สู่วิถีอมตะ - บทที่ 614 วิชาอำพรางสรวง
เจียงผิงอันยังไม่พอใจกับขนาดของมัจฉาตัวนี้
จากวาทะของกู้ไป๋หลิง มัจฉาโกลาหลขนาดไม่ถึงสามสิบจั้งหนึ่ง
ตัว เพิ่มความเป็นไปได้การบรรลุได้เพียง ‘เซียนปฐพี’
และสิ่งที่เจียงผิงอันปรารถนาจะเป็นมิใช่เซียนปฐพี กระทั่งเซียน
สวรรค์ก็มิพอใจ เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น มีเพียงทำเช่นนี้ เขาจึงสามารถ
คืนชีพบุพการีได้
เป้าหมายในยามนี้คือผ่านการประเมินของสำนักเซียนอวี่หวงให้
ได้ก่อน ออกจากโลกใบน้อยแห่งนี้ มุ่งหน้าสู่ภพเซียน แล้วก่อราก
เซียนขึ้นมา
นี่เป็นเพียงโลกใบน้อยแห่งหนึ่ง มิอาจสร้างรากเซียนได้เลย
ยามนี้ ขอเพียงจับมัจฉาโกลาหลยาวสามสิบจั้งให้ได้สักตัว ก็
สามารถบรรลุการประเมิน กลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการได้โดยเร็ว
แต่เจียงผิงอันก็มิมั่นใจ ว่ามัจฉาโกลาหลจะยังเป็นของเขายาม
จับมัจฉาโกลาหลยาวสามสิบจั้งได้หรือไม่
กู้ไป๋หลิงในขณะนี้ยังไม่เผยความโลภ แต่ก็ยากบอกได้ว่าในใจ
คิดอะไรอยู่
ในโลกอันโหดร้ายนี้ ย่อมต้องระวังผู้อื่นเอาไว้
เจียงผิงอันเห็นด้วยกับหลักการที่ว่า ‘ยามผลประโยชน์มากพอ
อะไรก็เกิดขึ้นได้’ เสมอมา
เพื่อระวังไว้ก่อน เจียงผิงอันจึงมิได้ใช้เนื้อผลอัสนีโกลาหลต่อไป
ทำเพียงใช้หนอนตัวน้อยเป็นเหยื่อ
ขณะตกปลา อวตารของเจียงผิงอันในโลกใบน้อยในตัวของเขา
ก็นำวรยุทธ์เซียนที่หลัวซู่ ประมุขศาลาเติงเซียนให้มาออกจากขวด
กลืนสวรรค์
ยามนี้เมื่อไม่มีอะไรทำ เขาก็ขอดูหน่อยว่าวรยุทธ์นี้คืออะไร หาก
ไม่เหมาะสมก็ไม่ต้องฝึก
วรยุทธ์เซียน พูดแล้วฟังดูแข็งแกร่ง แต่หากไม่เหมาะสมกับตน ก็
มิอาจเผยฤทธิ์ได้ใหญ่โต
เมื่อจิตสัมผัสสืบเข้าสู่ม้วนหยกวรยุทธ์ ข้อมูลมากมายก็ปรากฏ
ขึ้นในใจเขา
‘วิชาอำพรางสรวง’
ฝึกฝนบรรลุขั้นต้น จะสามารถแปรเปลี่ยนซ่อนปราณ แปลง
ลักษณ์จำแลงตัว หากขอบเขตมิสูงกว่าหนึ่งขอบเขตขึ้นไปจะมิอาจ
มองทะลุได้
ยามบรรลุชัดเจน จะสามารถซ่อนกฎเกณฑ์รากฐาน หาก
ขอบเขตมิสูงกว่ากันสองขอบเขตขึ้นไป จะมิอาจมองทะลุได้
ยามบรรลุสมบูรณ์แบบ สามารถแปรเปลี่ยนไร้สิ้นสุด หาก
เปลี่ยนเป็นศิลา ก็จะเป็นศิลา เปลี่ยนเป็นวารีก็จะเป็นวารี นอกจาก
เซียนแท้ มิอาจมีผู้ใดประจักษ์บรรลุ
ยามอ่านบทนำของวรยุทธ์นี้ ดวงตาของเจียงผิงอันก็ค่อย ๆ เจิด
ประกายเรืองรุ่ง
วิชาเซียนนี้มีประโยชน์กับเขามากยิ่ง
ภพเซียนอันตรายสุดแสน ยอดฝีมืออยู่ทุกแห่งหน ศาสตราเซียน
ใช้มิได้ผลดีเท่าวรยุทธ์เซียน
เจียงผิงอันควรรีบฝึกฝนวิชานี้ หากภายหน้าภพอันตราย นี่จะ
ช่วยชีวิตเขาไว้ได้แน่นอน!
