สู่วิถีอมตะ - บทที่ 661 สู้ชิงผลึกแก่นพลัง
“เทพโบราณตายไปแล้วแท้ ๆ เราตรวจสอบหลายหนก็แล้ว จะ
คืนชีพได้อย่างไร?”
ผู้อาวุโสมากมายเปลี่ยนสีหน้าสู่เคร่งขรึม
พวกเขาพัฒนาจุลภพเทพโบราณนี้มาเป็นหมื่น ๆ ปี ทุ่มกำลังทั้ง
คนทรัพย์ที่นี่มากมาย
หากเทพโบราณฟื้นคืน ความพยายามทั้งหมดตลอดมาที่นี่ก็จะ
ไม่เหลือสิ่งใด
“มิใช่ฟื้นชีพหรอก แต่เป็นการเกิดใหม่”
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวแก้ “การฟื้นชีพกับเกิดใหม่ไม่เหมือนกันนะ”
การฟื้นชีพคือตื่นจากภวังค์นิทราอันยาวนาน ขณะที่การเกิด
ใหม่คือรอดพ้นความตาย เหมือนได้ชีวิตใหม่
“จากรายงานที่ศิษย์เราไปตรวจสอบใต้พิภพ พวกเขาพบว่าจุดที่
พลังไปรวมตัวกันคือหัวใจของเทพโบราณ ยามพวกเขาไปถึง มัน
ผนวกตัวเป็นรากฐานเทพโบราณแล้ว”
“รากฐานเทพโบราณ!”
ดวงตาของผู้อาวุโสมากมายเบิกกว้าง ตื่นเต้นจนคุมปราณใน
กายไม่อยู่
“นี่เป็นเรื่องใหญ่เทียบฟ้าเลยนะ! เทพโบราณยังมิได้เกิดใหม่ ขอ
เพียงได้รากฐานนี้มา ก็เท่ากับได้พรสวรรค์ทั้งหมดของเทพโบราณ
เป็นของตัว! ด้วยรากฐานเทพโบราณนี้ ต้องไปถึงขอบเขตเซียน
สวรรค์ได้แน่ ๆ!”
ผู้อาวุโสใหญ่สุดแสนเสียดาย “ขณะนั้น หวังหยาง เหมียวเสีย
และพวกคนสมควรตายจากสำนักเซียนอวี่หวงก็มาเหมือนกัน สอง
ฝ่ายจึงสู้กันใหญ่โต”
“รากฐานเทพโบราณมีสติรู้คิดแล้วเล็กน้อย พอสัมผัสได้ว่า
สถานการณ์ไม่ค่อยดี มันก็หนีไปทันที ยามศึกปิดฉาก ก็หามันไม่
เจอแล้ว”
“สมบัติอย่างรากฐานเทพโบราณสามารถอำพรางตัวปกปิด
ปราณจากฟ้าดินได้ ข้าหามันมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็มิพบร่องรอย
ใด”
พอได้ยินว่ารากฐานเซียนโบราณหายไป ผู้อาวุโสมากมายก็
เดือดดาลหนวดเครากระตุกยิก
สำนักเซียนอวี่หวงสมควรตาย เพราะสารเลวพวกนี้ พวกเขาจึง
พลาดโอกาสท้าทายสวรรค์ไป
หากพวกเขาได้รากฐานเทพโบราณมาใช้ พวกเขาสำนักเซียน
เทียนหลานก็อาจมีเซียนสวรรค์บังเกิดในภายหน้าสักคนก็เป็นได้
“รากฐานเทพโบราณหน้าตาเป็นเช่นไร?”
