สู่วิถีอมตะ - บทที่ 657 เซียนมนุษย์ไล่ล่า
ชิวหยวนคว้าศาสตราเซียนขวดกลืนสวรรค์ไว้
เมื่อสัมผัสคลื่นพลังเซียนจากมัน ร่างของเขาก็สะท้านเทิ้มด้วย
ความตื่นเต้น ระริกระรี้ยิ่งกว่ายามเผชิญร้อยนารีในศึกเดียวเสียอีก
ชิวหยวนซึ่งตะครุบศาสตราเซียนได้มิกล้าโอ้เอ้อยู่ต่อ เหินสู่เบื้อง
บนของธารทมิฬทันที
อำนาจใต้ธารทมิฬน่าสะพรึงกลัวเกินไป ยันต์คุ้มกายที่เขามา
เสื่อมฤทธิ์รวดเร็วยิ่ง เขาจึงมิกล้าอยู่นาน
ในที่สุด ก่อนที่ยันต์คุ้มกายจะหมดฤทธิ์ ชิวหยวนก็ทะยานออก
จากธารทมิฬได้สำเร็จ
“ฮ่า ๆ”
ชิวหยวนเชิดหน้าหัวเราะลั่น ถึงกับได้ศาสตราเซียนสภาพ
สมบูรณ์มา! เขาไม่เคยดีใจเพียงนี้มาก่อนเลย
“ยินดีด้วยนายน้อย ยินดีด้วยนายน้อย!”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นแสดงความยินดี
ชิวหยวนกล่าวกับเจียงผิงอัน “ขอบใจมากที่เตือน ข้าจึงได้
ศาสตราเซียนมา ข้าจะจำเจ้าไว้ แต่ยามนี้เจ้าไปตายได้แล้ว”
เพื่อมิให้ข่าวการได้ศาสตราเซียนของเขารั่วไหล คนผู้นี้ต้องตาย
เขายกขวดสีดำในมือขึ้น จ่ายพลังเข้าไป ตั้งใจจะใช้การฆ่าคนผู้
นี้ทดสอบฤทธิ์ศาสตราเซียนชิ้นนี้ไปในตัว
เจียงผิงอันยืนกับที่ กล่าวกับอีกฝ่ายอย่างเฉยชา “เกิดชาติหน้า
ก็ระวัง อย่ามายุ่งกับข้าล่ะ”
ขณะที่ชิวหยวนยังไม่เข้าใจความหมายวาทะอีกฝ่าย แรงดูดอัน
ชวนสะพรึงก็ปรากฏจากศาสตราเซียนในมือเขา กลืนเขาเข้าไปโดย
มิทันตั้งตัวแม้สักนิด
ในขวดกลืนสวรรค์ ชิวหยวนได้พบหนึ่งบุคคลหน้าคุ้นที่ตนเคือง
แค้น
“เจียงผิงอัน!!”
เจียงผิงอันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ขวดศาสตราเซียนนี้สูบตัวเขาเข้ามาทำไม?
อย่าบอกนะว่า… แผนร้าย!
สีหน้าของชิวหยวนแปรเปลี่ยนมหันต์ ตระหนักแล้วว่า
สถานการณ์ผิดปกติ และใช้เขตแดนเข้าโจมตีเจียงผิงอันทันที
เจียงผิงอันออกหมัดกระแทกใส่ แล้วร่างซีกขวาของชิวหยวนก็
ระเบิดแหลกทันตา โลหิตอันกระเซ็นสายถูกขวดกลืนสวรรค์ดูดซับ
ไป
ดวงตาของชิวหยวนเบิกกว้าง ใบหน้าเปี่ยมความขวัญผวาไม่
อยากเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง! ไฉนเจ้า… เหตุใดจึงแข็งแกร่งได้เพียง
นี้!”
ครั้งก่อนที่เขาพบเจียงผิงอัน อีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขต
บูรณาการผู้หนึ่ง จะบี้ให้ตายเช่นไรก็ได้ตามปรารถนา
แต่ขณะนี้ อีกฝ่ายถึงกับก้าวขึ้นสู่ระดับขอบเขต พลังต่อสู้
แข็งแกร่งสุดขั้ว
ความต่างชั้นมหาศาลนี้ทำให้ชิวหยวนมิอาจยอมรับได้ลง
เจียงผิงอันมิใช่ผู้ชอบอ้อมค้อม เขาเหวี่ยงหมัดกระแทกเข้ามา
ทันที
เมื่อสัมผัสฤทธิ์หมัดนี้ได้ ชิวหยวนก็ขนลุกขนพอง ตะโกนข่มขู่
ออกมา
“เจ้าฆ่าข้าไม่ได้! ข้ามีตราพิเศษติดบนตัว หากเจ้าฆ่าข้า ปู่ข้าจะ
รู้ก่อนใครแน่! เจ้าหนีเช่นไรก็ไม่พ้น!”
