สู่วิถีอมตะ - บทที่ 623 ยอกย้อนคืนสนอง
“อั้ก!”
เจียงผิงอันกระอักโลหิตออกมาอีกคำ ใบหน้าซีดขาว ถลึงตา
กล่าวกับชิวหยวนอย่างกราดเกรี้ยว “ทำไมเจ้าจึงใช้พลังวิญญาณ
โจมตีข้า!”
“ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย เจ้าก็จบสิ้นแล้ว”
สามดวงเพลิงปรากฏที่เหนือศีรษะและบ่าทั้งสองของชิวหยวน
เกิดเป็นเพลิงแท้สมาธิ พร้อมผลาญร่างเจียงผิงอันเสียเดี๋ยวนี้
“ลงมือที่นี่มิได้นะ!”
กู้ไป๋หลิงตะโกนเตือน
ทว่าก็ยังสายไป พลังอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งปกคลุมตัวชิวห
ยวน ดับเพลิงบนตัวเขาไปทันที
“บังอาจฆ่าคนอย่างโจ่งแจ้ง รนหาที่!”
เวรยามมาถึงแล้ว และใช้ตรวนสลักอักขระมัดตัวชิวหยวน
คณะเวรยามหลายคนตื่นเต้นสุดแสน ทำงานมาก็หลายปี ใน
ที่สุดก็เจอผู้หาญกล้าก่อเรื่องที่นี่
ชิวหยวนถูกพันธนาการ แต่หาลนลานสักนิดไม่ “ข้าเป็นคนจาก
ศาลาเติงเซียนแห่งภพบุกเบิก ปู่ข้าคือผู้อาวุโสคนหนึ่งในสำนักเซียน
อวี่หวงของพวกเจ้า”
เวรยามชะงักไป
ชิวหยวนเห็นพวกเขานิ่งค้างไป น ้าเสียงก็ยิ่งถือตัวเยียบเย็น “รีบ
ปล่อยข้าไปเสีย ข้าจะกลับไปหาปู่ข้าที่ภพเซียนแล้ว หากปู่ข้ารอไม่
ไหว พวกเจ้ารับผลกันเองนะ”
ชิวหยวนซึ่งถูกประคบประหงมมาแต่เด็กหารู้จักความถ่อมตนไม่
ในโลกหล้าที่เขาเข้าใจ ผู้แข็งแกร่งอยู่เหนือกฎเกณฑ์ เสวยสุข
ได้สิทธิพิเศษเกินใคร
เขาใช้ชีวิตตลอดมาเช่นนี้ ผู้ใดล่วงเกินเขาจะถูกฆ่าทันที หาก
ฆ่ามิได้ ก็ให้บิดาซึ่งเป็นเซียนมนุษย์มาจัดการ
ปู่ของเขาเป็นผู้อาวุโสผู้หนึ่งในสำนักเซียนอวี่หวง เขาจึงไม่เชื่อ
ว่าคนเหล่านี้จะกล้าแตะต้องเขา
“อุ๊บ!”
หัวหน้าเวรยามหลุดหัวเราะ “เจ้างั่ง!”
หากอีกฝ่ายไม่ประกาศตัวตน เรื่องราวคงคลี่คลายได้ง่าย แต่
ยามนี้เมื่อเขาเผยตัวตนต่อสาธารณะ เรื่องนี้ก็มิอาจแก้ไขโดยง่าย
แล้ว
“พวกเจ้ายืนบื้ออะไรกัน รีบ ๆ เข้ามาปลดตรวนให้ข้าสิ!” ชิวห
ยวนเห็นอีกฝ่ายมิปลดตรวนให้ตนเสียที น ้าเสียงก็ยิ่งแข็งกร้าวไม่ไว้
หน้า
“จู่โจมศิษย์ร่วมสำนักอย่างโจ่งแจ้ง! พาตัวไปห้องสอบปากคำรอ
การตรวจสอบไต่สวน!” หัวหน้าคณะเวรยามคว้าโซ่ ลากตัวชิวหยวน
สู่ห้องขัง
“พวกเจ้าทำอะไรน่ะ ปู่ข้าเป็นผู้อาวุโสนะ! พวกเจ้ายังกล้าพาข้า
ไปไต่สวนอีก!”