ผู้อาวุโสบางคนไม่ยอมถอดใจ อยากจะออกไปตามหา
“กล่าวกันว่ามันเป็นก้อนกลม ๆ เล็ก ๆ สีดำแดง” ผู้อาวุโสใหญ่
ตอบ
“ข้าจะไปตามหามัน”
“ข้าด้วย”
ผู้อาวุโสจำนวนหนึ่งกลายเป็นลำแสงทะยานจาก
จิตสัมผัสเซียนของพวกเขาปกคลุมบริเวณไพศาล สืบค้นทั่วทั้ง
สังขารของเทพโบราณได้อย่างรวดเร็ว
หากพวกเขาหามันเจอจริง ๆ มันก็จะเป็นโอกาสมหาศาล
แม้กระทั่งกับเซียนมนุษย์อย่างพวกเขา
ผู้อาวุโสใหญ่ถอนใจส่ายหัว สมบัติระดับนี้จะไปหาเจอง่าย ๆ ได้
อย่างไรกัน หากไม่รู้แต่แรกว่ามันไม่ธรรมดา ต่อให้มาเห็นกับตาก็ยัง
ยากแยกแยะ
ผู้อาวุโสใหญ่มองการต่อสู้เบื้องล่างต่อไป
ผู้ฝึกตนจากทุกขอบเขตปราชันแย่งผลึกแก่นพลังของต้นโลกา
กันอย่างสุดชีวิต
แม้ผลึกแก่นพลังนี้จะเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ เสี้ยวเดียวของแก่น
พลังอันสมบูรณ์ แต่สำหรับผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียนเหล่านี้ มันคือ
โอกาสอันยิ่งใหญ่
การต่อสู้อันดุเดือดปะทุขึ้นบนทุกสมรภูมิ ผู้ฝึกตนตกตายมาก
ขึ้นทุกขณะ โลหิตหลั่งชโลมแดงฉาน ผู้ฝึกตนหลายคนถอนตัว
พร้อมบาดแผลสาหัส
หลังการต่อสู้อันดุเดือด ผลึกแก่นพลังก็ร่วงลงสู่พื้น ไร้ผู้ใดกล้า
เข้าไปสัมผัส เพราะพอเพียงแตะโดน พวกเขาก็จะถูกรุมโจมตีทันที
ผู้ฝึกตนมากมายเลือกเก็บตัวเงียบ รอจังหวะสุดท้ายจึงลงมือ
ในวันที่สี่ เจียงผิงอันซึ่งนั่งฝึกฝนหลบมุมมาแต่แรกลืมตาขึ้น
“เฮ้อ~”
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ ประโลมหัวใจอันสั่นสะท้านด้วยพรั่น
พรึงของตน
เขาจะลงมือแล้ว
แม้อาจจะเผชิญอันตราย แต่เขาก็ต้องสู้เพื่อชิงแก่นพลังต้นโลกา
การได้แก่นพลังต้นโลกามาจะพัฒนาพรสวรรค์ ลดความต่างชั้น
ระหว่างเขากับผู้ฝึกตนจากภพเซียน
โอกาสใด ๆ ล้วนต้องบากบั่นหามาเอง หากไม่สู้แย่งมัน ก็ไม่มี
ทางที่ใครจะนำแก่นพลังมาประเคนให้ถึงมือ
เจียงผิงอันลุกขึ้น เหินเข้าไปหาผลึกแก่นพลัง
บนสมรภูมิขั้นต้นระดับเขตแดนขณะนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง
ผลึกแก่นพลัง และยามเจียงผิงอันเหินเข้ามา เขาก็เห็นผลึกแก่นพลัง
วางแน่นิ่งในมือซึ่งขาดจากตัวข้างหนึ่ง รายล้อมด้วยโลหิตและ
ซากศพ
ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งซึ่งจับตามองกันอยู่กระจายอยู่มิห่างจากผลึก
แก่นพลังนัก ต่างฝ่ายต่างจ้องมายังผลึกแก่นพลัง
ผู้ใดกล้าขยับ จะถูกคนอื่น ๆ ที่เหลือรุมโจมตี
เจียงผิงอันเดินผ่านปวงชนไปยังผลึกแก่นพลัง
สายตานับพันจับจ้องที่เขา
“เจ้าโง่ไป๋ฟานนั่นจะทำอะไร?”
“เขาคงมิได้จะหยิบผลึกแก่นพลังหรอกกระมัง?”
“เจ้านี่สมองกระทบกระเทือน ติงต๊องไปแล้วหรือไร?”
ไป๋ฟานเป็นที่รู้จักดีในสำนักเซียนเทียนหลาน มีผู้รู้จักเขา
มากมาย
แต่เขามิได้ลือนามเพราะความแข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะรูปลักษณ์
คนผู้นี้ถูกจริตความงามของสตรี มีสตรีมากมายชอบเขา การฝึกฝน
โดยพึ่งพาสตรีไปวัน ๆ ของเขาเป็นที่เดียดฉันท์ของผู้ฝึกตนชาย
มากมาย
ทุกผู้ก็เข้าใจเช่นกันว่าระดับพลังต่อสู้ของไป๋ฟานในขอบเขต
เดียวกันอยู่รั้งท้ายปลายแถว
คนเช่นนี้ถึงกับกล้าเข้าร่วมการประลองครั้งนี้โดยไม่ประมาณตน
ดูเหมือนยังคิดจะแตะต้องผลึกแก่นพลัง มิใช่รนหาที่ตายหรือไร?
นอกสมรภูมิ ยามเจี่ยงซินอี๋ซึ่งถอนตัวออกมาแล้วเห็นเช่นนี้ สี
หน้าของนางพลันแปรเปลี่ยนพิกล
สมองของไป๋ฟานโดนขาตัวเองหนีบเบี้ยวมาหรือไร? หรือเพราะ
เขาล่วงเกินอวี๋ซ่วยจนคิดฆ่าตัวตาย?
