สู่วิถีอมตะ - บทที่ 617 เมล็ดพันธุ์เซียนมีปัญหา
“เหมียวเสีย เจ้าทำอะไรอยู่ ปล้นศิษย์ร่วมสำนักหรือ?”
คิ้วหนาของหวังหยางขมวดย่น สายตาไม่พอใจ แสดงความรัก
คุณธรรมออกมาแล้วผลักเหมียวเสียออกไปทันที
ขุนเขาใหญ่ทั้งสองตรงหน้าเหมียวเสียกระเด้งกระดอนเยี่ยงอาชา
ป่าพยายามสลัดบังเหียน
“ล้อเล่นหรอกน่า ข้าแค่เห็นว่าเขาปวกเปียกเกินไปเลยจะเก็บค่า
คุ้มครอง แล้วปกป้องเขาเท่านั้นเอง เจ้าก็รู้นิสัยข้า ข้าทนเห็นผู้อื่นถูก
รังแกได้ที่ไหน เอิ๊ก~”
หวังหยางชำเลืองเหมียวเสีย “ใครบ้างในสำนักจะไม่รู้ว่าเจ้า
อหังการยิ่งกว่าใคร เที่ยวเก็บค่าคุ้มครองไปทั่ว”
เหมียวเสียขบน ้าเต้าสุรา เทสุราส่วนสุดท้ายเข้าปากอึกใหญ่ นี่
คืออึกสุดท้ายแล้ว ยามหยดสุดท้ายหยดลงก็ถูกลิ้นอันยืดหยุ่นของ
นางรับไว้อย่างง่ายดาย
จากนั้น เหมียวเสียก็เหมือนกะพริบตาหนหนึ่ง แล้วมองมายัง
เจียงผิงอันอีกครั้ง
“เจ้าถูกน ้าในธารทมิฬแต่ไม่ตาย ฟื้นสภาพร่างกายรวดเร็วโดยมิ
ต้องใช้วรยุทธ์ช่วย เจ้าเด็กนี่มีวรยุทธ์เซียน”
“เจ้าฝึกฝนวรยุทธ์เซียนในภพล่าง มิอาจสร้างรากเซียนได้
จุดประสงค์การมายังภพเบื้องบนของเจ้าในครั้งนี้จึงเป็นการสร้างราก
เซียน เอิ๊ก~”
ร่างของเหมียวเสียโซเซ ราวจะทรุดกองกับพื้นได้ตลอดเวลา
นิ้วของเจียงผิงอันสั่นสะท้านเล็กน้อย ตกตะลึงอยู่ในใจ สตรีผู้นี้ดู
เมามาย แต่การสังเกตและตัดสินเรื่องราวของนางเลิศล ้ายิ่งกว่าใคร
เหมียวเสียวางน ้าเต้าสุราไว้บนเนินอก ทอดตัวลงนอนที่มุม
ดาดฟ้าอีกครั้ง ดวงตาหลับลงราวจะงีบหลับ
“น่าจะไม่มีผู้ใดชี้แนะเจ้า หากมีผู้ใดชี้แนะ เจ้าไม่มีทางฝึกฝนวร
ยุทธ์เซียนสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน”
“เมล็ดพันธุ์เซียนที่เจ้าสร้างในยามนี้หาสมบูรณ์แบบไม่ ต่อให้
เจ้าไปถึงภพเซียนแล้วสร้างรากเซียน เจ้าย่อมคืบหน้าได้ไม่ไกล
รากฐานมิได้วาง เป็นเซียนปฐพีได้ก็เต็มกลืนแล้ว”
“เจ้าต้องสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนขึ้นใหม่ แล้วค่อยสร้างรากเซียน
จึงมีคุณภาพสูงกว่าและพัฒนาได้ไกลกว่า…”
ท้ายที่สุด เสียงของเหมียวเสียก็ขาดหาย นางนอนหนุนน ้าเต้า
สุราประหนึ่งจะนอนหลับ กระทั่งส่งเสียงกรนออกมา
เจียงผิงอันตะลึงค้างกับที่ เขารู้ว่ารากเซียนจะส่งผลกระทบต่อ
อนาคต แต่หารู้ไม่ว่าอนาคตของเขาถูกกระทบกระเทือนตั้งแต่เมล็ด
พันธุ์เซียนแล้ว
เขาชำเลืองมองหวังหยางข้างกายเขา เจียงผิงอันขอเชื่อชาย
ผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ดีกว่า
หวังหยางปริปาก “หากเป็นปกติ การสร้างรากเซียนในภพเซียน