สิบวันหลังจากนั้น คนทั้งหลายล้วนใช้ไปกับการตกปลา
นอกจากกู้ไป๋หลิงที่จับมัจฉาได้อีกตัว ไม่มีผู้ใดจับได้อีกเลย
“จับอะไรไม่ได้เลยโว้ย!”
เจินหย่งออกหมัดใส่สายธาร บ่นอุบอย่างมีโทสะ
หนอนทั้งสามตัวหมดสิ้นแล้ว
ในฐานะผู้ฝึกกายา เจินหย่งเป็นคนอารมณ์ร้อน ถือว่ายอดมาก
แล้วที่เขาทนได้ถึงสิบกว่าวัน
เจินหย่งในยามนี้แน่ใจเต็มที่แล้ว ว่าที่เจียงผิงอันจับมัจฉาใหญ่
ได้เป็นเพราะดวงดีล้วน ๆ
กระทั่งกู้ไป๋หลิงยังจับได้เพียงมัจฉาโกลาหลยาวสามฉื่ออีกหนึ่ง
ตัว มัจฉาใหญ่สิบห้าจั้งของเจียงผิงอันนั้นบังเอิญชัด ๆ
เจินหย่งเดินไปหากู้ไป๋หลิง “ศิษย์พี่หญิงกู้ ขอข้าออกสำรวจรอบ
ๆ ได้หรือไม่?”
แทนที่จะเสียเวลาที่นี่ สู้ออกไปหาสมบัติฟ้าดินอื่น ๆ ดีกว่า
“รอเดี๋ยว มีคนมา”
กู้ไป๋หลิงสัมผัสได้จากธงเขตแดนว่ามีใครบางคนกำลังเร่ง
เดินทางมาที่นี่
“ผู้ใด? คนจากสำนักเซียนเทียนหลานหรือ?”
เจินหย่งร้อนใจขึ้นมา
“จากธงเขตแดน บอกได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าหลอกกัน
หรือไม่”
ค่ายกลบนธงเขตแดนสามารถแยกแยะป้ายแสดงตนของพวก
เดียวกันได้
แต่ศัตรูก็สามารถดัดแปลงป้ายแสดงตนได้เช่นกัน แม้จะไม่น่า
เกิดขึ้น แต่ก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้
เจินหย่งและคณะกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที
หากพวกเขาเผชิญศัตรูแข็งแกร่งจากสำนักเซียนเทียนหลาน
ต่อให้พวกเขาจะมีอาวุธวิเศษ ก็ยังมิอาจรักษาชีวิตได้อยู่ดี
ไม่นานนัก ผู้ฝึกตนสองคนก็ปรากฏตรงหน้าพวกเขา
“ศิษย์พี่หญิงกู้”
ผู้ฝึกตนชายชุดน ้าเงินซึ่งเดินนำหน้ากุมกำปั้นคารวะกู้ไป๋หลิง
เจินหย่งและคณะทั้งสามผ่อนหายใจโล่งอก เป็นพวกเดียวกันก็ดี
แล้ว
“โอ้ เจ้านี่เอง มีอะไรหรือ?”