เขาไม่อยากตาย เขาอุตส่าห์ฝึกฝนมาจนถึงจุดนี้ ยังอยากบรรลุ
เป็นเซียน ยังอยากเห็นโลกอันกว้างใหญ่กว่านี้
เปรี้ยง!
ชิวหยวนพูดช้าเกินไป แม้หมัดของเจียงผิงอันจะไม่ถูกตัวชิวห
ยวน แต่อำนาจทรงพลังจากมันก็ยังแผ่ออกมาระเบิดร่างเขาอยู่ดี
เทียบกับยอดฝีมือระดับเขตแดนของภพเซียนแล้ว ชิวหยวนช่าง
อ่อนแอเหลือเกิน
ภายใต้กฎทำลายล้าง เขาไร้โอกาสฟื้นคืนใด ๆ มิต้องพูดถึง
ว่าชิวหยวนยังถูกสูบเข้าสู่ขวดเซียนด้วย
“เจ้าโง่! ทำไมไม่ป้องกัน! ไม่พูดให้มันเร็วกว่านี้หน่อยล่ะ!”
เจียงผิงอันไร้ความยินดีที่ฆ่าชิวหยวนได้ เขาสบถด่าหน้าตาย
เขามิกล้าเลินเล่อ เก็บขวดกลืนสวรรค์แล้วหันกายเหินไปทาง
หอคอยเซียน
หากชิวหยวนมิได้โกหก เจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงก็น่าจะรู้แล้วว่าชิว
หยวนตกตาย
ยามนี้ มีแต่ต้องกลับหอคอยเซียน เจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงจะได้ครั่น
คร้าม มิกล้าลงมือกับเขา
แต่เจียงผิงอันก็ยังประเมินความเร็วของเซียนมนุษย์ต ่าเกินไปอยู่
ดี
แม้ชิวซื่อผิงจะเหินจากไปไกลแล้ว ไม่กี่อึดใจเขาก็ยังกลับมาถึง
ได้
“สารเลวสมควรตาย! เจ้ากล้าฆ่าหลานของเซียนผู้นี้!”
เสียงตวาดดังกระหึ่มฟ้าสะท้านแดนดิน กฎฟ้าดินเคลื่อนโคลง
กระเพื่อมตัว ประหนึ่งโลกทั้งใบอยู่ในกำมือชิวซื่อผิง
เซียนระเบิดโทสะนั้นน่ากลัวเหนือใด หากเป็นที่ภพแร้นแค้น ลง
มือเพียงหนก็ป่นดาราได้
อารมณ์ของเจียงผิงอันดิ่งสู่ก้นบึ้ง
แม้เขาจะมีขวดกลืนสวรรค์ เขาก็ยังไร้หนทางสู้กับเซียนไหว!
ทำเช่นไร ทำเช่นไรดี!
ทางกลับถูกผนึกแล้ว ไม่มีทางใดให้กลับ!
ต้องตายที่นี่แล้วหรือ?
ไม่ได้ ข้าจะตายไม่ได้!
เสียวเสวี่ยกับเมี่ยวอียังรอเขาอยู่ น้องหู่นิวกับเมิ่งจิงก็รอเขาอยู่
พ่อกับแม่ของเขาก็ยังรอให้เขาฟื้นชีพ!
ตายไม่ได้ ข้าตายไม่ได้!
