สู่วิถีอมตะ - บทที่ 635 โครงกระดูกในโลงศพ
โลกใบน้อยถูกปกคลุมด้วยสีเทาอันชืดชา ลี้ลับไร้ความหวัง
เจียงผิงอันถูกตรึงมิอาจขยับตัว มองโลงแก้วผลึกตรงหน้าเขา
ด้วยความตกใจพรั่นพรึง
โครงกระดูกขาวในโลงแก้วผลึกนี้ดูราวจะทำลายได้ทุกสิ่ง
เจียงผิงอันกระวนกระวายจนลืมหายใจ ประหนึ่งภยันตรายสุดขั้ว
กำลังจะคืบคลานออกมา
อึดใจต่อมา กะโหลกศีรษะหัวหนึ่งก็โผล่ออกมาจากโลงแก้วผลึก
คู่เนตรกลวงโบ๋ดำสนิทดูราวขุมนรกทั้งเก้า เพียงหนึ่งชำเลืองก็
ทำให้วิญญาณของเจียงผิงอันสะท้านรุนแรง หัวใจเกือบหยุดเต้นเสีย
เดี๋ยวนั้น
พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้เกินความรู้ความเข้าใจของเขา มิอาจ
รับรู้ได้เลยว่านี่เป็นของระดับใด
“บ้าน… บ้านของข้า… ข้าอยากกลับบ้าน…”
เสียงแหบต ่าอันเศร้าโศกดังขึ้น แม้เพียงประโยคเดียว แต่กลับ
กระทบต่อกฎฟ้าดินให้โหยไห้ตาม กระแทกถึงสภาพอารมณ์ของ
เจียงผิงอัน ทำให้หัวใจเปี่ยมความโหยหาอยากกลับบ้าน น ้าตาหยาด
หยดอย่างเกินควบคุม
เจียงผิงอันพยายามควบคุมอารมณ์ในใจอย่างสุดกำลัง ความ
แข็งแกร่งของโครงกระดูกนี้ต้องสูงจนเหลือเชื่อ วาจาแม้เพียงคำก็ยัง
กระทบต่อกฎฟ้าดิน สะเทือนอารมณ์ผู้อื่นได้
“ผ-… ผู้อาวุโส ข้า… ข้าจะปล่อยท่านออกไป ท่านกลับบ้านเถอะ
นะ ข้าจะมอบผลึกเซียนทั้งหมดแสนชิ้นที่ข้ามีเป็นค่าเดินทางให้ท่าน
ศาสตราเซียนสองชิ้นนี้ หากท่านอยากได้ ข้าก็ให้ท่านด้วย”
เจียงผิงอันพยายามปรับน ้าเสียงให้นุ่มนวลที่สุด ครั้งสุดท้ายที่
เขาพยายามนุ่มนวลสุดชีวิตเช่นนี้ก็คือยามบุตรีเขาเพิ่งเกิด
เพื่อเอาชีวิตรอด กระทั่งศาสตราเซียนเขายังมิคิดเก็บไว้ แค่
อยากให้ตัวตนน่าสะพรึงกลัวนี้รีบ ๆ ไปเสีย
“บ้าน… ไม่มีแล้ว… หาไม่พบแล้ว…”
วาทะจากหัวกะโหลกยิ่งทวีความเศร้าโศก โครงกระดูกส่งเสียง
เอี๊ยดอ๊าด ดวงตามืดมัวทั้งสองปรากฏประกายจากวิญญาณวูบไหว
ริบหรี่
เจียงผิงอันกลืนน ้าลายภายใต้แรงกดดัน กระซิบต่อไปว่า “ผู้
อาวุโส บอกนามบ้านเกิดของท่านกับข้าได้หรือไม่ ผู้น้อยช่วยถามไถ่
ให้ได้นะขอรับ”
“เจ้าเป็นคนที่หมื่นสามพันสี่สิบสอง… ที่อยากช่วยข้าหาบ้าน…
แต่ไม่มีผู้ทำสำเร็จ… ตายกันหมด…”
เสียงของโครงกระดูกสุดแสนจนใจโศกเศร้า ให้ความรู้สึกสิ้น
หวังจนถึงกับทำให้เจียงผิงอันอยากฆ่าตัวตาย
นี่ขนาดเขามีพลังวิญญาณสูงส่ง หากเป็นคนที่เขาฆ่าไปเมื่อครู่
ป่านนี้คงฆ่าตัวตายไปแล้ว
เจียงผิงอันคิดว่ามีบางสิ่งผิดปกติยิ่ง คนนับหมื่นเคยสัมผัสโลงนี้
แต่ทุกผู้ล้วนตายกันหมด ต้องมีอะไรผิดปกติอยู่เป็นแน่
เจียงผิงอันขวัญผวายิ่งกว่าเดิม พูดอย่างระมัดระวังว่า “ผู้อาวุโส
ข้ารู้จักสำนักหนึ่งชื่อสำนักเซียนเทียนหลาน สำนักของพวกเขา
แข็งแกร่งมาก ข้าช่วยท่านติดต่อพวกเขาได้ ขุมกำลังนี้จะได้ช่วย
ท่านหาบ้านเกิดท่านนะขอรับ”
“ไร้ประโยชน์… ขุมกำลังใหญ่มากมายเคยช่วยข้า… แต่ก็ถูก
ถล่มสิ้น…”
โครงกระดูกเหมือนคิดอะไรอยู่ ปราณทรงพลังพลันทะลักไหล
โลกใบน้อยทั้งใบเจียนถล่มสิ้น
เจียงผิงอันยิ้มจืดเจื่อน “ผู้อาวุโส แม้ผู้น้อยอยากช่วยท่าน แต่
ผู้น้อยก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนสุดแสนธรรมดา มิอาจช่วยท่านได้เลยนะ
ขอรับ”
“ข้าอยากกลับบ้าน… เจ้าจะส่งข้ากลับบ้าน… ถูกหรือไม่?”
