สู่วิถีอมตะ - บทที่ 653 ความตกใจของหลัวซู่
“ประมุขศาลาใหญ่ มีสิ่งใดหรือ?” หลัวซู่ฉงนใจยิ่ง ประมุขศาลา
ใหญ่น้อยครั้งจะติดต่อหานางก่อน วันนี้เกิดเรื่องใดขึ้น จู่ ๆ ก็มาถาม
ไถ่การฝึกฝนของนาง
“คือเช่นนี้ ข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้า มีข่าวจากสำนักเซียนในภพ
เบื้องบนส่งมา บอกว่าเจียงผิงอันผ่านประเมินแล้ว”
“อะไรนะ! ผ่านประเมินแล้ว!”
หลัวซู่จังงัง
“เจียงผิงอันผ่านประเมินแล้ว? ผ่านไปไม่กี่ปีเองนะ เขาผ่านได้
อย่างไรกัน?”
หลัวซู่ประหลาดใจสุดแสน ผู้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็ผ่านประเมินได้
เช่นนี้มีไม่มากเลย
เจียงผิงอันมีการฝึกฝนเพียงขอบเขตบูรณาการ เขาผ่าน
ประเมินได้อย่างไรกัน?
หากเป็นเช่นนี้จริง เจียงผิงอันก็จะเป็นผู้ฝึกตนคนแรกในภพ
บุกเบิกที่ผ่านประเมินในขอบเขตบูรณาการ!
หรือเจ้าเด็กเจียงผิงอันนี่จะเอาศาสตราเซียนไปแลกโอกาสเข้าสู่
ภพเซียน?
ประมุขศาลาใหญ่เอ่ยยิ้ม ๆ “การประเมินรอบนี้มิได้เคร่งครัดมาก
สามารถใช้ทรัพยากรแลกตำแหน่งได้ อัตราการผ่านจึงมากกว่าปี
ก่อน ๆ”
“แต่ผลงานของเจียงผิงอันเด่นล ้าที่สุด เขาเป็นผู้ฝึกตนคนแรกที่
ได้เข้าสำนักในของสำนักเซียนในครั้งนี้ และในการประลองศิษย์ใหม่
เขายังได้อันดับหนึ่งและกลายเป็นศิษย์ใกล้ชิดผู้อาวุโสด้วยนะ!”
เสียงของประมุขศาลาใหญ่ดังขึ้นอีกเล็กน้อย
“จริงหรือเปล่านี่! ข้อความผิดเพี้ยนไปหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความคิดแรกของหลัวซู่ก็คือประมุขศาลาใหญ่
ได้ข่าวปลอมมา
แม้นางจะไม่เคยได้เยือนภพเซียน นางก็ยังรู้ว่าผู้ฝึกตนในภพ
เซียนน่ากลัวกันเพียงไร การแข่งขันดุเดือดเพียงไร ผู้ฝึกตนคนใดมา
อยู่ในภพบุกเบิกก็ล้วนเป็นอัจฉริยะชั้นเลิศกันทั้งสิ้น
แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่ง เขาก็มิน่าแข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก
กระมัง?
