สู่วิถีอมตะ - บทที่ 618 เมล็ดพันธุ์เซียนและรากเซียน
เจียงผิงอันได้เรียนรู้ ว่าเมล็ดพันธุ์เซียนและรากเซียนคือรากฐาน
ของระบบการฝึกฝนเซียน
เมล็ดพันธุ์เซียนส่งผลต่อรากเซียน ขณะที่รากเซียนส่งผลต่อ
การฝึกฝนต่อจากนั้น
รากเซียนแบ่งระดับเป็นเก้าดารา
หนึ่งถึงสามดาราคือรากเซียนคุณภาพมนุษย์
สี่ถึงหกดาราเป็นรากเซียนคุณภาพปฐพี
เจ็ดถึงเก้าดาราคือรากเซียนคุณภาพสวรรค์
ยิ่งระดับสูง ศักยภาพที่จะบรรลุสำเร็จในภายหน้ายิ่งสูง
แน่นอน นี่มิได้หมายความว่ามีรากเซียนคุณภาพสวรรค์แล้วจะ
ได้เป็นเซียนสวรรค์เสมอไป แค่มีโอกาสสูงกว่ารากเซียนคุณภาพอื่น
ๆ เท่านั้น
หากไม่ตั้งอกตั้งใจฝึกฝนหรือขาดทรัพยากร ต่อให้มีรากเซียน
ระดับเซียนสวรรค์ ก็อาจไปถึงได้เพียงขอบเขตเซียนมนุษย์เท่านั้น
คุณภาพของเมล็ดพันธุ์เซียนคือตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพของราก
เซียนได้ในระดับหนึ่ง
คุณภาพของเมล็ดพันธุ์เซียนจึงต้องสมบูรณ์แบบ
เพราะเขาสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนในภพล่าง เมล็ดพันธุ์เซียนของ
เขาจึงไม่สมบูรณ์และต้องสร้างใหม่
จากข้อมูลที่บันทึกในม้วนหยก มีคนมากมายไม่พอใจกับ
คุณภาพรากเซียนของตนเอง เพื่อสร้างรากฐานอีกครั้งให้ดี พวกเขา
จึงศึกษาหาทางสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนขึ้นใหม่
เช่นหากทำสวนสักแปลง ก็ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ดี ๆ เพื่อให้มี
ผลผลิตที่ดีในยามสารท
การสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนใหม่ไม่ยาก แค่เรียนอักขระตัวหนึ่งแล้ว
ผสานเข้ากับเมล็ดพันธุ์เซียนปัจจุบัน ก็จะพัฒนาคุณภาพของเมล็ด
พันธุ์เซียนได้
ขณะเจียงผิงอันกำลังอ่านข้อมูลในม้วนหยก เขาก็พบเรื่องหนึ่ง
ปรากฏว่ามีหาทางสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนมากกว่าหนึ่งอยู่
เมล็ดพันธุ์เซียนเชื่อมต่อกับรากฐานชีวิตและกฎเกณฑ์ในตัวผู้
ฝึกตน ผู้ฝึกตนแต่ละคนมีรากฐานชีวิตเพียงหนึ่ง จึงสร้างเมล็ดพันธุ์
เซียนได้เพียงหนึ่ง
มีผู้อยากสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนมากกว่าหนึ่งอยู่เสมอมา และ
เหตุผลก็เป็นที่ชัดเจน อยากแข็งแกร่งขึ้น
การสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนหลายเมล็ดก็เท่ากับสร้างรากเซียนได้
มากขึ้น และรากเซียนก็มีผลกระทบมหาศาลต่อความเร็วและพลัง
ของผู้ฝึกตนในการทำความเข้าใจกฎเต๋าเซียนของผู้ฝึกตน
หากว่าด้วยทฤษฎี ยิ่งรากเซียนมาก ยิ่งเติบโตเร็ว พลังต่อสู้ยิ่ง
แข็งแกร่ง
แต่มันก็อยู่ได้เพียงในทฤษฎี
ไร้ผู้ใดในหล้าสร้างรากเซียนมากกว่าหนึ่งได้
