สู่วิถีอมตะ - บทที่ 627 ผู้อาวุโสนำทาง
เจียงผิงอันเข้าสู่โถงตรงหน้าตน
ในโถงแห่งนี้สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ทั้งรับและตั้งรางวัล
ภารกิจ จองสถานที่ฝึกฝนและเคหาที่พักระดับสูงต่าง ๆ
เจียงผิงอันมาเพื่อจองเคหาระดับสูงสักแห่ง
ในเคหาฝึกฝนระดับสูงมีค่ายกลซึ่งช่วยในการฝึกฝนได้ และมิ
ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดลอบโจมตี สะดวกและปลอดภัยยิ่ง
เมื่อเดินเข้ามาในโถง เสียงสนทนาจอแจก็ดังกระทบโสต
“ภารกิจนี้ไม่ยาก ข้าจะผ่านประเมินเข้าสำนักในได้แน่ ๆ!”
“สหายเต๋า ข้าแนะนำให้เจ้าซื้อภูเขาลูกนี้ ยอดเขาที่นี่มีพื้นที่ใช้
สอยพอประมาณ รายล้อมด้วยสถานที่ฝึกฝนครบครัน เหมาะสมให้
เจ้าซื้ออยู่กับคู่บำเพ็ญอย่างยิ่ง ราคาก็ไม่แพง กู้ซื้อก็ได้นะ…”
“ผู้ใดมีวัตถุเพิ่มคุณภาพรากเซียนได้บ้าง ข้ารับซื้อราคาสูง!”
ที่นี่มีศิษย์สำนักนอกอยู่มากมาย ไร้เจ้าหน้าที่ผู้ใดว่างมารับรอง
เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมองไปรอบ ๆ สังเกตเห็นว่ามีชายในชุดบัณฑิตสีเทาผู้
หนึ่งนั่งอ่านหนังสือเฉย ๆ อยู่ที่โต๊ะ
เจียงผิงอันเดินเข้าไปหา “ศิษย์พี่ท่านนี้ ข้าอยากเช่าสถานที่
ฝึกฝนระดับสูง ยังมีอยู่หรือไม่?”
ทันทีที่วาจาถูกเอ่ย โถงใหญ่ซึ่งเดิมเอะอะมะเทิ่งพลันเงียบกริบไร้
วจี ทุกผู้ล้วนหันมองมา
เจียงผิงอันสัมผัสถึงความผิดปกติได้ ก็ใช้วิชาเนตรตรวจการ
ฝึกฝนของชายในชุดบัณฑิตสีเทาผู้นี้
เพียงพริบตา ร่างของเจียงผิงอันก็แข็งทื่อ เส้นขนทั่วกายลุกซู่
เหงื่อแตกพลั่กชโลมหลัง
เขาในยามนี้มองทะลุขอบเขตของเสี่ยวเซียงได้ แต่มิอาจมองทะลุ
ขอบเขตของคนผู้นี้ได้!
นี่มิใช่มนุษย์ แต่เป็นเซียน! ยอดฝีมือซึ่งอยู่เหนือขอบเขตเซียน
มนุษย์!
คนผู้นี้เป็น ‘ศิษย์พี่’ ตรงไหนกัน บางทีอาจเป็นผู้อาวุโส!
ผู้อาวุโสบ้านใครมาอ่านหนังสือที่นี่กัน ตำหนักท่านเล่า? เตียง
กว้างร้อย ๆ จั้งของท่านเล่า?
“ผู้อาวุโส ผู้น้อยขออภัยด้วยที่เลินเล่อ”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นก้มหัวขอขมา ขณะที่เขากำลังจะหันกาย
จาก ชายในชุดบัณฑิตสีเทาก็เก็บหนังสือในมือ ลุกขึ้นช้า ๆ แล้วพูด
เบา ๆ
“เคหาฝึกฝนระดับสูงก็ยังมีอยู่ ข้าจะพาเจ้าไปดู”
“มิรบกวนผู้อาวุโสหรอกขอรับ ข้าไปหาผู้อื่นก็ได้”
เจียงผิงอันมิกล้าให้ยอดฝีมือระดับเซียนอย่างเขานำทางไปดู
เคหาหรอก
“คนอื่น ๆ ยุ่งอยู่ ผู้อาวุโสผู้นี้พอดีว่าง จะพาเจ้าไปเอง”
ชายในชุดบัณฑิตสีเทาเดินออกจากโต๊ะไปนอกโถง ดูเหมือน
เขาตั้งใจพาเจียงผิงอันไปดูเคหาจริง ๆ
“สหาย เจ้านี่แน่จริงๆ ถึงกับให้ผู้อาวุโสเหมียวพาไปดูเคหาได้”
ใครบางคนถ่ายทอดกระแสปราณหาเจียงผิงอัน ไม่รู้ว่าตั้งใจชมหรือ
ล้อเลียนกัน
เจียงผิงอันชะงักค้างกับที่
“มัวทำอะไรอยู่ ตามมาสิ”
ชายในชุดบัณฑิตสีเทาตรงหน้าเขาพูดด้วยน ้าเสียงสุขุม ไร้
