สู่วิถีอมตะ - บทที่ 656 หลอกตุ๋นชิวหยวน
ชิวซื่อผิงพยักหน้าอย่างพอใจ มีแต่ต้องใช้เดชและคุณ อีกฝ่าย
จึงปกป้องหลานเขาดี ๆ
ชิวซื่อผิงโยนก้อนกลมสีดำแดงให้เจียงผิงอันอย่างเฉยชา ก่อน
จะหันไปกล่าวกับหลานเขาชิวหยวน
“เสี่ยวหยวน ปล่อยเรื่องเจียงผิงอันไปก่อน ไว้มีโอกาสข้าจะพา
เจ้าไปฆ่าเขา ยามนี้ปู่ต้องทำธุระก่อน”
สีหน้าของชิวหยวนเปี่ยมความเคืองแค้น “สารเลวเจียงผิงอันนั่น
อย่าให้ข้าเจอเชียว เขาต้องถูกสับเป็นชิ้น ๆ !”
เจียงผิงอันสมควรตายนั่นไม่รู้หายไปไหน เซียนมนุษย์อย่างปู่เขา
หาเป็นเดือน ๆ ก็ยังไม่เจอ
“นายน้อย เจียงผิงอันคือใครขอรับ ข้าจะช่วยนายน้อยจัดการ
เขาเอง!”
เจียงผิงอันซึ่งถือก้อนโลหิตดำแดงก้อนน้อยอยู่ถัดไปดูประหนึ่ง
ลิ่วล้อผู้ภักดี
เจียงผิงอันยังคงมากเล่ห์ไม่เปลี่ยนแปลง
“สารเลวชั่วช้าคนหนึ่งน่ะ”
เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนถูกเจียงผิงอันป้ายสีจนต้องอยู่รับใช้กองทัพ
ที่นี่ ชิวหยวนก็เดือดดาลจนสมองบวม อยากฆ่าคนเสียจริงแท้
ชิวซื่อผิงลูบหัวชิวหยวน เอ่ยขึ้นอย่างเมตตา “ข้าไปก่อนนะ เจ้า
ก็รักษาตัวด้วยล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงขอรับท่านปู่ มียันต์คุ้มกายของท่านอยู่ เซียนมนุษย์
ก็ฆ่าข้ามิได้”
ชิวหยวนโบกมือลาปู่ตน “ไว้พบกันขอรับท่านปู่”
เจียงผิงอันเองก็โบกมือลา “ไว้พบกันขอรับผู้อาวุโส ข้าจะ
ปกป้องนายน้อยอย่างสุดสามารถ มิให้ผู้ใดทำร้ายได้แน่นอนขอรับ!”
คู่ปู่หลานไม่มีทางคาดถึงแน่นอน ว่าเจียงผิงอันที่พวกตนหากัน
แทบแย่อยู่ตรงหน้านี่เอง
ชิวซื่อผิงเมินเจียงผิงอัน หายตัวไปในทันที
ชิวหยวนสูดหายใจลึก ๆ สะกดความอิดออดไว้ในใจ ก่อนจะหัน
ไปมองเจียงผิงอันด้วยสายตาเฉยชา
“ปัวซือสินะ ปกป้องข้าดี ๆ ล่ะ ไว้ข้าจะให้ปู่ข้าสอนวรยุทธ์เซียน
ระดับสูงให้”
ในสายตาเขา เจียงผิงอันก็เป็นเพียงว่าที่คนตาย ไร้จำเป็นต้อง
ให้เกียรติอะไร
“นายน้อยมิต้องห่วงขอรับ นอกจากข้า จะไม่มีใครได้เข้าใกล้
นายน้อยแน่นอน!”
