สู่วิถีอมตะ - บทที่ 613 ตกปลา
“ศิษย์พี่หญิงกู้ ท่านมีวัตถุโกลาหลหรือเจ้าคะ?”
ผู้ฝึกตนหญิงซูปิงเอ่ยถาม
ในเมื่อจะจับมัจฉาโกลาหล ก็ย่อมต้องใช้วัตถุโกลาหล
กู้ไป๋หลิงตอบเนิบ ๆ “ข้าซื้อหนอนที่เปื้อนปราณโกลาหลมานิด
หน่อย”
“หนอนเหล่านี้ถูกเลี้ยงไว้ในพสุธาโกลาหล แม้จะมีพลังโกลาหล
ไม่มาก ก็ยังมีโอกาสจับมัจฉาโกลาหลได้”
แม้กู้ไป๋หลิงจะอยากซื้อวัตถุซึ่งมีพลังโกลาหลแข็งกล้า นางก็มิ
อาจซื้อไหวได้เลย จึงทำได้เพียงซื้อหนอนมาลองเสี่ยงดวง
ขณะเสวนา คนทั้งหลายก็มายังตีนเขาสูงแห่งหนึ่ง ธารทมิฬแผ่
คลื่นพลังโน้มถ่วงประหลาด
กู้ไป๋หลิงนำกล่องสีแดงใบหนึ่งออกมา เปิดมันออก หนอนจำนวน
หนึ่งซึ่งแผ่ปราณโกลาหลดิ้นยึกยักอยู่ภายใน เรืองรัศมีเจ็ดสีพร่าง
พรม
“แต่ละคนเอาไปสามตัว จับมัจฉาได้หรือไม่ ขึ้นกับโชคของพวก
เจ้าเอง”
“หากจับมัจฉายาวสามฉื่อได้แล้วมอบมันให้กับสำนัก จะลดเวลา
รับใช้กองทัพได้หนึ่งปี เอาไปแลกผลึกเซียนก็ย่อมได้”
“หากจับมัจฉาโกลาหลยาวสามสิบจั้งได้ พวกเจ้าจะได้เป็นศิษย์
อย่างเป็นทางการ ออกจากที่บ้า ๆ นี่ได้ทันที”
“แน่นอน โอกาสนี้แทบไม่มีอยู่เลย มัจฉาใหญ่ที่ไหนจะสนใจกิน
หนอนนี่”
กู้ไป๋หลิงใจกว้างอย่างยิ่ง แจกจ่ายหนอนให้คนละสามตัว หนอน
เหล่านี้มูลค่าตัวละหนึ่งผลึกเซียน
ยอดฝีมือระดับเขตแดนอย่างนางมีรายได้เพียงพันผลึกเซียนต่อ
ปี หากนางอยากได้ทรัพยากรมากกว่านี้ ก็ต้องไปหาเอาเอง
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิง!”
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงกู้!”
ทั้งสี่ต่างกล่าวขอบคุณ
พวกเขากระหายอยากได้มัจฉาโกลาหล
มัจฉาเช่นนี้ มิเพียงลดเวลาการรับใช้กองทัพของพวกเขาได้ ยัง
สามารถช่วยพวกเขาสร้างรากเซียนคุณภาพสูงได้ในภายหน้า
หลังจากคนจากภพรวนสวรรค์ทั้งสามได้หนอน พวกเขาก็ออก
ตกปลา สังหรณ์คลับคล้ายว่าพวกเขาจะจับมัจฉาใหญ่ได้แน่นอน!
กู้ไป๋หลิงเตือนขึ้นว่า “ดูแลความปลอดภัยของตัวเองด้วย จัดค่าย
กลล่วงหน้า อย่าโดนแรงโน้มถ่วงในธารทมิฬลากลงไปเชียว”
การเปลี่ยนแรงโน้มถ่วงรายล้อมแม่น ้าสีดำสายนี้ แม้จะส่งผล
กระทบต่อชายฝั่งน้อยกว่า แต่หากไม่ระวังก็อาจถูกฉุดร่วง ถึงยามนั้น
จะรอดหรือไม่ขึ้นกับโชคส่วนบุคคล
กู้ไป๋หลิงเห็นเจียงผิงอันยังยืนอยู่ข้างนาง จึงถามขึ้นว่า
“เจ้ายังมีเรื่องอื่นหรือไม่?”