อารมณ์ใดเปลี่ยนแปลง
เจียงผิงอันยิ้มจืดเจื่อน ภายหน้าต้องใช้วิชาเนตรไว้เสียแล้ว หา
ไม่จะล่วงเกินคนได้ง่าย ๆ ภพเซียนมียอดฝีมืออยู่เต็มไปหมด หาก
เจอผู้อาวุโสเข้าสักคน ก็อาจเป็นเซียนได้ทั้งนั้น
เขารีบเดินตามไปอย่างนอบน้อม โชคยังดีที่ผู้อาวุโสท่านนี้
อัธยาศัยดี มิได้ถือสาอะไรเขา
หลังเจียงผิงอันลับหลัง ทั้งโถงก็เดือดพล่านด้วยเสียงสนทนา
“เด็กนี่มาใหม่แน่ ๆ กระทั่งผู้อาวุโสเหมียวยังไม่รู้จัก”
“ว่าไปแล้ว ทำไมผู้อาวุโสเหมียวจึงดูแลศิษย์ใหม่เช่นนี้หนอ? ผู้
อาวุโสเหมียวขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้ายแท้ ๆ”
“ไม่รู้สิ เพราะผู้อาวุโสเหมียวอารมณ์ดีอยู่กระมัง”
เจียงผิงอันไม่ได้ยินเสียงสนทนาเบื้องหลัง ติดตามผู้อาวุโสท่านนี้
ข้ามสุญตามายังบ้านไม้อันโดดเดี่ยวห่างไกลแห่งหนึ่ง
บ้านไม้หลังนี้ห้อมล้อมด้วยต้นไม้ไม่ทราบนามมากมาย พลังชีวิต
อันอัดแน่นจากต้นไม้เหล่านี้คลับคล้ายจะทวีอายุขัยได้พันปีเพียงหนึ่ง
ขบกัด
พฤกษาสามัญซึ่งเติบโตตามธรรมชาติรายล้อมบ้านไม้หลังนี้ก็
บรรจุคลื่นพลังกฎเกณฑ์แข็งแกร่ง พวกมันล้วนเป็นโอสถทิพย์ระดับ
สูงสุดในภพแร้นแค้นทั้งสิ้น
ด้านหลังบ้านไม้นี้คือปราณเซียนอันควบแน่นเป็นน ้าตกธาร
เซียน โปรยลงเป็นสระน ้า คละคลุ้งตลบละอองหมอกเซียน
กฎเต๋าเซียนพลิ้วพราวเป็นครั้งคราวรอบทิศ หากอยู่ที่นี่สักพัก
เจียงผิงอันก็อาจกระจ่างเข้าใจ
เจียงผิงอันรู้สึกได้ว่าที่นี่ไม่ธรรมดา จึงเอ่ยขึ้นว่า “ผู้อาวุโสเหมียว
ข้ามีทรัพยากรจำกัด ไม่น่าเช่าที่นี่ไหวนะขอรับ”
แม้จะมิได้ถามราคา แต่ไม่มีทางธรรมดาแน่ ๆ
“ที่นี่ราคาดาษดื่นอยู่นะ เดือนละพันผลึกเซียน” เหมียวจิ่งกล่าว
เบา ๆ
เมื่อได้ยินราคา เจียงผิงอันก็ผ่อนหายใจโล่งอก
ถึงราคาจะแพง ก็ยังจับต้องได้
เจียงผิงอันมิกล้าขอให้อีกฝ่ายพาเขาไปดูเคหาอื่น เขาจึงนำ
สมบัติลับชิ้นสุดท้ายออกมาส่งให้กับอีกฝ่ายด้วยสองมือ
“ผู้อาวุโส ข้าไม่มีผลึกเซียนติดตัว ขอใช้สิ่งนี้ทดแทนได้หรือไม่
ขอรับ? ข้าไม่แน่ใจว่าจะฝึกฝนที่นี่นานเพียงไร หากฝึกฝนนาน
เกินไปจนเกินมูลค่าอาวุธวิเศษชิ้นนี้ ข้าจะจ่ายผลึกเซียนชดเชยเพิ่ม
ให้”
“ได้สิ”
เหมียวจิ่งรับสมบัติลับ แล้วหายตัวไปทันที
เมื่อเห็นอีกฝ่ายจากจร เจียงผิงอันก็ถอนหายใจยาวเหยียด
แม้ผู้อาวุโสท่านนี้จะอัธยาศัยดี สุดท้ายเขาก็เป็นผู้อาวุโส มอบ
แรงกดดันแก่เขาสูงยิ่งนัก
เขาปาดเหงื่อแล้วมองไปรอบ ๆ
บ้านไม้หลังนี้เรียบง่ายยิ่ง ไร้ค่ายกลใด ๆ ให้เห็น
แต่ที่นี่มีน ้าตกธารเซียนอยู่ กฎเต๋าเซียนปรากฏชัดเจน ค่าเช่า
พันผลึกเซียนต่อเดือนมิถือว่าแพงเกินไป
ที่นี่ไม่มีผู้คนใกล้เคียง ดูเหมือนจะเป็นเขตหวงห้าม สถานที่เช่นนี้
เป็นที่น่าพอใจที่สุดสำหรับเจียงผิงอัน เขาสามารถฝึกฝนได้อย่าง
เงียบเชียบ
เจียงผิงอันนั่งลงที่ริมสระในม่านหมอก มิได้สร้างรากเซียนเดี๋ยว
