลาหลหาได้ยากเกินใดเปรียบ เกิดขึ้นได้เพียงในสถานที่
อันไร้กฎเกณฑ์ ไร้ขอบเขต ไร้ระบบระเบียบใดๆ และเป็นผลจากการ
เบิกจักรวาลฟ้าดินยามแรกบรรพกาล ก่อนจะหายไปยามโลกหล้า
พัฒนาตัว
แม้โลกหล้าจะยังมีวัตถุโกลาหลหลงเหลือ แต่ก็มีอยู่น้อยยิ่ง ไม่มี
ทางเลยที่พวกเขาจะมีสมบัติระดับนี้อยู่