สู่วิถีอมตะ - บทที่ 654 จุลภพเทพโบราณ
“หายนะอะไร?”
เหมียวเสียเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของหวังหยางก็ลดไหสุราจากปาก
ถามอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
หวังหยางเอ่ยเสียงเข้ม “หลังการตรวจสอบ พลังทั่วทั้งซากเทพ
โบราณแห่งนี้กำลังถดถอย ราวถูกอะไรบางอย่างสูบกลืน ข้าสงสัยว่า
…”
หวังหยางเว้นช่วงเล็กน้อย จึงเฉลยสิ่งที่ตนคาดเดาไว้ “ข้าสงสัย
ว่าเทพโบราณกำลังจะฟื้นตัว”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”
ฟังถึงตรงนี้ เหมียวเสียก็อุทานขึ้นทันที ขุนเขาคู่ตรงหน้านาง
สะเทือนเทิ้มราวได้ยินเรื่องบางอย่างอันร้ายแรงยิ่ง
“เทพโบราณอะไรหรือ?”
เจียงผิงอันซึ่งอยู่ถัดไปได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็แสนงุนงง
หวังหยางตอบกลับ “สถานที่ที่เรายืนอยู่ยามนี้ แท้จริงเป็นซาก
สิ่งมีชีวิตร่างหนึ่ง เราเรียกกันว่าเทพโบราณ ร่างของมันใหญ่โตเกิน
ดารา เอื้อมมือคว้าก็เด็ดดาวลงได้”
“ที่แท้นี่ก็เป็นซากศพร่างหนึ่ง…” ม่านตาของเจียงผิงอันสะท้าน
รุนแรง
สิ่งนี้ย ้าเตือนเขาถึงหมึกสิบแปดกรในเขตหวงห้ามเหวลึกซึ่ง
ใหญ่โตเทียบจักรดารา เพียงสะบัดหนวดสักเส้นก็ขยี้ดวงดาวได้
มากมาย
สิ่งที่เรียกว่าเทพโบราณนี้ก็น่าจะใหญ่โตเช่นนั้น
หวังหยางพูดต่อ “ในทุกภพภูมิล้วนมีตัวตนน่าสะพรึงกลัว
บางอย่างก่อเกิด ตัวตนเหล่านี้แบกรับจำนงของภพภูมิ แม้มิอาจ
ฝึกฝน แต่ก็เติบโตเป็นโลกาอันมโหฬารน่าสะพรึงกลัวยิ่งได้”
“บางตัวตนเทียบได้กระทั่งกับเซียนสวรรค์ ความแข็งแกร่งเลิศล ้า
สุดขั้วยิ่ง”
“ยามเราค้นพบโลกใบน้อยแห่งนี้ เราก็พบว่าซากเทพโบราณตน
นี้ตกตายมาเกินนับกาลแล้ว”
“เรื่องประหลาดคือ ทั่วทั้งโลกาใบนี้ นอกจากบางสิ่งที่เกิดบน
ซากของเทพโบราณ ทั่วทั้งโลกใบน้อยนี้ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใด”
“เราสงสัยว่าเทพโบราณตนนี้น่าจะดูดกลืนพลังของโลกใบน้อย
แห่งนี้อยู่”
“นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่เหตุใดที่นี่จึงมีแรงโน้มถ่วงน่ากลัวนัก
เพราะจะสูบพลังทั่วทั้งโลกใบน้อยนี้มารวมกัน”
เจียงผิงอันขนลุกขนพองเฉียบพลัน เป็นการยากนักที่เขาจะนึก
ภาพออกว่าเทพโบราณตนนี้ยามมีชีวิตต้องน่ากลัวเพียงไร
เหมียวเสียสิ้นความมึนเมา ถามหวังหยางขึ้นว่า “เจ้าแน่ใจหรือ
ว่าเทพโบราณจะฟื้นคืนจริง ๆ? หากเป็นเช่นนี้ก็ต้องรีบรายงานต่อ
สำนักโดยด่วนที่สุด และถอนศิษย์ทั้งหมดออกจากที่นี่!”
เรื่องนี้ร้ายแรงเกินไป
หวังหยางส่ายหัว “ข้าไม่แน่ใจ ข้ากับผู้ดูแลบางท่านร่วมกัน
ตรวจสอบแล้ว แต่ก็ไม่พบหลักฐานอะไร”
“สำนักเราแปรสภาพโลกใบน้อยแห่งนี้มาเป็นหมื่น ๆ ปี ปลูก
โอสถเซียนไว้มากมาย ลงทุนทรัพยากรมหาศาล หากเราถอนตัว ก็
จะเสียหายอย่างมหาศาล”
“ความรับผิดชอบใหญ่หลวงเพียงนี้ ข้ารับไม่ไหวหรอก”
“นอกจากนั้น ต่อให้ข้ารายงานไป เบื้องบนก็อาจไม่เชื่อก็ได้ เทพ
โบราณถูกตัดสินว่าตายไปนานแล้ว ไม่มีใครเชื่อว่าเทพโบราณจะ
ฟื้นคืน กระทั่งตัวข้ายังเชื่อตัวเองไม่ลงเลย”
ท้ายที่สุดแล้ว การฟื้นคืนของเทพโบราณก็เป็นเพียงการคาดเดา
ของหวังหยาง หามีหลักฐานจับต้องได้ใด ๆ
“มีเบาะแสอะไรหรือไม่?”