มีแต่ต้องใช้วิชาอวตารพิเศษ แล้วสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนที่
แตกต่างกันในอวตารแต่ละร่างได้
แต่ถึงจะใช้อวตาร แต่ละคนก็สร้างเมล็ดพันธุ์เซียนได้สูงสุดสาม
เมล็ดเท่านั้น
ในม้วนหยกที่เหมียวเสียให้มา มีทฤษฎีมากมายในการสร้าง
หลายรากเซียน ทว่าพวกมันก็เป็นเพียงแนวคิดทฤษฎี มิอาจทำตาม
ได้โดยแท้จริง
ความยากเดียวอยู่ตรงที่ เมล็ดพันธุ์เซียนเกี่ยวพันกับรากฐาน
ชีวิต แต่ละบุคคลมีรากฐานชีวิตเพียงหนึ่ง จึงสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนได้
เพียงหนึ่ง ไม่มีทางเลยที่หนึ่งบุคคลจะมีหลายรากฐานชีวิตในตัว
เพราะเหตุนี้ จึงมีความคิดหลุดโลกมากมายอย่าง ‘ตัดแบ่ง
รากฐานชีวิต’ และ ‘ผสานกับรากฐานชีวิตหลายแหล่ง’ ปรากฏขึ้น
เจียงผิงอันถูกทฤษฎีเหล่านี้ดึงดูด ตั้งอกตั้งใจอ่านมัน
ขณะเดียวกัน เขาก็แยกอวตารร่างหนึ่งมาศึกษาอักขระจาก ‘วิธี
สร้างเมล็ดพันธุ์เซียนใหม่’
ด้วยความช่วยเหลือจากศาสตราเซียนครึ่งขั้นพู่กันพิพากษา
การวาดอักขระจึงไม่ยากเย็น
เขาในยามนี้สนใจว่าจะสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนหลายเมล็ดอย่างไร
มากกว่า
มีเมล็ดพันธุ์เซียนเพิ่ม ก็เท่ากับได้ความแข็งแกร่งเพิ่ม
ทฤษฎีเหล่านี้ไม่สำเร็จสักข้อ แต่ก็ขอพยายามพินิจหน่อย
วันคืนต่อจากนั้น เจียงผิงอันศึกษาหาวิธีสร้างเมล็ดพันธุ์เซียน
หลายเมล็ดอยู่ตลอดมา
ภายนอกผ่านไปสิบกว่าวัน ขณะที่เจียงผิงอันใช้เวลาสองเดือน
กว่าอยู่ในวังกาลเวลา
แม้ในห้องพักจะมีค่ายกลกาลเวลาอยู่เช่นกัน แต่ก็ยังสู้วัง
กาลเวลามิได้
ภายใต้อิทธิพลของกฎเกณฑ์แห่งเวลา ค่ายกลกาลเวลามิอาจ
ทับซ้อนกันได้ หากทับซ้อนกันจะใช้งานมิได้ จึงมิอาจใช้สองค่ายกล
กาลเวลาประสานกัน
ด้วยความช่วยเหลือจากพู่กันพิพากษา การสร้างเมล็ดพันธุ์
เซียนใหม่จึงลุล่วง เจียงผิงอันสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังในกายเขาทวี
จำนวนมากขึ้น กฎฟ้าดินกระจ่างชัดขึ้นตรงหน้า และเกิดความเข้าใจ
ใหม่ต่อกฎเกณฑ์
ดุจได้เกิดใหม่
วันเดียวกันนั้น ห้องฝึกฝนพลันสั่นสะท้านรุนแรง พร้อมกับเกิด
เสียงพูดอย่างรีบร้อนดังขึ้นในห้องพักทุกห้อง
“ศัตรูจากสำนักเซียนเทียนหลานจู่โจม! ทุกคนออกจากห้องพัก
มาสู้เร็ว!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงคุ้นชินกับเรื่องศัตรูบุกแล้ว เพราะ
พวกเขาพบบ่อย จึงไร้ความลนลาน พุ่งตามกันออกจากห้องพักของ
เรือ
ทว่า ยามพุ่งออกมา สีหน้าของพวกเขาล้วนแปรเปลี่ยน
เรือของพวกเขาถูกอาคมชั้นหนึ่งกางคลุม ผู้ฝึกตนจากสำนัก
เซียนเทียนหลานจำนวนมากรุมล้อม อย่างน้อยก็มากกว่าพวกเขา
สองเท่าตัว!