กู้ไป๋หลิงทักทายตอบ คนผู้นี้ก็เป็นศิษย์สำนักผู้รับหน้าที่ฝึกฝน
มือใหม่จากภพล่างเหมือนกับนาง
แต่สองฝ่ายก็แค่เคยพบกันมาไม่กี่หน มิได้รู้จักกัน และไม่ทราบ
ว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่
เถิงชุนเอ่ยปาก “ศิษย์พี่หญิงกู้ ทางพวกเจ้ามีผู้ฝึกตนจากภพ
ล่างผู้หนึ่งชื่อเจียงผิงอันอยู่ใช่ไหม กำจัดเขาซะ ขอบคุณอย่างยิ่ง”
กู้ไป๋หลิงชำเลืองเจียงผิงอันซึ่งยังตกปลาอยู่ แล้วหันมากล่าวกับ
เถิงชุนอย่างเฉยชา
“เจ้าหมายความเช่นไร? ฆ่าศิษย์สำนักเดียวกัน? แม้อีกฝ่ายจะยัง
มิใช่ศิษย์อย่างเป็นทางการ การกระทำของเจ้าก็ผิดต่อกฎสำนักแล้ว
นะ”
เถิงชุนพูดต่อ “เด็กนี่เป็นทรชนชั่วช้าในภพบุกเบิก ฆ่าผู้บริสุทธิ์
อย่างไร้แยกแยะ ปล้นฆ่าย ่ายีผู้คน หากให้คนเช่นนี้เป็นศิษย์ร่วม
สำนักเซียนอวี่หวงของเรา ก็มีแต่จะมาเป็นจุดด่างพร้อย ต้องกำจัด
เสียยามนี้”
“ศิษย์น้องรู้ว่าหากศิษย์พี่หญิงทำภารกิจนี้ล้มเหลวก็จะถูกลงโทษ
แต่โทษของการทำคนตายเพียงหนึ่งนั้นมิได้หนักหนา เพื่อชดเชย
ความเสียหายให้ศิษย์พี่หญิง ข้าจะให้อาวุธวิเศษระดับเขตแดนกับ
ศิษย์พี่หญิงสองชิ้น”
กู้ไป๋หลิงเหยียดยิ้มเย้ย “ของเล็กน้อยเช่นนี้ จะให้ข้าทำผิดกฎ
สำนัก? เจ้าดูถูกใครอยู่?”
นางมิกล้าผิดกฎสำนัก การฆ่าศิษย์ร่วมสำนักมีโทษใหญ่โต
หากสำนักจับได้ นางจะถูกลงทัณฑ์สถานหนัก
เมื่อเถิงชุนเห็นว่ามิอาจเกลี้ยกล่อมกู้ไป๋หลิงได้ เขาก็หันไปหา
ชายเบื้องหลังเขา “ศิษย์น้องชิว…”
ชิวหยวนถ่ายทอดกระแสปราณพูดกับกู้ไป๋หลิง “เจ้าในขณะนี้
ต้องทัณฑ์บนอยู่ใช่ไหม ข้าช่วยเจ้าให้พ้นทัณฑ์ได้ เจ้าจะได้กลับ
สำนักเดี๋ยวนี้เลย และมิต้องมาเสี่ยงในโลกใบน้อยเช่นนี้”
กู้ไป๋หลิงจ้องมองอีกฝ่ายตรง ๆ “เจ้าเป็นใคร ทำไมข้าต้องเชื่อ
เจ้า”
“ชิวหยวนจากศาลาเติงเซียนแห่งภพบุกเบิก ปู่ของข้าเป็นผู้
อาวุโสอยู่ในสำนักเซียนอวี่หวง”
ชิวหยวนเผยตัวตน
เขามาจัดการกับเจียงผิงอันตามคำขอของชิวผิงเซิงผู้เป็น
น้องชาย
เขาไม่อยากทำเรื่องยิบย่อยพรรค์นี้เลยจริง ๆ ให้เขามาจัดการ
กับผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการเช่นนี้ ขี่ช้างจับตั๊กแตนแท้ ๆ
เมื่อทราบตัวตนของอีกฝ่าย กู้ไป๋หลิงก็เงียบไปเนิ่นนาน
“การทำเช่นนี้ทำให้ข้ายากนอนหลับได้ นอกจากนั้น ข้าจะแน่ใจ
ได้เช่นไรว่าเจ้าพูดความจริง และเจ้าจะช่วยข้าเลี่ยงทัณฑ์ได้จริง ๆ?”