คู่เนตรดำสนิทของโครงกระดูกจ้องมองมายังเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันเกิดความรู้สึกว่า หากเขาบังอาจแย้งอีกฝ่ายยามนี้
เขาจะตายทันที
“ขอรับ ข้าอยากส่งผู้อาวุโสกลับบ้าน”
เพื่อเอาตัวรอด เจียงผิงอันทำได้เพียงตอบอย่างไม่จริงใจ
เมื่อเขาตกลง ตรวนสีดำบนตัวเขาก็เรืองประกายแสง หายวับไป
โดยพลัน
ทว่าตรวนนี้มิได้หายไปอย่างแท้จริง มันกลับกลายเป็นตรา
ประหลาดซึ่งทาบลงบนผิวกายของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันสัมผัสได้ชัดเจนว่าชีวิตของเขาอยู่ในกำมืออีกฝ่าย
เขาอยากสบถหยาบคายออกมาเสียเดี๋ยวนี้เลย
ตัวตนแข็งแกร่งเช่นนี้มาขอความช่วยเหลือจากผู้ฝึกตนธรรมดา
สักคน สมองต้องมีอะไรผิดปกติแน่!
เจียงผิงอันสะกดทุกความคิดไขว้เขว ถามขึ้นอย่างนอบน้อม
“บ้านของผู้อาวุโสอยู่ที่ใดหรือขอรับ?”
ยามนี้ไร้ทางเลือกนอกจากสงบอารมณ์อีกฝ่ายก่อน แล้วหาทาง
ส่งอีกฝ่ายให้พ้นตัว
“ลืมไปแล้ว… ข้าจำได้เพียงหน้าบ้านข้ามีลำธารสายหนึ่ง…”
โครงกระดูกกุมหัว ท่าทางหวนคะนึง
เจียงผิงอัน “…”
ชาติสุนัขเอ๊ย
ในที่สุดข้าก็รู้แล้วว่าทำไมผู้ที่เจอโครงกระดูกนี่จึงดับดิ้นกันหมด
เจ้านี่ไม่รู้ด้วยซ ้าว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน!
มิต้องพูดถึงว่าภพเซียนนี้กว้างไกลไร้ขอบเขต ขนาดในภพ
แร้นแค้นของเขายังนับจำนวนลำธารได้มิถ้วนเลย
จะหาบ้าอะไรได้!
“วิญญาณข้าเสียหาย… ช่วยข้าหาผลเต๋าวิญญาณเซียน… ฟื้น
วิญญาณให้ข้าที… ถึงยามนั้น… ข้าจะให้วรยุทธ์แข็งแกร่งกับเจ้า…”
“ข้าต้องจำศีลอีกแล้ว… จริงสิ… อย่าเปิดโปงการมีอยู่ของข้า…
ใครบางคนกำลังไล่ล่าข้า… ยามเรื่องแดง ภพภูมิมากมายพังทลายมา
เยอะแล้ว…”
โครงกระดูกเอนตัวกลับลงในโลงแก้วผลึกพร้อมกับปราณมรณะ
ทั่วโลกใบน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นปิดฝาโลงแล้วแน่นิ่งไป
เจียงผิงอันตะลึงจังงัง
กี่ภพภูมิบรรลัยไปเพราะมัน? ตัวตนน่ากลัวอะไรมีพลังเช่นนี้?