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานจู่โจมโล่คุ้มกันรอบเรืออย่าง
บ้าคลั่ง แสงจากชั้นโล่คุ้มกันซีดจางลงทุกขณะ
“เวรเอ๊ย! ที่นี่มีคนเยอะนัก! ก่อนหน้านี้ เพื่อจับมัจฉาโกลาหลตัว
นั้นให้ได้ เราเสียพลังไปมากเกินไป โล่คุ้มกันของเรือหยุดไว้ไม่ได้
เลย!”
หากมิใช่เพราะเสียพลังจากการไล่จับมัจฉาโกลาหลขนาดมหึมา
ตัวนั้น พวกเขาคงใช้ค่ายกลทะยานมิติของเรือทะลวงกำแพงหนีไป
แล้ว
“ฮ่า ๆ พวกเจ้าคิดหรือว่าพวกเจ้าเจอมัจฉาโกลาหลตัวนั้น?”
ผู้ฝึกตนซึ่งนำคณะฝ่ายสำนักเซียนเทียนหลานหัวเราะอย่างหยิ่ง
ผยอง “มัจฉาโกลาหลตัวนั้น เราจงใจต้อนมันไปหาพวกเจ้าเอง จะได้
เปลืองพลังเรือเจ้าให้เหือดหายไง!”
“วันนี้แหละ จะเป็นวันที่อัจฉริยะยิ่งใหญ่สองคนของพวกเจ้า
สำนักเซียนอวี่หวงจะตกตาย!”
กร๊อบ!
ขณะที่การโจมตีดำเนิน รอยร้าวก็ปรากฏขึ้นในม่านพลังรอบเรือ
สีหน้าของผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงแปรเปลี่ยนอย่าง
ร้ายแรง
ปรากฏว่ามัจฉาโกลาหลตัวนั้นเป็นเหยื่อล่อ!
ขณะคิดใช้ยันต์สื่อสารขอกำลังเสริม ก็พบว่ายันต์สื่อสารถูก
ม่านพลังกั้นไว้ มิอาจขอความช่วยเหลือผู้ใดได้
“จบเห่แล้ว!”
หัวใจของผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงทั้งหลายจมดิ่งสู่ก้นบึ้ง
อีกฝ่ายมีคนมากกว่าพวกเขาสองเท่า ซ ้ายังเตรียมตัวกันมาก่อนหน้า
ศึกนี้อาจเสียหายมหาศาลก็เป็นได้
“เตรียมรับศึก!”
หวังหยางชักกระบี่ใบกว้างเบื้องหลังเขาออกมา ยืนนำอยู่หน้าสุด
ใบหน้าไร้ความกลัว จิตคุณธรรมแกร่งกล้าเยี่ยงเข็มสงบทะเล
ประโลมให้หัวใจผู้ฝึกตนมากมายเสถียรตัว
ภาพลักษณ์เมามายเสื่อมทรามของเหมียวเสียจางหาย นาง
สะบัดน ้าเต้าสุราที่เอว น ้าเต้าสุรานี้ขยายตัวขึ้นในพริบตา แผ่คลื่น
พลังรุนแรง กฎจำนงสัประยุทธ์แผ่ปกคลุมร่าง
เจียงผิงอันสังเกตเห็นคลื่นพลังจากตัวเหมียวเสีย ดวงตาก็ฉาย
ประกายประหลาดใจ
กฎจำนงสัประยุทธ์! กายาศักดิ์สิทธิ์!
ทางฝั่งภพเซียนนี้เรียกมันว่าร่างศึก
เปรี้ยง!
“ฆ่า!”