“ไม่ผิดแน่ ตาเฒ่าผู้นี้ยืนยันหลายหนแล้ว เป็นเจียงผิงอันจาก
ศาลาสาขาของเจ้าจริง ๆ”
ประมุขศาลาใหญ่เอ่ยยิ้ม ๆ “เจียงผิงอัน เด็กนี่ไม่เลวจริง ๆ
อนาคตไร้จำกัด ศาลาสาขาเจ้าขาดทรัพยากรหรือไม่ ศาลาหลักช่วง
นี้มั่งคั่งล ่าซำ ไว้ภายหลังแบ่งศาสตราเซียนให้เจ้าชิ้นหนึ่งได้นะ”
“หากเจียงผิงอันมีญาติมิตรผู้ใด ศาลาหลักก็เต็มใจสนับสนุน
ทรัพยากรฝึกฝนให้”
ผลงานของเจียงผิงอันดีอย่างยิ่ง เมื่อกาลผ่าน เขาจะบรรลุสำเร็จ
อะไรได้ ต้องผูกมิตรเสียยามนี้ ช่วยเหลือเขาสักหน่อย ภายหน้าก็จะ
ได้มีไมตรีต่อกัน
หลัวซู่มิได้ตอบ สีหน้าของนางแข็งค้าง หัวใจราวถูกคลื่นพายุ
โถมกระหน ่า ผันผวนอย่างรุนแรง
นางคิดว่าเจียงผิงอันรอดตายได้ก็ดีแล้ว
แต่มิคาดเลยว่าผลงานของเจียงผิงอันจะเจิดจรัสเพียงนี้ เข้า
สำนักในของสำนักเซียนได้สำเร็จ กลายเป็นศิษย์ส่วนตัวของผู้
อาวุโสด้วย! หลัวซู่เพิ่งค้นพบวันนี้เองว่านางประเมินเจียงผิงอันต ่าไป
ยิ่งนัก
เฉียนฮวั่นโหรวซึ่งหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดมายิ้มออกเสียที
นางรู้ว่าบุรุษผู้น้อยคนนี้ต้องผ่านการประเมินได้แน่ ๆ
ภพเซียนคือเวทีที่แท้จริงของบุรุษผู้น้อยคนนั้น!
ในที่สุด นางก็อุทิศตนฝึกฝนอย่างสบายใจได้เสียที
ชายผู้นี้เติบโตเร็วเกินไปแล้ว จะปล่อยเขาก้าวข้ามนางไปไม่ได้
นางชอบก้มมองเจ้านี่จากเบื้องบนมากกว่า
จุลภพเทพโบราณ หอคอยเซียนของสำนักเซียนอวี่หวง ค่ายกล
เคลื่อนย้ายวูบไหวเรืองสว่าง
ชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งดูงดงามเข้ากันดียิ่งปรากฏขึ้น
ฝ่ายหญิงคลุ้งด้วยกลิ่นเมรัย ใบหน้าแดงเรื่อ ‘กล้ามอก’ ใหญ่โต
เกินธรรมดา
ใบหน้าฝ่ายชายไร้อารมณ์ หล่อเหลานิ่งขรึมเช่นไม้แกะสลัก
ทั้งสองแตกต่างกันยิ่งโดยแท้ แต่กลับให้ความรู้สึกสุดแสนเข้ากัน
ได้
“เหมียวเสีย ศิษย์น้องเจียง”
ชายผู้เหน็บกระบี่ใบกว้างบนหลัง ใบหน้าเคร่งขรึมเที่ยงตรงยืน
อยู่ที่ประตู ยามเห็นผู้มาทั้งสองก็เข้ามาทักทายทันที
คนผู้นี้ก็คือหวังหยาง
เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายก็กุมกำปั้นคารวะ “ศิษย์พี่ใหญ่”
หวังหยางดูแล ช่วยเหลือเขาเป็นอย่างดี น ้าใจนี้เขาจดจำไม่ลืม
“ทำได้ไม่เลว ทำดีเช่นนี้ต่อไปนะ อยากได้สิ่งใดก็บอกข้า ข้าจะ
ช่วยอย่างสุดสามารถ”
หวังหยางได้ยินถึงผลงานของเจียงผิงอัน ก็ยินดีกับเขาด้วยอย่าง
จริงใจ
เจียงผิงอันมาจากภพล่าง ไร้รากฐานผู้ช่วย ทำได้เช่นนี้ไม่ง่าย
เลย
“เฮ้ ๆ พวกเจ้าสองคนจะเมินข้ากันเกินไปกระมัง?”
ยามมองคนทั้งสองเสวนากันเสียดิบดี เหมียวเสียก็รู้สึกราวตนถูก
เมิน
“รีบ ๆ เข้าประเด็นกันได้แล้ว ที่นี่จะมีสมบัติอุบัติหรือ?”
นางมาที่นี่เพื่อล่าสมบัติ หากจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ก็มี
โอกาสสูงที่สมบัติชิ้นนี้จะอยู่เหนือระดับเซียนปฐพี
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของหวังหยางก็เคร่งขรึม
“บางทีอาจมิใช่สมบัติ แต่เป็นหายนะก็ได้”