นั้นเลย
เขาก็วาดฝันอยากสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนมากกว่าหนึ่งเมล็ดอยู่
เช่นกัน
เพราะถึงอย่างไร ก็ไม่มีใครเมินเฉยสิ่งที่สามารถเพิ่มความ
แข็งแกร่งของตนเองได้เช่นนี้หรอก
เขาจะให้เวลาตัวเองอีกสองเดือน หากยังหาทางสร้างเมล็ดพันธุ์
เซียนแฝดมิได้ เขาก็จะพอแค่นี้ ไม่เสียเวลาต่อไป
เจียงผิงอันเรียบเรียงความคิดแล้วเริ่มฝึกฝน เข้าใกล้การฟื้นชีพ
บุพการีไปอีกขั้น…
ที่ตีนเขา เหมียวจิ่งชำเลืองยอดเขาสลับกับบุตรีตนซึ่งดื่มสุราอยู่
ข้างตัว
“เจ้าจะให้พ่อยกที่อยู่ตัวเองให้เด็กนั่นเนี่ยนะ นี่เจ้าชอบเขาหรือ?
จะคลอดหลานให้ข้าแล้วหรือไร?”
“คลอดผีให้เจ้าสิมิว่า!”
เหมียวเสียฟาดน ้าเต้าสุราใส่หัวบิดาตัวเอง
เหมียวจิ่งพูดไม่ออกอย่างยิ่ง “เป็นสาวเป็นนาง ทำตัวไม่สมเป็น
สตรีเอาเสียเลย เอาน ้าเต้าสุราฟาดหัวพ่อเช่นนี้มิเกินไปหน่อยหรือ?”
“หุบปากไปเลยไป๊”
เหมียวเสียไม่ไว้หน้าเหมียวจิ่งสักนิด
เหมียวจิ่งไหวไหล่ “เช่นนั้นเจ้าก็บอกเหตุผลข้าสิ เจ้าทำเช่นนี้มี
จุดประสงค์อะไร”
เหมียวเสียกรอกสุราเข้าปากอึกหนึ่ง จ้องมองยอดเขาด้วย
สายตาลึกล ้า เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “เจียงผิงอันผู้นี้ไม่มีทางธรรมดา”
“ไม่ธรรมดาตรงไหน? เพราะเขาหล่อกว่าพ่อเจ้าผู้นี้หรือ?”
เหมียวเสีย “…”
จนบัดนี้ ตาเฒ่านี่ก็ยังไม่รู้ว่านิสัยบุตรีตนได้มาจากผู้ใด
ขณะเดียวกัน สำนักในของสำนักเซียนอวี่หวง ตำหนักผู้อาวุโส
แห่งหนึ่ง
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งถือยันต์สื่อสาร กล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ทำไม
หลานข้าจึงถูกขัง? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
ผู้อาวุโสผู้นี้หาใช่ใครอื่นนอกจากปู่ของชิวหยวน ชิวซื่อผิง
เขาทราบข่าวว่าชิวหยวน หลานชายของเขาถูกกักตัวแล้ว
“เจียงผิงอัน? บังอาจทำหลานผู้อาวุโสผู้นี้ลำบาก อย่าหวังเลยว่า
เขาจะอยู่ดีได้”
แค่ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการคนหนึ่ง ฆ่าให้ตายง่ายเยี่ยงมด
เจียงผิงอันหารู้ไม่ว่าตนถูกหมายหัว เขาอุทิศตนให้กับการ
ฝึกฝนอย่างเต็มที่ ตั้งใจศึกษาว่าจะสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนมากกว่าหนึ่ง
เมล็ดได้เช่นไร
แต่เมื่อกาลผ่าน สองเดือนพ้นไปในโลกภายนอก สิบเดือนจนสิ้น
ในวังกาลเวลาในตัวเขา ก็ยังไร้ซึ่งความคืบหน้า
เจียงผิงอันถอนใจส่ายหัว กล่าวกับตนเองว่า “ดูเหมือนจะไม่ไหว
จริง ๆ มีแต่ต้องรามือแล้ว ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนทุ่มเทเวลามากมายยัง
ทำมิได้ นับประสาอะไรกับข้า…”
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็เหมือนนึกอะไรออก ดวงตาของเขาเรือง
ประกายขึ้น
แม้จะมิอาจสร้างเมล็ดพันธุ์เซียนแฝด แต่เขาก็คิดหาวิธีสร้างราก
เซียนแฝดได้แล้ว!