สู่วิถีอมตะ - บทที่ 626 เข้าสู่ภพเซียน
“เจ้าไม่เลือกทั้งสองอย่าง เช่นนั้นก็จะกลับภพล่างหรือ? ฝันไป
เถอะ ประตูข้ามภพเปิดขึ้นเพียงหนในรอบพันปี หากจะกลับก็ต้องรอ
อีกพันปีแล้ว”
ศีรษะล้านเลี่ยนของเฉิงเฉียงเรืองประกายเย็นเยียบ ดวงตาเปี่ยม
ความดูหมิ่นเหยียดหยาม คิดไปว่าคนผู้นี้เหลาะแหละหนีทัพ หามี
คุณสมบัติเป็นแม้แต่ศิษย์ในนามไม่
เจียงผิงอันกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างสุขุม “ข้าจำได้ว่า ขอเพียงสร้าง
ผลงานมากพอ ก็จบการประเมินได้”
ว่าแล้ว เขาก็นำโล่หนักอันหนึ่งซึ่งก็คือโล่เลี่ยงบาดแผล อาวุธ
วิเศษระดับสมบัติลับออกมา
สมบัติลับนั้น ว่าตามตรงแล้วก็คืออาวุธวิเศษที่มิอาจทำให้เป็น
ยอดสมบัติได้ แม้บรรจุกฎมหาเต๋าอยู่ภายในเช่นกัน แต่ก็แข็งแกร่งมิ
สู้ยอดสมบัติ
แต่ก็เพียงพอใช้เป็นผลงานได้
ใบหน้าเฒ่าชราของเฉิงเฉียงชะงักค้าง
จริงด้วย จะจ่ายทรัพยากรเพื่อไปภพเซียนก็ได้นี่นา
เมื่อครู่เขาสาบานในใจว่าจะให้เจียงผิงอันไปภพเซียนไม่ได้ จะ
คาดคิดได้อย่างไรว่าเจ้าเด็กนี่จะมาไม้นี้
หวังหยางผ่อนหายใจโล่งอก หากมีทรัพยากรก็คุยกันง่าย
สามารถมุ่งหน้าสู่ภพเซียนได้ทันที
ปวงชนซึ่งมุงดูอยู่รอบข้างเผยสีหน้าริษยา
ผู้ฝึกตนจากภพล่างช่างรวยเสียจริง ผู้ฝึกตนคนนี้เอาสมบัติลับ
ออกมาชิ้นหนึ่งหน้าตาเฉย
เฉิงเฉียงร้อนใจเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด “เจ้า… ทำไมทำตัวเหลว
แหลกเช่นนี้ คิดถึงแต่วิธีฉวยโอกาส ภายหน้าจะเติบใหญ่เป็นยอด
ฝีมือได้อย่างไร?”
เจียงผิงอันกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างสุขุม “ผู้ดูแลเฉิง เจ้าไม่สนใจ
ชีวิตข้าด้วยซ ้า แต่มาพูดเหมือนสนใจว่าภายหน้าข้าจะได้เป็นยอด
ฝีมือหรือไม่ ทำเช่นนี้มิเสแสร้งไปหน่อยหรือ?”
แล้วเจียงผิงอันก็พูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้เฉิงเฉียงอ้าปาก
“ผู้ดูแลเฉิงก็ทราบว่าข้ามาจากภพล่าง ภพล่างหามีกฎเต๋าเซียน
เช่นภพเซียนไม่ การเติบโตของข้าถูกจำกัด หากจะให้ข้าแผลง
พรสวรรค์สามารถ อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้ข้ารับการฝึกฝนเช่นศิษย์
ผู้อื่นแทนที่จะปิดกั้นขวางทาง สกัดขัดขาข้าที่นี่เถิดนะ”
ปวงชนซึ่งมุงดูรอบ ๆ ตระหนักแล้วว่าบางสิ่งมิถูกต้อง ต่างฝ่าย
หนีกระเจิงแตกวง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร
เด็กนี่กล้าดีจริง ๆ กล้าต่อปากต่อคำกับผู้ดูแลด้วย มันทำให้
ผู้ดูแลขายหน้าแท้ ๆ!
สีหน้าของเฉิงเฉียงแปรเปลี่ยนไปมาหลายหน ใบหน้าของเขาคับ
แค้นจนแดงก ่า
ถูกศิษย์ในนามเทศนาเช่นนี้ น่าอายจริง ๆ
“เจ้าคิดว่าเจ้าเข้าภพเซียนไปจะได้เป็นศิษย์สำนักอย่างเป็น
ทางการ? ยังห่างไกลนัก วิธีจ่ายทรัพยากรช่วยเจ้าได้เพียงให้โอกาส
เข้าภพเซียน หากเจ้าคิดเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ความแข็งแกร่ง
ของเจ้ายังห่างไกลเกินพอ!”