หามีปัญหาไม่”
“หากเจ้าสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนในภพล่าง เพราะกฎเกณฑ์ที่นั่น
ไม่สมบูรณ์ เมล็ดพันธุ์เซียนก็จะไม่สมบูรณ์ตาม”
“แม้สตรีผู้นี้ดูพึ่งพามิได้ แต่นางอ่านคัมภีร์โบราณมากกว่าผู้
อาวุโสหลายท่านเสียอีก มีความรู้สูงส่งและชี้แนะได้เก่ง ผู้ฝึกตน
มากมายเต็มใจเข้าหานางเพื่อขอคำชี้แนะ และนางก็เป็นหนึ่งในศิษย์
ผู้โดดเด่นที่สุดในรุ่นของสำนักเซียนอวี่หวงด้วย”
หวังหยางประเมินเหมียวเสียไว้สูงมาก
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนำกระบี่ระดับเขตแดนออกมา
เล่มหนึ่ง เดินไปหาสตรีผู้นั้นแล้วประคองส่งให้ด้วยสองมือ
“ศิษย์พี่หญิง นี่คืออาวุธวิเศษอันล ้าค่าที่สุดของข้า หวังว่าศิษย์พี่
หญิงจะชี้แนะข้าด้วยว่าจะสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนขึ้นใหม่ได้อย่างไร”
เมื่อเป็นเรื่องของอนาคต เจียงผิงอันก็มิกล้าเลินเล่อ
นำศาสตราออกมาลองเชิงก่อนชิ้นหนึ่ง
เจียงผิงอันรู้ ว่าเหมียวเสียจงใจพูดเช่นนี้ออกมา เพราะอยากได้
ทรัพยากรจากเขา
ทว่า เหมียวเสียหาได้สนใจไม่ นางยกมือขึ้นโบก ผลักเจียงผิงอัน
กลับไป
หวังหยางกล่าวอยู่จากด้านข้าง “ตัวตนระดับเหมียวเสียมิขาด
อาวุธวิเศษระดับเขตแดนหรอก หากไม่ใช้สมบัติลับซึ่งระดับสูงกว่า ก็
ต้องสุราเลิศที่เย้ายวนใจนางได้”
“สุรา?”
เจียงผิงอันพลันนึกขึ้นได้ว่าเขามีสุรากองหนึ่งอยู่ในโลกใบน้อย
ของเขา
เขาฆ่าผู้ฝึกตนมามากมาย สะสมเมรัยไว้เยอะแยะ เขาไม่ชอบดื่ม
สุราเท่าไหร่ จึงใช้มันแลกทรัพยากรในอ่างสัมฤทธิผลไม่ก็กองหลบ
มุมไว้เฉย ๆ
สุราเดียวที่เขาชอบดื่มก็คือเมรัยถนอมจิตซึ่งบ่มโดยแดน
ศักดิ์สิทธิ์เสินหุน
โอสถนี้ล ้าค่าอย่างยิ่งในแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน ใช้เวลาร้อยปีกว่า
จะบ่มได้สักไห สามารถบำรุงวิญญาณผู้ดื่มได้
ก่อนหน้านี้ยามเขาไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน ผู้อาวุโสจากที่นั่น
นำเครื่องดื่มนี้มารับรองเขา และภายหลัง เขาก็ใช้อ่างสัมฤทธิผล
คัดลอกไว้มากมาย
ไม่รู้สตรีผู้นี้จะชอบสุราเช่นนี้หรือไม่
เจียงผิงอันลองเอาออกมาเปิดผนึกหนึ่งขวด “ศิษย์พี่หญิง…”
เปรี้ยง!
เขายังไม่ทันพูด ขวดสุราในมือก็หายวับ ร่างของเขาถูกหน้าอก
มหึมาของเหมียวเสียชนกระเด็นไปหลายก้าว
เหมียวเสียยามนี้ดูเหมือนสาวน้อยคลั่งรัก จ้องมองขวดสุราในมือ
อย่างหิวกระหาย สูดดมสุราเฮือกใหญ่ รุนแรงจนสุราภายในเกือบถูก
สูดเข้าจมูก
“สุราบำรุงวิญญาณ! สุราดี!”