ขณะนั้นเอง ยันต์สื่อสารที่เอวนางก็เรืองแสง เสียงหนึ่งดังขึ้นจาก
ภายใน
“กู้ไป๋หลิง ทัณฑ์ของเจ้าถูกยกเลิก ส่งศิษย์จากภพล่างให้เถิงชุน
ส่วนเจ้ากลับสำนักได้”
เมื่อได้ยินเสียงของผู้คุมกฎของสำนัก ใบหน้าของกู้ไป๋หลิงก็เผย
ความยินดี
ในที่สุดก็ได้กลับไปแล้ว!
นางอยากออกจากที่บ้า ๆ นี่อยู่นานแล้ว!
ที่นี่มีอันตรายทุกแห่งหน หากไม่ระวังก็ตกตาย กฎฟ้าดินหา
สมบูรณ์ไม่ กระทบต่อการฝึกฝนของนางอีก
หากมิใช่เพราะความผิดที่นางก่อในสำนักเซียน นางคงไม่มาที่นี่
ยามกู้ไป๋หลิงมองชิวหยวนอีกครั้ง ความเฉยชาบนใบหน้าก็
มลายหาย เผยรอยยิ้มประจบประแจงขึ้นมา
“ขอบคุณศิษย์น้องชิวมาก ที่แท้ศิษย์น้องชิวก็มีรากฐานเช่นนี้
หญิงผู้น้อยกระทำการหุนหัน ล่วงเกินไปเมื่อครู่ หวังว่าจะอภัยให้กัน
ด้วย”
ในฐานะศิษย์ทั่วไปของสำนักเซียนอวี่หวง นางมิอาจล่วงเกิน
ตัวตนมีภูมิหลังเช่นนี้ได้
หลานชายของผู้อาวุโส ตัวตนและสถานะที่นางมิอาจเทียบได้ มี
เพียงคนสมองเพี้ยนเท่านั้นที่จะสร้างสัมพันธ์แย่ ๆ กับคนเช่นนี้
สิ่งที่ถูกคือต้องสร้างสัมพันธ์อันดี ภายหน้าก็อาจได้ทรัพยากร
มากขึ้น ไต่เต้าสูงขึ้นได้
“ทางฝั่งภพเซียนนี้ ข้าขาดสาวใช้ดูแล” ชิวหยวนเห็นอีกฝ่าย
รูปร่างหน้าตาใช้ได้ จึงเอ่ยขึ้นเนิบ ๆ
กู้ไป๋หลิงเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที นางพลิกท่าทีเย็น
ชาแต่เดิมมาเป็นสุดแสนระริกระรี้ “ศิษย์พี่หญิงผู้นี้เป็นคนอบอุ่น
อ่อนโยน รับหน้าที่ได้นะ”
นี่แหละโอกาสของนาง
“กำจัดเจียงผิงอันผู้นั้นก่อนเถอะ”
ชิวหยวนไม่อยากเสียเวลาที่นี่ ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการสักคน
หาควรค่าให้เขาสนใจมากมายไม่
จัดการกับผู้ฝึกตนระดับนี้ ฟาดฝ่ามือเพียงหนก็จบแล้ว