เหมียวเสียถามอย่างจริงจัง
หวังหยางส่ายหัว “ยังไม่มี พลังทั่วทั้งซากเทพโบราณกำลังลดลง
อย่างฮวบฮาบ ยังหาตัวการที่ดูดซับพลังไปไม่พบ น่าจะอยู่ใต้พื้นดิน”
“เราจะเจาะลงไปตรวจสอบใต้พิภพ แต่ต่อให้เทพโบราณตายไป
พลังกฎเต๋าเซียนที่หลงเหลือในกายก็ยังน่าสะพรึงกลัว การเดินทาง
ครั้งนี้จะอันตรายสุด ๆ เลย”
เหมียวเสียรินสุราเข้าปากแล้วเก็บไหไป “จะอันตรายแค่ไหนก็ยัง
ต้องไปดู หากเป็นเช่นเจ้าคาดเดาจริง ๆ ชีวิตศิษย์สำนักเราที่นี่จะอยู่
ในอันตราย”
ในโลกใบน้อยแห่งนี้ นอกจากศิษย์สำนัก ยังมีญาติมิตรของศิษย์
สำนักอาศัยที่นี่ด้วย รวมเป็นคนมากมายร้อย ๆ ล้านชีวิต
เหมียวเสียหันไปบอกเจียงผิงอัน “เจ้าไม่ต้องตามมาแล้ว กลับไป
ก่อนเถอะ”
นางมิคาดเลยว่าวิกฤติจะร้ายแรงเพียงนี้ เพื่อเลี่ยงมิให้เจียงผิงอัน
ตกอยู่ในอันตราย นางจึงมิให้เขาติดตามต่อไป
เจียงผิงอันกล่าว “ข้าขอสัญจรดูที่นี่ก่อน เดี๋ยวจะกลับไปนะ”
เขาต้องทำความเข้าใจเขตแดนโน้มถ่วง และในธารทมิฬที่นี่ก็มี
กฎแรงโน้มถ่วงแข็งกล้า เหมาะสมในการทำความเข้าใจของเขายิ่ง
นอกจากนั้น ธารทมิฬยังมีพลังยิ่งใหญ่ สามารถใช้ขวดกลืน
สวรรค์ดูดซับมาเปลี่ยนเป็นผลึกเซียนได้
เขามีสามร่าง แต่ละร่างยามฝึกฝนต้องใช้ผลึกเซียนมหาศาล
“ระวังตัวให้ดีด้วย อย่าวิ่งหลุดเข้าถิ่นสำนักเซียนเทียนหลานเล่า”
เหมียวเสียเตือน
“ทราบแล้ว”
เจียงผิงอันมิได้โง่ เขาจะวิ่งโร่เข้าถิ่นสำนักเซียนเทียนหลานได้
อย่างไร?
เหมียวเสียกับหวังหยางจากจร ตามผู้ดูแลหลายท่านไป
ตรวจสอบสถานการณ์ใต้พิภพ
เจียงผิงอันออกจากหอคอยเซียน เหินตรงไปยังธารทมิฬ
แม้จะได้พบธารทมิฬเป็นครั้งที่สอง เขาก็ยังตกใจกับภาพ
ตรงหน้าอยู่ดี
ธารทมิฬไพศาลไร้ขอบเขต กฎแห่งแรงโน้มถ่วงอันผันผวน
บิดเบือนสุญตา ไร้ผู้ใดกล้าเหินเหนือมันหากการฝึกฝนยังไม่บรรลุถึง
ระดับเขตแดน
เมื่อรู้ว่าใต้เท้าตนคือซากเทพโบราณ เจียงผิงอันก็คาดเดาอย่าง
ใจกล้า “ธารทมิฬนี้คงมิใช่โลหิตเทพโบราณหรอกกระมัง?”