พริบตานั้น เจียงผิงอันตัดสินใจฉับไว ใช้นาวาสีน ้าเงินทะยาน
หายเข้าไปในธารทมิฬ
นาวาสีน ้าเงินนี้เป็นยอดสมบัติที่เขาได้มาจากการฆ่าเถิงชุน
ศิษย์ของชิวซื่อผิง มีความเร็วและความสามารถคุ้มครองสูงยิ่ง
ยอดสมบัติคืออาวุธวิเศษที่มีกฎมหาเต๋า ห่างชั้นกับศาสตรา
เซียนเพียงก้าวเดียว โดยหลักแล้วเทียบได้กับขอบเขตพ้นพิบัติ จึง
กล่าวได้ว่าเป็นสมบัติที่เซียนใช้กัน
ยอดสมบัติไม่มีทางดีเทียบเท่าศาสตราเซียนได้ แต่ก็มิได้แย่
ยอดสมบัติสายความเร็วนี้เทียบได้กับความเร็วเซียนมนุษย์ทั่วไป
ยามนี้ เจียงผิงอันหวังว่ายอดสมบัติชิ้นนี้และอำนาจกฎเกณฑ์ใน
ธารทมิฬจะทำให้เขาหนีรอดการไล่ล่านี้ไปได้
“จะหนีไปไหน!”
ชิวซื่อผิงไล่ล่าตามมาแล้ว ใบหน้าของเขาเปี่ยมโทสะเยี่ยงภูเขา
ไฟปะทุ น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
มิคาดเลยว่าลับหลังเขาไปไม่ทันไร หลานของเขาจะมีอันเป็นไป
สารเลวนาม ‘ปัวซือ’ ผู้นี้เล่นละครเก่งจริง ๆ ทำทีประจบประแจง
เอาใจ แต่พอคล้อยหลังก็ฆ่าหลานชายเขา
เดนมนุษย์นี่ฆ่าหลานชายเขาได้อย่างไรกัน?
หลานเขามียันต์คุ้มกายที่เขาให้ กระทั่งเซียนมนุษย์ยังฆ่าใน
กระบวนท่าเดียวมิได้ แต่คนผู้นี้ซึ่งเพิ่งบรรลุระดับเขตแดนทำได้
อย่างไร?
ชิวซื่อผิงพุ่งตัวลงธารทมิฬ แรงปะทะมหาศาลทำให้สายน ้าใน
ธารทมิฬกระเพื่อมรุนแรง ตลบเป็นชั้นคลื่นมหึมาทะยานฟ้าบังตะวัน
“ยอดสมบัติสายความเร็ว!”
เมื่อเห็นเรือที่เจียงผิงอันใช้พุ่งผ่านสุญตาด้วยความเร็วสูง ชิวซื่อ
ผิงก็ประหลาดใจยิ่ง โดยปกติแล้วผู้ฝึกตนทั่วไปในขอบเขตนี้ไม่มีทาง
ถือครองอาวุธวิเศษระดับนี้ได้เลย
ยอดสมบัติสายความเร็วนี้มีความเร็วเทียบได้กับการเหาะเหิน
ของเซียนมนุษย์ทั่วไป
ทว่า ชิวซื่อผิงเพิ่งสำเร็จวิชาเซียนสายความเร็วมา จึงไวกว่าอีก
ฝ่าย
ชิวซื่อผิงเปลี่ยนเป็นแสงสีทองทะลวงผ่านกำแพงมิติ เร่งความเร็ว
ขึ้นจนไม่รู้เคลื่อนกายไปกี่หมื่นลี้ในชั่วอึดใจ
ภายใต้ธารทมิฬอันข้นหนืด แสงสีน ้าเงินและแสงสีทองห้อตะบึง
ไล่ล่า ระยะห่างหดสั้นลงทุกขณะ
เมื่อเห็นชิวซื่อผิงปราชิดเข้ามา อารมณ์ของเจียงผิงอันก็เคร่ง
ขรึมถึงที่สุด “เป็นผู้อาวุโสแต่มาโจมตีศิษย์สำนักสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่กลัว
ถูกสำนักลงทัณฑ์หรือไร!”
“สารเลว เจ้าฆ่าหลานข้า ยังมีหน้ามาพูดเรื่องกฎสำนักอีก!”
ชิวซื่อผิงปราชิดใกล้เจียงผิงอันมากขึ้นทุกที
“หลานเจ้าต่างหากที่ลงมือกับข้าก่อน!” เจียงผิงอันแผดเสียง
อย่างเดือดดาล
“ใครโจมตีก่อนก็ช่าง หากเจ้ากล้าฆ่าหลานตาเฒ่าผู้นี้ ตาเฒ่าผู้
นี้ก็จะแล่เนื้อเถือหนังเจ้า ผนึกวิญญาณเจ้าในเพลิงกรรมให้ทรมาน
ไปชั่วกาล!!”