เกราะคุ้มกันของเรือระเบิดออก เสียงการต่อสู้ดังสนั่นเสียดนภา
ปราณทรงพลังจากเหล่ายอดฝีมือรวนมวลเมฆป่วนสวรรค์ สาย
ธารเบื้องใต้กระฉอกเคลื่อนรุนแรง ส่งผลให้เรือลำใหญ่สะท้านสั่น
โคลงคลอน
สู้กันบนธารทมิฬ หากไม่ระวังก็เท่ากับตาย
ผู้ฝึกตนจากสองฝ่ายปะทะกันทันใด สุดยอดวิชาเบ่งบานกลาง
ฟ้า สาดรัศมีเรืองรองวูบไหว สารพัดกฎเกณฑ์กรีดกรายร่ายรำ
ปราณเซียนม้วนตัวสาดกระแทก
เจียงผิงอันตกตะลึงเมื่อพบว่า ไม่ว่าจะสุ่มคว้าใครสักคนไปโยนไว้
ในภพแร้นแค้น เขาล้วนเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทาน สั่นคลอนยุคสมัย
ได้ทั้งสิ้น
แต่ที่นี่ พวกเขาดาษดื่นเต็มไปหมด
ผู้สะดุดตากว่าใครคือผู้ฝึกตนเพียงสอง หนึ่งหวังหยางหนึ่ง
เหมียวเสีย ทั้งคู่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับเขตแดน ซึ่งเทียบได้กับขั้น
สูงสุดของขอบเขตมหายาน
หวังหยางเปี่ยมคุณธรรมเด็ดเดี่ยว ห้าวหาญไร้คู่เทียม ในมือถือ
กระบี่หนัก ทุกครั้งที่วาดเหวี่ยงล้วนเปลี่ยนสีสันวาตะเมฆา ไร้ผู้ใดกล้า
ปะทะด้วยตรง ๆ
เหมียวเสียถือไหสุรา ต่อสู้ดุจเทพีแห่งสงคราม จำนงศึกทรงพลัง
ของนางก่อตัวเป็นเกราะซึ่งมีปีกทองคู่หนึ่ง มอบความเร็วสุดขั้ว
นอกจากนั้น เกราะรบจำนงศึกยังเพิ่มพลังต่อสู้ให้นางมหาศาล
ด้วย
ขณะมองการต่อสู้ของเหมียวเสีย เจียงผิงอันก็ประหลาดใจอย่าง
ยิ่ง แม้เขาก็สร้างเกราะรบจำนงศึกได้เหมือนกัน แต่ก็อ่อนด้อยกว่า
เกราะรบของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด
ปรากฏว่าเกราะรบจำนงศึกของเขามิใช่ฤทธาแท้จริงสักนิดเลย
“เจ้ามัวทำอะไรอยู่! รีบมาช่วยกันสิ!”
ผู้ฝึกตนซึ่งบรรลุกฎเคล็ดพลังผู้หนึ่งถูกฟาดร่วงลงมา เห็นเจียง
ผิงอันที่ยืนทื่อกับที่ก็ตวาดใส่อย่างเดือดดาล
“เขาเป็นไก่อ่อนไร้ประโยชน์จากภพล่าง เพิ่งเคยเห็นนี้เลยเอ๋อไป
แล้วน่ะสิ!” ผู้ฝึกตนข้าง ๆ กันเห็นเจียงผิงอันแน่นิ่ง ก็นึกว่าเขากลัว
จนนิ่งค้างไปแล้ว
“ผู้ฝึกตนจากภพล่าง?”
ยามคนจากสำนักเซียนเทียนหลานได้ยินว่ามีผู้ฝึกตนจากภพ
ล่างอยู่ที่นี่ พวกเขาต่างก็มองมาทางเจียงผิงอันอย่างประหลาดใจ
เท่าที่พวกเขารู้ คนจากภพล่างพลังต่อสู้อ่อนแอ แต่มีทรัพยากร
มากมาย เมื่อไม่นานนี้ ศิษย์พี่ผู้หนึ่งฆ่าผู้ฝึกตนจากภพล่างได้ รวย
เละในทันตา
“อย่าคิดจะแย่งกับข้าเชียว! ข้าพบผู้ฝึกตนจากภพล่างผู้นี้ก่อน!”
“เหลวไหล! ข้าต่างหาก!”
“ผู้ใดฆ่าได้ก็ของผู้นั้น!”
ผู้ฝึกตนสี่ห้าคนจากสำนักเซียนเทียนหลานซึ่งบรรลุกฎเคล็ด
พลังพุ่งเข้าหาเจียงผิงอันอย่างกระหายอยากทันที
ราวกับเห็นอาวุธวิเศษมากมายกวักมือเรียกหา