เฉิงเฉียงไม่อยากเสวนากับเจียงผิงอันอีก จึงสะบัดแขนเสื้อฮึดฮัด
จากไป
หวังหยางถอนหายใจ กล่าวกับเจียงผิงอันว่า “ศิษย์น้องเจียง
อย่าถือสาผู้ดูแลเฉิงเลยนะ เขาก็แค่อยากให้สำนักเป็นสถานที่ที่ดี
เท่านั้น”
“ข้าเข้าใจ ลำบากศิษย์พี่หวังแล้ว”
เจียงผิงอันย่อมมิคิดติดใจกับอีกฝ่ายเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
อีกอย่าง การฝึกฝนของเขาต ่า ต่อให้เขาเคืองแค้นอีกฝ่ายไป เขาจะ
ทำอะไรได้?
หวังหยางส่งม้วนหยกม้วนหนึ่งให้เจียงผิงอัน “ข้านำม้วนหยก
บันทึกข้อมูลมาให้เจ้า ในนี้มีข้อมูลของสำนักเซียน เช่นการเลื่อน
ระดับ หนทางหาทรัพยากร สถานที่ฝึกฝนสำคัญต่าง ๆ”
“รบกวนศิษย์พี่หวังแล้วจริง ๆ ข้ามีทรัพยากรอยู่บ้าง หวังว่าศิษย์
พี่หวังจะรับไว้”
เพื่อแสดงความขอบคุณ เจียงผิงอันจึงส่งแหวนเก็บของให้อีกฝ่า
ยวงหนึ่ง
หวังหยางคลี่ยิ้ม “ทุกผู้ช่วยเหลือกัน สำนักย่อมพัฒนา เราจะได้
อยู่รอดในภพเซียนอันโหดร้ายนี้ได้”
“หากเจ้าจะตอบแทนข้า ยามเจ้าเห็นศิษย์สำนักต้องการความ
ช่วยเหลือในภายหน้า ก็ช่วยพวกเขาให้มากเท่าที่ไม่อันตรายถึง
ตนเอง เพิ่มบรรยากาศเช่นนี้ให้สำนักก็พอแล้ว”
“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปส่งที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่ภพเซียน”
หวังหยางยัดม้วนหยกบันทึกข้อมูลให้เจียงผิงอัน ก่อนจะเดิน
นำไปทางค่ายกลเคลื่อนย้าย
เจียงผิงอันนิ่งค้าง มองตามแผ่นหลังของหวังหยางไปชั่วขณะ
จู่ ๆ เขาก็เข้าใจว่าทำไมเยี่ยอู๋ฉิงจึงเอาแต่ตามเขาต้อย ๆ
หวังหยางพาเจียงผิงอันไปจ่ายสมบัติลับหนึ่งชิ้น ผ่อนผันเขาจาก
ชั่วกาลรับใช้กองทัพสามร้อยปี แล้วส่งเจียงผิงอันสู่ค่ายกล
“ข้ามีเรื่องต้องทำที่นี่ เลยส่งเจ้าได้เพียงตรงนี้นะ”
“หากเจ้าอยากได้ทรัพยากรของสำนัก ก็ต้องเป็นศิษย์อย่างเป็น
ทางการให้ได้ แต่ก็ต้องบรรลุภารกิจบางอย่างให้ได้ก่อนจึงจะเป็น
ศิษย์อย่างเป็นทางการได้”
“ภารกิจเหล่านั้นไม่ง่ายแน่ แต่ก็ไม่ต้องห่วง หลังสร้างรากเซียน
ได้ก็ค่อย ๆ พัฒนาตัวเอง เจ้าจะเข้าสำนักได้แน่ อย่าหุนหันจนเดิน
ออกนอกลู่ทางเล่า”
“ข้าจะจำคำสอนของศิษย์พี่ไว้” เจียงผิงอันพูดอย่างนอบน้อม
“ไว้พบกัน” หวังหยางโบกมือ
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ หันศีรษะมองค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่โลก
เซียน หัวใจของเขาเต้นถี่ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว อัดแน่นด้วยอารมณ์อัน
ปนเป
ในภพแร้นแค้น การไปยังภพเซียนเป็นความฝันของผู้ฝึกตน
มากมาย และเพื่อเป้าหมายนี้ ผู้ฝึกตนมากมายจึงฝึกฝนตลอดวันคืน
แต่ก็ยังไกลเกินเอื้อม
ยามนี้ เขาห่างจากภพเซียนเพียงก้าวเดียว
ไม่รู้ว่าภพเซียนจะเป็นเช่นไร
ภพเซียน ข้ามาแล้ว!
เจียงผิงอันก้าวเท้าเข้าไป แล้วทิวทัศน์ตรงหน้าเขาก็แปรเปลี่ยน
อย่างมหันต์ทันที
ภาพของอาคารตระหง่านงามมากมายซึ่งลอยอยู่บนฟ้าปรากฏสู่
สายตา อาคารเหล่านี้แผ่รัศมีเรืองรอง รายล้อมด้วยอักขระลึกลับราว
วิมานทิพย์
ชายหญิงรูปงามเหาะเหินผ่านหน้าเขา พวกเขาล้วนแต่งกาย
ตระการตา ดูเลิศล ้าเกินผู้ใด ให้บรรยากาศไร้มลทินมิข้องสามัญ
ทุกผู้ล้วนแผ่ปราณลึกลับอันแข็งแกร่ง ไม่มีผู้ฝึกตนคนใด
ขอบเขตต ่ากว่าบูรณาการเลย!