ชิวซื่อผิงไม่สนใจสักนิดว่าใครผิด เขาสนใจเพียงหลานชายตน
ในภพเซียนนี้ เขาไร้ญาติมิตร ในที่สุดก็จะมีหลานผู้หนึ่งมาอยู่
กับเขา แต่แล้วก็ตายไปอีก เขาจะสงบใจได้อย่างไร?
ฆ่าคนผู้นี้ไป โทสะก็ไม่สร่างซา ยามนี้มีแต่ต้องให้คนผู้นี้ทุกข์ทน
ทรมาน ความเศร้าในใจเขาจึงบรรเทาลงได้
เจียงผิงอันมองอีกฝ่ายใกล้เข้ามาทุกที ใบหน้าก็เผยเค้ามาดมั่น
“ต่อให้ข้าตาย ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าทรมานหรอก!”
ว่าแล้ว เขาก็หลากพลังทั้งหมดเข้าใส่ในนาวาสีน ้าเงิน อักขระบน
นั้นสั่นสะท้านรุนแรง
ใบหน้าเฒ่าชราของชิวซื่อผิงแปรเปลี่ยน “หากเจ้าระเบิดตัวเอง
ข้าจะฆ่าล้างโคตรเจ้า!”
เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะระเบิดยอดศาสตรา
“ฮ่า ๆ ชั่วชีวิตข้าปัวซือเดียวดายลำพัง จะมีโคตรที่ไหนให้เจ้า
ล้าง!”
เจียงผิงอันแค่นยิ้มเศร้าหมอง แล้วนาวาใต้เท้าเขาพลันระเบิด
แหลก
พลังอันรุนแรงระเบิดออกมาทันใด พื้นที่ทั่วรัศมีหมื่นลี้ถูกปก
คลุมด้วยอำนาจชวนสะท้าน ธารทมิฬรอบข้างแตกกระจาย เกิดเป็น
พื้นที่สุญญากาศขึ้นฉับพลัน
คลื่นพลังมหาเต๋าที่หลงเหลือทำให้ชิวซื่อผิงหัวใจสะท้าน กางโล่
คุ้มกันตรงหน้าตนทันที
คลื่นอำนาจจางหาย ชิวซื่อผิงยืนเหนือธารทมิฬซึ่งตลบคลื่น
มโหฬาร ใบหน้าดำคล ้าสุดขีด น ้าในธารทมิฬซึ่งกระเด็นสู่เบื้องสูง
โปรยปรายจากฟ้าเช่นสายฝน
มิคาดเลยว่า ‘ปัวซือ’ ผู้นี้จะเด็ดเดี่ยวจนระเบิดตัวเองทันที
เมื่อมิอาจล้างแค้นให้หลานชาย ทรมานอีกฝ่ายจนตายด้วยมือ
ตน ชิวซื่อผิงก็ขัดข้องใจเล็กน้อย
แต่สุดท้าย ขยะนี่ก็ตายอยู่ดี
ใบหน้าของชิวซื่อผิงเผยเค้าเศร้าหมอง หันกายกลับไปทำ
ภารกิจของสำนักต่อ
หลังเหินกลับอยู่พักหนึ่ง ชิวซื่อผิงก็ชะงักเท้าเฉียบพลัน
“มิใช่สิ!”
คนผู้นี้ตายอย่างเด็ดเดี่ยวเกินไป บางสิ่งไม่ชอบมาพากล
ชิวซื่อผิงเริ่มหวนย้อนเหตุการณ์ในความทรงจำ
เมื่อมาถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ การดึงความทรงจำกลายเป็น
เรื่องง่าย กระทั่งอาหารที่กินตลอดมาในอดีตยังสามารถหวนย้อน
ระลึกประสบใหม่ได้ แค่รู้สึกแย่นิดหน่อยก็เท่านั้น
จากการย้อนความทรงจำ ชิวซื่อผิงก็สังเกตเห็นว่า ‘ปัวซือ’ ผู้นี้ไร้
ปราณรากฐานชีวิตอยู่กับตัว เป็นเพียงอวตารเท่านั้น!
“มารดามัน!”