ชิวหยวนสะบัดดิ้นอย่างเดือดดาล ใบหน้าเปี่ยมโทสะ คนเหล่านี้
ถึงกับเมินเขา “พวกเจ้าไม่เชื่อหรือว่าข้าเป็นหลานผู้อาวุโส? หากไม่
เชื่อก็ถามพวกเขา…”
ชิวหยวนยังอยากให้กู้ไป๋หลิงกับเถิงชุนพิสูจน์ตัวตนของเขา แต่
ก็พบว่าทั้งสองหายไปแล้ว
ยามทั้งสองเห็นท่าทีหยิ่งผยองของชิวหยวน พวกเขาก็หนีไป
เพราะกลัวติดร่างแหกันนานแล้ว
ชิวหยวนผู้นี้สมองมีปัญหายิ่ง คิดว่าที่นี่คือภพล่างที่เขาจะทำ
อะไรก็ได้ตามใจ
ผู้คนรอบข้างมองชิวหยวนราวมองคนปัญญาอ่อน
“แค่ทายาทเซียนรุ่นสามนับเป็นอะไร ยังจะกล้าทำตัวบ้าระห ่า
เพียงนี้ ใครบ้างไร้เซียนมนุษย์หนุนหลัง”
“ในสำนักเซียนอวี่หวง อย่าว่าแต่เจ้าที่เป็นศิษย์ ต่อให้เป็นผู้
อาวุโสผิดกฎก็ยังถูกทำโทษเลย”
“เจ้านี่ดูเหมือนเพิ่งมาจากภพล่าง ต้องกร่างฤทธิ์ทำตัวไม่สน
กฎเกณฑ์ในภพล่างจนชินเป็นแน่”
“หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เจ้านี่อาจต้องเสียเวลาเกินพันปีในคุม
ขังของโลกใบน้อยนี่ก็ได้ ฮ่า ๆ”
เมื่อได้ยินเสียงหารือของบุคคลรอบข้าง ในที่สุดชิวหยวนก็
ตระหนักว่าบางสิ่งผิดปกติ
การรักษาระเบียบของสำนักเซียนอวี่หวงดูเคร่งครัดยิ่ง สิทธิ
พิเศษของเขาหามีประโยชน์ไม่!
ชิวหยวนสิ้นความถือตัวเมื่อครู่ รีบร้อนตะโกนขึ้น “ข้าถูก
ปรักปรำ! ข้ามิได้ลงมือกับเจียงผิงอัน จู่ ๆ เขาก็ทรุดลงไปเอง!”
ตุ้บ!
เจียงผิงอันผู้เพิ่งยืนขึ้นได้ทรุดลงกองอีกครั้ง ใบหน้าของเขาซีด
ขาว โลหิตย้อยออกจมูก “อย่า… อย่าลงมือกับเขา… เขา… มิได้
โจมตีข้า ปู่เขาเป็นผู้อาวุโส…”
เห็นเช่นนี้ ปวงชนก็ยิ่งเดือดโทสะ ทายาทเซียนรุ่นสามสมควร
ตายนี่ดูจะข่มขวัญอีกฝ่ายกระเจิดกระเจิงจนเริ่มโกหกคล้อยตามกัน
น่าสงสารยิ่งนัก
ผู้ฝึกตนซึ่งมีใจรักคุณธรรมแรงกล้าคนหนึ่งซึ่งอยู่มิไกลนักถ่ม
น ้าลายใส่หน้าชิวหยวน “ถุย! สวะแท้! กล้าทำไม่กล้ารับ ท่าทีเย่อหยิ่ง
เมื่อครู่หายไปไหนแล้วเล่า?”
ไม่มีผู้ใดที่นี่เชื่อเลยว่าชิวหยวนถูกปรักปรำ
หากชิวหยวนพูดแต่แรกว่าเขาถูกปรักปรำ ผู้อื่นก็ยังฟังหูไว้หู
จากท่าทีหยิ่งผยองเมื่อครู่ของเขาก็เห็นได้ว่า คนผู้นี้กล้าลงมือ
อย่างไม่สนกฎเกณฑ์จริง ๆ
ชิวหยวนมองเจียงผิงอันบนพื้น ร่างของเขานิ่งค้าง
อัจฉริยะผู้เอาชนะราชันศักดิ์สิทธิ์อย่างเจ้ายังเล่นละครไม่สน
ภาพลักษณ์เช่นนี้ด้วยหรือ!
เจียงผิงอันหาสนภาพลักษณ์ไม่
พวกเขาใส่ความเขาได้ เขาจะใส่ความคืนบ้างมิได้เลยหรือ?
คนพรรค์นี้ต้องเจอยอกย้อนคืนสนอง
ไม่ว่าอย่างไร อีกฝ่ายก็จะไม่ปล่อยเขาไปอยู่แล้ว ตอบโต้ตรง ๆ
ไปเลยดีกว่า
หัวหน้าเวรยามรีบให้โอสถเยียวยาวิญญาณกับเจียงผิงอันเม็ด
หนึ่ง แล้วจึงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ศิษย์น้องวางใจเถิด โถงคุมกฎของ
เราจะลงโทษคนผู้นี้สถานหนักแน่นอน!”
“ข้าถูกใส่ความ! ข้าถูกปรักปรำโว้ย! เจียงผิงอัน ข้าจะฆ่าเจ้า!