ถัดจากนาง อวี๋ซ่วยผู้มีผมสีเขียวระเบิดเสียงหัวเราะ อารมณ์อัน
หดหู่ที่ต้องถอนตัวพลันบรรเทาหายไปเยอะ
“ขนาดข้ายังบาดเจ็บจนถอนตัว ไป๋ฟานนี่กล้าดีเช่นไร”
ไม่ว่าผู้ใดที่รู้จักไป๋ฟานมาเห็นไป๋ฟานทำเช่นนี้ ล้วนสงสัยว่าไป๋
ฟานคิดฆ่าตัวตาย
ยาม ‘ไป๋ฟาน’ หยิบผลึกแก่นพลังขึ้นมาจริง ๆ ไม่มีผู้ใดโจมตีเขา
เลย
ขอเพียงเขาไม่หนีไปไหน ก็จะไม่มีใครทำอะไรเขา เปลืองพลัง
เซียนโดยใช่เหตุเปล่า ๆ
อึดใจต่อมา ทุกผู้ก็เห็น ‘ไป๋ฟาน’ ใช้ปราณเซียนทำความสะอาด
ผลึกแก่นพลังในมือ จากนั้นก็โยนเข้าปากไปทันที
หลังตะลึงกันไปครู่หนึ่ง ปวงชนก็ระเบิดหัวเราะ
“ฮ่า ๆ ข้าเคยเห็นคนเพี้ยนก็จริง แต่ไม่เคยเห็นใครเพี้ยนเท่านี้มา
ก่อนเลย เขาคิดว่าการกลืนผลึกแก่นพลังลงไปจะทำให้เขาได้แก่นพ
ลังมาหรือ? ขำเหงือกหลุดเลยเว้ยเฮ้ย”
“หากกลืนไปดื้อ ๆ แล้วย่อยผลึกแก่นพลังได้ มันจะเหลือมาถึง
เจ้าได้อย่างไร?”
“ผลึกแก่นพลังต้องให้เซียนมนุษย์ช่วยเหลือ แถมด้วยวิชาลับ
พิเศษ จึงผสานเข้ากับร่างกายได้ กลืนลงไปเช่นนี้ไร้ประโยชน์ ไว้
เดี๋ยวจะช่วยขุดออกมาจากในท้องให้นะ!”
ผลึกแก่นพลังเป็นการควบแน่นของพลังพิเศษ การกลืนกินดูด
ซับทั่วไปไร้ประโยชน์ ต้องมีเซียนมนุษย์ใช้พลังเซียนชี้นำ จึงผสาน
เป็นหนึ่งกับร่างกายได้
การกระทำของ ‘ไป๋ฟาน’ ผู้นี้ช่างน่าขันเสียจริง
หาก ‘ไป๋ฟาน’ ย่อยแก่นพลังได้จริง ๆ พวกเขาก็ต้องสัมผัสการ
หดหายของพลังในผลึกแก่นพลังได้…
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะของปวงชนก็ชะงักไปเฉียบพลัน
เพราะพวกเขาสังเกตพบว่าพลังจากผลึกแก่นพลังในตัวไป๋ฟาน
กำลังถดถอย!
“ข้าสัมผัสผิดไปหรือไม่ พลังของผลึกแก่นพลังกำลังอ่อนแรง?”
“ถูกแล้ว! ข้าก็สัมผัสได้เหมือนกัน!”
“แย่แล้ว! ไป๋ฟานผู้นี้อาจมีวิธีพิเศษในการดูดซับผลึกแก่นพลังก็
ได้!”
“รีบฆ่าเขาเสีย จะปล่อยให้ดูดซับต่อไปไม่ได้!”
ในสมรภูมิมีผลึกแก่นพลังเพียงสามชิ้น คนนับพันแย่งพวกมัน
เพียงสาม หากถูกย่อยไปหนึ่ง โอกาสได้ผลึกแก่นพลังมาก็จะยิ่งลด
น้อย
ขณะนี้ เจียงผิงอันกลายเป็นศัตรูสาธารณะของปวงชน
ผู้ฝึกตนมากมายเดือดดาล กวัดแกว่งอาวุธวิเศษในมือเข้าโจมตี
เจตจำนงดาบ ปราณกระบี่ เปลวเพลิง เกล็ดน ้าแข็ง… สารพัด
การโจมตีอันทรงพลังถาโถมเข้าใส่เจียงผิงอันจากทั่วทิศ
ถูกผู้ฝึกตนมากมายเพียงนี้รุมโจมตี กระทั่งยอดฝีมือขั้นกลางยัง
ตาย นับประสาอะไรกับไป๋ฟาน
การโจมตีของพวกเขาจะทำร้ายผลึกแก่นพลังมิได้ จึงต้องฆ่า
‘ไป๋ฟาน’ เสียเพื่อลดการเสื่อมพลังของผลึกแก่นพลัง
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมสุดขั้ว วิกฤติเริ่มต้นแล้ว