ชิวซื่อผิงสบถหยาบคายไม่สนภาพลักษณ์ เขาถูกผู้ฝึกตนระดับ
ต ่าตุ๋นเปื่อยเสียแล้ว
อีกฝ่ายใช้การสนทนาดึงความสนใจของเขา ซ่อนตัวตนแท้จริง
เอาไว้
ยามเผชิญหน้าเซียนมนุษย์ เขายังคงความเด็ดเดี่ยวสุขุมได้ คน
ผู้นี้ไม่มีทางเป็นศิษย์ทั่วไปได้
ชิวซื่อผิงรีบเหินไปยังหอคอยเซียน
คนผู้นี้ห้ามกลับหอคอยเซียนได้เด็ดขาด หากอีกฝ่ายกลับ
หอคอยเซียนได้ เขาก็มิอาจลงมือ การฆ่าคนโดยมิได้รับอนุญาตมี
โทษแน่นอน
คนผู้นี้ไม่น่าจะมียอดสมบัติสายความเร็วชิ้นอื่น มิอาจเร็วได้เท่า
เขา จะกลับยามนี้ก็สายเกินไป
ชิวซื่อผิงเปลี่ยนตนเป็นแสงสีทอง ทะลวงผ่านมิติเร่งมายังหอคอย
เซียนด้วยความเร็วสุดขั้ว
ยามชิวซื่อผิงกลับมาถึงหอคอยเซียน จิตสัมผัสของเขาก็กวาด
คลุมทั่วทิศ ใบหน้าของผู้คนมากมายในระยะรับรู้ของเขาปรากฏขึ้น
แต่ก็ไม่พบ ‘ปัวซือ’ ที่ใด
“เขามิได้กลับมา? ยังซ่อนอยู่ที่นั่นหรือ?”
ชิวซื่อผิงเจียนระเบิดเต็มทน เขานึกว่า ‘ปัวซือ’ จะกลับมายัง
หอคอยเซียน แต่อีกฝ่ายหาทำเช่นเขาคาดการณ์ไม่
ร่างหลักของเขาอยู่เฝ้าหอคอยเซียน แยกอวตารแล้วกลับไปยัง
จุดเดิมที่พบ ‘ปัวซือ’
แต่ก็ยังไร้ซึ่งเงาร่างของ ‘ปัวซือ’
เขาดำลงไปค้นธารทมิฬ แต่ก็ยังไม่พบอีกฝ่าย
ชิวซื่อผิงตะลึงจังงัง
คนผู้นั้นไปมุดอยู่ที่ใดกันแน่?
หากเรื่องที่เขาปล่อยผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนผู้หนึ่งหนีไปได้
ต่อหน้าต่อตาแพร่ออกไป เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
อวตารของเขาแยกอวตารนับพัน ๆ ร่าง กระจายกันออกตามหา
ร่องรอยของ ‘ปัวซือ’ ไปทั่วทิศ
ขอเพียงคนผู้นั้นยังอยู่ในถิ่นของสำนักเซียนอวี่หวง เขาไม่มีทาง
หาไม่เจอ!
ย้อนเวลากลับไปยามเจียงผิงอันระเบิดตัวเองกันสักหน่อย
หลังจากชิวซื่อผิงเห็นเจียงผิงอันระเบิดตัวเอง เขาก็จากไปด้วยสี
หน้าดำคล ้าง ้างอ
สิบอึดใจถัดมา หนึ่งร่างหวนปรากฏขึ้น
แม้เจียงผิงอันที่ระเบิดตัวเองไปจะเป็นเพียงอวตารปราณทั่วไป
แต่ร่างจริงของเขาก็อยู่กับอวตารนี้ และ ‘ตาย’ ไปกับมันจริง ๆ!
เนื่องจากมีลวดลายกาลเวลา เจียงผิงอันจึงคืนสภาพตัวเองสู่สิบ
อึดใจก่อนได้
หากนานเกินไป ชีวิตเขาก็จะหาไม่
ความสามารถนี้มาพร้อมมูลค่ามหาศาล จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อยาม
ศัตรูไม่คาดฝัน หากศัตรูรู้เรื่องนี้ล่วงหน้า ก็จะหาวิธีมารับมือได้ง่าย ๆ
นี่คือทางเลือกของเจียงผิงอัน และวิธีหนีการไล่ล่าอันประเสริฐสุด
จากการไตร่ตรองมากมาย
แต่เขาก็มิกล้าเลินเล่อ ด้วยกังวลว่าชิวซื่อผิงอาจกลับมา เขาจึง
เปลี่ยนรูปลักษณ์ไปอีกครั้ง และมิได้กลับไป แต่เลือกหนีไปอีกทิศ
หนึ่ง
และสิ่งที่เขาระแวงก็เกิดขึ้นจริง ๆ