เซียนสวรรค์? หรือเป็นเซียนแท้ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่า หรือตัวตนที่
แข็งแกร่งกว่านั้นอีก?
สีหน้าของเจียงผิงอันย ่าแย่อย่างยิ่ง มีสิ่งนี้ติดตัวอันตรายกว่า
ซ่อนศาสตราเซียนไว้เสียอีก
คราวนี้จะทำเช่นไร?
เขาอยากทิ้งโลงนี้ไปเหลือเกิน แต่อีกฝ่ายฝังตรวนประหลาดเส้น
หนึ่งไว้ในตัวเขา ดูจะสามารถควบคุมความเป็นความตายของเขาได้
จึงมิกล้าทอดทิ้งอีกฝ่ายได้
โครงกระดูกนี้เป็นใครกันแน่? บ้านของเขาอยู่ที่ใด?
ความร้อนรนในใจเจียงผิงอันทำให้เขาคับแค้น แต่มิอาจระบาย
กับที่ใด
จะให้ทำเช่นไร ยามนี้เขาทำได้เพียงช่วยอีกฝ่ายฟื้นความทรงจำ
จะได้แก้วิกฤตินี้สิ้นไป
แต่ผลเต๋าวิญญาณเซียนคืออะไร?
สิ่งนี้ฟังเช่นไรก็ไม่น่าถูก
เจียงผิงอันกลับเมืองมังกรเพลิงสวรรค์อย่างขัดเคืองใจ
ทั้งเมืองเต็มไปด้วยคลื่นความร้อน ควันไฟและเพลิงปะทุโหมทุก
หนแห่ง
เขาหาร้านค้าสักร้าน ตั้งใจจะขายของที่มิได้ใช้แลกเป็นผลึก
เซียน
เมื่อผนวกกับผลึกเซียนแสนกว่าชิ้นก่อนหน้า เขาก็เกือบซื้อ
โอสถวิญญาณสุญญะเม็ดหนึ่งได้แล้ว
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องสำคัญที่สุดก็คือต้องเพิ่มความ
แข็งแกร่งของตน
ทันทีที่เข้ามาในร้าน เจียงผิงอันก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามีผู้
พูดคุยกันเกี่ยวกับโลงแก้วผลึกนี้อยู่
“ได้ยินหรือไม่? ใครบางคนเจอโลงแก้วผลึกในดินแดนลับของ
ราชวงศ์เซียนจันทร์มายา โลงแก้วผลึกนี้มีโอกาสเป็นศาสตราเซียน
สูงมาก!”
“ราชวงศ์เซียนจันทร์มายาถูกทำลายไปก็นานแล้ว จะยังมี
ศาสตราเซียนเหลือในดินแดนลับอีกหรือ?”
“เราไปตรวจสอบดูกัน!”
“อย่าไปเลย มีคนได้มันไปแล้ว คนผู้นั้นหนีมาทางเมืองมังกร
เพลิงสวรรค์ ข้าเพิ่งไล่ตามมา แต่ไม่รู้คนผู้นั้นหายไปไหนแล้ว”
“ข้าล่ะริษยานัก ข้าเคยไปดินแดนลับของราชวงศ์เซียนจันทร์
มายามาก่อน แต่ทำไมหาศาสตราเซียนนี้ไม่เจอ ไม่รู้ว่าใครช่างแสน
โชคดี ได้สมบัติเช่นนี้ไป”
ยามปวงชนได้ยินว่ามีผู้ได้ศาสตราเซียนไป ต่างผู้ล้วนแสนริษยา
ดวงตาเปี่ยมความปรารถนาต้องการ
เมื่อเห็นสีหน้าคนทั้งหลาย เจียงผิงอันก็เกิดอารมณ์ซับซ้อนยิ่ง
หากคนเหล่านี้รู้ว่าโลงนี้คืออะไร พวกเขาคงไม่ริษยากันเช่นนี้ จะ
ร ่าไห้ยังไร้ที่ใดรับเลย
เจียงผิงอันขายอาวุธวิเศษและทรัพยากรที่มิได้ใช้ให้กับเถ้าแก่
ร้าน
จากนั้นก็ใช้ผลึกเซียนที่แลกมาซื้อโอสถวิญญาณสุญญะมาเม็ด
หนึ่ง
ร้านนี้ขายโอสถวิญญาณสุญญะเพียงเม็ดละแสนห้าหมื่น!
เวร! ก่อนหน้านี้เจ้าอ้วนนั่นขายห้าเม็ดล้าน!
หลังได้ทราบข่าว อารมณ์ของเจียงผิงอันก็ยิ่งย ่าแย่
เขาในยามนี้อยากหลอมคนเสียเหลือเกิน