ฆ่าเจ้า!” ชิวหยวนร้อนใจ แผดเสียงออกมาอย่างกราดเกรี้ยว
“ยังจะกล้าจองหอง! ไป!”
หัวหน้ากลุ่มเวรยามลากชิวหยวนเข้าห้องไต่สวนไป
เจียงผิงอันเองก็ได้คณะลาดตระเวนพยุงเดินตามไปเช่นกัน
คณะเวรยามนำศิลาบันทึกเงาออกมาตรวจสอบ แต่ในเมื่อการ
โจมตีวิญญาณไร้สีไร้ลักษณ์ จึงมิอาจตัดสินได้ว่าชิวหยวนลงมือจริง
ๆ หรือไม่
“ข้าถูกปรักปรำ ไม่เชื่อก็ตรวจสอบวิญญาณเขาสิ!” ดวงตาของ
ชิวหยวนแดงก ่าด้วยโทสะ เขาเกิดมาเพิ่งเคยประสบความรู้สึกของ
การถูกป้ายสี อัดอั้นคับแค้นยิ่ง
ยามเหล่าเวรยามเห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา ก็นึกสงสัยในใจว่าเขา
จะถูกป้ายสีจริง ๆ หรือ?
คณะเวรยามไปหาผู้ฝึกจิตคนหนึ่งมาช่วยตรวจสอบวิญญาณ
ของเจียงผิงอัน
หลังการตรวจสอบ ผู้ฝึกจิตผู้นี้ก็เผยสีหน้าคล ้าเครียด “รุนแรงยิ่ง
นัก วิญญาณขาดวิ่น หากยื้อไว้นานอาจทิ้งบาดแผลถาวรให้กับ
วิญญาณ กระทบการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ในภายหน้า”
“ผู้โจมตีโหดเหี้ยมจริง ๆ นี่จะล้างผลาญเขาให้บรรลัยแท้ ๆ!”
ป้าบ!
หัวหน้าเวรยามฟาดตรวนบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ถลึงตาตะคอก
ชิวหยวน “เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีก!”
ชิวหยวนตะลึงทื่อ
เจียงผิงอัน สารเลวนี่โหดเหี้ยมยิ่ง เขาโจมตีวิญญาณตัวเองจริง
ๆ!
หากไม่ระวัง ก็อาจเป็นคนไร้ค่าไปตลอดชีวิต
“เขาโจมตีวิญญาณตัวเองแน่ ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ข้าถูกใส่
ความ!” ชิวหยวนพูดเสียงดัง
“ยังกล้าทำไขสือ เดี๋ยวไปโถงคุมกฎก็รู้ว่าจะยังทำไขสืออยู่
หรือไม่! ส่งตัวให้โถงคุมกฎ!”
คณะเวรยามคุมตัวชิวหยวนไป
ขณะถูกลากตัวไป ชิวหยวนก็ยังโวยวายไม่หยุดว่าตนถูก
ปรักปรำ
หัวหน้าคณะเวรยามกล่าวกับเจียงผิงอัน “ชิวหยวนจะได้รับ
บทลงโทษที่สาสม ยามผลตัดสินออกมา เขาจะต้องชดใช้ให้เจ้า”
“ขอบคุณมาก ข้าขอรีบไปซื้อโอสถมาเยียวยาวิญญาณก่อนนะ”
ใบหน้าของเจียงผิงอันซีดขาว น ้าเสียงอ่อนแรง
นี่มิใช่การเสแสร้ง เขาฉีกวิญญาณตัวเองและอ่อนแออยู่จริง ๆ
เมื่อออกจากห้องสอบปากคำ มุมปากเจียงผิงอันก็ขยับยก
เล็กน้อย
แม้ชิวหยวนจะมิถูกประหารทันที อีกฝ่ายก็ยังต้องถูกทำโทษ
อย่างแน่นอน
เจียงผิงอันกลับสู่พื้นที่สาธารณะ แผงลอยและร้านค้าขนาดเล็ก
ปรากฏให้เห็นทุกที่ เขาหาร้านขายโอสถสักร้านแล้วเดินเข้าไป
ทันทีที่เขาเข้ามาในร้าน กลิ่นโอสถคละคลุ้งก็ลอยปะทะหน้า ซึ่ง
กระทั่งวิญญาณอันบาดเจ็บของเจียงผิงอันยังรู้สึกดีขึ้นมาก
บนชั้นวางของในร้านมีโอสถอันแผ่กลิ่นโอสถหอมกรุ่นกำจาย
เรืองรองด้วยรัศมีกฎเกณฑ์อันแตกต่าง วางเรียงรายเช่นงานศิลป์
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สังเกตเห็นบางสิ่ง ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
บนชั้นวางของตรงกลาง มีโอสถเม็ดหนึ่งแผ่คลื่นพลังเซียน จรัส
เรืองดุจสายรุ้ง
โอสถเซียน!
โอสถระดับเซียนของจริง!