เจียงผิงอันแสยะยิ้มอยู่ในใจ
หากมิใช่เพราะ ‘วิชาอำพรางสรวง’ เปลี่ยนรูปลักษณ์อำพราง
ปราณของเขาไว้ ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว
ส่งเซียนมนุษย์มาจัดการกับเขา ช่างไว้หน้ากันเสียจริง
เจียงผิงอันอยากฆ่าชิวหยวนเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่ลงมือตอนนี้คง
ยากไป
ชิวหยวนมียันต์คุ้มกายที่ชิวซื่อผิงให้ไว้อยู่กับตัว รับการโจมตี
จากเซียนมนุษย์ยังได้
หากฆ่าไม่ได้ อีกฝ่ายก็น่าจะหนีทัน ปัญหาจะตามติดมาแน่
ยามนี้ต้องหาทางให้ชิวหยวนใช้ยันต์นี่ไปให้ได้ก่อน
“กลับทัพหน้ากัน ทัพหน้าให้ข้าพักเพียงครึ่งปีเท่านั้นแหละ”
เมื่อนึกถึงอันตรายที่ทัพหน้า ชิวหยวนก็ขวัญสะท้านหวาดผวา
แต่ก็ยังต้องกลับไปอยู่ดี
หากหนีทัพยามใด เขาจะถูกทัณฑ์รับใช้กองทัพพันปี ไม่ก็
ประหาร
ขณะนั้นเอง อำนาจเซียนสายหนึ่งพลันแผ่ขึ้นมาจากใต้ธารทมิฬ
ชิวหยวนซึ่งกำลังจะจากจรหยุดฝีเท้า หันไปทางธารทมิฬทันที
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับนายน้อย?” เจียงผิงอันถาม
แน่นอน เขารู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อวตารของเขาใต้ธารทมิฬ
จงใจเผยปราณเซียนออกมานิดหน่อยเอง
เขาอยากพาชิวหยวนลงไปในธารทมิฬ ใช้ยันต์ของชิวหยวนไป
เสียก่อน
“เจ้าสัมผัสมิได้หรือ? มันเหมือนจะมีคลื่นพลังเซียนนะ!” ชิวห
ยวนกล่าว
“คลื่นพลังเซียนอะไรกันขอรับ นายน้อยหลอนไปเอง…”
ขณะเจียงผิงอันเอ่ยปาก คลื่นพลังเซียนอีกสายก็กระเพื่อมจาก
ใต้ธารทมิฬอีกครั้ง
ดวงตาของเจียงผิงอันเบิกกว้างอย่างตกใจ “เป็นคลื่นพลังเซียน
จริง ๆ ด้วย! จะเป็นศาสตราเซียนหรือเปล่าขอรับ?”
“หุบปาก!”
ชิวหยวนตวาดใส่เจียงผิงอันด้วยกลัวเสียงของอีกฝ่ายจะถูกผู้ใด
ได้ยิน
เขารีบโยนธงค่ายกลผืนหนึ่งออกมา ท้องนภาถูกปกคลุมด้วย
อักขระแผ่ไพศาล ผนึกคลื่นพลังที่นี่จากการรับรู้ของผู้อื่น
ชิวหยวนตื่นเต้นสุดขีด เขาอับโชคมาแสนนาน ในที่สุดก็จะมี
โชคกับเขาแล้ว ตัดสินจากคลื่นพลังเซียนนี้ มันน่าจะเป็นศาสตรา
เซียนชิ้นหนึ่งอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นศาสตราเซียนเสียหายก็ยังเป็น
ทรัพยากรล ้าค่า!
แต่คลื่นพลังเซียนนี้มาจากใต้ธารทมิฬ กฎแรงโน้มถ่วงเบื้องใต้
น่าสะพรึงยิ่ง สูงล ้ากว่าริมธารเป็นไหน ๆ เขาซึ่งอยู่เพียงขั้นต้นระดับ
เขตแดนจึงมิกล้ามุ่งหน้าลงไป
ชิวหยวนนำยันต์สื่อสารออกมา เตรียมเรียกปู่เขากลับมาที่นี่
“นายน้อย! มิได้นะขอรับ!”
เจียงผิงอันฉวยยันต์สื่อสารมาขยี้ทิ้ง
แน่นอน จะให้ชิวซื่อผิงกลับมามิได้เด็ดขาด หากชิวซื่อผิง
กลับมา เขามิถูกเปิดโปงหรือไร?
อย่าว่าแต่ฆ่าชิวหยวน ตัวเขาเจียงผิงอันนี่แหละจะตายเอง
“เจ้าทำอะไรเนี่ย!” ชิวหยวนถลึงตามองอีกฝ่าย นี่เป็นหนทาง
เดียวในการติดต่อปู่ของเขานะ
“นายน้อย หากท่านเรียกอาจารย์มา ศาสตราเซียนชิ้นนี้จะมิใช่
ของท่านนะขอรับ”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างเคร่งขรึม “นายน้อย ท่านคิดสิ หากท่าน
เรียกอาจารย์มา ศาสตราเซียนนี้จะเป็นของผู้ใดขอรับ?”
ชิวหยวนผู้กำลังจะระเบิดโทสะตะลึงไป
เจียงผิงอันพูดต่อ “นายน้อย นี่คือศาสตราเซียนนะขอรับ ถึงจะ
เสียหายก็ยังเป็นศาสตราเซียน แลกทรัพยากรได้มหาศาลเลยนะ
ขอรับ”
“ภายหน้าจะสร้างรากเซียน บรรลุเซียน ล้วนต้องใช้ทรัพยากร
ทั้งสิ้น อาจารย์จะให้ทรัพยากรกับท่านไปตลอดหรือขอรับ?”