ยิ่งเจียงผิงอันเข้าใจโลกหล้า เขายิ่งรู้สึกว่าตนช่างเล็กจ้อย
“บรรลุขอบเขตน่ากลัวเช่นนี้แล้วยังตายได้ ไม่รู้เลยว่าต้อง
แข็งแกร่งขึ้นให้ได้ถึงเพียงไหนจึงคืนชีพพ่อแม่ได้”
เจียงผิงอันไม่ประวิงเวลา หาที่ปลอดคน ให้ร่างจริงซึ่งมีรากเซียน
โน้มถ่วงนั่งทำความเข้าใจกฎแรงโน้มถ่วง
อวตารถือศาสตราเซียนขวดกลืนสวรรค์ มุ่งลึกสู่ก้นบึ้งธารทมิฬ
เพื่อดูดซับพลังภายใน
อาวุธวิเศษอย่างขวดกลืนสวรรค์จะเปิดเผยต่อใครมิได้ ทำได้
เพียงต้องซ่อนใต้ธารทมิฬ
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังฝึกฝนนั้นเอง ผู้อาวุโสไว้หนวดเคราผู้
หนึ่งจากสำนักเซียนอวี่หวงก็ก้าวเข้าสู่จุลภพเทพโบราณ
หากเจียงผิงอันอยู่ที่นี่ จะรู้ทันทีแน่นอนว่าคนผู้นี้คือชิวซื่อผิง ปู่
ของชิวหยวน
ชิวซื่อผิงมาที่นี่ในนามการตรวจสอบจุลภพเทพโบราณ ทว่า
แท้จริงมีจุดประสงค์อื่น
หนึ่งคือมาพบหลานเขาชิวหยวน และอีกหนึ่งซึ่งสำคัญที่สุดคือ
กำจัดเจียงผิงอัน
เมื่อได้ยินว่าเจียงผิงอันมายังโลกใบน้อยแห่งนี้ ชิวซื่อผิงก็รู้สึกว่า
นี่คือโอกาส และมาลงมือด้วยตนเอง
พรสวรรค์ของเจียงผิงอันน่ากลัวเกินไป หากปล่อยให้เติบโต จะ
เป็นภัยต่อเขา
การให้เซียนมนุษย์มาลงมือฆ่าผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนนั้นดู
จะเกินไปหน่อย
แต่ก่อนหน้านี้ เขาส่งศิษย์มาก็ยังพลาด ไปหาผู้อื่นมาอีกก็มิอาจ
วางใจ
เพื่อความปลอดภัย เขาจึงต้องลงมือเอง เขาจึงผ่อนคลายสบาย
ใจได้
ยามชิวซื่อผิงพบชิวหยวนหลานตน ชิวหยวนขณะนั้นกำลังนอน
บนเตียงผู้ป่วย
ชิวหยวนซึ่งเป็นอัจฉริยะจากภพล่าง มายังภพเบื้องบนยังมิอาจสู้
สัตว์ภูตพาหนะ ถูกผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานซ้อมมาปาง
ตาย
“ท่านปู่…”
ยามชิวหยวนพบหน้าปู่ ความคับแค้นทั้งปวงก็ทะลักไหล ใบหน้า
อาบน ้าตา
ชิวซื่อผิงเห็นหลานตนมีสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ก็สุดปวดใจ รีบ
ป้อนโอสถเม็ดต่อไปให้เขา
“เสี่ยวหยวน ไม่ต้องห่วงนะ ครั้งนี้ปู่มาก็เพื่อจะล้างแค้นให้เจ้า”
เมื่อโอสถลงท้อง บาดแผลจากกฎเกณฑ์บนตัวชิวหยวนก็มลาย
หายไปด้วยความเร็วสูงจนตาเนื้อมองเห็นได้
“สารเลวเจียงผิงอันนั่นยังอยู่ในจุลภพเทพโบราณหรือขอรับ?”
เมื่อพูดถึงเจียงผิงอัน ใบหน้าของชิวหยวนก็เปี่ยมจิตสังหารและ
ความคับแค้น
เพราะเจียงผิงอัน ชีวิตเขาจึงอดสู เกือบตกตายในสมรภูมิเช่นนี้
“ใช่แล้ว เจียงผิงอันมายังจุลภพเทพโบราณแล้ว เสี่ยวหยวน เจ้า
คอยก่อนนะ ปู่จะเด็ดหัวเขากลับมาให้เจ้า”
“ท่านปู่ พาข้าไปด้วยขอรับ ข้าจะฆ่าเขาด้วยมือข้าเอง!”
ชิวหยวนกำหมัดแน่น ตั้งแต่เกิดมา เขาก็ไม่เคยอัปยศอดสูเท่านี้
มาก่อน หากจะปลดจิตมารในใจก็ต้องฆ่าเจียงผิงอันด้วยมือตนมิได้
หาไม่ ชั่วชีวิตคงมิอาจลืม
ชิวซื่อผิงพยักหน้า “ได้”
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าชิวหยวน
มีเซียนมนุษย์เช่นปู่เขาช่วย ต่อให้เจียงผิงอันสามารถล้นฟ้าแค่
ไหนก็ไม่มีทางรอด!