“ศิษย์พี่หญิงกู้ ในภพเซียนมีหนทางฟื้นชีวิตคนตายหรือไม่
ขอรับ?”
เจียงผิงอันถามคำถามที่อยากรู้ที่สุดออกมา
“มีแน่อยู่แล้ว แต่เจ้าต้องบรรลุขอบเขตที่แข็งแกร่งมาก ๆ อย่าง
น้อย ๆ ก็คือ เซียนสวรรค์ของสำนักเซียนอวี่หวงของเราทำไม่ได้”
กู้ไป๋หลิงกล่าว
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าซึ่งนิ่งตายมาตลอดของเจียงผิงอันก็เผยความ
ตื่นเต้น มือกำแน่น ร่างสะท้านสั่น
นับแต่เขาเหยียบย่างบนเส้นทางแห่งการฝึกฝน ความฝันสูงสุด
ของเขาก็คือบรรลุเซียน คืนชีวิตให้บุพการี
วันนี้ เมื่อทราบว่ามีหนทางฟื้นชีวิตอยู่จริง ๆ เจียงผิงอันจะไม่
ตื่นเต้นได้อย่างไร
หลังตรากตรำมาหลายปี ในที่สุดก็ได้เห็นแสงตะวันเฉิดฉาย
“ศิษย์พี่หญิงกู้ ต้องอยู่ขอบเขตใดหรือจึงฟื้นชีวิตคนตายได้?”
เจียงผิงอันถามอย่างเร่งร้อน
กู้ไป๋หลิงมองปราดเดียวก็รู้ ว่าเจียงผิงอันมีผู้ที่เขาอยากคืนชีพให้
“ข้าไม่อยากทำร้ายจิตใจเจ้านะ แต่ข้าชอบพูดอะไรตรง ๆ”
“นั่นเป็นขอบเขตที่เจ้าไปไม่ถึง ขีดจำกัดของพวกเจ้า ผู้ฝึกตน
จากภพล่างคือเซียนพสุธา น้อยชีวิตยิ่งจะก้าวข้ามขอบเขตนี้ไปได้”
“เจ้ายังต้องคิดว่าจะอยู่รอดในโลกใบน้อยนี้อีกสามร้อยปีได้เช่น
ไร ข้ารับหน้าที่ดูแลพวกเจ้าเพียงร้อยปีเท่านั้นนะ”
เนื่องจากข้อจำกัดของภพภูมิ เทียบกับผู้ฝึกตนในภพเซียนแล้ว
ผู้ฝึกตนจากภพล่างนับได้ว่าไม่สมบูรณ์
หนึ่งในข้อพิสูจน์ที่ประจักษ์ชัดคือความยากเย็นในการทะลวง
ขอบเขต และแต่ละขอบเขตมีข้อจำกัด
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงกู้”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ มิรบกวนอีกฝ่ายอีก แล้วนำหนอนตัว
น้อยทั้งสามไปยังธารทมิฬ
กู้ไป๋หลิงนำธงเขตแดนสีแดงออกมาปักบนพื้น
การปรากฏของธงผืนนี้หมายความว่าบริเวณนี้มีคนอยู่ ผู้ฝึกตน
ที่เข้าใกล้จะสัมผัสคลื่นพลังและทราบได้
การทำเช่นนี้จะมิเพียงไม่ดึงดูดศัตรูเข้าหา ยังทำให้ศัตรูมิกล้าบุก
รุกเข้ามามั่วซั่วด้วย
สำหรับศัตรู การเข้าสู่เขตแดนของคู่ต่อสู้อันตรายยิ่ง เกิดมามี