เหมียวเสียตัดสินผลของสุราขวดนี้ได้ทันที แล้วนางก็ยัดปาก
ขวดเข้าปากตนเองอย่างมิสนใจภาพลักษณ์สักนิด เชิดคางกลืน
เอื๊อก ๆ สองสามที สุราทั้งขวดก็ถูกดื่มไม่เหลือ
ยามดื่มเสร็จ นางก็ยังไม่พอใจ รีบใช้ลิ้นเก็บกวาดสมรภูมิในปาก
“ยอดเยี่ยม!”
เหมียวเสียสัมผัสได้ชัดเจนว่าวิญญาณของนางถูกบำรุง ช่างสุข
สบายยิ่ง
“เอามาอีกร้อยขวด แล้วข้าจะบอกเจ้าว่าจะสร้างเมล็ดพันธุ์เซียน
ใหม่เช่นไร”
นางยังดื่มไม่หนำใจ
เจียงผิงอันยิ้มจืดเจื่อน “ศิษย์พี่หญิง สุราเช่นนี้กว่าจะได้สักขวด
ต้องใช้เวลาร้อยปี ข้ามีติดตัวแค่ห้าขวดเท่านั้นขอรับ”
แน่นอน เขามีกับตัวมากกว่าห้าขวด และไม่มีทางบอกได้ชัดเจน
เลยว่ามีกี่ขวดกันแน่
แต่ของดีหากมีมากไป มูลค่าของมันก็จะตกต ่า
เหมียวเสียย่อมไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีแค่ห้าขวด แต่เดาได้ว่าอีก
ฝ่ายไม่น่ามีเยอะ ด้วยประสบการณ์ของนาง นางย่อมทราบมูลค่าของ
สุรานี้
“เอามาให้ข้าสิบขวด อาวุธวิเศษระดับเขตแดนนั่นด้วย แล้วข้าจะ
มอบหนทางให้เจ้าสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนใหม่”
เจียงผิงอันตอบกลับ “มากสุดเจ็ดขวดขอรับ รวมอาวุธวิเศษ
ระดับเขตแดนนี้ด้วย ขอข้าเก็บไว้ดื่มเองสักขวดเถิด ศิษย์พี่หญิง
โปรดอภัยด้วย”
เหมียวเสียดมขวดสุรา เงียบไปครู่หนึ่ง จึงบอกว่า “ก็ได้ วันนี้
ศิษย์พี่หญิงผู้นี้จะทำตัวใจกว้างสักครั้ง”
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิง”
เจียงผิงอันนำเมรัยถนอมจิตออกมาเจ็ดขวด ส่งให้เหมียวเสีย
พร้อมอาวุธวิเศษระดับเขตแดน
เหมียวเสียรับสุราไปด้วยท่าทีคลั่งรัก ประหนึ่งอยากจะกลืนกินให้
หมดทั้งเจ็ดขวดในคำเดียว
เจียงผิงอันปริปาก “ศิษย์พี่หญิง…”
“รีบร้อนอะไร ข้าหรือจะกินแล้วหนี?”
เหมียวเสียเก็บเมรัยถนอมจิตไป ก่อนจะโยนม้วนหยกบันทึก
ข้อความชิ้นหนึ่งให้เจียงผิงอันอย่างไม่ใส่ใจ “ในนี้บันทึกไว้ว่าจะสร้าง
เมล็ดพันธุ์เซียนใหม่เช่นไร จึงจะสร้างรากเซียนระดับสูงได้”
พูดจบ นางก็ทอดกายลงอย่างเปรมปรีดิ์พร้อมสุรา นำเนื้อของ
สัตว์ภูตไม่ทราบชนิดออกมาละเลียดชิม
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิง”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะอีกครั้ง
แม้อีกฝ่ายจะทำเพื่อผลประโยชน์ มันก็เป็นประโยชน์ต่อเขา
มหาศาล เขาจึงพบจุดบกพร่องได้ล่วงหน้าและสามารถแก้ไขมันได้
หวังหยางส่งยันต์แผ่นหนึ่งให้เจียงผิงอัน “ที่นี่ไกลจากหอคอย
เซียนมากนัก ต้องใช้เวลาสิบกว่าวัน นี่คือตั๋วเรือของข้า ใช้มันเข้าไป
ฝึกฝนในห้องพักของข้าได้ จะไม่มีใครรบกวนเจ้า”
“ศิษย์พี่ จะทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน…”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าจะตกปลาที่ดาดฟ้า ไม่กลับไปพักหรอก”