ชิวหยวนเองก็คล้อยตาม หากปู่เขามาที่นี่ ศาสตราเซียนชิ้นนี้ไม่
มีทางเป็นของเขาแน่
สันดานคนโลภมากเห็นแก่ตัว ผู้คนส่วนใหญ่ระวังตัวแม้ยาม
เผชิญคนที่รัก
เมื่อเผชิญความเย้ายวนของศาสตราเซียน ชิวหยวนจะไม่มีทาง
มองศาสตราเซียนหลุดมือไปแน่นอน
“แต่ว่า… ศาสตราเซียนอยู่ใต้ธารทมิฬ เบื้องล่างอันตรายนัก ใน
ขอบเขตเช่นเรา ลงไปก็น่าจะตาย”
ชิวหยวนมัวเมาไปกับความตื่นเต้นที่ได้พบศาสตราเซียน แม้จะ
นึกสงสัยว่าไฉนคนตรงหน้าจึงอยากช่วยเขา แต่เขาก็ไม่มีเวลามัว
ถาม
“มิใช่นายน้อยมียันต์คุ้มกายและอาวุธวิเศษอยู่หรือขอรับ? เอา
ออกมาใช้เลยสิ แลกอาวุธวิเศษเป็นศาสตราเซียนได้ ทุกสิ่งก็คุ้มค่า
นะขอรับ!”
เจียงผิงอันตะล่อมจูงใจต่อไป พูดเช่นไรก็ได้ให้อีกฝ่ายลงไป
ล่อหลอกให้อีกฝ่ายใช้ยันต์คุ้มกาย
ชิวหยวนเองก็นึกถึงยันต์คุ้มกายที่ปู่ตนให้มา แต่นี่เป็นไพ่ตาย
ช่วยชีวิต เขาไม่อยากเสียมันจนกว่าจะถึงคราวคับขัน
ขณะที่เขากำลังชั่งใจอยู่นั้น คลื่นพลังของศาสตราเซียนพลัน
อ่อนแรงเคลื่อนไกลออกไป
สีหน้าของเจียงผิงอันเปลี่ยนแปรรุนแรงทันที “แย่แล้ว! ศาสตรา
เซียนจะถูกกฎแรงโน้มถ่วงพัดไปแล้วขอรับ!”
ว่าแล้ว เจียงผิงอันก็กระโจนลงไปในธาร
“ไสหัวไป! นายน้อยผู้นี้พบมันก่อนนะ!”
อสุรกายแห่งความโลภในใจชิวหยวนพุ่งออกจากกรงขัง เขา
ออกฝ่ามือฟาดเจียงผิงอันกระเด็นไป ก่อนจะกระโดดลงสู่ธารทมิฬ
เอง
ที่ฝั่งธาร มุมปากเจียงผิงอันยกยิ้ม
ทุกสิ่งเป็นไปตามแผน
ธารทมิฬเชี่ยวกราก กฎเกณฑ์อันปั่นป่วนตลบป่วน กั้นขวาง
สายตาและจิตสัมผัส ชิวหยวนพุ่งตัวตามทิศที่มาของคลื่นพลังเซียน
ด้วยความเร็วสูงลิบ
ธารทมิฬแห่งนี้หนืดข้นสุดขั้ว แรงต้านจากมันมหาศาล ยิ่งมุ่ง
หน้าลึกยิ่งอึดอัดลำบาก กฎเกณฑ์รายล้อมยิ่งแข็งแกร่งน่ากลัว
กฎเต๋าเซียนอันทรงพลังสายหนึ่งฟาดฟันใส่ตัวชิวหยวน ยันต์คุ้ม
กายบนตัวเขาทำงาน สร้างกำแพงป้องกันรอบกาย ขวางกฎเต๋าเซียน
ไว้ทันที
เมื่อสัมผัสว่าศาสตราเซียนใกล้ตนเข้าไปทุกที สีหน้าหิวกระหาย
เปี่ยมความโลภของชิวหยวนก็ยิ่งทวีความชัดเจนรุนแรง
ศาสตราเซียน! ศาสตราเซียน!
ขอเพียงได้ศาสตราเซียนชิ้นนี้มา ก็มิต้องกังวลเรื่องทรัพยากร
จนกว่าจะบรรลุเซียน
หากศาสตราเซียนชิ้นนี้สมบูรณ์สูง ต่อให้บรรลุเป็นเซียนไปก็ยัง
มิต้องห่วงเรื่องทรัพยากรไปเนิ่นนาน
โชคของข้าช่างดีเสียจริง
ไม่นานนัก ชิวหยวนก็มุ่งถึงก้นบึ้งธารทมิฬ เห็นขวดใบหนึ่งแผ่
รัศมีเซียนเรืองรอง
“ปรากฏว่าเป็นศาสตราเซียนสภาพสมบูรณ์! รวยเละแล้ว! ฮ่า ๆ”
ชิวหยวนหยุดหัวเราะมิได้เลย