ชีวิตเดียว ไม่มีใครล้อเล่นกับชีวิตเว้นแต่จะมั่นใจสุดแสน ความตาย
เท่ากับสูญสิ้นซึ่งทุกสิ่ง
กู้ไป๋หลิงยังสัมผัสรู้ล่วงหน้าผ่านธงเขตแดนได้ด้วยว่ามีผู้ฝึกตน
เข้ามาในเขตแดน และเตรียมตัวรับมือได้ก่อน
หลังจากปักธงเขตแดน กู้ไป๋หลิงก็เดินไปที่ฝั่งธารทมิฬ สร้างม้า
นั่งน ้าแข็งขึ้นตัวหนึ่ง ใช้สองมือจัดอาภรณ์แล้วหย่อนสะโพกมนนั่งลง
บนม้านั่งน ้าแข็ง
“หวังว่าจะจับมัจฉาโกลาหลได้สักหน่อย ออกจากที่บ้า ๆ นี่ได้เร็ว
ๆ นะ”
กู้ไป๋หลิงเกลียดโลกใบน้อยแห่งนี้ยิ่ง อันตรายมีมากเหลือเกิน
นางก่อปราณเป็นเส้นไหม มัดหนอนอันปนเปื้อนปราณโกลาหล
ที่ส่วนหัว แล้วโยนมันลงไปในธารทมิฬ
ธารทมิฬแห่งนี้ลึกยิ่ง กฎแห่งแรงโน้มถ่วงแปรเปลี่ยนไปมา ยาก
จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน จิตสัมผัสตรวจสอบได้ไม่ไกล จะจับมัจฉา
โกลาหลได้หรือไม่ล้วนขึ้นกับดวง
บางคนต้องนั่งนิ่งกับที่เป็นร้อย ๆ ปี เพื่อที่จะจับมัจฉาโกลาหล
คนทั้งห้าแยกกันตกปลา ระยะห่างแยกกันไกลยิ่ง นั่งอยู่เช่นนี้
สามวัน แต่สายเบ็ดก็หามีปฏิกิริยาไม่
พวกเจินหย่งทั้งสามก็เสียเหยื่อไปตัวหนึ่งเพราะจมสายเบ็ดลึก
เกินไป จนถูกกฎแรงโน้มถ่วงใต้สายธารลึกฉีกกราชาก
ขณะนี้ สายเบ็ดในมือกู้ไป๋หลิงเกิดปฏิกิริยา นางกำมือ เกร็ง
กล้ามเนื้อ ดึงสายเบ็ดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
ยามวารีกระฉอกรุนแรง มัจฉาซึ่งเรืองประกายเจ็ดสีตัวหนึ่งที่ติด
กับสายเบ็ดก็พุ่งขึ้นจากสายธาร
มัจฉาตัวนี้มีรูปลักษณ์พิเศษยิ่ง ตัวของมันโปร่งใส ความยาวราว
สามฉื่อหนึ่งชุ่น เรืองรองเช่นแก้วผลึก มีแสงเจ็ดสีเวียนวนในกาย
ปรากฏว่านี่ก็คือมัจฉาโกลาหล
“ฮ่า ๆ แค่สามวันข้าก็จับได้แล้วตัวหนึ่ง โชคดีเสียจริง”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าขาวเนียนดุจน ้านมของกู้ไป๋หลิง นาง
เปิดโลกใบน้อยในกาย โยนมัจฉาโกลาหลเข้าไปทันที
“พี่หญิงกู้ ท่านจับมันได้อย่างไรกัน? มีอะไรชี้แนะหรือไม่เจ้าคะ?”