หวังหยางกล่าวขัดเจียงผิงอัน ยัดเยียดแผ่นยันต์ให้ แล้วหันเดิน
ไปจับมัจฉาโกลาหลต่อ
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ซึ่งตกปลากันอยู่กล่าวกับหวังหยาง “ศิษย์พี่
เขาเป็นเพียงศิษย์ในนามแสนธรรมดา ขอบเขตต ่าต้อยยิ่ง เจ้าดีกับ
เขามากมายเพื่ออะไรกัน ห้องฝึกฝนของเจ้าแพงหูดับ ยกให้เขาไปก็
เสียของแท้เทียว”
“เพราะขอบเขตของเขาต ่านี่แหละ ข้าเลยอยากช่วย” หวังหยาง
แย้มยิ้มเฉยชา
เจียงผิงอันชำเลืองอีกฝ่ายอย่างลึกล ้า กุมกำปั้นคำนับหวังหยาง
แล้วใช้แผ่นยันต์สลักหมายเลขห้องเข้าสู่ห้องพัก
เมื่อพบห้องของหวังหยาง เขาก็ทาบแผ่นยันต์บนประตู ค่ายกลที่
ประตูทำงาน อักขระเรืองประกาย ประตูห้องค่อย ๆ เปิดออก แล้ว
ปราณเซียนหนาแน่นก็โชยปะทะหน้า
ห้องนี้มีค่ายกลมิติวางไว้ กว้างขวางประหนึ่งโลกใบน้อย
ปราณเซียนรอบข้างหนาแน่น เพียงหายใจ ปราณเซียนก็ถูกสูบ
สู่กาย
ห้องนี้ถึงกับมีค่ายกลกาลเวลา เวลาที่นี่เดินเร็วเป็นสองเท่าของ
โลกภายนอก
ต่อให้เจียงผิงอันปัญญาอ่อน ก็ยังรู้ว่าราคาห้องเช่นนี้ไม่มีทางถูก
แต่อีกฝ่ายเต็มใจให้เขายืมใช้
สิ่งนี้ทำให้เจียงผิงอันสะเทือนใจอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันจดจำน ้าใจนี้ของหวังหยางไว้อย่างเงียบเชียบ ภาย
หน้าเขาจะตอบแทนให้
ไม่มัวคิดมากความ เขาเก็บความคิดฟุ้งซ่าน ปิดประตูห้อง แล้ว
ส่งจิตสัมผัสเข้าไปในม้วนหยกที่เหมียวเสียขายให้เขา
ในม้วนหยกนี้มีข้อมูลมากมาย
‘วิธีสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนใหม่’ ‘ทรัพยากรที่ต้องใช้สร้างราก
เซียนเก้าดารา’ ‘บันทึกการพยายามสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนหลาย
เมล็ด’ ‘อิทธิพลของเมล็ดพันธุ์เซียนต่อการฝึกฝนในภายหลัง’……
เมื่อเห็นเนื้อหาเหล่านี้ เจียงผิงอันก็ตระหนักทันทีว่ามิได้เสียสุรา
ไปเปล่า ๆ
ข้อมูลการฝึกฝนมหาศาลถูกบันทึกในม้วนหยก ทำให้เจียงผิง
อันเกิดความเข้าใจเบื้องต้นต่อ ‘เมล็ดพันธุ์เซียน’ และ ‘รากเซียน’
เหมียวเสียซึ่งกำลังดื่มสุราที่ดาดฟ้าพลันนึกอะไรออก เด้งตัวขึ้น
ลุกกะทันหัน
ในบรรดาข้อมูลในม้วนหยกที่ให้เจียงผิงอันไปยังมีหลายเรื่องที่
ยังศึกษาไม่เสร็จสิ้น เช่นการสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนแฝดซึ่งเป็นระบบ
การฝึกฝนไร้ความเสถียร ไม่มีใครสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนแฝดได้เลย
หน้าใหม่ที่ชื่อเจียงผิงอันผู้นี้ หากให้เขาฝึกฝน น่าจะเกิดเรื่อง
อะไรขึ้นแน่ ๆ!
ทว่า อีกฝ่ายน่าจะมีสามัญสำนึก รู้อยู่แก่ใจกระมังว่าเมล็ดพันธุ์
เซียนแฝดนั้นสร้างไม่ได้…
เมื่อเหมียวเสียนึกถึงตรงนี้ นางก็เลิกสนใจมันแล้วดื่มสุราแกล้ม
เนื้อย่างต่อไป
นางหารู้ไม่ว่าความเกียจคร้านละเลยครั้งนี้จะส่งผลกระทบเช่นไร