ไม่ว่าผู้ใดที่นี่ ล้วนเป็นยักษ์ใหญ่ลือนามในภพแร้นแค้นได้
ตัวตนทรงพลังอย่างมังกรหรือวิหคอมตะล้วนเป็นเพียงพาหนะ
ของผู้ฝึกตน พวกเขาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งล้วนมีพาหนะระดับสูงของ
ตัวเอง…
นอกจากนี้ กฎเต๋าเซียนลึกลับยังกระจายทั่วโลกหล้า
การเข้ามาในโลกหล้าแห่งนี้ทำให้เจียงผิงอันรู้สึกแสนสบาย ราว
ก่อนหน้านี้เขาจมอยู่ในวารีอันเย็นเยือก จู่ ๆ ก็หลุดมายังโลกหล้าอัน
อบอุ่น ทำให้รูขุมขนทั่วกายเปิดกว้าง สุดอิ่มเอมสุขสบายอย่างเกิน
นิยาม
เจียงผิงอันสัมผัสได้ชัดเจนว่าเมล็ดพันธุ์เซียนในกายเขาเหมือน
กำลังฟื้นสภาพ เขาสามารถทะลวงงอกรากเซียนจากเมล็ดพันธุ์ได้
ทุกเมื่อ!
ที่นี่หรือภพเซียน? อารมณ์ของเจียงผิงอันตื่นเต้นเล็กน้อยอย่าง
เลี่ยงมิได้
ขณะที่เขามองไปรอบ ๆ จู่ ๆ เขาก็ถูกเวรยามข้างค่ายกลขวางไว้
“ศิษย์ในนามไร้สิทธิ์เหยียบย่างเข้าสำนักเซียน ต้องไปทำภารกิจ
ที่สำนักนอก เป็นศิษย์อย่างเป็นทางการให้ได้ก่อน”
เวรยามมองจากป้ายแสดงตนบนตัวเจียงผิงอัน ก็ทราบได้ว่าเขา
มิใช่ศิษย์อย่างเป็นทางการ
เขาจึงชี้ค่ายกลที่ข้างตัว กล่าวขึ้นว่า “เข้าค่ายกลนี่ไป ก็จะถึงที่
สำนักนอก”
เจียงผิงอันสะกดอารมณ์อันสั่นสะท้านในใจ ไม่พูดอะไรมากแล้ว
เดินไปยังค่ายกลที่อีกฝ่ายชี้
สิ่งที่เขาอยากทำที่สุดในขณะนี้คือสร้างรากเซียน จะได้เป็นศิษย์
อย่างเป็นทางการ สำนักในอะไร สำหรับเขาดูมิได้สำคัญนัก
เว้นแต่ที่สำนักในจะมีวิชาเซียนอะไรที่เขาอยากเรียน
เมื่อเหยียบเข้าสู่ค่ายกล ทัศนียภาพก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ตรงหน้าปรากฏห้องโถงใหญ่ อาคารอันตระการสูงหายลับไป
เจียงผิงอันอ่านข้อมูลที่ศิษย์พี่หวังหยางให้มา และทราบเรื่อง
มากมายเกี่ยวกับสำนักเซียนอวี่หวงแล้ว
ในสำนักนอกมีอิสระสูงยิ่ง ขอเพียงไม่ผิดกฎสำนัก จะทำอะไรก็
ไร้ผู้เหลือบแล
ที่นี่ก็มีสถานที่ฝึกฝนและผู้อาวุโสดี ๆ คอยชี้แนะ แต่ไร้
ผลประโยชน์เช่นศิษย์สำนักใน
เช่นการจะเข้าใช้สถานที่ฝึกฝนระดับสูงในสำนักนอกต้องจ่าย
หนึ่งพันผลึกเซียน ขณะที่สำนักใน สถานที่ฝึกฝนเดียวกันใช้ผลึก
เซียนเพียงหนึ่งในสาม
ยามนี้ สิ่งที่เจียงผิงอันต้องทำก็คือหาสถานที่ฝึกฝนสักแห่ง ไป
สร้างรากเซียนในนั้น แล้วทะลวงสู่ขอบเขตมหายาน จริงสิ ในภพ
เซียนเรียกว่ายอดฝีมือระดับเขตแดนต่างหาก
ไม่รู้เขาจะสร้างรากเซียนได้กี่ดาราหนอ
เจ็ดดารา? แปดดารา? หรือจะมีวาสนาพอไต่ถึงเก้าดาราอัน
สมบูรณ์แบบเหนือใด?