ซูปิงรีบปรี่เข้ามาใกล้ พูดจาแว่วหวาน กระเซ้าเรียกพี่หญิงทันที
เจินหย่งและมั่วเองก็หูผึ่งรอฟัง
พวกเขาอยากได้มัจฉาโกลาหลอย่างยิ่งเพื่อเตรียมสร้างราก
เซียนในภายหน้า
“ข้าไม่มีวิชาอะไร แค่การฝึกฝนสูงกว่าพวกเจ้า ยิ่งสายเบ็ดยาว
ยิ่งทอดลงได้ลึก ยิ่งพบมัจฉามาก และมีโอกาสจับปลาได้มากกว่า
เท่านั้น”
กู้ไป๋หลิงผูกสายเบ็ดใหม่แล้วโยนลงไปในแม่น ้าสีดำเสียงดังจ๋อม
“อย่าหวังมากไปเลย การฝึกฝนเช่นพวกเจ้า โอกาสจับมัจฉา
โกลาหลได้สักตัวน้อยนัก”
ทั้งสามต่างผิดหวัง พวกเขาเสียเวลาที่นี่สามวันแล้ว สู้ไปสำรวจ
พื้นที่รอบข้างยังดีเสียกว่า บางทีพวกเขาอาจได้ทรัพยากรอื่นมาบ้าง
ไม่ตกปลาแล้ว ตกไปก็จับไม่เห็นได้
ซ่า~
หนึ่งเสียงวารีกระฉอกดังขึ้น แล้วแสงเจ็ดสีก็เรืองรองส่องนภา
เจิดจรัสเกินใดเปรียบ
ทั้งสี่ต่างหันมองตามแสงอย่างประหลาดใจ แล้วดวงตาก็เบิกกว้าง
ขึ้นทันที
มัจฉาโกลาหลขนาดมหึมาตัวหนึ่งถูกลากขึ้นจากน ้า ขนาดของ
มันอย่างน้อย ๆ ก็สิบห้าจั้ง ใหญ่โตดุจคลุมฟ้าบังตะวัน เด่นชัดใน
สายตาเสียเหลือเกิน
ผู้จับมัจฉาตัวนี้ได้มิใช่ใครอื่นนอกจากเจียงผิงอัน
กู้ไป๋หลิงดูตกใจ
มัจฉาโกลาหลยาวสิบห้าจั้งนี้ ลดเวลารับใช้กองทัพให้เจียงผิงอัน
ได้ห้าสิบปี
หากเก็บไว้เอง ก็เพิ่มโอกาสการได้เป็น ‘เซียนพสุธา’ ได้
เด็กนี่โชคดีท้าทายสวรรค์อะไรเพียงนั้น ใช้เพียงเหยื่อชั้นเลว แต่
กลับจับมัจฉาใหญ่เพียงนี้ได้
บุคคลจากภพรวนสวรรค์ทั้งสามเข่นเขี้ยวกรามแทบแหลกด้วย
ริษยา เจ้านี่ดวงดีชะมัดยาด พวกเขาจับอะไรไม่เห็นได้ แต่เจ้านี่กลับ
จับมัจฉาใหญ่ขนาดนี้ได้
เหตุผลที่เจียงผิงอันจับมัจฉาโกลาหลได้ ย่อมมิใช่เพราะโชค
ช่วย
เขาได้ยินกู้ไป๋หลิงพูดว่ามัจฉาโกลาหลชอบกินอาหารที่มีพลัง
โกลาหล เขาจึงนำเนื้อส่วนหนึ่งจากผลอัสนีโกลาหลมาลองตก
ผลลัพธ์ของมันดีอย่างยิ่ง
เขาเปิดโลกใบน้อย โยนมัจฉาโกลาหลเข้าไป
โลกใบน้อยของผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ในขอบเขตเช่นเขามีขนาดได้
ถึงหนึ่งตารางลี้ก็นับว่ายอดแล้ว แต่โลกใบน้อยของเขาเป็นผืนทวีป
มหาศาล!
อ่างสัมฤทธิผลไม่อยู่แล้ว แต่โลกใบน้อยยังอยู่
สามบุคคลจากภพรวนสวรรค์กำลังจะเลิกตกปลา แต่เมื่อเห็น
เจียงผิงอันตกมัจฉาใหญ่สำเร็จ พวกเขาก็นั่งลงตกปลาต่อไปอีกครั้ง
ในเมื่อเจียงผิงอันจับมัจฉาใหญ่ได้ พวกเขาก็ต้องทำได้เช่นกัน
ของอย่างโชค ใครก็มีได้ทั้งนั้น